กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ Bitcoin

บทความ

 Crypto Scams  อาชญากรรมในวงการคริปโต ตอน2                มาต่อกันจากความเดิมตอนที่แล้วยังคงมีอีกหลายวิธีที่พวก scams ทั้งหลายใช้ในการหลอกล่อ หรือล่อลวงเทรดเดอร์ให้ตกหลุมพลาง ด้วยวิธีการที่ง่ายๆแต่ก็มีคนหลงเชื่อกันเยอะทีเดียว 3.Altcoins Pump and Dump                คือ การสร้างกระแสปั่นราคาเหรียญให้สูงขึ้นด้วยการซื้อเหรียญมาเก็บไว้เป็นจำนวนมาก แล้วเอามาปล่อยในราคาสูงๆ เพื่อกวาดเอากำไรจากการขายกลับมา โดยทั่วไปแล้ว อัลท์คอยน์ (altcoin) หรือเหรียญทางเลือก จัดเป็นเหรียญที่มีมูลค่าไม่สูงและมีสภาพคล่องต่ำ เหล่าแฮกเกอร์มักเลือกหยิบเหรียญใหม่ๆ หรือไม่ได้เป็นที่นิยมเช่นนี้ขึ้นมาสร้างกระแสปั่นราคา เพราะไม่ต้องใช้เงินมากในการซื้อเหรียญมาเก็บไว้ ส่วนเหรียญบิตคอย์ยนั้น บอกเลยว่าน้อยมากที่แฮกเกอร์จะเลือกมาปั่นราคาเพราะต้องใช้เงินจำนวนมากซื้อมาเก็บไว้เมื่อเทียบกับเหรียญทางเลือกอื่น                การปั่นกระแสราคาเหรียญในปัจจุบันมักจะเน้นไปการประโคมข่าว เพื่อเรียกแขกให้เข้ามาซื้อเหรียญที่ตัวเองปั่นกันมากๆ วิธีที่ใช้ก็คือบอกต่อข่าวลือในโลกโซเชียล สร้างปรากฏการณ์ FOMO ให้มากที่สุด เพื่อกระตุ้นกลุ่มเป้าห
Crypto Scams  อาชญากรรมในวงการคริปโต ตอน 1                 ต้องยอมรับว่าการเทรดคริปโตได้รับความสนใจและเป็นที่น่าจับตามองไม่น้อย  เมื่อมีคนหันมาลงทุนกันมากเรื่อยๆ ก็เป็นแรงดึงดูดเหล่าอาชญากรไซเบอร์ ได้มากขึ้นอีกทาง  จากการอ้างอิงตามรายงานของวงการคริปโต พบว่า เมื่อตอนปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา เหล่าแฮกเกอร์ในแวดวงคริปโตฯ ได้ฟอกเงินไปทั้งหมด 432 ล้านดอลลาร์  โดยการฟอกเงินจำนวน 56% นั้นมาจากการแฮกบน DeFi ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินที่มากเมื่อเทียบกับสองปีที่ผ่านมา และยังไม่รวมอาชญากรรมรูปแบบอื่นในกลุ่มคนเทรดคริปโตฯ ที่เจอกันอยู่เสมอ                วันนี้แอดเลยจะพามาทำความรู้จักอาชญากรรมไซเบอร์ในแวดวงคริปโตหรือ Crypto scams  ที่เหล่าแฮกเกอร์มักใช้กัน มาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้างที่แฮกเกอร์ใช้บ่อย และมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นอีกมากในปีนี้ อือหืม ระวังๆตัวกันไว้ด้วยน๊าา  1. DeFi rug pulls                rug pull คือ กลวิธีการโกงรูปแบบหนึ่งที่พบได้มากบนระบบ DeFi โดยหลอกให้เอาเงินมาลงทุนไว้ในแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล หรือ DEX (Decentralized Cryptocurrency Exchange) จากนั้นก็เอาเงินโอนออกไปจนหมด  โดยตรวจส
 Rug Pull กลโกงในโลกคริปโตที่เกิดขึ้นได้แบบไม่ทันตั้งตัว                ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า Cryptocurrency วงการคริบโต เริ่มเติบโตและใหญ่โตขึ้น มากขึ้นทุกวันๆ โดยการสร้างรูปแบบการลงทุนใหม่ๆขึ้นมาอยู่อย่างต่อเนื่อง การผลิตเหรียญใหม่ๆออกมา  ก็เพื่อเป็นการสร้างโอกาสที่ดีในการที่จะได้รับผลตอบแทนอย่างมหาศาล ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเหรียญใหม่ๆที่ออกมานั้น มันเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน                และในการลงทุน ย่อมมีความเสี่ยงอยู่เสมอ ความเสี่ยงในการสูญเสีย และกับดักกลโกงนั้นมีอยู่มากทีเดียว ที่อาจจะทำให้เงินลงทุนทั้งหมดของเรามลายหายไปในอากาศ เพราะมีคนส่วนหนึ่งมองเห็นโอกาสช่องโหว่วตรงนี้  โดยการฉกฉวยโอกาสโกงจากการหาเงินได้ง่ายๆ โดยไม่คำนึงถึงศีลธรรม จริยธรรมใดๆ ที่จะเป็นการทำร้ายนักลงทุนรายย่อยคนอื่นๆอย่างเช่น ที่เห็นเป็นข่าวใหญ่โต จากเหรียญคริปโตที่ตั้งชื่อตามซีรี่ดังเรื่องหนึ่ง แล้วก็หลบหนีหายไปในอากาศอย่างลอยนวล ทิ้งให้นักลงทุนเคว้งคว้าง และสูญเสียเงินจำนวนมาก                เกริ่นมาขนาดนี้แล้วหลายคนคงถึงบางอ้อแล้วแหละ ว่าแอดกำลังพูดถึงเหรียญตัวไหน นั่นแหละประเด็นที่เราควรจะมาทำความร
  DeFi = โลกของการเงิน ที่ไม่ต้องพึ่งธนาคาร                โลกของเรากำลังเปลี่ยนไป ทั้งการดำรงชีวิต และการใช้ชีวิต เงินก็เป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามามีบทบาทและเปลี่ยนแปลงใหม่ แถมยังมีอิทธิพลมากยิ่งขึ้นในโลกออนไลน์ ที่เรารู้จักกันดี ในชื่อ สกุลเงินดิจิทัล หรือ Cryptocurrency   แต่สกุลเงินดิจิทัลก็ยังไม่สามารถมาแทนค่าเงินปกติในชีวิตประจำวันได้  เพราะความผันผวนของราคาที่สูงมากๆ ทำให้มันน่าสนใจ แต่จับต้องไม่ได้ แต่มันสามารถสะสมและเพิ่มมูลค่าได้ ทำให้สกุลเงินดิจิทัล เป็นที่ต้องการของคนทุกเพศทุกวัยทั่วโลก และยิ่งไปกว่านั้นเทคโนโลยีของมันก็ได้ถูกต่อยอดเพิ่มไปอีกไปในหลายๆ วงการ เช่น Smart Contract หรือการระดมทุนแบบใหม่อย่าง ICO และล่าสุดเราก็ได้พบกับ Decentralized Finance (DeFi) ที่อาจจะมาพลิกโฉมโลกการเงินไปตลอดกาล มาดูกันว่า   (DeFi) คืออะไร แล้วส่งผลกับชีวิตของเราอย่างไรบ้าง Decentralized Finance (DeFi)                  คือระบบการเงินรูปแบบใหม่ ที่ให้เราทำธุรกรรมทางการเงินได้ ไม่ว่าจะเป็นการโอน จำนอง กู้ยืม การให้ดอกเบี้ย หรืออื่นๆ แบบที่ไม่ต้องมีตัวกลางอย่างสถาบันการเงินมารับรองแบบที่เราคุ้น
  NFT Games  ส่อง7 เกมส์ ยิ่งเล่นยิ่งได้เงิน                ณ เวลานี้ หากจะเอ่ยถึง ( Cryptocurrency)   คริปโตเคอเรนซี่ หรือ   (blockchain)   บล็อกเชน เรามักจะนึกไปถึงเหรียญบิทคอยท์ หรือเหรียญคริปโตประเภทต่างๆ ซึ่งต้องใช้เงินไปซื้อไปแลกมา เพื่อสร้างกำไร เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการลงทุน   แต่ ณ ตอนนี้ ได้มีนวัตรกรรมใหม่เกิดเพิ่มขึ้น และหนึ่งในนั้นจะต้องมีสินทรัพย์ดิจิตอล NFT (Non Fungible Token)  บล็อกเชนที่เป็นที่นิยมกันอย่างมากในปัจจุบันแต่......วงการนี้ไม่ได้มีเพียงแค่สินทรัพย์ดิจิตอลเท่านั้น ยังมีอีกหนึ่งนวัตรกรรมใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ซึ่งแอดจะมาเล่าให้ฟัง                หลังจาก NFT โด่งดังและเป็นที่นิยมอย่างมาก ทางผู้สร้างเหรียญคริปโตฯ และบล็อกเชนก็ได้เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆเพิ่มขึ้น  โดยเข้าไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวงการเกมส์  จากการสร้างวิดีโอเกมส์ผ่านการเขียนโปรแกรมลงบนบล็อกเชน   ทำให้  NFT Games เป็นที่นิยมมากขึ้นในกลุ่มสายเกมส์ คอเกมส์ ทั้งหลาย ที่นอกจากจะเล่นเกมส์สนุกๆแล้ว ยังได้เงินอีกต่างหาก เรียกได้ว่า  NFT Games สามารถเล่นและสร้างรายได้ได้อีกทางหนึ่งด้วย (Play to e
  CryptoCurrency เหรียญไหนมาแรงบ้าง ต๊าซซ!! บิตคอยน์ (Bitcoin)                ใช้อักษรย่อว่า BTC เกิดปี 2009 โดยผู้สร้างชื่อ ‘ซาโตชิ นากาโมโต’   บิตคอยน์ เป็นสกุลเงินดิจิทัลสกุลแรกของโลกและเป็นต้นกำเนิดของเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในปัจจุบันบิตคอยน์เป็นสกุลเงินที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก และมูลค่าของบิตคอยน์ที่หมุนเวียนในระบบกว่า 17 ล้านเหรียญที่ถูกขุดออกมาแล้ว (จากทั้งหมด 21 ล้าน) มีมูลค่าเกินครึ่งของมูลค่าตลาดคริปโทโลก อีเทอเรียม (Ethereum)                ใช้อักษรย่อว่า ETH เกิดปี 2013 โดยผู้สร้างชื่อ วีตาลิค บูเจริน  ความโดดเด่นของอีเทอเรียม คือเป็น Open Source ให้บุคคลอื่นเข้ามาร่วมพัฒนาระบบได้ จึงทำให้อีเทอเรียมทำงานได้หลากหลายกว่าบิตคอยน์โดยอีเทอเรียมสามารถเปิดใช้ระบบ Smart Contract สร้างเงื่อนไขการสั่งจ่ายได้ อาทิ จ่ายค่าบัตรเครดิตหรือค่าหอพัก เมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนด จ่ายค่ารถเช่าเพื่อปลดล็อกรถ โดยไม่ต้องจ้างคนเพื่อเฝ้ารถ   นอกจากนั้น ยังนิยมใช้ในการระดมทุนแบบดิจิทัลที่เรียกว่า ‘ICO’ หรือ Initial Coin Offering รวมถึงยังมีการรวมตัวกันของบริษัทใหญ่และสตาร์ทอัพทั่วโลก เพื่อ
12 คำศัพท์มือใหม่เทรดคริปโต Crypto Currency ต้องรู้                      หากคุณกำลังจะซื้อขาย คริปโทเคอร์เรนซีสักตัว แต่ก็มีข่าวลือออกมาสักอย่าง ด้วยคำศัพท์เฉพาะตัว ที่อ่านแล้ว ฟังแล้ว แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี และด้วยความที่คุณเป็นนักลงทุนหน้าใหม่ มันอาจจะเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจว่าคำศัพท์เหล่านั้น มันสื่อถึงอะไร เป็นไปในทิศทางไหน สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนหน้าใหม่ทุกคนจำเป็นต้องรู้ก็คือ คำศัพท์ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในตลาดหุ้น เทรดฟอเร็กซ์รายวัน หรือตลาดคริปโทเคอร์เรนซี หากคุณได้ยินคำศัพท์เหล่านี้ มันอาจะช่วยทำให้คุณตัดสินใจได้เร็วขึ้น หรือฟังหูไว้หูก็ได้ สิ่งเหล่านี้มีประโยชน์มาก หากเราติดตามข่าวสาร ความเป็นไปต่างๆที่เกิดขึ้น จะทำให้เราเข้าใจความหมาย และแก้เกมส์หรือสถานการณ์ที่จะเกิดต่อไปข้างหน้าได้แบบเต็มประสิทธิภาพ 1. Fear, Uncertainty, and Doubt (FUD)                     FUD ไม่ใช่คำศัพท์เฉพาะสำหรับการเทรด แต่ FUD มักใช้ในตลาดการเงิน FUD เป็นกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างความเสื่อมเสีย ให้กับบริษัท โดยการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิด สร้างความกลัวและสร้างความได้เปรียบจากการลดลงของราคาหุ้น  วิธีการเช่น นักลงทุนเปิ
 Forex & Bitcoin                  ในยุคสิบกว่าปีก่อน forex จัดเป็นสิ่งใหม่สำหรับเรามากในการหาเงินออนไลน์  แต่พอมาถึงยุคสมัยนี้ ยุคที่ทุกสิ่งอย่างต้องมีคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเข้ามาเกี่ยวข้องภายในชีวิตประจำวัน มันเป็นยุคดิจิตอล หรือเรียกโดยรวมๆว่า ยุค GLOBALIZATION  การเกิดสกุลเงินใหม่ๆในโลกดิจิตอลจึงมีเพิ่มมากขึ้น  โดยเราอาจจะคุ้นหูกันมามากแล้วกับคำว่า  Cryptocurrency  หรือเรียกสั้นๆว่า คริปโต ซึ่งหลายคนมองว่ามันเป็นสกุลเงินในอนาคต  และสกุลเงินที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุด ก็คงไม่พ้น "Bitcoin" (บิทคอยท์) หลายคนยังเข้าใจว่า  Forex และ Bitcoin มันเหมือนกัน แต่ความจริงแล้ว มันแค่คล้ายกัน และแตกต่างกัน                     เนื่องจาก forex เราจะใช้เงินจริงของเราเพื่อซื้อสุกลเงินต่างประเทศเพื่อทำการเก็งกำไร โดยที่ค่าของสกุลเงินนั้นจะแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ตามช่วงเวลาในตลาดและเปลี่ยนแปลงทุกวัน การเข้าทำกำไรจึงเป็นเหมือนการซื้อมาขายไป ซื้อถูกขายแพง ที่เกิดจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินในตลาดต่างประเทศนั่นเอง  และยังเชื่อมโยงไปยังเศรษฐกิจ และเรื่องอื่นๆด้วย แต่ คริปโต นั้นไ
  --เมื่อไม่นานมานี้ศาลแขวงในเขตทางตอนเหนือของแคลิฟอร์เนียได้อนุมัติไฟเขียวให้แก่ กรมสรรพากร ( IRS ) เพื่อเข้าตรวจสอบข้อมูลประจำตัวของผู้เสียภาษีบนเว็บเทรด Kraken แล้ว โดยได้รับความช่วยเหลือจากการออกหมายเรียก John Doe ในขณะนี้หน่วยงานกรมสรรพากรกำลังตรวจสอบข้อมูลผู้ใช้งานที่มีการทำธุรกรรมมูลค่ามากกว่า 20,000 ดอลลาร์ขึ้นไป โดยย้อนหลังกลับกลับไปนับตั้งช่วงปี 2016 ถึง 2020 --นาย Chuck Rettig ผู้บัญชาการของกรมสรรพากรอ้างว่า หมายเรียก John Doe นั้นมีความจำเป็นอย่างมากเพื่อใช้ในการเปิดเผยข้อมูลของผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงภาษี : “ไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับผู้เสียภาษีที่ยังไม่มีการรายงานผลรายได้และภาษีที่ต้องชำระจากธุรกรรมสกุลเงินดิจิทัล” เมื่อเดือนที่แล้ว กรมสรรพากรส่งหมายเรียก John Doe ที่ได้รับจากศาลไปยังบริษัทผู้ให้บริการด้านการชำระเงิน Circle ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้การดำเนินการออกเหรียญ USDC ( USDC ) --ย้อนกลับไปในปี 2017 กรมสรรพากรได้รับชัยชนะในศาลครั้งใหญ่เหนือ Coinbase ซึ่งเป็น บริษัทกระดานแลกเปลี่ยนคริปโตที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกาและได้รับอนุญาตให้ตรวจสอบข้อมูลผู้ใช้ของบริษัทที่อาจเข