แพทเทิร์นกลับตัว (Reversal Pattern) คืออะไร — 6 รูปแบบกราฟกลับตัว พร้อมกฎวัดเป้าที่ใช้ได้ทุกแบบ เหตุผลว่าทำไมจุดวาง SL ถึงสำคัญกว่าตัวรูปแบบ และผลวัดจริง 3 ปีว่า Double Top กับหัวไหล่ไปถึงเป้ากี่ครั้ง
แพทเทิร์นกลับตัว คือรูปทรงที่ราคาสร้างขึ้นจากจุดกลับตัวหลายจุดต่อกัน (ยอด ท้อง ยอด) ซึ่งบอกว่าฝั่งที่ครองตลาดเดิมผลักต่อไม่ไหว ต่างจากแท่งเทียนกลับตัวตรงที่ใช้เวลานานกว่ามากและมีสิ่งที่แท่งเทียนไม่มีเลย คือ กฎวัดเป้าที่คำนวณเป็นตัวเลขได้ หน้านี้ให้ทั้ง 6 รูปแบบพร้อมวิธีวัดเป้า ตารางคำนวณตามได้ และแกนกลางที่บทความแพทเทิร์นภาษาไทยไม่เขียน — รูปแบบเดียวกัน เป้าเดียวกัน แค่เปลี่ยนจุดวาง Stop Loss เปอร์เซ็นต์ที่ต้องถูกทางเพื่อเสมอตัวขยับจาก 9.1% ไปถึง 50% ฉบับนี้เพิ่มสิ่งที่ฉบับก่อนบอกว่า "ยืนยันไม่ได้" คือวัดจริงกับกราฟ H4 ของทอง EUR และ BTC ย้อนหลัง 3 ปี: Double Top / Bottom ไปถึงเป้าเต็ม 78 ใน 131 ครั้ง (59.5%) เทียบกับการสุ่มเข้าที่ระยะเดียวกัน 52.8% ส่วนหัวไหล่ไปถึงเป้าเต็ม 17 ใน 61 ครั้ง (27.9%) ซึ่งต่ำกว่าการสุ่มเข้า 34.0%
แพทเทิร์นกลับตัว คืออะไร (คำตอบสั้น ๆ ก่อน)
แพทเทิร์นกลับตัว (Reversal Chart Pattern) คือรูปทรงที่เกิดจากจุดกลับตัวของราคาหลายจุดเรียงต่อกันจนเป็นโครงสร้างที่ตั้งชื่อได้ เช่น สองยอดเท่ากัน (Double Top) หรือยอดกลางสูงกว่ายอดข้าง ๆ (Head and Shoulders) และมันจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อราคาทะลุ "เส้นคอ" (neckline) ออกไปแล้วเท่านั้น
สิ่งที่ทำให้แพทเทิร์นกลุ่มนี้ต่างจากเครื่องมืออื่นคือ มันมาพร้อมกฎวัดเป้าในตัว ไม่ต้องเดาว่าจะไปถึงไหน:
• หน้านี้ = แพทเทิร์นกราฟกลับตัว — โครงสร้างหลายสวิง ใช้เวลาเป็นสิบ ๆ แท่ง
• แท่งเทียนกลับตัว (ค้อน · กลืนกิน · ดาวประจำค่ำ) ใช้แค่ 1–3 แท่ง อยู่ที่ แท่งเทียนกลับตัว คืออะไร
• แพทเทิร์นแบบ "ไปต่อ" (สามเหลี่ยม · ธง · ลิ่ม · สี่เหลี่ยม) เป็นคนละกลุ่ม อยู่ที่ แพทเทิร์นสามเหลี่ยม
⚠️ ฉบับเก่าของหน้านี้เอาสองกลุ่มมาปนกัน (มีทั้งสามเหลี่ยม ธง และถ้วยมีหู อยู่ใต้หัวข้อ "Reversal Patterns") ฉบับนี้แยกออกแล้ว เพราะกลุ่มไปต่อกับกลุ่มกลับตัวให้สัญญาณตรงข้ามกัน การจำปนกันคือการอ่านกราฟผิดทางตั้งแต่ต้น
6 รูปแบบกราฟกลับตัว พร้อมวิธีวัดเป้าของแต่ละแบบ
ตารางนี้เขียนให้ตรวจได้จากโครงสร้าง ไม่ใช่จากความรู้สึกว่า "ดูเหมือน" อะไร คำว่า เส้นคอ หมายถึงระดับที่ราคาเด้งขึ้นหรือลงกลับมาทดสอบระหว่างสร้างรูปแบบ ซึ่งก็คือแนวรับหรือแนวต้านนั่นเอง:
| รูปแบบ | โครงสร้างที่ต้องเห็น | สมบูรณ์เมื่อ | วัดเป้าอย่างไร |
|---|---|---|---|
| สองยอด / สองท้อง Double Top / Bottom | ยอด 2 ยอดที่สูงใกล้เคียงกัน คั่นด้วยท้อง 1 ท้อง | ราคาปิดทะลุเส้นคอ (ระดับของท้องกลาง) | ความสูง = ยอด − เส้นคอ · ยิงต่อจากจุดทะลุ |
| สามยอด / สามท้อง Triple Top / Bottom | ยอด 3 ยอดที่สูงใกล้เคียงกัน คั่นด้วยท้อง 2 ท้อง | ราคาปิดทะลุเส้นคอ | เหมือนสองยอด · ใช้ยอดที่สูงสุด |
| หัวไหล่ / หัวไหล่กลับหัว Head and Shoulders | ยอด 3 ยอด โดยยอดกลางสูงที่สุด และยอดข้างสองข้างใกล้เคียงกัน | ราคาปิดทะลุเส้นคอที่ลากผ่านท้องทั้งสอง | ความสูง = หัว − เส้นคอ · ยิงต่อจากจุดทะลุ |
| จานหงาย / จานคว่ำ Rounding Bottom / Top | ราคาโค้งเปลี่ยนทิศอย่างช้า ๆ ไม่มีจุดกลับตัวคม ๆ ให้ชี้ | ราคาปิดพ้นระดับขอบของโค้ง | ความลึกของโค้ง = ขอบ − จุดต่ำสุด (หรือสูงสุด) |
| เพชร Diamond Top / Bottom | สวิงกว้างขึ้นก่อน แล้วค่อยแคบลง จนเป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด | ราคาปิดทะลุขอบด้านล่าง (หรือบน) ของครึ่งหลัง | ความสูงส่วนที่กว้างที่สุด ของรูปแบบ |
| สามเหลี่ยมปากอ้า Broadening Formation | ยอดสูงขึ้นเรื่อย ๆ และท้องต่ำลงเรื่อย ๆ พร้อมกัน | ราคาปิดพ้นเส้นขอบล่าง (หรือบน) | ความกว้างของสวิงล่าสุด |
ตัวอย่างคำนวณจริง — หัวไหล่บน EURUSD
วางตัวเลขให้ครบทุกจุดแล้วคำนวณตามได้เลย:
- ไหล่ซ้าย 1.1120 · หัว 1.1200 · ไหล่ขวา 1.1120
- เส้นคอ (ลากผ่านท้องทั้งสอง) 1.1000
- ความสูงของรูปแบบ = 1.1200 − 1.1000 = 200 pip
- เป้า = 1.1000 − 0.0200 = 1.0800
- จุดเข้า = ราคาปิดใต้เส้นคอ = 1.1000 ⇒ ระยะกำไรถึงเป้า 200 pip
จุดวาง Stop Loss ตัดสินไม้นั้นมากกว่าตัวรูปแบบ
เป้าอยู่ที่ 1.0800 เหมือนกันทุกแบบ จุดเข้าอยู่ที่ 1.1000 เหมือนกันทุกแบบ เปลี่ยนแค่ที่เดียวคือจุดวาง SL แล้วดูว่าเลขทั้งไม้เปลี่ยนไปแค่ไหน (คิดที่ความเสี่ยงคงที่ $20 ต่อไม้ · EURUSD 1.00 lot = $10 ต่อ pip):
| วาง SL ตรงไหน | ราคา SL | ระยะเสี่ยง | R:R | ต้องถูกทางกี่ % จึงเสมอตัว | ล็อตที่เสี่ยง $20 | กำไรถ้าถึงเป้า |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ชิดเส้นคอ (เหนือขึ้นไป 20 pip) | 1.1020 | 20 pip | 1 : 10.00 | 9.1% | 0.10 lot | $200 |
| เหนือไหล่ขวา | 1.1120 | 120 pip | 1 : 1.67 | 37.5% | 0.017 lot | $33 |
| เหนือหัว | 1.1200 | 200 pip | 1 : 1.00 | 50.0% | 0.010 lot | $20 |
เข้าตอนทะลุ หรือรอราคาย้อนมาทดสอบเส้นคอ
หลังราคาทะลุเส้นคอ มันมักย้อนกลับมาแตะเส้นคอจากอีกด้านหนึ่ง (retest) คำถามคือควรเข้าตอนทะลุเลย หรือรอจังหวะนั้น มาดูตัวเลขกัน โดยวาง SL ไว้ที่เดิมทั้งสองแบบคือเหนือไหล่ขวา 1.1120:
| รายการ | เข้าทันทีที่ทะลุ | รอย้อนมาทดสอบเส้นคอ | ต่างกัน |
|---|---|---|---|
| ราคาเข้า | 1.1000 | 1.1050 | เข้าได้ราคาดีกว่า 50 pip |
| Stop Loss | 1.1120 | 1.1120 | เท่ากัน |
| ระยะเสี่ยง | 120 pip | 70 pip | แคบลง 42% |
| ระยะกำไรถึงเป้า 1.0800 | 200 pip | 250 pip | เพิ่มขึ้น 50 pip |
| R:R | 1 : 1.67 | 1 : 3.57 | — |
| ต้องถูกทางกี่ % จึงเสมอตัว | 37.5% | 21.9% | ลดลง 15.6 จุดเปอร์เซ็นต์ |
| กำไรถ้าถึงเป้า (เสี่ยง $20 เท่ากัน) | $33 | $71 | มากกว่า 2.1 เท่า |
ต้นทุนที่ตารางนี้ไม่ได้แสดง: ถ้าราคาไม่ย้อนกลับมา คุณจะไม่ได้เข้าเลย และไม้ที่วิ่งไปเลยมักเป็นไม้ที่แรงที่สุด — ข้อนี้ฉบับก่อนบอกว่า "วัดจากเลขคณิตไม่ได้" ฉบับนี้วัดแล้ว ดูหัวข้อถัดไป
วัดจริง 3 ปี — Double Top / Bottom และหัวไหล่ ไปถึงเป้าเต็มกี่ครั้ง
ฉบับก่อนของหน้านี้เขียนว่าตัวเลข "สำเร็จกี่เปอร์เซ็นต์" ยืนยันไม่ได้ เพราะต้องนิยามคำว่าสำเร็จก่อน ฉบับนี้นิยามให้ครบแล้ววัดจริง โดยใช้ข้อมูลแท่ง H4 ของ Binance 3 ตลาด ตั้งแต่ 26 ต.ค. 2023 ถึง 25 ต.ค. 2026 (ตลาดละ 6,576 แท่ง): PAXG/USDT (ทองคำแบบโทเคน ราคาตามทองจริง) · EUR/USDT (แทน EURUSD) · BTC/USDT กติกาทั้งหมดเขียนเป็นโค้ดให้คอมพิวเตอร์หาเอง ไม่ใช้สายตาเลือก:
จุดสวิง
ยอด = high สูงกว่า 5 แท่งซ้ายและ 5 แท่งขวา · ท้อง = low ต่ำกว่า 5 แท่งซ้ายและขวา (บน H4 คือ 20 ชั่วโมงแต่ละข้าง)
Double Top / Bottom
ยอด 2 ยอดต่างกันไม่เกิน 25% ของความสูง คั่นด้วยท้อง 1 ท้อง ห่างกันอย่างน้อย 10 แท่ง · เส้นคอ = ท้องกลาง · ความสูง = ยอดสูงสุด − เส้นคอ
หัวไหล่
ยอด 3 ยอด หัวสูงกว่าไหล่ทั้งสองอย่างน้อย 15% ของความสูง ไหล่สองข้างต่างกันไม่เกินครึ่งหนึ่งของความสูง · เส้นคอลากผ่านท้องทั้งสอง (เอียงได้) · นับทั้งแบบปกติและกลับหัว
เข้า · SL · เป้า
เข้าที่ราคาปิดแท่งแรกที่ปิดพ้นเส้นคอ · SL ที่ยอดที่ 2 (หรือไหล่ขวา) · เป้า = จุดเข้า ± ความสูง ตามกฎในหน้านี้ · ถ้าราคาแตะยอดก่อนจะทะลุเส้นคอ = รูปแบบพัง ไม่นับ
ตัดสินผล
"ถึงเป้า" = แตะเป้าก่อนแตะ SL ภายใน 3 เท่าของความกว้างรูปแบบ (ต่ำสุด 20 สูงสุด 200 แท่ง) · ถ้าไม่แตะทั้งคู่ในกรอบนั้น = ยังไม่ตัดสิน ตัดออกจากตัวหาร
เส้นฐาน "สุ่มเข้า"
ทุกครั้งที่เจอรูปแบบ สุ่มแท่งอื่น 40 แท่งในตลาดเดียวกัน เข้าทางเดียวกัน ใช้ระยะ SL เป้า และกรอบเวลาเท่ากันทุกอย่าง แล้วดูว่าถึงเป้ากี่ % — ถ้ารูปแบบไม่ชนะเส้นฐานนี้ แปลว่าความแม่นมาจากตลาดและระยะ ไม่ได้มาจากรูปทรง
| รูปแบบ (H4 · 3 ตลาด · 3 ปี) | เจอ | ตัดสินได้ | ถึงเป้าเต็ม | สุ่มเข้าถึงเป้า | เป้าคิดเป็น R (ค่ากลาง) | ต้องถูกกี่ % จึงเสมอตัว | ผลสุทธิต่อไม้ (ก่อนต้นทุน) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| Double Top / Bottom | 180 | 131 () | 78 ครั้ง = 59.5% | 52.8% | 0.94R | 51.6% | +0.13R (สุ่มเข้า +0.02R) |
| หัวไหล่ (ทั้งสองแบบ) | 70 | 61 () | 17 ครั้ง = 27.9% | 34.0% | 1.67R | 37.4% | −0.37R (สุ่มเข้า −0.09R) |
ถ้าไม่ยึดเป้าเต็มตามตำรา แต่ปิดที่ 1R (ระยะเท่ากับ SL) หัวไหล่ได้ 32 ใน 61 ครั้ง (52.5%) ซึ่งแค่พ้นเสมอตัวก่อนหักต้นทุน ส่วน Double Top / Bottom ได้ 56 ใน 107 (52.3%) — เป้าเต็มของ Double Top ดีกว่า 1R เพราะมันแทบจะเป็นระยะเดียวกันอยู่แล้ว (0.94R) แปลว่ากฎ "ความสูงของรูปแบบ" ของ Double Top ให้เป้าที่พอดีกับ SL ที่ยอด ในขณะที่หัวไหล่ให้เป้าไกลเกินที่ราคาไปถึงบ่อย ๆ
| แยกตามเงื่อนไข (Double Top / Bottom) | ตัดสินได้ | ถึงเป้าเต็ม | สุ่มเข้า | ผลสุทธิต่อไม้ | อ่านว่าอะไร |
|---|---|---|---|---|---|
| ราคาไม่ย้อนมาแตะเส้นคอภายใน 10 แท่ง | 34 | 30 ครั้ง = 88.2% | 56.6% | +0.61R | ไม้ที่วิ่งไปเลยคือไม้ที่ดีที่สุด — รอ retest จะพลาดกลุ่มนี้ทั้งกลุ่ม |
| ราคาย้อนมาแตะเส้นคอ (77% ของทั้งหมด) | 97 | 48 ครั้ง = 49.5% | 51.5% | −0.04R | พอย้อนมาแล้ว รูปแบบไม่เหลือข้อได้เปรียบเหนือการสุ่มเข้าเลย |
| ↳ กลุ่มเดียวกัน แต่เข้าใหม่ที่เส้นคอตอน retest SL เป้าเดิม | 97 | 49 ครั้ง = 50.5% | — | +0.12R | ถึงเป้าเท่าเดิม แต่เป้าโตจาก 0.96R เป็น 1.21R เพราะ R แคบลง — ตรงกับตารางเลขคณิตด้านบน |
| มีเทรนด์ชัดมาก่อน (วิ่งมา ≥ 1 ความสูง ใน 30 แท่ง) | 40 | 18 ครั้ง = 45.0% | 51.7% | −0.18R | ตรงข้ามกับตำรา — ในข้อมูลชุดนี้ Double Top ที่เกิดหลังวิ่งมาแรง ๆ กลับไปไม่ถึงเป้าบ่อยกว่า อย่าอ่านเป็นกฎใหม่ เพราะ n ยังน้อย แต่ก็อย่าเชื่อกฎเก่าโดยไม่วัดเอง |
| ไม่มีเทรนด์ชัดมาก่อน | 91 | 60 ครั้ง = 65.9% | 53.3% | +0.27R | |
| Double Top (ขาย) | 57 | 26 ครั้ง = 45.6% | 47.5% | −0.15R | ทองกับ BTC อยู่ในขาขึ้นเกือบทั้ง 3 ปี — ตัวเลขฝั่งซื้อจึงบวมด้วยทิศทางตลาด (เส้นฐานสุ่มเข้าฝั่งซื้อก็ 56.9% แล้ว) ส่วนที่เหนือเส้นฐานจริง ๆ คือ +13.4 จุด |
| Double Bottom (ซื้อ) | 74 | 52 ครั้ง = 70.3% | 56.9% | +0.35R | |
| ทองคำ PAXG | 41 | 26 ครั้ง = 63.4% | 48.8% | +0.25R | ชนะเส้นฐานชัดเฉพาะทอง · EUR เสมอเส้นฐาน · BTC ชนะเล็กน้อย — ตลาดเดียวพิสูจน์ไม่ได้ ต้องดูรวม |
| EUR/USDT | 45 | 25 ครั้ง = 55.6% | 56.3% | +0.02R | |
| BTC/USDT | 45 | 27 ครั้ง = 60.0% | 52.9% | +0.14R |
• ยังไม่หักต้นทุน — SL ของ Double Top กว้างค่ากลาง 3.9 เท่าของ ATR(14) บน H4 สเปรดจึงกินสัดส่วนไม่มาก แต่ถ้าไปใช้บน M15 ที่ SL แคบกว่าสิบเท่า ตัวเลข +0.13R หายได้ทั้งก้อน ดูวิธีคิดที่ ค่า spread คิดเป็นเงินเท่าไร
• ยังไม่ตัดสิน 49 ครั้ง ถูกตัดออกจากตัวหาร ถ้านับเป็น "ไม่ถึงเป้า" ทั้งหมด Double Top จะเหลือ 78 ใน 180 = 43.3%
• ข้อมูลจาก Binance ไม่ใช่โบรก Forex ของคุณ — แท่ง H4 เปิดคนละเวลา (UTC ตรง ๆ) ยอดและท้องจึงเลื่อนได้ และ PAXG กับ EUR/USDT มีสภาพคล่องต่ำกว่าตลาดจริงมาก
• ความถี่ Double Top / Bottom เจอ 19–21 ครั้งต่อปีต่อตลาด หัวไหล่ 7–9 ครั้ง — สามปีสามตลาดจึงได้แค่ 180 กับ 70 ครั้ง ตัวเลขย่อยที่ n ต่ำกว่า 40 ให้อ่านเป็นจำนวนครั้ง ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์
• ไม่ได้ทดสอบ 4 แบบที่เหลือ (สามยอด จาน เพชร ปากอ้า) เพราะเขียนกติกาที่ไม่ต้องใช้สายตาไม่ได้ ซึ่งก็คือจุดอ่อนของพวกมันตามที่บอกไว้ในตารางแรก
ดู Double Top บนกราฟทองจริง (ตัวอย่างล่าสุด ไม่ได้เลือก)
กติกาของหน้านี้คือเอาเหตุการณ์ล่าสุดในชุดข้อมูล ไม่ใช่ตัวที่สวย Double Top ล่าสุดของทอง (PAXG/USDT H4) ที่โค้ดหาเจอ ทะลุเส้นคอเมื่อ 22 ต.ค. 2026 เวลา 15:00 ไทย ตัวเลขทุกตัวจากแท่งจริง:
ทำซ้ำเองบนกราฟ MT5 ของคุณได้ตามนี้ (ใช้ XAUUSD H4 ช่วงเดียวกัน ยอดและท้องอาจต่างจากตัวเลขข้างบนเล็กน้อยเพราะเวลาเปิดแท่งของโบรกไม่ใช่ UTC):
- เปิดกราฟ XAUUSD แล้วกด H4 บนแถบเครื่องมือ กด Ctrl+Y ให้เส้นแบ่งวันขึ้น จะได้ไล่วันที่ตรงกับภาพง่ายขึ้น
- ใส่ ZigZag ช่วยหายอด-ท้อง: Insert → Indicators → Custom → ZigZag ตั้ง Depth = 5 ให้ใกล้กับกติกา "5 แท่งซ้ายขวา" ของการวัดในหน้านี้
- ลากเส้นคอ: Insert → Objects → Lines → Horizontal Line ที่ low ของท้องระหว่างสองยอด แล้วดับเบิลคลิกเส้นอ่านค่าราคาในแท็บ Parameters
- วัดความสูง: กด Ctrl+F (Crosshair) คลิกค้างที่ high ของยอดสูงสุด ลากลงมาที่เส้นคอ ตัวเลขกลางที่โชว์คือระยะเป็นจุด (point) — ทอง 5 หลัก 114.48 $ = 11,448 point
- วาง SL กับเป้า: Horizontal Line อีกสองเส้น ที่ high ของยอด 2 (SL) และที่ราคาปิดแท่งทะลุ − ความสูง (เป้า) แล้วจดลงบันทึกการเทรดว่าแตะเส้นไหนก่อน หรือยังไม่แตะทั้งคู่
ทวนเรื่องแพทเทิร์นบน AlphaSigs Academy
ข้อเตือนที่สำคัญที่สุดของหน้านี้ — "ตัวเลขความน่าเชื่อถือของรูปแบบในตำราไม่ใช่ผลที่วัดบนสินค้าและไทม์เฟรมที่คุณเทรด" — มีเขียนไว้ตรง ๆ ในคำศัพท์ รูปแบบกราฟ (Chart Pattern) ของหน้า Academy บน alphasigs.net ซึ่งเปิดอ่านได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีสารานุกรมรูปแบบกราฟพร้อมภาพเคลื่อนไหวให้ดูต่อ:
- 1ชื่อคำศัพท์ รูปแบบกราฟ (แพทเทิร์น) พร้อมคำอธิบายสั้นว่าหมายถึง Head & Shoulders, Double Top, ธง, สามเหลี่ยม
- 2นิยาม แบ่งเป็นแบบกลับตัว (Double Top, Head & Shoulders) กับแบบไปต่อ (ธง, สามเหลี่ยม) — เส้นแบ่งเดียวกับกล่องข้อมูลต้นหน้านี้ และย้ำว่าแต่ละแบบมีจุดเข้า จุดวาง SL และเป้าตามรูปทรง
- 3ภาพเคลื่อนไหวแพทเทิร์นกลับตัว ที่เขียนเงื่อนไขเป็นลำดับ 4 ขั้น (ยอดเท่ากัน → กวาด → ดึงกลับ → ยืนยันแล้วเข้า) พร้อม SL เหนือไส้ที่กวาด — เป็นอีกวิธีอ่าน Double Top ที่เข้มกว่ากติกา "ปิดพ้นเส้นคอ" ของหน้านี้
- 4คำเตือน ตัวเลข "ความน่าเชื่อถือ" ของรูปแบบในตำราเป็นค่าอ้างอิงจากการศึกษาเก่า ไม่ใช่ผลที่วัดบนสินค้าและไทม์เฟรมที่คุณเทรด — คือเหตุผลที่หน้านี้วัดเองแทนที่จะยกตัวเลขจากตำรา
- 5คำที่เกี่ยวข้อง แท่งเทียน · การทะลุแนว · QM · ฮาร์มอนิก และปุ่ม เรียนต่อใน สารานุกรมรูปแบบกราฟ ที่พาไปดูรูปแบบทีละแบบพร้อมภาพเคลื่อนไหว
- เปิด คำศัพท์ "รูปแบบกราฟ" บน AlphaSigs Academy (ไม่ต้องล็อกอิน)
- อ่านกล่อง "ระวัง" ก่อน แล้วค่อยเลื่อนขึ้นไปดูภาพเคลื่อนไหว — จะเห็นว่า SL ของวิธีนี้อยู่เหนือไส้ที่กวาด ไม่ใช่ที่ยอด แปลว่า R แคบกว่ากติกาของหน้านี้มาก และตัวเลขถึงเป้าจะเป็นคนละชุดกัน
- กด เรียนต่อใน สารานุกรมรูปแบบกราฟ เพื่อดูรูปแบบที่เหลือ รวมถึงกลุ่มไปต่อที่หน้านี้ตัดออก
Volume ที่ตำราบอกให้ดู ใช้กับ Forex ไม่ได้
ถ้าไปอ่านตำราแพทเทิร์นเล่มไหนก็ตาม จะเจอเงื่อนไขเรื่องปริมาณการซื้อขายแทบทุกรูปแบบ — และเงื่อนไขเหล่านั้นเขียนขึ้นสำหรับตลาดหุ้น ซึ่งมีศูนย์กลางเดียวที่รู้จำนวนหุ้นที่ซื้อขายจริง
ส่วน Forex เป็นตลาด over-the-counter ไม่มีศูนย์กลาง ไม่มีใครรู้ปริมาณรวมทั้งตลาด ตัวเลขที่ MT4/MT5 แสดงในช่อง Volume จึงไม่ใช่ปริมาณการซื้อขาย:
| รูปแบบ | ตำราหุ้นบอกให้ดูอะไร | ค่า Volume ใน MT4/MT5 คืออะไรจริง ๆ | ใช้อะไรแทนได้ |
|---|---|---|---|
| สองยอด / สามยอด | ยอดหลัง ๆ ปริมาณควรลดลง | จำนวนครั้งที่ราคาเปลี่ยน (tick) ที่โบรกรายนั้นส่งมาให้ ไม่ใช่จำนวนสัญญาและไม่ใช่จำนวนเงิน · โบรกคนละรายให้เลขไม่เท่ากันบนแท่งเดียวกัน | ระยะที่ราคาเดินต่อแท่ง (ATR) — แท่งสั้นลงแปลว่าแรงลด ซึ่งเป็นสิ่งที่ตำราต้องการสื่อจริง ๆ ความกว้างของ spread — กว้างขึ้นแปลว่าสภาพคล่องบางลง |
| หัวไหล่ | ไหล่ขวาปริมาณควรเบากว่าหัว | ||
| จานหงาย / จานคว่ำ | ท้องจานปริมาณต่ำ ขอบขวาปริมาณเพิ่ม | ||
| สามเหลี่ยมปากอ้า | ปริมาณควรเพิ่มตามความกว้าง |
แพทเทิร์นต้องใช้กี่จุดกลับตัวถึงจะสมบูรณ์
ยิ่งต้องการจุดกลับตัวมาก ยิ่งใช้เวลานาน และยิ่งมีโอกาสที่รูปแบบจะ "เกือบ" สมบูรณ์แล้วพังกลางทาง ตารางนี้นับจากนิยามล้วน ๆ และเติมความถี่ที่วัดได้จริงบน H4:
| รูปแบบ | จุดกลับตัวขั้นต่ำที่ต้องมี | นับรวมจุดที่ทะลุเส้นคอ | เจอบ่อยแค่ไหน (H4 · ต่อตลาดต่อปี) | ข้อสังเกต |
|---|---|---|---|---|
| สองยอด / สองท้อง | 3 (ยอด · ท้อง · ยอด) | 4 | 19–21 ครั้ง (วัดจริง) | เร็วที่สุดในกลุ่ม จึงเจอบ่อยที่สุด · ค่ากลางกว้าง 13 แท่ง และทะลุเส้นคอหลังยอดที่ 2 ค่ากลาง 10 แท่ง |
| หัวไหล่ | 5 (ไหล่ · ท้อง · หัว · ท้อง · ไหล่) | 6 | 7–9 ครั้ง (วัดจริง) | จุดอ้างอิงชัดที่สุด วัดเป้าได้ตรงกันมากที่สุด · ค่ากลางกว้าง 30 แท่ง = 5 วัน |
| สามยอด / สามท้อง | 5 (ยอด · ท้อง · ยอด · ท้อง · ยอด) | 6 | ไม่ได้วัด | ถ้ายอดกลางสูงกว่า มันคือหัวไหล่ ไม่ใช่สามยอด |
| สามเหลี่ยมปากอ้า | 5 | 6 | ไม่ได้วัด | "ขอบ" ลากได้หลายแบบ เป้าจึงต่างกันได้มาก |
| เพชร | 6 | 7 | ไม่ได้วัด | ใช้เวลานานสุด และพบไม่บ่อย |
| จานหงาย / จานคว่ำ | นับไม่ได้ — เป็นโค้งต่อเนื่อง | — | ไม่ได้วัด | ไม่มีจุดอ้างอิงคม ๆ จึงยืนยันตัวเลขได้ยากที่สุด |
ข้อสรุปจากตารางนี้ตรงไปตรงมา — สองยอดกับหัวไหล่คือสองแบบที่คุ้มค่าที่สุดที่จะเรียนให้แม่น เพราะจุดอ้างอิงชัด วัดเป้าได้ตรงกัน และเกิดบ่อยพอที่จะเก็บสถิติได้ (ซึ่งหน้านี้เก็บให้แล้ว และผลออกมาคนละทาง) ส่วนเพชรกับจานหงายนั้นสวยในตำรา แต่พอเอามาใช้จริงจะเถียงกันไม่จบว่าตรงไหนคือขอบ
5 ข้อที่ต้องเช็กก่อนเทรดแพทเทิร์นกลับตัว
มีเทรนด์มาก่อนหรือไม่ — แล้ววัดด้วยว่ามันช่วยจริงไหม
ตำราบอกว่าถ้าไม่มีเทรนด์ให้กลับ รูปทรงนั้นก็ไม่ใช่รูปแบบกลับตัว แต่ในข้อมูล 3 ปีของหน้านี้ Double Top ที่มีเทรนด์แรงมาก่อนกลับถึงเป้า 18 ใน 40 ซึ่งแย่กว่ากลุ่มที่ไม่มี (60 ใน 91) — ใช้กฎนี้ได้ แต่ต้องเก็บสถิติของตัวเองว่ามันช่วยในตลาดที่คุณเทรดจริงหรือเปล่า
ราคาปิดพ้นเส้นคอแล้วหรือยัง
ไส้เทียนที่แทงพ้นเส้นคอแล้วดึงกลับไม่นับว่าทะลุ ถ้านับ คุณจะเจอ "รูปแบบสมบูรณ์" หลายครั้งต่อวันบนไทม์เฟรมเล็ก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ตำราหมายถึง (การวัดทั้งหมดในหน้านี้ใช้ราคาปิด)
ลากเส้นคอไว้ตรงไหน และเปลี่ยนหรือยัง
เส้นคอที่เลื่อนได้ตามใจ ทำให้ทั้งจุดเข้าและเป้าเลื่อนตาม ลากครั้งเดียวแล้วอย่าขยับ ถ้าอยากขยับ ให้จดไว้ว่าขยับเพราะอะไร
SL ที่เลือกทำให้ล็อตยังอยู่ในกรอบความเสี่ยงไหม
SL ที่ยอดของ Double Top บน H4 กว้างค่ากลาง 3.9 เท่าของ ATR ถ้ากว้างจนต้องใช้ล็อตเล็กกว่าขั้นต่ำ 0.01 แปลว่าไม้นี้ใหญ่เกินพอร์ต ให้ข้าม ไม่ใช่ขยับ SL เข้ามาให้พอดีล็อต — วิธีคำนวณอยู่ที่ เครื่องคำนวณขนาดล็อต MT4
หักต้นทุนออกจากเป้าแล้วยังคุ้มไหม
ผลสุทธิ +0.13R ต่อไม้ของ Double Top คือตัวเลขก่อนสเปรดและคอมมิชชั่น ถ้าเทรดทองที่ต้นทุนไป-กลับสูง หรือย่อไทม์เฟรมลงจน SL แคบ ตัวเลขนี้หายได้ทั้งก้อน — ดูวิธีคิดที่ ค่า spread คิดเป็นเงินเท่าไร
คำถามที่พบบ่อยเรื่องแพทเทิร์นกลับตัว
Double Top แม่นกี่เปอร์เซ็นต์
ขึ้นกับนิยาม ถ้า "แม่น" = ไปถึงเป้าเต็ม (ความสูงของรูปแบบ) ก่อนโดน SL ที่ยอดที่ 2 บน H4 ของทอง EUR และ BTC 3 ปี ได้ 78 ใน 131 ครั้ง (59.5%) เทียบกับการสุ่มเข้าที่ระยะเดียวกัน 52.8% และถ้านับ 49 ครั้งที่ยังไม่ตัดสินเป็นไม่ถึงเป้า จะเหลือ 43.3% ตัวเลขนี้ยังไม่หักต้นทุน
หัวไหล่ (Head and Shoulders) แม่นกี่เปอร์เซ็นต์
ด้วยนิยามเดียวกัน หัวไหล่ไปถึงเป้าเต็มแค่ 17 ใน 61 ครั้ง (27.9%) ซึ่งต่ำกว่าการสุ่มเข้า 34.0% — เพราะเป้าตามตำราของหัวไหล่ไกลกว่า (1.67 เท่าของ SL) ถ้าปิดที่ 1R แทน ได้ 32 ใน 61 (52.5%) ซึ่งแค่พ้นเสมอตัว
ต้องรอราคาย้อนมาทดสอบเส้นคอ (retest) ไหม
ในข้อมูลที่วัด ราคาย้อนมาแตะเส้นคอ 77% ของครั้ง และเมื่อย้อนมาแล้ว รูปแบบไม่เหลือข้อได้เปรียบเหนือการสุ่มเข้า (48 ใน 97 vs 51.5%) แต่การเข้าที่เส้นคอตอน retest ทำให้ R แคบลงจนผลสุทธิดีขึ้นเป็น +0.12R ส่วนราคาแลกคือพลาดกลุ่มที่ไม่ย้อนกลับมา ซึ่งถึงเป้า 30 ใน 34 — ไม่มีคำตอบเดียว ต้องเลือกแล้วใช้วิธีเดิมตลอดเพื่อให้สถิติของตัวเองใช้ได้
แพทเทิร์นกลับตัวกับแท่งเทียนกลับตัว ต่างกันยังไง
แท่งเทียนกลับตัวดูแค่ 1–3 แท่ง ไม่มีกฎวัดเป้า ส่วนแพทเทิร์นกลับตัวดูโครงสร้างหลายสิบแท่งและมีกฎวัดเป้าในตัว ผลวัด 3 ปีของแท่งเทียนอยู่ที่ แท่งเทียนกลับตัว คืออะไร (เข้าทันที 46.8% ที่เป้า 1R) ซึ่งเทียบกับ Double Top ในหน้านี้ไม่ได้ตรง ๆ เพราะระยะ SL และเป้าคนละแบบ
สรุป — 4 ข้อที่ยืนยันได้จากนิยาม และ 3 ข้อที่ได้จากการวัดจริง 3 ปี
- แพทเทิร์นกลับตัวทุกแบบใช้กฎวัดเป้าเดียวกัน คือ ความสูงของรูปแบบ ยิงต่อจากจุดที่ทะลุเส้นคอ ต่างกันแค่ว่าวัดความสูงจากตรงไหน
- จุดวาง SL เปลี่ยนเลขของไม้นั้นได้มากกว่าตัวรูปแบบเสียอีก — เป้าเดียวกัน จุดเข้าเดียวกัน แต่เปอร์เซ็นต์ที่ต้องถูกทางเพื่อเสมอตัวขยับจาก 9.1% ถึง 50% และกำไรที่ความเสี่ยงเท่ากันต่างกัน 10 เท่า
- การรอราคาย้อนมาทดสอบเส้นคอ ลดเปอร์เซ็นต์ที่ต้องถูกทางจาก 37.5% เหลือ 21.9% ซึ่งเป็นทิศทางตรงข้ามกับการรอแท่งยืนยันของแท่งเทียน เพราะจุดเข้าเดินเข้าหา SL แทนที่จะเดินออก
- เงื่อนไข Volume ในตำราใช้กับ Forex ไม่ได้ เพราะค่า Volume ใน MT4/MT5 คือจำนวน tick ของโบรกรายเดียว ไม่ใช่ปริมาณการซื้อขายจริง
- Double Top / Bottom บน H4 ไปถึงเป้าเต็ม 59.5% (78 ใน 131) สูงกว่าการสุ่มเข้าที่ระยะเดียวกัน 6.7 จุด และเหนือจุดเสมอตัว 51.6% ก่อนหักต้นทุน = +0.13R ต่อไม้
- หัวไหล่ไปถึงเป้าเต็มแค่ 27.9% (17 ใน 61) ต่ำกว่าการสุ่มเข้า 34.0% กฎวัดเป้าข้อเดียวกันให้เป้าที่ไกลเกินสำหรับรูปแบบนี้ ปิดที่ 1R ได้ 52.5% ซึ่งแค่เสมอตัว
- ราคาย้อนมาแตะเส้นคอ 77% ของครั้ง และค่ากลางคือแท่งถัดไปทันที — กลุ่มที่ไม่ย้อนคือไม้ที่ดีที่สุด (30 ใน 34 ถึงเป้า) การรอ retest จึงแลกผลสุทธิที่ดีขึ้นต่อไม้ กับการพลาดไม้ที่แรงที่สุด
อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง: แท่งเทียนกลับตัว คืออะไร · แพทเทิร์นสามเหลี่ยม (กลุ่มไปต่อ) · Retest คืออะไร · แนวรับ แนวต้าน คืออะไร · ทฤษฎีดาว · Trailing Stop · คลังคู่มือทั้งหมด
และถ้าอยากเทียบวิธีคิดในหน้านี้กับสัญญาณที่มีตัวเลขกำกับทุกไม้ ดูได้ที่ alphasigs.net
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขในตารางคำนวณเป็นตัวอย่างสมมติที่ใช้แสดงวิธีคิด ส่วนผลวัด 3 ปีเป็นการทดสอบย้อนหลังบนข้อมูล Binance H4 ที่ยังไม่หักต้นทุนการเทรด ผลในอดีตไม่ใช่การรับประกันผลในอนาคต การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ผู้อ่านควรทดสอบด้วยบัญชีทดลองและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น