แพทเทิร์นกลับตัว คืออะไร — 6 รูปแบบกราฟกลับตัว วิธีวัดเป้า วาง SL ตรงไหน และ Double Top / หัวไหล่ ถึงเป้าจริงกี่ % (วัดจากกราฟจริง 3 ปี)

หัวไหล่ (Head and Shoulders) เส้นคอ (neckline) เป้า = เส้นคอ ลบ ความสูง ความสูง ระยะเท่ากัน ไหล่ซ้าย หัว ไหล่ขวา SL เหนือหัว SL เหนือไหล่ขวา SL ชิดเส้นคอ เข้า เป้าเท่ากันทั้ง 3 แบบ แต่ระยะเสี่ยงต่างกัน 10 เท่า แพทเทิร์นกลับตัว ถึงเป้าจริงกี่ % วัดกราฟจริง 3 ปี โดย คนเล่น Forex Double Top / Bottom ถึงเป้าเต็ม 78 ใน 131 สุ่มเข้าได้ 52.8% · H4 3 ตลาด หัวไหล่ ถึงเป้าเต็ม 17 ใน 61 ต่ำกว่าสุ่มเข้า 34.0% ฉบับวัดจริง 3 ปี
รูปแบบกราฟ

แพทเทิร์นกลับตัว (Reversal Pattern) คืออะไร — 6 รูปแบบกราฟกลับตัว พร้อมกฎวัดเป้าที่ใช้ได้ทุกแบบ เหตุผลว่าทำไมจุดวาง SL ถึงสำคัญกว่าตัวรูปแบบ และผลวัดจริง 3 ปีว่า Double Top กับหัวไหล่ไปถึงเป้ากี่ครั้ง

แพทเทิร์นกลับตัว คือรูปทรงที่ราคาสร้างขึ้นจากจุดกลับตัวหลายจุดต่อกัน (ยอด ท้อง ยอด) ซึ่งบอกว่าฝั่งที่ครองตลาดเดิมผลักต่อไม่ไหว ต่างจากแท่งเทียนกลับตัวตรงที่ใช้เวลานานกว่ามากและมีสิ่งที่แท่งเทียนไม่มีเลย คือ กฎวัดเป้าที่คำนวณเป็นตัวเลขได้ หน้านี้ให้ทั้ง 6 รูปแบบพร้อมวิธีวัดเป้า ตารางคำนวณตามได้ และแกนกลางที่บทความแพทเทิร์นภาษาไทยไม่เขียน — รูปแบบเดียวกัน เป้าเดียวกัน แค่เปลี่ยนจุดวาง Stop Loss เปอร์เซ็นต์ที่ต้องถูกทางเพื่อเสมอตัวขยับจาก 9.1% ไปถึง 50% ฉบับนี้เพิ่มสิ่งที่ฉบับก่อนบอกว่า "ยืนยันไม่ได้" คือวัดจริงกับกราฟ H4 ของทอง EUR และ BTC ย้อนหลัง 3 ปี: Double Top / Bottom ไปถึงเป้าเต็ม 78 ใน 131 ครั้ง (59.5%) เทียบกับการสุ่มเข้าที่ระยะเดียวกัน 52.8% ส่วนหัวไหล่ไปถึงเป้าเต็ม 17 ใน 61 ครั้ง (27.9%) ซึ่งต่ำกว่าการสุ่มเข้า 34.0%

แผนภาพรูปแบบกราฟ 6 แบบ แสดงตำแหน่งจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายของแต่ละรูปแบบ
แผนภาพนี้เป็นรูปแบบ "ไปต่อ" (continuation) ไม่ใช่รูปแบบกลับตัว แต่เอามาแสดงไว้เพราะมันบอกสิ่งที่เหมือนกันทุกแพทเทิร์นบนโลก — ทุกอันระบุ entry · stop · target ครบสามอย่าง และเป้าหมายมาจากขนาดของรูปแบบเอง เสมอ นั่นคือกฎที่หน้านี้จะใช้กับรูปแบบกลับตัวทั้ง 6 แบบ

แพทเทิร์นกลับตัว คืออะไร (คำตอบสั้น ๆ ก่อน)

แพทเทิร์นกลับตัว (Reversal Chart Pattern) คือรูปทรงที่เกิดจากจุดกลับตัวของราคาหลายจุดเรียงต่อกันจนเป็นโครงสร้างที่ตั้งชื่อได้ เช่น สองยอดเท่ากัน (Double Top) หรือยอดกลางสูงกว่ายอดข้าง ๆ (Head and Shoulders) และมันจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อราคาทะลุ "เส้นคอ" (neckline) ออกไปแล้วเท่านั้น

สิ่งที่ทำให้แพทเทิร์นกลุ่มนี้ต่างจากเครื่องมืออื่นคือ มันมาพร้อมกฎวัดเป้าในตัว ไม่ต้องเดาว่าจะไปถึงไหน:

เป้าของแพทเทิร์นกลับตัว = ความสูงของรูปแบบ ยิงต่อจากจุดที่ทะลุเส้นคอ — กฎข้อเดียวนี้ใช้ได้กับทั้ง 6 รูปแบบในหน้านี้ ต่างกันแค่ว่า "ความสูง" วัดจากตรงไหน
เส้นแบ่งกับหน้าอื่น อ่านให้ชัดก่อนจะได้ไม่หลงทาง
• หน้านี้ = แพทเทิร์นกราฟกลับตัว — โครงสร้างหลายสวิง ใช้เวลาเป็นสิบ ๆ แท่ง
• แท่งเทียนกลับตัว (ค้อน · กลืนกิน · ดาวประจำค่ำ) ใช้แค่ 1–3 แท่ง อยู่ที่ แท่งเทียนกลับตัว คืออะไร
• แพทเทิร์นแบบ "ไปต่อ" (สามเหลี่ยม · ธง · ลิ่ม · สี่เหลี่ยม) เป็นคนละกลุ่ม อยู่ที่ แพทเทิร์นสามเหลี่ยม
⚠️ ฉบับเก่าของหน้านี้เอาสองกลุ่มมาปนกัน (มีทั้งสามเหลี่ยม ธง และถ้วยมีหู อยู่ใต้หัวข้อ "Reversal Patterns") ฉบับนี้แยกออกแล้ว เพราะกลุ่มไปต่อกับกลุ่มกลับตัวให้สัญญาณตรงข้ามกัน การจำปนกันคือการอ่านกราฟผิดทางตั้งแต่ต้น
59.5%Double Top / Bottom ไปถึงเป้าเต็มก่อนโดน SL (78 ใน 131 ครั้ง · H4 ทอง EUR BTC 3 ปี) เทียบสุ่มเข้า 52.8%
27.9%หัวไหล่ไปถึงเป้าเต็มก่อนโดน SL (17 ใน 61 ครั้ง) ต่ำกว่าสุ่มเข้าที่ระยะเดียวกัน 34.0%
77%ของ Double Top / Bottom ที่ทะลุเส้นคอแล้ว ราคาย้อนกลับมาแตะเส้นคอภายใน 10 แท่ง (ค่ากลาง = แท่งถัดไปทันที)

6 รูปแบบกราฟกลับตัว พร้อมวิธีวัดเป้าของแต่ละแบบ

ตารางนี้เขียนให้ตรวจได้จากโครงสร้าง ไม่ใช่จากความรู้สึกว่า "ดูเหมือน" อะไร คำว่า เส้นคอ หมายถึงระดับที่ราคาเด้งขึ้นหรือลงกลับมาทดสอบระหว่างสร้างรูปแบบ ซึ่งก็คือแนวรับหรือแนวต้านนั่นเอง:

รูปแบบโครงสร้างที่ต้องเห็นสมบูรณ์เมื่อวัดเป้าอย่างไร
สองยอด / สองท้อง
Double Top / Bottom
ยอด 2 ยอดที่สูงใกล้เคียงกัน คั่นด้วยท้อง 1 ท้องราคาปิดทะลุเส้นคอ (ระดับของท้องกลาง)ความสูง = ยอด − เส้นคอ · ยิงต่อจากจุดทะลุ
สามยอด / สามท้อง
Triple Top / Bottom
ยอด 3 ยอดที่สูงใกล้เคียงกัน คั่นด้วยท้อง 2 ท้องราคาปิดทะลุเส้นคอเหมือนสองยอด · ใช้ยอดที่สูงสุด
หัวไหล่ / หัวไหล่กลับหัว
Head and Shoulders
ยอด 3 ยอด โดยยอดกลางสูงที่สุด และยอดข้างสองข้างใกล้เคียงกันราคาปิดทะลุเส้นคอที่ลากผ่านท้องทั้งสองความสูง = หัว − เส้นคอ · ยิงต่อจากจุดทะลุ
จานหงาย / จานคว่ำ
Rounding Bottom / Top
ราคาโค้งเปลี่ยนทิศอย่างช้า ๆ ไม่มีจุดกลับตัวคม ๆ ให้ชี้ราคาปิดพ้นระดับขอบของโค้งความลึกของโค้ง = ขอบ − จุดต่ำสุด (หรือสูงสุด)
เพชร
Diamond Top / Bottom
สวิงกว้างขึ้นก่อน แล้วค่อยแคบลง จนเป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดราคาปิดทะลุขอบด้านล่าง (หรือบน) ของครึ่งหลังความสูงส่วนที่กว้างที่สุด ของรูปแบบ
สามเหลี่ยมปากอ้า
Broadening Formation
ยอดสูงขึ้นเรื่อย ๆ และท้องต่ำลงเรื่อย ๆ พร้อมกันราคาปิดพ้นเส้นขอบล่าง (หรือบน)ความกว้างของสวิงล่าสุด
⚠️
สามแบบล่างของตารางวัดยากกว่าสามแบบบนมาก — จานหงายไม่มีจุดกลับตัวคม ๆ ให้ชี้ จึงตัดสินด้วยสายตาเป็นหลัก ส่วนเพชรและสามเหลี่ยมปากอ้าต้องรอสวิงหลายรอบและ "ขอบ" ก็ลากได้หลายแบบ ถ้าสองคนลากเส้นแล้วได้เป้าไม่ตรงกัน แปลว่ารูปแบบนั้นยังไม่ใช่เครื่องมือที่วัดผลได้ หน้านี้จึงใช้ หัวไหล่ เป็นตัวอย่างหลักในการคำนวณ และวัดผลจริงเฉพาะ Double Top / Bottom กับหัวไหล่ เพราะเป็นสองแบบที่เขียนเป็นกฎให้คอมพิวเตอร์หาได้โดยไม่ต้องใช้สายตา

ตัวอย่างคำนวณจริง — หัวไหล่บน EURUSD

วางตัวเลขให้ครบทุกจุดแล้วคำนวณตามได้เลย:

  • ไหล่ซ้าย 1.1120 · หัว 1.1200 · ไหล่ขวา 1.1120
  • เส้นคอ (ลากผ่านท้องทั้งสอง) 1.1000
  • ความสูงของรูปแบบ = 1.1200 − 1.1000 = 200 pip
  • เป้า = 1.1000 − 0.0200 = 1.0800
  • จุดเข้า = ราคาปิดใต้เส้นคอ = 1.1000 ⇒ ระยะกำไรถึงเป้า 200 pip
วัดความสูงจากหัวถึงเส้นคอ แล้วยิงระยะเท่ากันลงไป 1.12001.10001.0800 ไหล่ซ้ายหัว 1.1200ไหล่ขวา เส้นคอ 1.1000 200 pip 200 pip เท่ากัน เข้า เป้า 1.0800 เป้าถูกกำหนดโดยขนาดของรูปแบบเอง ไม่ใช่โดยความคาดหวังของคนเทรด
ทั้งกระบวนการมีแค่สองขั้น — วัดความสูง แล้วยิงระยะเท่ากันจากจุดทะลุ จุดสำคัญคือเป้านี้ถูกกำหนดตั้งแต่ก่อนคุณเข้าไม้ และไม่ได้ขึ้นกับว่าคุณอยากได้เท่าไร

จุดวาง Stop Loss ตัดสินไม้นั้นมากกว่าตัวรูปแบบ

เป้าอยู่ที่ 1.0800 เหมือนกันทุกแบบ จุดเข้าอยู่ที่ 1.1000 เหมือนกันทุกแบบ เปลี่ยนแค่ที่เดียวคือจุดวาง SL แล้วดูว่าเลขทั้งไม้เปลี่ยนไปแค่ไหน (คิดที่ความเสี่ยงคงที่ $20 ต่อไม้ · EURUSD 1.00 lot = $10 ต่อ pip):

วาง SL ตรงไหนราคา SLระยะเสี่ยงR:Rต้องถูกทางกี่ % จึงเสมอตัวล็อตที่เสี่ยง $20กำไรถ้าถึงเป้า
ชิดเส้นคอ (เหนือขึ้นไป 20 pip)1.102020 pip1 : 10.009.1%0.10 lot$200
เหนือไหล่ขวา1.1120120 pip1 : 1.6737.5%0.017 lot$33
เหนือหัว1.1200200 pip1 : 1.0050.0%0.010 lot$20
รูปแบบเดียวกัน เป้าเดียวกัน ความเสี่ยงเป็นเงินเท่ากันที่ $20 — แต่กำไรถ้าถึงเป้าต่างกัน 10 เท่า และเปอร์เซ็นต์ที่ต้องถูกทางต่างกัน 5.5 เท่า ทั้งหมดนี้ตัดสินโดยจุดที่คุณลาก SL ไม่ใช่โดยตัวแพทเทิร์น
เป้าเท่ากัน จุดเข้าเท่ากัน เปลี่ยนแค่ SL ชิดเส้นคอ · 20 pip เหนือไหล่ขวา · 120 pip เหนือหัว · 200 pip 9.1% 37.5% 50.0% แถบส้ม = สัดส่วนที่ต้องถูกทางเพื่อเสมอตัว · แถบน้ำเงิน = 100% SL แคบได้เลขสวยที่สุดบนกระดาษ แต่เป็นอันที่โดนน็อกง่ายที่สุดตอนราคาย้อนมาทดสอบเส้นคอ
แถวบนสุดดูดีที่สุดในตาราง แต่ SL 20 pip คือระยะที่การย้อนกลับมาทดสอบเส้นคอตามปกติน็อกทิ้งได้สบาย ๆ — และการวัดจริงในหัวข้อถัด ๆ ไปบอกว่าการย้อนนั้นเกิด 77% ของครั้ง โดยค่ากลางคือแท่งถัดไปทันที ตัวเลข 9.1% จึงไม่ได้แปลว่าง่ายกว่า แปลว่าต้องแลกกับการโดนปิดก่อนบ่อยขึ้น

เข้าตอนทะลุ หรือรอราคาย้อนมาทดสอบเส้นคอ

หลังราคาทะลุเส้นคอ มันมักย้อนกลับมาแตะเส้นคอจากอีกด้านหนึ่ง (retest) คำถามคือควรเข้าตอนทะลุเลย หรือรอจังหวะนั้น มาดูตัวเลขกัน โดยวาง SL ไว้ที่เดิมทั้งสองแบบคือเหนือไหล่ขวา 1.1120:

รายการเข้าทันทีที่ทะลุรอย้อนมาทดสอบเส้นคอต่างกัน
ราคาเข้า1.10001.1050เข้าได้ราคาดีกว่า 50 pip
Stop Loss1.11201.1120เท่ากัน
ระยะเสี่ยง120 pip70 pipแคบลง 42%
ระยะกำไรถึงเป้า 1.0800200 pip250 pipเพิ่มขึ้น 50 pip
R:R1 : 1.671 : 3.57—
ต้องถูกทางกี่ % จึงเสมอตัว37.5%21.9%ลดลง 15.6 จุดเปอร์เซ็นต์
กำไรถ้าถึงเป้า (เสี่ยง $20 เท่ากัน)$33$71มากกว่า 2.1 เท่า
⚠️
🔑 สังเกตว่ากรณีนี้ตรงข้ามกับแท่งเทียนกลับตัว — ในบทความ แท่งเทียนกลับตัว การรอแท่งยืนยันเพิ่มเปอร์เซ็นต์ที่ต้องถูกทางจาก 16.7% เป็น 37.5% แต่ที่นี่การรอกลับลดจาก 37.5% เหลือ 21.9% เหตุผลเป็นกลไกล้วน ๆ: กรณีแท่งเทียน SL อยู่กับที่แต่จุดเข้าขยับออกห่างจาก SL ส่วนกรณีนี้ SL อยู่กับที่แต่จุดเข้าขยับเข้าใกล้ SL ⇒ "รอ" ไม่ได้ดีหรือแย่ในตัวมันเอง ขึ้นกับว่าการรอนั้นทำให้จุดเข้าเดินไปทางไหนเทียบกับ SL
ต้นทุนที่ตารางนี้ไม่ได้แสดง: ถ้าราคาไม่ย้อนกลับมา คุณจะไม่ได้เข้าเลย และไม้ที่วิ่งไปเลยมักเป็นไม้ที่แรงที่สุด — ข้อนี้ฉบับก่อนบอกว่า "วัดจากเลขคณิตไม่ได้" ฉบับนี้วัดแล้ว ดูหัวข้อถัดไป

วัดจริง 3 ปี — Double Top / Bottom และหัวไหล่ ไปถึงเป้าเต็มกี่ครั้ง

ฉบับก่อนของหน้านี้เขียนว่าตัวเลข "สำเร็จกี่เปอร์เซ็นต์" ยืนยันไม่ได้ เพราะต้องนิยามคำว่าสำเร็จก่อน ฉบับนี้นิยามให้ครบแล้ววัดจริง โดยใช้ข้อมูลแท่ง H4 ของ Binance 3 ตลาด ตั้งแต่ 26 ต.ค. 2023 ถึง 25 ต.ค. 2026 (ตลาดละ 6,576 แท่ง): PAXG/USDT (ทองคำแบบโทเคน ราคาตามทองจริง) · EUR/USDT (แทน EURUSD) · BTC/USDT กติกาทั้งหมดเขียนเป็นโค้ดให้คอมพิวเตอร์หาเอง ไม่ใช้สายตาเลือก:

1

จุดสวิง

ยอด = high สูงกว่า 5 แท่งซ้ายและ 5 แท่งขวา · ท้อง = low ต่ำกว่า 5 แท่งซ้ายและขวา (บน H4 คือ 20 ชั่วโมงแต่ละข้าง)

2

Double Top / Bottom

ยอด 2 ยอดต่างกันไม่เกิน 25% ของความสูง คั่นด้วยท้อง 1 ท้อง ห่างกันอย่างน้อย 10 แท่ง · เส้นคอ = ท้องกลาง · ความสูง = ยอดสูงสุด − เส้นคอ

3

หัวไหล่

ยอด 3 ยอด หัวสูงกว่าไหล่ทั้งสองอย่างน้อย 15% ของความสูง ไหล่สองข้างต่างกันไม่เกินครึ่งหนึ่งของความสูง · เส้นคอลากผ่านท้องทั้งสอง (เอียงได้) · นับทั้งแบบปกติและกลับหัว

4

เข้า · SL · เป้า

เข้าที่ราคาปิดแท่งแรกที่ปิดพ้นเส้นคอ · SL ที่ยอดที่ 2 (หรือไหล่ขวา) · เป้า = จุดเข้า ± ความสูง ตามกฎในหน้านี้ · ถ้าราคาแตะยอดก่อนจะทะลุเส้นคอ = รูปแบบพัง ไม่นับ

5

ตัดสินผล

"ถึงเป้า" = แตะเป้าก่อนแตะ SL ภายใน 3 เท่าของความกว้างรูปแบบ (ต่ำสุด 20 สูงสุด 200 แท่ง) · ถ้าไม่แตะทั้งคู่ในกรอบนั้น = ยังไม่ตัดสิน ตัดออกจากตัวหาร

6

เส้นฐาน "สุ่มเข้า"

ทุกครั้งที่เจอรูปแบบ สุ่มแท่งอื่น 40 แท่งในตลาดเดียวกัน เข้าทางเดียวกัน ใช้ระยะ SL เป้า และกรอบเวลาเท่ากันทุกอย่าง แล้วดูว่าถึงเป้ากี่ % — ถ้ารูปแบบไม่ชนะเส้นฐานนี้ แปลว่าความแม่นมาจากตลาดและระยะ ไม่ได้มาจากรูปทรง

รูปแบบ (H4 · 3 ตลาด · 3 ปี)เจอตัดสินได้ถึงเป้าเต็มสุ่มเข้าถึงเป้าเป้าคิดเป็น R (ค่ากลาง)ต้องถูกกี่ % จึงเสมอตัวผลสุทธิต่อไม้ (ก่อนต้นทุน)
Double Top / Bottom180131 ()78 ครั้ง = 59.5%52.8%0.94R51.6%+0.13R (สุ่มเข้า +0.02R)
หัวไหล่ (ทั้งสองแบบ)7061 ()17 ครั้ง = 27.9%34.0%1.67R37.4%−0.37R (สุ่มเข้า −0.09R)
Double Top / Bottom ถึงเป้ามากกว่าการสุ่มเข้า 6.7 จุดเปอร์เซ็นต์ และยังเหนือจุดเสมอตัว แต่หัวไหล่ไปถึงเป้าเต็มน้อยกว่าการสุ่มเข้าที่ระยะเดียวกัน — เพราะเป้าของหัวไหล่ไกลกว่า (1.67R) ขณะที่ SL ที่ไหล่ขวาก็กว้างถึง 3.25 เท่าของ ATR แล้ว

ถ้าไม่ยึดเป้าเต็มตามตำรา แต่ปิดที่ 1R (ระยะเท่ากับ SL) หัวไหล่ได้ 32 ใน 61 ครั้ง (52.5%) ซึ่งแค่พ้นเสมอตัวก่อนหักต้นทุน ส่วน Double Top / Bottom ได้ 56 ใน 107 (52.3%) — เป้าเต็มของ Double Top ดีกว่า 1R เพราะมันแทบจะเป็นระยะเดียวกันอยู่แล้ว (0.94R) แปลว่ากฎ "ความสูงของรูปแบบ" ของ Double Top ให้เป้าที่พอดีกับ SL ที่ยอด ในขณะที่หัวไหล่ให้เป้าไกลเกินที่ราคาไปถึงบ่อย ๆ

แยกตามเงื่อนไข (Double Top / Bottom)ตัดสินได้ถึงเป้าเต็มสุ่มเข้าผลสุทธิต่อไม้อ่านว่าอะไร
ราคาไม่ย้อนมาแตะเส้นคอภายใน 10 แท่ง3430 ครั้ง = 88.2%56.6%+0.61Rไม้ที่วิ่งไปเลยคือไม้ที่ดีที่สุด — รอ retest จะพลาดกลุ่มนี้ทั้งกลุ่ม
ราคาย้อนมาแตะเส้นคอ (77% ของทั้งหมด)9748 ครั้ง = 49.5%51.5%−0.04Rพอย้อนมาแล้ว รูปแบบไม่เหลือข้อได้เปรียบเหนือการสุ่มเข้าเลย
↳ กลุ่มเดียวกัน แต่เข้าใหม่ที่เส้นคอตอน retest SL เป้าเดิม9749 ครั้ง = 50.5%—+0.12Rถึงเป้าเท่าเดิม แต่เป้าโตจาก 0.96R เป็น 1.21R เพราะ R แคบลง — ตรงกับตารางเลขคณิตด้านบน
มีเทรนด์ชัดมาก่อน (วิ่งมา ≥ 1 ความสูง ใน 30 แท่ง)4018 ครั้ง = 45.0%51.7%−0.18Rตรงข้ามกับตำรา — ในข้อมูลชุดนี้ Double Top ที่เกิดหลังวิ่งมาแรง ๆ กลับไปไม่ถึงเป้าบ่อยกว่า อย่าอ่านเป็นกฎใหม่ เพราะ n ยังน้อย แต่ก็อย่าเชื่อกฎเก่าโดยไม่วัดเอง
ไม่มีเทรนด์ชัดมาก่อน9160 ครั้ง = 65.9%53.3%+0.27R
Double Top (ขาย)5726 ครั้ง = 45.6%47.5%−0.15Rทองกับ BTC อยู่ในขาขึ้นเกือบทั้ง 3 ปี — ตัวเลขฝั่งซื้อจึงบวมด้วยทิศทางตลาด (เส้นฐานสุ่มเข้าฝั่งซื้อก็ 56.9% แล้ว) ส่วนที่เหนือเส้นฐานจริง ๆ คือ +13.4 จุด
Double Bottom (ซื้อ)7452 ครั้ง = 70.3%56.9%+0.35R
ทองคำ PAXG4126 ครั้ง = 63.4%48.8%+0.25Rชนะเส้นฐานชัดเฉพาะทอง · EUR เสมอเส้นฐาน · BTC ชนะเล็กน้อย — ตลาดเดียวพิสูจน์ไม่ได้ ต้องดูรวม
EUR/USDT4525 ครั้ง = 55.6%56.3%+0.02R
BTC/USDT4527 ครั้ง = 60.0%52.9%+0.14R
⚠️
สิ่งที่ตัวเลขชุดนี้บอกไม่ได้ และอย่าอ้างเกินที่วัด
• ยังไม่หักต้นทุน — SL ของ Double Top กว้างค่ากลาง 3.9 เท่าของ ATR(14) บน H4 สเปรดจึงกินสัดส่วนไม่มาก แต่ถ้าไปใช้บน M15 ที่ SL แคบกว่าสิบเท่า ตัวเลข +0.13R หายได้ทั้งก้อน ดูวิธีคิดที่ ค่า spread คิดเป็นเงินเท่าไร
• ยังไม่ตัดสิน 49 ครั้ง ถูกตัดออกจากตัวหาร ถ้านับเป็น "ไม่ถึงเป้า" ทั้งหมด Double Top จะเหลือ 78 ใน 180 = 43.3%
• ข้อมูลจาก Binance ไม่ใช่โบรก Forex ของคุณ — แท่ง H4 เปิดคนละเวลา (UTC ตรง ๆ) ยอดและท้องจึงเลื่อนได้ และ PAXG กับ EUR/USDT มีสภาพคล่องต่ำกว่าตลาดจริงมาก
• ความถี่ Double Top / Bottom เจอ 19–21 ครั้งต่อปีต่อตลาด หัวไหล่ 7–9 ครั้ง — สามปีสามตลาดจึงได้แค่ 180 กับ 70 ครั้ง ตัวเลขย่อยที่ n ต่ำกว่า 40 ให้อ่านเป็นจำนวนครั้ง ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์
• ไม่ได้ทดสอบ 4 แบบที่เหลือ (สามยอด จาน เพชร ปากอ้า) เพราะเขียนกติกาที่ไม่ต้องใช้สายตาไม่ได้ ซึ่งก็คือจุดอ่อนของพวกมันตามที่บอกไว้ในตารางแรก
ถึงเป้าเต็มกี่ % — รูปแบบ vs สุ่มเข้า vs จุดเสมอตัว (H4 · 3 ตลาด · 3 ปี) Double Top / Bottom (n 131) หัวไหล่ (n 61) 59.5% รูปแบบ 52.8% สุ่มเข้า เสมอตัว 51.6% 27.9% รูปแบบ 34.0% สุ่มเข้า เสมอตัว 37.4% แถบเต็ม = 100% · เส้นเสมอตัว = 1 ÷ (1 + เป้าเป็น R) · เป้าของหัวไหล่ไกลกว่า (1.67R) เส้นเสมอตัวจึงต่ำกว่า Double Top อยู่เหนือทั้งเส้นฐานและเสมอตัว · หัวไหล่อยู่ใต้ทั้งคู่ — ทั้งที่ใช้กฎวัดเป้าข้อเดียวกัน
แถบสีเขียว/แดงคืออัตราถึงเป้าเต็มของรูปแบบ แถบฟ้าคือการสุ่มเข้าที่ระยะและกรอบเวลาเดียวกัน เส้นประเหลืองคือจุดเสมอตัวก่อนหักต้นทุน — รูปแบบที่ "ใช้ได้" ต้องอยู่ขวาของทั้งสองอย่าง ซึ่งในข้อมูลชุดนี้ Double Top / Bottom ผ่าน ส่วนหัวไหล่ไม่ผ่านแม้แต่เส้นฐาน

ดู Double Top บนกราฟทองจริง (ตัวอย่างล่าสุด ไม่ได้เลือก)

กติกาของหน้านี้คือเอาเหตุการณ์ล่าสุดในชุดข้อมูล ไม่ใช่ตัวที่สวย Double Top ล่าสุดของทอง (PAXG/USDT H4) ที่โค้ดหาเจอ ทะลุเส้นคอเมื่อ 22 ต.ค. 2026 เวลา 15:00 ไทย ตัวเลขทุกตัวจากแท่งจริง:

PAXG/USDT (ทองคำ) H4 · Binance · 10–28 ต.ค. 2026 · Double Top ล่าสุดในชุดข้อมูล 39504000405041004150420010 ต.ค.12 ต.ค.14 ต.ค.16 ต.ค.18 ต.ค.20 ต.ค.22 ต.ค.24 ต.ค.26 ต.ค.28 ต.ค. SL 4193.66 (ยอดที่ 2)เส้นคอ 4087.09เป้า 3956.40 (เส้นคอ − ความสูง) ยอด 1ยอด 2ท้อง = เส้นคอ ความสูง 114 $ยิงระยะเท่ากันลงไป ปิดใต้เส้นคอ 22 ต.ค. 15:00 → เข้า 4070.88
ภาพ 1วาดจากราคา open-high-low-close จริงของ Binance ไม่ใช่ภาพแคปจาก MT5 (วันที่เขียน เทอร์มินัล MT5 ของผู้เขียนต่อไม่ได้ จึงวาดจากข้อมูลดิบแทน ขั้นตอนทำเองบน MT5 อยู่ใต้ภาพ) · ยอด 1 = 13 ต.ค. 11:00 ไทย high 4,201.57 · ท้อง = 14 ต.ค. 23:00 low 4,087.09 (เส้นคอ) · ยอด 2 = 16 ต.ค. 19:00 high 4,193.66 (ต่างจากยอด 1 แค่ 7.91 $ = 6.9% ของความสูง) · ความสูง = 4,201.57 − 4,087.09 = 114.48 $ · แท่งแรกที่ปิดใต้เส้นคอ = 22 ต.ค. 15:00 ที่ 4,070.88 = จุดเข้า · SL ที่ยอด 2 = 4,193.66 ⇒ ระยะเสี่ยง 122.78 $ · เป้า = 4,070.88 − 114.48 = 3,956.40 (คิดเป็น 0.93R)
ผลจริงหลังจากนั้น (ถึงเช้า 28 ต.ค. 2026): แท่งถัดไปทันที (19:00) ย้อนขึ้นมาแตะเส้นคอที่ high 4,097.92 — คือ retest ที่เกิด 77% ของครั้ง แล้วราคาลงไปต่ำสุด 3,985 ช่วง 24–25 ต.ค. ซึ่งคือ 85.88 $ = 0.70R จากจุดเข้า ไม่ถึงเป้า 3,956.40 และไม่ถึง 1R (3,948.10) จากนั้นเด้งกลับ ราคาตอนเขียนอยู่ราว 4,052 ไม้นี้จึงยังไม่ตัดสิน ทั้งเป้าและ SL — ลอยอยู่ราว +18 $ (+0.15R) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 49 ครั้งแบบที่ตารางด้านบนตัดออกจากตัวหาร ใครรอ retest ได้เข้าที่ 4,087 จะเห็นกำไรลอย 0.4R แทน แต่ก็ยังไม่ถึงเป้าเหมือนกัน

ทำซ้ำเองบนกราฟ MT5 ของคุณได้ตามนี้ (ใช้ XAUUSD H4 ช่วงเดียวกัน ยอดและท้องอาจต่างจากตัวเลขข้างบนเล็กน้อยเพราะเวลาเปิดแท่งของโบรกไม่ใช่ UTC):

  1. เปิดกราฟ XAUUSD แล้วกด H4 บนแถบเครื่องมือ กด Ctrl+Y ให้เส้นแบ่งวันขึ้น จะได้ไล่วันที่ตรงกับภาพง่ายขึ้น
  2. ใส่ ZigZag ช่วยหายอด-ท้อง: Insert → Indicators → Custom → ZigZag ตั้ง Depth = 5 ให้ใกล้กับกติกา "5 แท่งซ้ายขวา" ของการวัดในหน้านี้
  3. ลากเส้นคอ: Insert → Objects → Lines → Horizontal Line ที่ low ของท้องระหว่างสองยอด แล้วดับเบิลคลิกเส้นอ่านค่าราคาในแท็บ Parameters
  4. วัดความสูง: กด Ctrl+F (Crosshair) คลิกค้างที่ high ของยอดสูงสุด ลากลงมาที่เส้นคอ ตัวเลขกลางที่โชว์คือระยะเป็นจุด (point) — ทอง 5 หลัก 114.48 $ = 11,448 point
  5. วาง SL กับเป้า: Horizontal Line อีกสองเส้น ที่ high ของยอด 2 (SL) และที่ราคาปิดแท่งทะลุ − ความสูง (เป้า) แล้วจดลงบันทึกการเทรดว่าแตะเส้นไหนก่อน หรือยังไม่แตะทั้งคู่

ทวนเรื่องแพทเทิร์นบน AlphaSigs Academy

ข้อเตือนที่สำคัญที่สุดของหน้านี้ — "ตัวเลขความน่าเชื่อถือของรูปแบบในตำราไม่ใช่ผลที่วัดบนสินค้าและไทม์เฟรมที่คุณเทรด" — มีเขียนไว้ตรง ๆ ในคำศัพท์ รูปแบบกราฟ (Chart Pattern) ของหน้า Academy บน alphasigs.net ซึ่งเปิดอ่านได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีสารานุกรมรูปแบบกราฟพร้อมภาพเคลื่อนไหวให้ดูต่อ:

หน้า Academy ของ AlphaSigs คำศัพท์รูปแบบกราฟ Chart Pattern แสดงนิยาม ภาพเคลื่อนไหวแพทเทิร์นกลับตัว คำเตือนเรื่องตัวเลขความน่าเชื่อถือ และคำที่เกี่ยวข้อง
ภาพ 2หน้า Academy → คำศัพท์เทรด → รูปแบบกราฟ (Chart Pattern) บน alphasigs.net (แคปจริง 28 ต.ค. 2026 บนจอกว้างขนาดมือถือ) กรอบแดงเลข 1–5 อธิบายด้านล่าง
  1. 1ชื่อคำศัพท์ รูปแบบกราฟ (แพทเทิร์น) พร้อมคำอธิบายสั้นว่าหมายถึง Head & Shoulders, Double Top, ธง, สามเหลี่ยม
  2. 2นิยาม แบ่งเป็นแบบกลับตัว (Double Top, Head & Shoulders) กับแบบไปต่อ (ธง, สามเหลี่ยม) — เส้นแบ่งเดียวกับกล่องข้อมูลต้นหน้านี้ และย้ำว่าแต่ละแบบมีจุดเข้า จุดวาง SL และเป้าตามรูปทรง
  3. 3ภาพเคลื่อนไหวแพทเทิร์นกลับตัว ที่เขียนเงื่อนไขเป็นลำดับ 4 ขั้น (ยอดเท่ากัน → กวาด → ดึงกลับ → ยืนยันแล้วเข้า) พร้อม SL เหนือไส้ที่กวาด — เป็นอีกวิธีอ่าน Double Top ที่เข้มกว่ากติกา "ปิดพ้นเส้นคอ" ของหน้านี้
  4. 4คำเตือน ตัวเลข "ความน่าเชื่อถือ" ของรูปแบบในตำราเป็นค่าอ้างอิงจากการศึกษาเก่า ไม่ใช่ผลที่วัดบนสินค้าและไทม์เฟรมที่คุณเทรด — คือเหตุผลที่หน้านี้วัดเองแทนที่จะยกตัวเลขจากตำรา
  5. 5คำที่เกี่ยวข้อง แท่งเทียน · การทะลุแนว · QM · ฮาร์มอนิก และปุ่ม เรียนต่อใน สารานุกรมรูปแบบกราฟ ที่พาไปดูรูปแบบทีละแบบพร้อมภาพเคลื่อนไหว
  1. เปิด คำศัพท์ "รูปแบบกราฟ" บน AlphaSigs Academy (ไม่ต้องล็อกอิน)
  2. อ่านกล่อง "ระวัง" ก่อน แล้วค่อยเลื่อนขึ้นไปดูภาพเคลื่อนไหว — จะเห็นว่า SL ของวิธีนี้อยู่เหนือไส้ที่กวาด ไม่ใช่ที่ยอด แปลว่า R แคบกว่ากติกาของหน้านี้มาก และตัวเลขถึงเป้าจะเป็นคนละชุดกัน
  3. กด เรียนต่อใน สารานุกรมรูปแบบกราฟ เพื่อดูรูปแบบที่เหลือ รวมถึงกลุ่มไปต่อที่หน้านี้ตัดออก

Volume ที่ตำราบอกให้ดู ใช้กับ Forex ไม่ได้

ถ้าไปอ่านตำราแพทเทิร์นเล่มไหนก็ตาม จะเจอเงื่อนไขเรื่องปริมาณการซื้อขายแทบทุกรูปแบบ — และเงื่อนไขเหล่านั้นเขียนขึ้นสำหรับตลาดหุ้น ซึ่งมีศูนย์กลางเดียวที่รู้จำนวนหุ้นที่ซื้อขายจริง

ส่วน Forex เป็นตลาด over-the-counter ไม่มีศูนย์กลาง ไม่มีใครรู้ปริมาณรวมทั้งตลาด ตัวเลขที่ MT4/MT5 แสดงในช่อง Volume จึงไม่ใช่ปริมาณการซื้อขาย:

รูปแบบตำราหุ้นบอกให้ดูอะไรค่า Volume ใน MT4/MT5 คืออะไรจริง ๆใช้อะไรแทนได้
สองยอด / สามยอดยอดหลัง ๆ ปริมาณควรลดลงจำนวนครั้งที่ราคาเปลี่ยน (tick) ที่โบรกรายนั้นส่งมาให้ ไม่ใช่จำนวนสัญญาและไม่ใช่จำนวนเงิน · โบรกคนละรายให้เลขไม่เท่ากันบนแท่งเดียวกันระยะที่ราคาเดินต่อแท่ง (ATR) — แท่งสั้นลงแปลว่าแรงลด ซึ่งเป็นสิ่งที่ตำราต้องการสื่อจริง ๆ
ความกว้างของ spread — กว้างขึ้นแปลว่าสภาพคล่องบางลง
หัวไหล่ไหล่ขวาปริมาณควรเบากว่าหัว
จานหงาย / จานคว่ำท้องจานปริมาณต่ำ ขอบขวาปริมาณเพิ่ม
สามเหลี่ยมปากอ้าปริมาณควรเพิ่มตามความกว้าง
นี่คือประเด็นเดียวกับที่อธิบายไว้ในบทความ ทฤษฎีดาว (Dow Theory) — หลักข้อที่ว่าด้วยปริมาณการซื้อขายเป็นหนึ่งในสองข้อของทฤษฎีดาวที่ใช้กับ Forex ไม่ได้ตรง ๆ ไม่ใช่เพราะทฤษฎีผิด แต่เพราะข้อมูลที่ทฤษฎีต้องการไม่มีอยู่ในตลาดนี้ (การวัดในหน้านี้จึงไม่ได้ใช้ Volume เป็นเงื่อนไขเลย)

แพทเทิร์นต้องใช้กี่จุดกลับตัวถึงจะสมบูรณ์

ยิ่งต้องการจุดกลับตัวมาก ยิ่งใช้เวลานาน และยิ่งมีโอกาสที่รูปแบบจะ "เกือบ" สมบูรณ์แล้วพังกลางทาง ตารางนี้นับจากนิยามล้วน ๆ และเติมความถี่ที่วัดได้จริงบน H4:

รูปแบบจุดกลับตัวขั้นต่ำที่ต้องมีนับรวมจุดที่ทะลุเส้นคอเจอบ่อยแค่ไหน (H4 · ต่อตลาดต่อปี)ข้อสังเกต
สองยอด / สองท้อง3 (ยอด · ท้อง · ยอด)419–21 ครั้ง (วัดจริง)เร็วที่สุดในกลุ่ม จึงเจอบ่อยที่สุด · ค่ากลางกว้าง 13 แท่ง และทะลุเส้นคอหลังยอดที่ 2 ค่ากลาง 10 แท่ง
หัวไหล่5 (ไหล่ · ท้อง · หัว · ท้อง · ไหล่)67–9 ครั้ง (วัดจริง)จุดอ้างอิงชัดที่สุด วัดเป้าได้ตรงกันมากที่สุด · ค่ากลางกว้าง 30 แท่ง = 5 วัน
สามยอด / สามท้อง5 (ยอด · ท้อง · ยอด · ท้อง · ยอด)6ไม่ได้วัดถ้ายอดกลางสูงกว่า มันคือหัวไหล่ ไม่ใช่สามยอด
สามเหลี่ยมปากอ้า56ไม่ได้วัด"ขอบ" ลากได้หลายแบบ เป้าจึงต่างกันได้มาก
เพชร67ไม่ได้วัดใช้เวลานานสุด และพบไม่บ่อย
จานหงาย / จานคว่ำนับไม่ได้ — เป็นโค้งต่อเนื่อง—ไม่ได้วัดไม่มีจุดอ้างอิงคม ๆ จึงยืนยันตัวเลขได้ยากที่สุด

ข้อสรุปจากตารางนี้ตรงไปตรงมา — สองยอดกับหัวไหล่คือสองแบบที่คุ้มค่าที่สุดที่จะเรียนให้แม่น เพราะจุดอ้างอิงชัด วัดเป้าได้ตรงกัน และเกิดบ่อยพอที่จะเก็บสถิติได้ (ซึ่งหน้านี้เก็บให้แล้ว และผลออกมาคนละทาง) ส่วนเพชรกับจานหงายนั้นสวยในตำรา แต่พอเอามาใช้จริงจะเถียงกันไม่จบว่าตรงไหนคือขอบ


5 ข้อที่ต้องเช็กก่อนเทรดแพทเทิร์นกลับตัว

1

มีเทรนด์มาก่อนหรือไม่ — แล้ววัดด้วยว่ามันช่วยจริงไหม

ตำราบอกว่าถ้าไม่มีเทรนด์ให้กลับ รูปทรงนั้นก็ไม่ใช่รูปแบบกลับตัว แต่ในข้อมูล 3 ปีของหน้านี้ Double Top ที่มีเทรนด์แรงมาก่อนกลับถึงเป้า 18 ใน 40 ซึ่งแย่กว่ากลุ่มที่ไม่มี (60 ใน 91) — ใช้กฎนี้ได้ แต่ต้องเก็บสถิติของตัวเองว่ามันช่วยในตลาดที่คุณเทรดจริงหรือเปล่า

2

ราคาปิดพ้นเส้นคอแล้วหรือยัง

ไส้เทียนที่แทงพ้นเส้นคอแล้วดึงกลับไม่นับว่าทะลุ ถ้านับ คุณจะเจอ "รูปแบบสมบูรณ์" หลายครั้งต่อวันบนไทม์เฟรมเล็ก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ตำราหมายถึง (การวัดทั้งหมดในหน้านี้ใช้ราคาปิด)

3

ลากเส้นคอไว้ตรงไหน และเปลี่ยนหรือยัง

เส้นคอที่เลื่อนได้ตามใจ ทำให้ทั้งจุดเข้าและเป้าเลื่อนตาม ลากครั้งเดียวแล้วอย่าขยับ ถ้าอยากขยับ ให้จดไว้ว่าขยับเพราะอะไร

4

SL ที่เลือกทำให้ล็อตยังอยู่ในกรอบความเสี่ยงไหม

SL ที่ยอดของ Double Top บน H4 กว้างค่ากลาง 3.9 เท่าของ ATR ถ้ากว้างจนต้องใช้ล็อตเล็กกว่าขั้นต่ำ 0.01 แปลว่าไม้นี้ใหญ่เกินพอร์ต ให้ข้าม ไม่ใช่ขยับ SL เข้ามาให้พอดีล็อต — วิธีคำนวณอยู่ที่ เครื่องคำนวณขนาดล็อต MT4

5

หักต้นทุนออกจากเป้าแล้วยังคุ้มไหม

ผลสุทธิ +0.13R ต่อไม้ของ Double Top คือตัวเลขก่อนสเปรดและคอมมิชชั่น ถ้าเทรดทองที่ต้นทุนไป-กลับสูง หรือย่อไทม์เฟรมลงจน SL แคบ ตัวเลขนี้หายได้ทั้งก้อน — ดูวิธีคิดที่ ค่า spread คิดเป็นเงินเท่าไร

ถ้าอยากเห็นสัญญาณที่ระบุจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายเป็นตัวเลขครบตั้งแต่ตอนส่ง จนคำนวณ R:R ได้ทันทีแบบเดียวกับตารางในหน้านี้ ดูตัวอย่างได้ที่ AlphaSignals

คำถามที่พบบ่อยเรื่องแพทเทิร์นกลับตัว

Double Top แม่นกี่เปอร์เซ็นต์

ขึ้นกับนิยาม ถ้า "แม่น" = ไปถึงเป้าเต็ม (ความสูงของรูปแบบ) ก่อนโดน SL ที่ยอดที่ 2 บน H4 ของทอง EUR และ BTC 3 ปี ได้ 78 ใน 131 ครั้ง (59.5%) เทียบกับการสุ่มเข้าที่ระยะเดียวกัน 52.8% และถ้านับ 49 ครั้งที่ยังไม่ตัดสินเป็นไม่ถึงเป้า จะเหลือ 43.3% ตัวเลขนี้ยังไม่หักต้นทุน

หัวไหล่ (Head and Shoulders) แม่นกี่เปอร์เซ็นต์

ด้วยนิยามเดียวกัน หัวไหล่ไปถึงเป้าเต็มแค่ 17 ใน 61 ครั้ง (27.9%) ซึ่งต่ำกว่าการสุ่มเข้า 34.0% — เพราะเป้าตามตำราของหัวไหล่ไกลกว่า (1.67 เท่าของ SL) ถ้าปิดที่ 1R แทน ได้ 32 ใน 61 (52.5%) ซึ่งแค่พ้นเสมอตัว

ต้องรอราคาย้อนมาทดสอบเส้นคอ (retest) ไหม

ในข้อมูลที่วัด ราคาย้อนมาแตะเส้นคอ 77% ของครั้ง และเมื่อย้อนมาแล้ว รูปแบบไม่เหลือข้อได้เปรียบเหนือการสุ่มเข้า (48 ใน 97 vs 51.5%) แต่การเข้าที่เส้นคอตอน retest ทำให้ R แคบลงจนผลสุทธิดีขึ้นเป็น +0.12R ส่วนราคาแลกคือพลาดกลุ่มที่ไม่ย้อนกลับมา ซึ่งถึงเป้า 30 ใน 34 — ไม่มีคำตอบเดียว ต้องเลือกแล้วใช้วิธีเดิมตลอดเพื่อให้สถิติของตัวเองใช้ได้

แพทเทิร์นกลับตัวกับแท่งเทียนกลับตัว ต่างกันยังไง

แท่งเทียนกลับตัวดูแค่ 1–3 แท่ง ไม่มีกฎวัดเป้า ส่วนแพทเทิร์นกลับตัวดูโครงสร้างหลายสิบแท่งและมีกฎวัดเป้าในตัว ผลวัด 3 ปีของแท่งเทียนอยู่ที่ แท่งเทียนกลับตัว คืออะไร (เข้าทันที 46.8% ที่เป้า 1R) ซึ่งเทียบกับ Double Top ในหน้านี้ไม่ได้ตรง ๆ เพราะระยะ SL และเป้าคนละแบบ


สรุป — 4 ข้อที่ยืนยันได้จากนิยาม และ 3 ข้อที่ได้จากการวัดจริง 3 ปี

  • แพทเทิร์นกลับตัวทุกแบบใช้กฎวัดเป้าเดียวกัน คือ ความสูงของรูปแบบ ยิงต่อจากจุดที่ทะลุเส้นคอ ต่างกันแค่ว่าวัดความสูงจากตรงไหน
  • จุดวาง SL เปลี่ยนเลขของไม้นั้นได้มากกว่าตัวรูปแบบเสียอีก — เป้าเดียวกัน จุดเข้าเดียวกัน แต่เปอร์เซ็นต์ที่ต้องถูกทางเพื่อเสมอตัวขยับจาก 9.1% ถึง 50% และกำไรที่ความเสี่ยงเท่ากันต่างกัน 10 เท่า
  • การรอราคาย้อนมาทดสอบเส้นคอ ลดเปอร์เซ็นต์ที่ต้องถูกทางจาก 37.5% เหลือ 21.9% ซึ่งเป็นทิศทางตรงข้ามกับการรอแท่งยืนยันของแท่งเทียน เพราะจุดเข้าเดินเข้าหา SL แทนที่จะเดินออก
  • เงื่อนไข Volume ในตำราใช้กับ Forex ไม่ได้ เพราะค่า Volume ใน MT4/MT5 คือจำนวน tick ของโบรกรายเดียว ไม่ใช่ปริมาณการซื้อขายจริง
  • Double Top / Bottom บน H4 ไปถึงเป้าเต็ม 59.5% (78 ใน 131) สูงกว่าการสุ่มเข้าที่ระยะเดียวกัน 6.7 จุด และเหนือจุดเสมอตัว 51.6% ก่อนหักต้นทุน = +0.13R ต่อไม้
  • หัวไหล่ไปถึงเป้าเต็มแค่ 27.9% (17 ใน 61) ต่ำกว่าการสุ่มเข้า 34.0% กฎวัดเป้าข้อเดียวกันให้เป้าที่ไกลเกินสำหรับรูปแบบนี้ ปิดที่ 1R ได้ 52.5% ซึ่งแค่เสมอตัว
  • ราคาย้อนมาแตะเส้นคอ 77% ของครั้ง และค่ากลางคือแท่งถัดไปทันที — กลุ่มที่ไม่ย้อนคือไม้ที่ดีที่สุด (30 ใน 34 ถึงเป้า) การรอ retest จึงแลกผลสุทธิที่ดีขึ้นต่อไม้ กับการพลาดไม้ที่แรงที่สุด
🚫
ข้อที่ยังยืนยันไม่ได้ และหน้านี้ไม่ได้อ้าง — ตัวเลขทั้งหมดวัดจาก Binance H4 สามตลาดสามปี ไม่ใช่จากโบรก Forex ของคุณ ไม่ได้หักสเปรดและคอมมิชชั่น ไม่ได้ทดสอบบนไทม์เฟรมอื่น และฝั่งซื้อบวมด้วยขาขึ้นของทองกับ BTC ในช่วงนั้น ตัวเลขย่อยที่ n ต่ำกว่า 40 ให้อ่านเป็นจำนวนครั้ง ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ ไม่มีตรงไหนบอกว่ารูปแบบไหน "ใช้ทำกำไรได้" — มีแต่บอกว่ารูปแบบไหนผ่านหรือไม่ผ่านเส้นฐานในข้อมูลชุดนี้ ซึ่งคุณวัดซ้ำได้ด้วยกติกาที่เขียนไว้ครบ

อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง: แท่งเทียนกลับตัว คืออะไร · แพทเทิร์นสามเหลี่ยม (กลุ่มไปต่อ) · Retest คืออะไร · แนวรับ แนวต้าน คืออะไร · ทฤษฎีดาว · Trailing Stop · คลังคู่มือทั้งหมด

และถ้าอยากเทียบวิธีคิดในหน้านี้กับสัญญาณที่มีตัวเลขกำกับทุกไม้ ดูได้ที่ alphasigs.net

บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขในตารางคำนวณเป็นตัวอย่างสมมติที่ใช้แสดงวิธีคิด ส่วนผลวัด 3 ปีเป็นการทดสอบย้อนหลังบนข้อมูล Binance H4 ที่ยังไม่หักต้นทุนการเทรด ผลในอดีตไม่ใช่การรับประกันผลในอนาคต การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ผู้อ่านควรทดสอบด้วยบัญชีทดลองและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

ความคิดเห็น

Related stories