กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ บทวิเคราะห์พิเศษSpecial Post

บทความ

📊 บทวิเคราะห์พิเศษ | TraderTan ทฤษฎี Elliott Wave ฉบับละเอียด ✏️ เข้าใจคลื่นตลาดจากต้นกำเนิด สู่การนำไปใช้เทรดจริง · อัปเดต 2021 👤 Ralph Nelson Elliott คือใคร? ย้อนกลับไปในปี 1920-30s มีอัจฉริยะด้านการบัญชีคนหนึ่งชื่อ Ralph Nelson Elliott (ราฟ เนลสัน เอลเลียต) ได้ทำการวิเคราะห์วิจัยตลาดหุ้นอย่างใกล้ชิด กับข้อมูลบน 75 ปี ของตลาดหุ้น เขาพบว่า ตลาดหุ้นนั้น มีพฤติกรรมที่การเคลื่อนไหวของราคาที่ไร้รูปแบบ ซึ่งปกติไม่ได้เป็นแบบนั้น ‼️ เมื่อเขาอายุ 66 ปี เขาได้หลักฐานสุดท้ายที่ทำให้มั่นใจในการค้นพบของเขา เขาตีพิมพ์ทฤษฎีลงหนังสือชื่อ "The Wave Principle" โดยบอกว่า ตลาดนั้นมีการเทรดเป็นลักษณะวงจรที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ กัน 💡 แก่นสำคัญ: สาเหตุของรูปแบบซ้ำ ๆ นี้มาจาก อารมณ์ของนักลงทุน ที่ส่งผลมาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ข่าวใน CNBC, Bloomberg, ESPN หรือข่าวที่มีผลต่อจิตวิทยาของนักลงทุนในขณะนั้น อธิบายว่า การสวิงขึ้นลง ↕️ ของทิศทางราคา สาเหตุนั้นเกิดจาก พฤติกรรมทางจิตวิทยา ซึ่งแสดงออกมาในรูปแบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ...
หลังจากที่เราทำนำเสนอเกียวกับ การเทรดเพื่อแก้แค้นเอาคืน ไปแล้ววันนี้เราจะหาแนวทางการแก้ไขกัน ว่าแนวทางการแก้ไข้และป้องกันมีอะไรบ้าง แนวทางการแก้ไข การเทรดเพื่อแก้แค้นเอาคืน😀 1.สติ😀 เมื่อเกิดแพ้นั้นสิ่งที่ต้องมีนั้นคือ การมีสติ โดยวิธีการง่ายสุดนั้น คือ นั่งสูดหายใจลึกๆๆ ก็จะช่วยให้เรานั้นใจเย็นลง หรือ ถ้าไม่ดีขึ้น ให้ลุกไปทำอย่างอื่นก่อน ไปคิดเรื่องอืนก่อน  2. ไม่มีระบบใหนในโลกชนะตลาด 100  เปอร์เซ็น😌 ต้องเข้าใจว่าเรานั้นไม่สามารถที่จะชนะได้ทุกไม้ หรือทุกออเดอร์ได้ ต่อให้ระบบเทรดขนาดใหนก้ตาม ฉนั้นการแพ้นั้นก็คือเรื่องปกติในการเทรด แพ้ได้  3 กลับไปโฟกัสที่แผนการของเรา 📊 แผนการนั้นสำคัญมาก เพราะมีคือ GPS นำทางเราไปยังเป้าหมายของเรา  4.เปลี่ยนคาดหวังจากตัวเงินมาเป็นการคาดหวังการทำตามระบบ 💭 เพราะหลายคิดแต่เรื่องเงิน และอยากเอาคืนมาอย่างเดียวและอยากได้จนเกิดความโลภและอารมณ์ในการเทรด แต่ถ้าเราเปลี่ยนจากการคาดหวังเรื่องเงินมาเป็นคาดหวังว่าออเดอรต่อไปจะทำตามระบบ 100 % จะดีว่า โดยไม่ต้องสนว่าไม้นั้นจะแพ้หรือชนะ ถ้าเราทำตามแผน 100%  ถือว่าไม้นั้น เราประสบความสำเร...
หลังจากที่เราได้รู้ถึงความสำคัญของการจดบันทึกการเทรดหรือ Trading Diary ไปแล้ว วันนี่เราก็จะมาเสริมว่า Trading Diary ควรจดอะไรลงบ้าง  Trading Diary ที่ดีควรจดอะไรบ้าง 📝 1.ซื้อหุ้นอะไร? หรือ สินค้าที่เทรด  2.วันเวลาที่ซื้อขาย เพื่อให้ย้อนกลับมาดูได้  3.เหตุผลที่ตัดสินใจซื้อ-ขาย หรือระบบที่ใช้ในการเทรด เงื่อนไขในการเทรด  4.ขนาดออเดอร์ ที่ซื้อขาย Lot 5.ราคา take profit และ stoploss หรือ  RRR 6.ผลกำไร ผลขาดทุน (Realized P/L) กำไรก็ต้องจด ขาดทุนยิ่งต้องจด ยิ่งเจ็บ ก็ยิ่งต้องจำ 7.ระยะเวลาที่ถือหุ้น (Hold)  8.อารมณ์ ความรู้สึก ณ ตอนที่ ซื้อ-ขาย นี้น่าจะเป็นจุดสำคัญมากของการบันทึก Trading Diary     Trading Diary ควรทำในใหน  📝 ถ้าให้ดีสุดก็น่าจะเป็นตาราง excel เราก็จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากขึ้น ร่วมไปถึงสามารถ ทำการคำนวณ win rate หรือ loss  rateได้อย่างชัดเจน  📝 สรุป เราสามารถที่เพิ่มหรือลดได้ให้เข้ากับระบบเทรดของเรา แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้นั้นคือ อารมณ์ ความรู้สึก ณ ตอนที่ ซื้อ-ขาย เพราะเป็นเรื่องที่จำเป็นมากในการเทร...
  Scalping กับ Sniper เหมือนหรือแตกต่างกัน???                หลายๆคนคงเคยยินได้กันมาหนาหูแล้วกับ2 คำนี้ ระหว่าง  Scalping กับ Sniper และบางคนหรือหลายคนก็มัก จะคิดว่ามันเหมือนกัน จริงๆแล้วมันก็เหมือนกันนั่นแหละแต่ไม่เหมือนกันหมดสะทีเดียว เรียกว่าคล้ายแต่แตกต่างจะดีกว่า  วันนี้แอดจะมาไขข้อข้องใจให้เหล่าเทรดเดอร์ที่บังเอิญ มา เอ๊ะ !!! กับ 2 คำนี้ ว่ามันเหมือนหรือแตกต่างกันยังไง SCALPING                 -  Scalping คือ การเทรดทำกำไรในระยะสั้นๆ เก็บกำไรในระยะ 100-200 จุด  การออกออเดอร์แต่ละครั้งไม่ใหญ่มาก คิดเป็นสัดส่วนเพียง 1-2% ในการทำกำไรแต่ละครั้ง  และเน้นการเข้าบ่อย เข้าถี่ๆ เล็กสั้นขยันซอยไม้ ก็รวยได้ อิอิอิ    ส่วนมาก นิยมเล่นตามเทรน เป็นรอบๆ ตาม volatility ของตลาด  หรือบางทีอาจจะเล่นสวนเทรนก็ได้เหมือนกัน                 -รูปแบบนี้ เหมาะกับทุกเพศทุกวัยที่มีเงินทุนตั้งแต่น้อยไปถึงมากและชื่นชอบ...
-- หลังจากที่เรานำเสนอเว็บ  ตัวเลขเศรษฐกิจ ยอดนิยมอย่าง Forexfactoryไปแล้ว  วันนี้เราจะมานำเสนอเว็บยอดนิยมที่อีกหนึ่งเว็บในการแสดงตัวเลขเศรษฐกิจ นั้นคือเว็บ  Investing.com ซึ่งเป็นเว็บที่รองรับภาษาไทยโดย Investing.com เป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับตลาดการเงินแบบเรียลไทม์ ราคาซื้อขายล่าสุด กราฟ เครื่องมือทางการเงิน ข่าวสาร และบทวิเคราะห์สำหรับตลาดแลกเปลี่ยนจำนวน 250 แห่งทั่วโลก และครอบคลุมตราสารทางการเงินกว่า 300,000 รายการ โดยที่มีการให้บริการเว็บไซต์จำนวน 44ภาษา รวมทั้งภาษาไทย ด้วยจำนวนผู้ใช้เว็บไซต์ในแต่ละเดือนมีจำนวนมากกว่า 21 ล้านคนและการเข้าใช้เว็บไซต์กว่า 180 ล้านครั้ง จึงทำให้ Investing.com เป็นหนึ่งในสามอันดับแรกของเว็บไซต์การเงินระดับโลกตามการจัดอันดับของทั้ง SimilarWeb และ Alexa  วิธีการดู ตัวเลขเศรษฐกิจ บน Investing.com โดยวืธีการเข้าถึง ตัวเลขเศรษฐกิจ เริ่มต้นเข้า เว็บ Investing.com หลังจากนั้นเลือก ภาษา โดยคลิกที่มุมหน้าจอทางขวาสุด จะเห็นรูปธงชาติ  โดยเราสามารถที่เลือกภาษาได้มากถึง 44 ภาษา ให้เลือกภาาษาไทย ให้เคลิกเลือก...
  Price Action รูปแบบที่อ้างอิงรูปแบบของแท่งเทียนโดยมีการกำหนดรูปแบบมาเพื่อบอกว่าสถานะปัจุบันของราคานั้นเกิดอะไรขึ้น เพื่อใช้เป็นรูปแบบการเข้าทำกำไร เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูง เนืองด้วยเป็นการบอกสัญญาณที่รวดเร็วไม่ได้ผ่านกระบวนการคำนวณทางคณิตศาสตต์ ซึ่งรูปแบบ  Price Action ก็มีมีหลายสิบรูปแบบ แต่วันนี้เราจะคัดเฉพาะที่ได้ความนิยม และเกิดขึ้นบ่อย TOP 3 ของ Price Action  คำแนะนำการใช้งาน Price Action   ต้องใช้งานร่วมกับแนวรับแนวต้าน  ใช้ Price Action  อย่างเดียวในการเทรด มีความเสี่ยงสูงถ้าไม่เช้าอารมตลาดทั้งหดม  ทั้งนี้อาจใช้  Price  Action ร่วมกับ Indicator  หรือ Price Patterns เพือเพิ่มความแม่นย้ำ  ต้องมีความรู้เรื่องเทรน เพือหาจุดตำแหน่งในการเข้าที่เปรียบ   3 Price Action ยอดนิยม และเกิดขึ้นบ่อย  1.เอ็นกัลฟิง (Engulfing)  สัญญาณขาขึ้น -จะประกอบไปด้วยแท่งเทียนสองแท่ง โดยแท่งที่สองจะมีความยาวปกคลุมทั้งจุดต่ำสุดและสูดสูงสุดของแท่งเทียนก่อนหน้า เมื่อกราฟเป็นแนวโน้มขาลง แล้วเกิดรูปแบบ เอ็นกัลฟิง (E...
การใช้  Bollinger band  ควบคู่ไปกับ  Relative Strength Index  และ  Stochastic Slow  ในตลาดฟอเร็กซ์ บทความนี้ได้มีเพื่อนผมคนนึงครับ บอกให้ผมช่วยหา "Indicators" ที่ใช้ควบคู่กับ  Bollinger Band  หน่อย  ซึ่งตอนนั้นผมก็ตอบเพื่อนคนนี้อย่างรวดเร็วไปว่า "เออ ใช้กับ Stochastic Slow ว่ะ"ซึ่งผมยังไม่ได้บอกมันเลยครับว่า"ผมไม่ได้บอกทั้งหมดว่าใช้กับ RSI ได้ด้วย"  แต่ว่าใช้ได้เหมือนกัน เพียงแต่  Stochastic  บอกสัญญาณที่เร็วกว่า Relative Strength Index (Rsi)   Oscillators ที่บอกสัญญาณได้เร็วอันดับแรกก็คือ Commodity Channel Index (CCI) และรองลงมาก็คือ   Stochastic   สองตัวนี้จะเหมาะสมกับกราฟพักตัว หรือที่เรียกว่ากราฟไซเวย์ (Sideway) นั่นเอง  เพราะฉะนั้น : อย่าได้ใช้อินดิเคเตอร์สองตัวนี้ในการเล่นกราฟที่มีแนวโน้มไปทางเดียวเด็ดขาด เพราะคุณอาจจะถูกหลอกว่ามัน  Over Bought   ( OB = ภาวะตลาดมีแรงซื้อเยอะเกิน ) ในช่วงขาขึ้น และภาวะตลาดที่มีแรงขายเยอะเกิน ( Over Sold ) ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่...
  จำตอนเริ่มเทรดครั้งแรกได้มั้ย อะไรๆก็เป็นไปได้ พยามเสาะหาโอกาสที่จะเทรดอยู่ตลาด แล้วหลังจากนั้นก็ ...... เละ บทความนี้จะช่วยให้เห็นภาพแต่ละช่วงชีวิตของเทรดเดอร์ ทำไมเค้าถึงติดอยู่กับวงจรเดิมๆ อะไรที่ทำให้เดินผิดทาง ซึ่งจะช่วยให้เทรดเดอร์หลีกเลี่ยงความผิดพลาดซ้ำเดิมได้ ------------------------ 1.The Indicator Phase - หาระบบเทพ อินดี้ในตำนาน เมื่อแรกเริ่มส่วนใหญ่จะใช้อินดี้ต่างๆ แล้วดูเท่จุงเบย พยามหาอินดี้ที่มันให้สัญญาณชัดๆ ตัดขึ้นเป็นซื้อ ตัดลงเป็นขาย โดยไม่รู้เลยว่าอินดี้นั้นกำลังบอกอะไร คำนวณมาไง ใช้ยังไง ขอแค่ให้สัญญาณมาก็พอ ------------------------ 2.The price action phase - less is more   ขอแค่กราฟเปล่าสไตล์มินิมอล ยิ่งน้อยยิ่งดี เมื่อเทรดต่อมาสักพักนึง เริ่มปรับตัวได้เอาเส้นอินดี้ที่มันรกๆมั่วๆ ออกจากกราฟไปและก็มี qoute เท่ๆ ประจำใจว่า "keep it simple" หรือ "Only trade what you see" แปลไทยว่า "ทำให้ง่ายเข้าไว้" "เทรดเท่าที่เห็นสิฟร่ะ" เพราะกราฟเปล่าๆเนี่ยแหละคือข้อมูลจริงๆที่กำลังบอกเรา ราคาได้บอกทุกอย่างแล้ว มันคือข้อมูลเพียวๆ คือสิ่งที...