แพทเทิร์นกลับตัว คืออะไร — 6 รูปแบบกราฟกลับตัว วิธีวัดเป้า และจุดวาง SL ที่เปลี่ยน R:R ได้ 10 เท่า

หัวไหล่ (Head and Shoulders) เส้นคอ (neckline) เป้า = เส้นคอ ลบ ความสูง ความสูง ระยะเท่ากัน ไหล่ซ้าย หัว ไหล่ขวา SL เหนือหัว SL เหนือไหล่ขวา SL ชิดเส้นคอ เข้า เป้าเท่ากันทั้ง 3 แบบ แต่ระยะเสี่ยงต่างกัน 10 เท่า แพทเทิร์นกลับตัว วัดเป้าอย่างไร วาง SL ตรงไหน โดย คนเล่น Forex รูปแบบกลับตัวที่วัดเป้าได้ 6 แบบ ใช้กฎวัดเป้าเดียวกันหมด ต้องถูกทางกี่ % จึงเสมอตัว 9.1% ถึง 50% แค่เปลี่ยนจุดวาง SL ฉบับคำนวณจริง
รูปแบบกราฟ

แพทเทิร์นกลับตัว (Reversal Pattern) คืออะไร — 6 รูปแบบกราฟกลับตัว พร้อมกฎวัดเป้าที่ใช้ได้ทุกแบบ และเหตุผลว่าทำไมจุดวาง SL ถึงสำคัญกว่าตัวรูปแบบ

แพทเทิร์นกลับตัว คือรูปทรงที่ราคาสร้างขึ้นจากจุดกลับตัวหลายจุดต่อกัน (ยอด ท้อง ยอด) ซึ่งบอกว่าฝั่งที่ครองตลาดเดิมผลักต่อไม่ไหว ต่างจากแท่งเทียนกลับตัวตรงที่ใช้เวลานานกว่ามากและมีสิ่งที่แท่งเทียนไม่มีเลย คือ กฎวัดเป้าที่คำนวณเป็นตัวเลขได้ หน้านี้ให้ทั้ง 6 รูปแบบพร้อมวิธีวัดเป้า และ ตารางคำนวณตามได้ 6 ชุด แต่แกนกลางคือสิ่งที่บทความแพทเทิร์นภาษาไทยไม่เขียน — รูปแบบเดียวกัน เป้าเดียวกัน แต่แค่เปลี่ยนจุดวาง Stop Loss เปอร์เซ็นต์ที่ต้องถูกทางเพื่อเสมอตัวขยับจาก 9.1% ไปถึง 50% ต่างกัน 5.5 เท่า ซึ่งแปลว่า จุดวาง SL ตัดสินไม้นั้นมากกว่าตัวรูปแบบเสียอีก

แผนภาพรูปแบบกราฟ 6 แบบ แสดงตำแหน่งจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายของแต่ละรูปแบบ
แผนภาพนี้เป็นรูปแบบ "ไปต่อ" (continuation) ไม่ใช่รูปแบบกลับตัว แต่เอามาแสดงไว้เพราะมันบอกสิ่งที่เหมือนกันทุกแพทเทิร์นบนโลก — ทุกอันระบุ entry · stop · target ครบสามอย่าง และเป้าหมายมาจากขนาดของรูปแบบเอง เสมอ นั่นคือกฎที่หน้านี้จะใช้กับรูปแบบกลับตัวทั้ง 6 แบบ

แพทเทิร์นกลับตัว คืออะไร (คำตอบสั้น ๆ ก่อน)

แพทเทิร์นกลับตัว (Reversal Chart Pattern) คือรูปทรงที่เกิดจากจุดกลับตัวของราคาหลายจุดเรียงต่อกันจนเป็นโครงสร้างที่ตั้งชื่อได้ เช่น สองยอดเท่ากัน (Double Top) หรือยอดกลางสูงกว่ายอดข้าง ๆ (Head and Shoulders) และมันจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อราคาทะลุ "เส้นคอ" (neckline) ออกไปแล้วเท่านั้น

สิ่งที่ทำให้แพทเทิร์นกลุ่มนี้ต่างจากเครื่องมืออื่นคือ มันมาพร้อมกฎวัดเป้าในตัว ไม่ต้องเดาว่าจะไปถึงไหน:

เป้าของแพทเทิร์นกลับตัว = ความสูงของรูปแบบ ยิงต่อจากจุดที่ทะลุเส้นคอ — กฎข้อเดียวนี้ใช้ได้กับทั้ง 6 รูปแบบในหน้านี้ ต่างกันแค่ว่า "ความสูง" วัดจากตรงไหน
เส้นแบ่งกับหน้าอื่น อ่านให้ชัดก่อนจะได้ไม่หลงทาง
หน้านี้ = แพทเทิร์นกราฟกลับตัว — โครงสร้างหลายสวิง ใช้เวลาเป็นสิบ ๆ แท่ง
แท่งเทียนกลับตัว (ค้อน · กลืนกิน · ดาวประจำค่ำ) ใช้แค่ 1–3 แท่ง อยู่ที่ แท่งเทียนกลับตัว คืออะไร
แพทเทิร์นแบบ "ไปต่อ" (สามเหลี่ยม · ธง · ลิ่ม · สี่เหลี่ยม) เป็นคนละกลุ่ม อยู่ที่ แพทเทิร์นสามเหลี่ยม
⚠️ ฉบับเก่าของหน้านี้เอาสองกลุ่มมาปนกัน (มีทั้งสามเหลี่ยม ธง และถ้วยมีหู อยู่ใต้หัวข้อ "Reversal Patterns") ฉบับนี้แยกออกแล้ว เพราะกลุ่มไปต่อกับกลุ่มกลับตัวให้สัญญาณตรงข้ามกัน การจำปนกันคือการอ่านกราฟผิดทางตั้งแต่ต้น
9.1% → 50%ช่วงของเปอร์เซ็นต์ที่ต้องถูกทางเพื่อเสมอตัว จากการเปลี่ยนจุดวาง SL อย่างเดียว
10 เท่าความต่างของระยะเสี่ยงระหว่างวาง SL ชิดเส้นคอ กับวางเหนือหัว
5 จุดจำนวนจุดกลับตัวขั้นต่ำที่หัวไหล่ต้องมี ก่อนจะเรียกว่าเป็นรูปแบบได้

6 รูปแบบกราฟกลับตัว พร้อมวิธีวัดเป้าของแต่ละแบบ

ตารางนี้เขียนให้ตรวจได้จากโครงสร้าง ไม่ใช่จากความรู้สึกว่า "ดูเหมือน" อะไร คำว่า เส้นคอ หมายถึงระดับที่ราคาเด้งขึ้นหรือลงกลับมาทดสอบระหว่างสร้างรูปแบบ ซึ่งก็คือแนวรับหรือแนวต้านนั่นเอง:

รูปแบบโครงสร้างที่ต้องเห็นสมบูรณ์เมื่อวัดเป้าอย่างไร
สองยอด / สองท้อง
Double Top / Bottom
ยอด 2 ยอดที่สูงใกล้เคียงกัน คั่นด้วยท้อง 1 ท้องราคาปิดทะลุเส้นคอ (ระดับของท้องกลาง)ความสูง = ยอด − เส้นคอ · ยิงต่อจากจุดทะลุ
สามยอด / สามท้อง
Triple Top / Bottom
ยอด 3 ยอดที่สูงใกล้เคียงกัน คั่นด้วยท้อง 2 ท้องราคาปิดทะลุเส้นคอเหมือนสองยอด · ใช้ยอดที่สูงสุด
หัวไหล่ / หัวไหล่กลับหัว
Head and Shoulders
ยอด 3 ยอด โดยยอดกลางสูงที่สุด และยอดข้างสองข้างใกล้เคียงกันราคาปิดทะลุเส้นคอที่ลากผ่านท้องทั้งสองความสูง = หัว − เส้นคอ · ยิงต่อจากจุดทะลุ
จานหงาย / จานคว่ำ
Rounding Bottom / Top
ราคาโค้งเปลี่ยนทิศอย่างช้า ๆ ไม่มีจุดกลับตัวคม ๆ ให้ชี้ราคาปิดพ้นระดับขอบของโค้งความลึกของโค้ง = ขอบ − จุดต่ำสุด (หรือสูงสุด)
เพชร
Diamond Top / Bottom
สวิงกว้างขึ้นก่อน แล้วค่อยแคบลง จนเป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดราคาปิดทะลุขอบด้านล่าง (หรือบน) ของครึ่งหลังความสูงส่วนที่กว้างที่สุด ของรูปแบบ
สามเหลี่ยมปากอ้า
Broadening Formation
ยอดสูงขึ้นเรื่อย ๆ และท้องต่ำลงเรื่อย ๆ พร้อมกันราคาปิดพ้นเส้นขอบล่าง (หรือบน)ความกว้างของสวิงล่าสุด
⚠️
สามแบบล่างของตารางวัดยากกว่าสามแบบบนมาก — จานหงายไม่มีจุดกลับตัวคม ๆ ให้ชี้ จึงตัดสินด้วยสายตาเป็นหลัก ส่วนเพชรและสามเหลี่ยมปากอ้าต้องรอสวิงหลายรอบและ "ขอบ" ก็ลากได้หลายแบบ ถ้าสองคนลากเส้นแล้วได้เป้าไม่ตรงกัน แปลว่ารูปแบบนั้นยังไม่ใช่เครื่องมือที่วัดผลได้ หน้านี้จึงใช้ หัวไหล่ เป็นตัวอย่างหลักในการคำนวณ เพราะเป็นแบบที่จุดอ้างอิงชัดที่สุด

ตัวอย่างคำนวณจริง — หัวไหล่บน EURUSD

วางตัวเลขให้ครบทุกจุดแล้วคำนวณตามได้เลย:

  • ไหล่ซ้าย 1.1120 · หัว 1.1200 · ไหล่ขวา 1.1120
  • เส้นคอ (ลากผ่านท้องทั้งสอง) 1.1000
  • ความสูงของรูปแบบ = 1.1200 − 1.1000 = 200 pip
  • เป้า = 1.1000 − 0.0200 = 1.0800
  • จุดเข้า = ราคาปิดใต้เส้นคอ = 1.1000 ⇒ ระยะกำไรถึงเป้า 200 pip
วัดความสูงจากหัวถึงเส้นคอ แล้วยิงระยะเท่ากันลงไป 1.12001.10001.0800 ไหล่ซ้ายหัว 1.1200ไหล่ขวา เส้นคอ 1.1000 200 pip 200 pip เท่ากัน เข้า เป้า 1.0800 เป้าถูกกำหนดโดยขนาดของรูปแบบเอง ไม่ใช่โดยความคาดหวังของคนเทรด
ทั้งกระบวนการมีแค่สองขั้น — วัดความสูง แล้วยิงระยะเท่ากันจากจุดทะลุ จุดสำคัญคือเป้านี้ถูกกำหนดตั้งแต่ก่อนคุณเข้าไม้ และไม่ได้ขึ้นกับว่าคุณอยากได้เท่าไร

จุดวาง Stop Loss ตัดสินไม้นั้นมากกว่าตัวรูปแบบ

เป้าอยู่ที่ 1.0800 เหมือนกันทุกแบบ จุดเข้าอยู่ที่ 1.1000 เหมือนกันทุกแบบ เปลี่ยนแค่ที่เดียวคือจุดวาง SL แล้วดูว่าเลขทั้งไม้เปลี่ยนไปแค่ไหน (คิดที่ความเสี่ยงคงที่ $20 ต่อไม้ · EURUSD 1.00 lot = $10 ต่อ pip):

วาง SL ตรงไหนราคา SLระยะเสี่ยงR:Rต้องถูกทางกี่ % จึงเสมอตัวล็อตที่เสี่ยง $20กำไรถ้าถึงเป้า
ชิดเส้นคอ (เหนือขึ้นไป 20 pip)1.102020 pip1 : 10.009.1%0.10 lot$200
เหนือไหล่ขวา1.1120120 pip1 : 1.6737.5%0.017 lot$33
เหนือหัว1.1200200 pip1 : 1.0050.0%0.010 lot$20
รูปแบบเดียวกัน เป้าเดียวกัน ความเสี่ยงเป็นเงินเท่ากันที่ $20 — แต่กำไรถ้าถึงเป้าต่างกัน 10 เท่า และเปอร์เซ็นต์ที่ต้องถูกทางต่างกัน 5.5 เท่า ทั้งหมดนี้ตัดสินโดยจุดที่คุณลาก SL ไม่ใช่โดยตัวแพทเทิร์น
เป้าเท่ากัน จุดเข้าเท่ากัน เปลี่ยนแค่ SL ชิดเส้นคอ · 20 pip เหนือไหล่ขวา · 120 pip เหนือหัว · 200 pip 9.1% 37.5% 50.0% แถบส้ม = สัดส่วนที่ต้องถูกทางเพื่อเสมอตัว · แถบน้ำเงิน = 100% SL แคบได้เลขสวยที่สุดบนกระดาษ แต่เป็นอันที่โดนน็อกง่ายที่สุดตอนราคาย้อนมาทดสอบเส้นคอ
แถวบนสุดดูดีที่สุดในตาราง แต่ SL 20 pip คือระยะที่การย้อนกลับมาทดสอบเส้นคอตามปกติน็อกทิ้งได้สบาย ๆ — ตัวเลข 9.1% จึงไม่ได้แปลว่าง่ายกว่า แปลว่าต้องแลกกับการโดนปิดก่อนบ่อยขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เลขคณิตในตารางไม่ได้บอก

เข้าตอนทะลุ หรือรอราคาย้อนมาทดสอบเส้นคอ

หลังราคาทะลุเส้นคอ มันมักย้อนกลับมาแตะเส้นคอจากอีกด้านหนึ่ง (retest) คำถามคือควรเข้าตอนทะลุเลย หรือรอจังหวะนั้น มาดูตัวเลขกัน โดยวาง SL ไว้ที่เดิมทั้งสองแบบคือเหนือไหล่ขวา 1.1120:

รายการเข้าทันทีที่ทะลุรอย้อนมาทดสอบเส้นคอต่างกัน
ราคาเข้า1.10001.1050เข้าได้ราคาดีกว่า 50 pip
Stop Loss1.11201.1120เท่ากัน
ระยะเสี่ยง120 pip70 pipแคบลง 42%
ระยะกำไรถึงเป้า 1.0800200 pip250 pipเพิ่มขึ้น 50 pip
R:R1 : 1.671 : 3.57
ต้องถูกทางกี่ % จึงเสมอตัว37.5%21.9%ลดลง 15.6 จุดเปอร์เซ็นต์
กำไรถ้าถึงเป้า (เสี่ยง $20 เท่ากัน)$33$71มากกว่า 2.1 เท่า
⚠️
🔑 สังเกตว่ากรณีนี้ตรงข้ามกับแท่งเทียนกลับตัว — ในบทความ แท่งเทียนกลับตัว การรอแท่งยืนยันเพิ่มเปอร์เซ็นต์ที่ต้องถูกทางจาก 16.7% เป็น 37.5% แต่ที่นี่การรอกลับลดจาก 37.5% เหลือ 21.9% เหตุผลเป็นกลไกล้วน ๆ: กรณีแท่งเทียน SL อยู่กับที่แต่จุดเข้าขยับออกห่างจาก SL ส่วนกรณีนี้ SL อยู่กับที่แต่จุดเข้าขยับเข้าใกล้ SL"รอ" ไม่ได้ดีหรือแย่ในตัวมันเอง ขึ้นกับว่าการรอนั้นทำให้จุดเข้าเดินไปทางไหนเทียบกับ SL
ต้นทุนที่ตารางนี้ไม่ได้แสดง: ถ้าราคาไม่ย้อนกลับมา คุณจะไม่ได้เข้าเลย และไม้ที่วิ่งไปเลยมักเป็นไม้ที่แรงที่สุด — ข้อนี้วัดจากเลขคณิตไม่ได้ ต้องเก็บสถิติของตัวเอง

Volume ที่ตำราบอกให้ดู ใช้กับ Forex ไม่ได้

ถ้าไปอ่านตำราแพทเทิร์นเล่มไหนก็ตาม จะเจอเงื่อนไขเรื่องปริมาณการซื้อขายแทบทุกรูปแบบ — และเงื่อนไขเหล่านั้นเขียนขึ้นสำหรับตลาดหุ้น ซึ่งมีศูนย์กลางเดียวที่รู้จำนวนหุ้นที่ซื้อขายจริง

ส่วน Forex เป็นตลาด over-the-counter ไม่มีศูนย์กลาง ไม่มีใครรู้ปริมาณรวมทั้งตลาด ตัวเลขที่ MT4/MT5 แสดงในช่อง Volume จึงไม่ใช่ปริมาณการซื้อขาย:

รูปแบบตำราหุ้นบอกให้ดูอะไรค่า Volume ใน MT4/MT5 คืออะไรจริง ๆใช้อะไรแทนได้
สองยอด / สามยอดยอดหลัง ๆ ปริมาณควรลดลงจำนวนครั้งที่ราคาเปลี่ยน (tick) ที่โบรกรายนั้นส่งมาให้ ไม่ใช่จำนวนสัญญาและไม่ใช่จำนวนเงิน · โบรกคนละรายให้เลขไม่เท่ากันบนแท่งเดียวกันระยะที่ราคาเดินต่อแท่ง (ATR) — แท่งสั้นลงแปลว่าแรงลด ซึ่งเป็นสิ่งที่ตำราต้องการสื่อจริง ๆ
ความกว้างของ spread — กว้างขึ้นแปลว่าสภาพคล่องบางลง
หัวไหล่ไหล่ขวาปริมาณควรเบากว่าหัว
จานหงาย / จานคว่ำท้องจานปริมาณต่ำ ขอบขวาปริมาณเพิ่ม
สามเหลี่ยมปากอ้าปริมาณควรเพิ่มตามความกว้าง
นี่คือประเด็นเดียวกับที่อธิบายไว้ในบทความ ทฤษฎีดาว (Dow Theory) — หลักข้อที่ว่าด้วยปริมาณการซื้อขายเป็นหนึ่งในสองข้อของทฤษฎีดาวที่ใช้กับ Forex ไม่ได้ตรง ๆ ไม่ใช่เพราะทฤษฎีผิด แต่เพราะข้อมูลที่ทฤษฎีต้องการไม่มีอยู่ในตลาดนี้

แพทเทิร์นต้องใช้กี่จุดกลับตัวถึงจะสมบูรณ์

ยิ่งต้องการจุดกลับตัวมาก ยิ่งใช้เวลานาน และยิ่งมีโอกาสที่รูปแบบจะ "เกือบ" สมบูรณ์แล้วพังกลางทาง ตารางนี้นับจากนิยามล้วน ๆ:

รูปแบบจุดกลับตัวขั้นต่ำที่ต้องมีนับรวมจุดที่ทะลุเส้นคอข้อสังเกต
สองยอด / สองท้อง3 (ยอด · ท้อง · ยอด)4เร็วที่สุดในกลุ่ม จึงเจอบ่อยที่สุด และ "หลอก" บ่อยที่สุดด้วย
หัวไหล่5 (ไหล่ · ท้อง · หัว · ท้อง · ไหล่)6จุดอ้างอิงชัดที่สุด วัดเป้าได้ตรงกันมากที่สุด
สามยอด / สามท้อง5 (ยอด · ท้อง · ยอด · ท้อง · ยอด)6ถ้ายอดกลางสูงกว่า มันคือหัวไหล่ ไม่ใช่สามยอด
สามเหลี่ยมปากอ้า56"ขอบ" ลากได้หลายแบบ เป้าจึงต่างกันได้มาก
เพชร67ใช้เวลานานสุด และพบไม่บ่อย
จานหงาย / จานคว่ำนับไม่ได้ — เป็นโค้งต่อเนื่องไม่มีจุดอ้างอิงคม ๆ จึงยืนยันตัวเลขได้ยากที่สุด

ข้อสรุปจากตารางนี้ตรงไปตรงมา — สองยอดกับหัวไหล่คือสองแบบที่คุ้มค่าที่สุดที่จะเรียนให้แม่น เพราะจุดอ้างอิงชัด วัดเป้าได้ตรงกัน และเกิดบ่อยพอที่จะเก็บสถิติได้ ส่วนเพชรกับจานหงายนั้นสวยในตำรา แต่พอเอามาใช้จริงจะเถียงกันไม่จบว่าตรงไหนคือขอบ


5 ข้อที่ต้องเช็กก่อนเทรดแพทเทิร์นกลับตัว

1

มีเทรนด์มาก่อนหรือไม่

เหมือนแท่งเทียนกลับตัวทุกประการ — ถ้าไม่มีเทรนด์ให้กลับ รูปทรงนั้นก็ไม่ใช่รูปแบบกลับตัว หัวไหล่ที่โผล่กลางกรอบ sideway เป็นแค่คลื่นสามลูกธรรมดา

2

ราคาปิดพ้นเส้นคอแล้วหรือยัง

ไส้เทียนที่แทงพ้นเส้นคอแล้วดึงกลับไม่นับว่าทะลุ ถ้านับ คุณจะเจอ "รูปแบบสมบูรณ์" หลายครั้งต่อวันบนไทม์เฟรมเล็ก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ตำราหมายถึง

3

ลากเส้นคอไว้ตรงไหน และเปลี่ยนหรือยัง

เส้นคอที่เลื่อนได้ตามใจ ทำให้ทั้งจุดเข้าและเป้าเลื่อนตาม ลากครั้งเดียวแล้วอย่าขยับ ถ้าอยากขยับ ให้จดไว้ว่าขยับเพราะอะไร

4

SL ที่เลือกทำให้ล็อตยังอยู่ในกรอบความเสี่ยงไหม

SL เหนือหัวอาจกว้าง 200 pip จนต้องใช้ล็อตเล็กมาก ถ้าเล็กกว่าขั้นต่ำ 0.01 แปลว่าไม้นี้ใหญ่เกินพอร์ต ให้ข้าม ไม่ใช่ขยับ SL เข้ามาให้พอดีล็อต — วิธีคำนวณอยู่ที่ เครื่องคำนวณขนาดล็อต MT4

5

หักต้นทุนออกจากเป้าแล้วยังคุ้มไหม

เป้า 200 pip ที่หัก spread และคอมมิชชั่นแล้วเหลือเท่าไร ถ้าเทรดทองที่ต้นทุนไป-กลับสูงกว่ามาก ตัวเลขจะเปลี่ยนไปเยอะ — ดูวิธีคิดที่ ค่า spread คิดเป็นเงินเท่าไร

ถ้าอยากเห็นสัญญาณที่ระบุจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายเป็นตัวเลขครบตั้งแต่ตอนส่ง จนคำนวณ R:R ได้ทันทีแบบเดียวกับตารางในหน้านี้ ดูตัวอย่างได้ที่ AlphaSignals

สรุป — 4 ข้อที่ยืนยันได้ และ 1 ข้อที่ยืนยันไม่ได้

  • แพทเทิร์นกลับตัวทุกแบบใช้กฎวัดเป้าเดียวกัน คือ ความสูงของรูปแบบ ยิงต่อจากจุดที่ทะลุเส้นคอ ต่างกันแค่ว่าวัดความสูงจากตรงไหน
  • จุดวาง SL เปลี่ยนเลขของไม้นั้นได้มากกว่าตัวรูปแบบเสียอีก — เป้าเดียวกัน จุดเข้าเดียวกัน แต่เปอร์เซ็นต์ที่ต้องถูกทางเพื่อเสมอตัวขยับจาก 9.1% ถึง 50% และกำไรที่ความเสี่ยงเท่ากันต่างกัน 10 เท่า
  • การรอราคาย้อนมาทดสอบเส้นคอ ลดเปอร์เซ็นต์ที่ต้องถูกทางจาก 37.5% เหลือ 21.9% ซึ่งเป็นทิศทางตรงข้ามกับการรอแท่งยืนยันของแท่งเทียน เพราะจุดเข้าเดินเข้าหา SL แทนที่จะเดินออก
  • เงื่อนไข Volume ในตำราใช้กับ Forex ไม่ได้ เพราะค่า Volume ใน MT4/MT5 คือจำนวน tick ของโบรกรายเดียว ไม่ใช่ปริมาณการซื้อขายจริง
🚫
ข้อที่ยืนยันไม่ได้ และหน้านี้ไม่ได้อ้าง — ไม่มีตรงไหนบอกว่าแพทเทิร์นไหนสำเร็จกี่เปอร์เซ็นต์ หรือแบบไหนแม่นกว่าแบบไหน เพราะคำว่า "สำเร็จ" ต้องนิยามก่อน (ไปถึงเป้าเต็ม? ไปถึงครึ่งเป้า? ภายในกี่แท่ง?) และต้องวัดจากข้อมูลจริงของคู่เงินและไทม์เฟรมที่คุณใช้เอง ทุกตัวเลขในหน้านี้คำนวณจากนิยามของรูปแบบและเลขคณิตของ R:R เท่านั้น ซึ่งตรวจตามได้ทุกบรรทัด

อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง: แท่งเทียนกลับตัว คืออะไร · แพทเทิร์นสามเหลี่ยม (กลุ่มไปต่อ) · แนวรับ-แนวต้าน · ทฤษฎีดาว · Trailing Stop · คลังคู่มือทั้งหมด

และถ้าอยากเทียบวิธีคิดในหน้านี้กับสัญญาณที่มีตัวเลขกำกับทุกไม้ ดูได้ที่ alphasigs.net

บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติที่ใช้แสดงวิธีคำนวณ ไม่ใช่ผลการทดสอบย้อนหลังและไม่ใช่การรับประกันผลใด ๆ การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ผู้อ่านควรทดสอบด้วยบัญชีทดลองและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

ความคิดเห็น

Related stories