กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ บุคคลที่ประสบความสำเร็จ

บทความ

 Stanley Druckenmiller นักเทรดระดับโลก ตอน2                จากความเดิมตอนที่แล้วแอดได้เล่าถึง ประวัติความโหดในการเทรดของ     Stanley  Druckenmiller แบบคร่าวๆไปแล้ว ผู้ซึ่งไม่เคยมีประวัติ  Performance ติดลบเลย และในส่วนนี้เราจะตีแผ่บทความการตอบคำถามที่น่าสนใจของ Druckenmiller กันในหนังสือ The New Market Wizard Druckenmiller ได้กล่าวไว้ดังนี้                หาตัวกระตุ้นโดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์อย่างมากกับการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นเมื่อเทียบกับการดูปัจจัยพื้นฐานทั้งหมด นักวิเคราะห์หลายคนยังไม่รู้ว่าอะไรทำให้หุ้นของพวกเขาขึ้นและลง รายได้ไม่ move ตลาด จริงๆแล้วคือ Federal Reserve Board … Focus ไปที่ธนาคารกลางและการเคลื่อนไหวของสภาพคล่อง…ตลาดคือตัวแทนของอนาคตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น นั่นหมายถึง รายได้นั้นมีผลต่อหุ้น แต่ รายได้ในอนาคตนั้นสำคัญกว่ารายได้ในอดีต กุญแจสำคัญในการเป็นเทรดเดอร์ที่ดีคือการระบุปัจจัยที่จะผลักดันรายได้ในอนาคตไม่ใช่สิ่งที่ผลักดันในอดีต สรุุปวิธีการเทรดที่ได้จาก Druckenmiller 1. ต้องรู้ลึกรู้จริง                นักลงทุนที่ดีต้องสามารถระบุได้ถึงปัจจัยที่สั
  Stanley Druckenmiller นักเทรดระดับโลก  ตอน1                หากเอ่ยถึงนักเทรดระดับโลกที่ประสบความสำเร็จแล้ว หลายๆคนมักจะนึกถึง George Soros หรือ Warren Buffett ผู้ซึ่งเป็นต้นแบบและแบบอย่างให้กับเหล่าเทรดเดอร์ทั้งหลายในปัจจุบัน แต่วันนี้แอดจะมาพูดถึงบุคคลอีกผู้หนึ่งที่ มีสกิลการเทรด ระดับเทพเหมือนกัน ต้องเข้าใจก่อนนะว่า นักเทรดระดับโลกที่ประสบความสำเร็จไม่ได้มีแค่ 1 หรือ 2 คน แต่มีมากกว่า 10 คน และรูปแบบ สไตล์การเทรดของแต่ละคนนั้นก็มีความแตกต่างกันออกไป เอาละ แอดจะมาเล่าให้ฟัง Stanley Druckenmiller คือนักเทรด Forex ระดับโลกที่ประสบความสำเร็จ                ชายผู้มีทักษะการวิเคราะห์เหมือน Jim Roger และทักษะการเทรดเหมือน George Soros นี่คือนิยามที่ Fund manager Scott Bessent     “เครื่องจักรผลิตเงินที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์"  นิยามให้กับชายที่ชื่อ Stanley Druckenmiller ซึ่งเขายกให้ George Soros เป็นเหมือนกับอาจารย์ของเขาเลยทีเดียว อันที่จริงแล้ว Druckenmiller ทำงานร่วมกับ Soros ใน Quantum Fund นานมากกว่าหนึ่งทศวรรษ แต่เขาก็สร้างชื่อเสียงในฐานะเทรดเดอร์ Forex ที่ประสบความสำเร็
  George Soros นักเทรดระดับโลก ตอน2                จากการศึกษากรณีตัวอย่างจาก   วิกฤติเงินปอนด์ ('Black Wednesday' )  ทำให้เราได้รู้ว่า  George Soros ไม่ได้มาเล่นๆ และไม่ใช่การฟลุคแต่อย่างใด    จอร์จเป็นผู้ที่รู้ลึก รู้จริง เขามีความรู้และเก่งในเรื่องเศรษฐศาสตร์มหภาคมากๆ  โดยใช้ หลักการหรือแนวความคิดในการเทรด คือ   Global Macro Strategy  และยังคิดค้น   ทฤษฎี  สะท้อนกลับ     “Reflexivity Theory”   ซึ่งเป็นทฤษฎีที่เค้าใช้ทำกำไรจากตลาดมาโดยตลอด  Global Macro Strategy                 คือ กลยุทธ์มหภาคระดับโลกของกองทุนป้องกันความเสี่ยง  เริ่มจากการคาดการณ์จากมุมมองทางเศรษฐกิจ และการเมืองโดยรวมของประเทศต่างๆ     จากการคาดการณ์เหตุการณ์ขนาดใหญ่แล้วใช้กลยุทธ์การ ลงทุนแบบฉวยโอกาส  โดยเข้าซื้อแบบอิงตามสกุลเงิน  อัตราดอกเบี้ย และดัชนีหุ้น หรือตราสารทุน โดยมองหาความแข็งแกร่ง ของสกุลเงินหนึ่งกับอีกสกุลหนึ่ง  The core of Soros’ thinking   แก่นการคิดหลักของโซรอสมีอยู่ 2 อย่าง ที่เป็น two-way interaction คือ          1.  Cognitive  คือ การที่เรา”  เข้าใจ ” สภาพแวดล้อมที่เรากำลังเผชิญอยู่     
  George Soros นักเทรดระดับโลก ตอน1                หากคุณเป็นมือใหม่เพิ่งจะหัดเทรด Forex หรือเป็นเทรดเดอร์ที่มากด้วยประสบการณ์ในตลาดนี้มาสักระยะหนึ่งแล้วแต่ก็ยังล้มลุกคลุกคลานอยู่ หรือบางคนเพียงแค่เทรดและทำกำไรได้นิดๆหน่อยๆ หรือเพียงแค่อยู่รอดในตลาดเท่านั้น เพราะยังไปไม่สุดทางฝัน  เป้าหมายสูงสุดที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่พึงปรารถนาก็คือ การประสบความสำเร็จในการเทรด ไม่ว่าจะเป็นตลาด Forex หรือตลาดหุ้น ทางหนึ่งที่จะช่วยให้คุณมีพัฒนาการเทรดที่ดีขึ้น ก็คือการเรียนรู้จากนักเทรด ระดับโลกที่ประสบความสำเร็จ การเรียนรู้วิธีการ การจัดการ จุดแข็งอะไรบ้างที่ทำให้เทรดได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ ถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจทางหนึ่งและต้นแบบการก้าวขึ้นเป็นเทรดเดอร์อย่างมืออาชีพ และอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน George Soros จอร์ช โซรอส              จอร์จ โซรอส   เป็นที่รู้จักดีในฐานะนักลงทุนที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็นผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ เกิดวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 1930 เดิมชื่อ จอร์จี ชวาร์ตซ์ นักธุรกิจชาวอเมริกันเชื้อสายฮังการี เป็นนักวิเคราะห์ค่าเงิน นักลงทุนหุ้น ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานบริษัท Soros Fund
  5 ขั้นตอนการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเป็นเทรดเดอร์ ปัจจุบันการเป็นเทรดเดอร์เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากขึ้น สำหรับคนไทย  ไม่ว่าจะเป็นเทรดเดอร์ พาร์ทไทม หรือ ฟูลไทม เหตุผลก็เพื่อสร้างรายได้ที่เป็นกอบป็นกำ  หรือสร้างรายได้เสริมเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นั่นเอง เวลา 👼👼 กว่าจะเข้ามาเป็นเทรดเดอร์ได้ไม่ใช่เรื่องยากและไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียวหากคุณไม่มีเวลาให้กับมันจริงๆ เวลาแบบไหนกันที่สำคัญ  เวลาในการเทรด เวลาในการหาความรู้ เวลาในการลองผิดลองถูก ไงละ และที่สำคัญที่สุด เวลาในการเก็บเกี่ยวประสบการ์ณจะส่งผลในระยะยาวที่ยั่งยืน ความรู้  👷👷 ความรู้เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวที่สุดที่เราสามารถทำได้โดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลยแม้แต่บาทเดียว แค่เปิดมือถือ หรือเปิดกูเกิ้ลเพื่อค้นหาข้อมูล เพราะถึงแม้คุณจะไม่เสริซหาข้อมูลคุณก็ต้องเปิดเฟสบุคทุกวันอยู่ดี เช่นนั้นแล้ว สละเวลาสักน้อยนิด สัก 1-2 ชั่วโมงเพื่อเรียนรู้กันเถิด  เงินทุน 💚💛 แหล่งเงินทุนก็สำคัญไม่แพ้ความรู้ หากคุณไม่มีทุน มันก็ยากที่จะทำกำไร เพราะพอร์ตเดโม่ไม่สามารถถอนเงินได้ จริงมั้ยละ ประสบการ์ณ 👽👽 ประสบการ์ณจะเกิดขึ้นได้ ต้องผ่านข้อ1-3 มาแล้ว เมื่อความร
  เลิกทำ = เลิกล้าง (ตอนที่ 7) เลิกต่อราคาเมื่อต้องตัดขาดทุน ⏰ เวลาที่การเทรดของเราไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ (โดยเฉพาะ #Forex) เทรดเดอร์มือใหม่หลายคนคงเคยได้ยินวลีเด็ด เช่น “ไม่ขายทิ้ง ไม่ขาดทุน” โดยหวังว่าซักวันนึงเดี๋ยวมันก็คงจะกลับมาบวกเองแหละ 😌 จึงทนถือมันต่อไป, ทนดูมันลบเงินในพอร์ตไปเรื่อยๆ, เลื่อน #StopLoss ออกไปเรื่อยๆ, เติมเงินกันลากหมดพอร์ตไปเรื่อยๆ ด้วยความรังเกียจประวัติการเทรดที่ต้องแปดเปื้อนด้วยตัวเลขสีแดง 🙀 ไม่กล้ายอมรับในวันที่ #WinRate ของเราต้องตกลงมาต่ำกว่า 50% 📉 ขณะที่เทรดเดอร์มืออาชีพ หรือ ผู้ที่มองการเทรดเป็นธุรกิจนั้น จะไม่ต่อราคาเมื่อต้องตัดขาดทุน, เมื่อรู้ว่าตนคิดผิด จะยอมรับมันด้วยความเต็มใจ และ อนุญาตให้ Stop Loss ได้ทำหน้าที่ของมันตามแผนที่วางไว้ เหมือนเป็นการตัดเนื้อร้ายทิ้งก่อนที่มันจะลุกลามจนกลายเป็นมะเร็งพอร์ต ในที่สุด ✂️🍖 🎯 เพราะพวกเขามีเป้าหมายที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าพวกเขาเข้ามาในตลาดนี้ไม่ ได้เพื่อมาเอาชนะ แต่เพื่อมาเอากำไร 💰 สำหรับพวกเขา Win Rate (จำนวนไม้ที่ชนะ) นั้นไม่สำคัญเท่ากับ #Profit / #ReturnRate (จำนวนเงินหรือผลตอบแทนที่ได้รับ) 💸 ชนะทุกคร
  เลิกทำ = เลิกล้าง (ตอนที่ 6) เลิกยึดติดกับผลลัพธ์ในอดีต เราไม่ควรให้กราฟที่เราเคยเทรดเสียหรือเคยขาดทุน มาบั่นทอนความมั่นใจของเราแล้วกลายเป็นความกลัวจนไม่กล้าตัดสินใจ ในเวลาที่ใช่ ‼️ และอย่าหลงระเริงกับกราฟที่เคยเทรดชนะติดต่อกัน  (#WinRate) หรือกำไรในอดีตแล้วมั่นใจเกินตัว (#Overconfident) จนลืมไปว่าตราบใดที่ยังไม่หมดเวลา (Fixed Time) หรือยังไม่ได้ปิดกำไร (#Forex) อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอในตลาดเงินนี้ ‼️ กำไร / ขาดทุน คือความ สุข/ทุกข์ ชั่วคราว เกิดขึ้นกับทุกคน ผ่านมาและผ่านไป เป็นธรรมชาติของตลาด และเป็นธรรมชาติของทุกธุรกิจ 🌎 นักเก็งกำไรหรือเทรดเดอร์อย่างเราๆที่เมื่อก้าวเข้ามาอยู่ในตลาดของธุรกิจ การเงินนี้จึงมิอาจหลีกหนีพ้น  " ไม่มีใครที่เทรดได้กำไรตลอดกาล และ ขาดทุนตลอดไป "  ดังนั้นจงปล่อยวางอารมณ์ให้เป็นกลาง แล้วทุกผลลัพธ์ที่ผ่านมาจะไม่เสียเปล่าหากเราได้ทบทวนและเรียนรู้ทุกครั้งว่า เราแพ้เพราะอะไร และเราชนะได้อย่างไร ⁉️  แม้เราจะกำลังขาดทุนหรือแพ้มากกว่าชนะ แต่ยิ่งเราได้เห็นว่า “เราแพ้เพราะอะไร” มากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งรู้ว่า “เราจะชนะได้อย่างไร” มากเท่านั้น แล้วทุกผลลัพธ์ที่ผ่าน
  เลิกตัดสินใจด้วยข้อคิดเห็น: ไม่ว่าจะเป็นข้อคิดเห็นของตนเอง หรือข้อคิดเห็นของ เทรดเดอร์ / กูรู / โค้ช คนอื่นๆ โดยเฉพาะพวกที่ “เค้าบอกว่า” (เค้าน่ะใคร ⁉️) เพราะถ้าหากตลาดเคลื่อนไหวตามข้อคิดเห็นที่เค้าบอกว่ามาทั้งหมดเสมอ ล่ะก็คงไม่มีใครเทรดเสียกันเลยแม้แต่คนเดียว ‼️ และหากทิศทางของตลาดมิได้เป็นไปตามที่เค้าคาดการณ์ไว้ ก็จะได้ไม่ต้องมาโทษว่า "เค้ามั่ว" เพราะทุกข้อคิดเห็นต่างก็มีเหตุผลในตัวของมันและต่างคนต่างก็ย่อมต้องเชื่อว่าตนเองนั้นคิดถูก ✅ แม้ท้ายที่สุดผลที่ออกมานั้นเราและพวกเขาอาจจะไม่ได้ถูกต้องเสมอไป แต่จงจำไว้ว่า “ตลาดถูกต้องเสมอ”✅✅✅ เพราะตลาดจะเคลื่อนไหวตามข้อเท็จจริงพื้นฐาน (#FundamentalFact) มิใช่เพียงข้อคิดเห็นเอาเอง (#FictionalComment) ‼️ เมื่อใดที่เราคิดเห็นต่างกับตลาด ความเห็นของเรามักจะผิดเสมอ นั่นก็เพราะตลาดถูกขับเคลื่อนโดยกระแสเงินสดนั่นเอง 💵 เช่น: ราคาทองคำขึ้น 📈 กมีคนขายเอาเงินสด 💸, ราคาน้ำมันลง 📉 ก็มีคนเอาเงินสดไปซื้อ, ฯลฯ (เราถึงมี กราฟแท่งยาวๆ, แก็บเบ้อเริ่ม, กราฟลากยาวๆ, ลากแล้วก็ลากอีก ให้ได้เห็นกันทุกวัน) 😅 " หากเราไม่ได้มีทุนหลักพันล้า
  ⛔️  เลิกทำร้ายตัวเอง(และเงินในพอร์ต)เมื่อไปไม่ถึงเป้าหมาย  🎯 หรือเวลาผิดหวังจากการเทรด ในที่นี้คงไม่ใช่การกรีดข้อมือ  🔪 🤙 หรือการสร้างบาดแผลภายนอกทางกายภาพใดๆ แต่เป็นการฝืนสังขารตนเองให้ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ และในเวลาที่ไม่ควรทำ ไปจนถึงขั้นละเลยสิ่งสำคัญบางอย่างในชีวิตประจำวัน ที่หากดูเพียงผิวเผินอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่มีความสำคัญที่เชื่อมโยงกัน และเกี่ยวข้องต่อการเทรดด้วย เช่น... 👇 👇 👇 1.)  📱 หยิบมือถือดูกราฟทันทีที่ตื่นนอน ทั้งที่เวลาตื่นนอน สิ่งสำคัญที่สุดอันดับแรกๆคือ  🥘  การทานอาหารเช้า,  🛁  อาบน้ำ, ล้างหน้า 🚿 , แปรงฟัน ( 🚶‍♂️ ออกกำลังกายเบาๆ  💼  หรือแต่งตัวเตรียมออกเดินทางไปทำงาน) เพราะหากเราหยิบมือถือขึ้นมาดูกราฟเป็นอย่างแรก มันมักจะไม่จบแค่ 5- 10 นาที แต่มันจะลากยาวต่อไปเรื่อยๆ ส่งผลเสียให้เราอาจผิดเวลาทานอาหารเช้า ซึ่งร่างกายและสมองต้องการสารอาหารจากมื้อแรกของวันเป็นอย่างยิ่ง  ‼️ ลองนึกดูว่าหากเราต้องใช้สมองในการเทรด  🧠 💡 แต่เราไม่ให้สารอาหารกับก่อน คงไม่ต่างอะไรกับเราอยากใช้มือถือ แต่ไม่ยอมชาร์จแบตให้มันก่อนดูสิ,  🤔 🧼  การล้างหน้าแปรงฟันช่วยให้เราสดชื่นยามเช้
Warren Buffett กล่าวว่า “ หางานที่ทำให้คุณตื่นเต้นและเร้าใจให้เจอ แล้วคุณจะทำมันได้ดีอย่างไม่มีที่ติ” อยากจะบอกว่า ผมเจอแล้วครับ คุณตา Buffett งานเทรดที่ผมรัก งานที่ตื่นเต้นและเร้าใจตลอดเวลา ตอนนี้ดีขึ้นหน่อยที่มีแผนการเทรด มี SL ที่ชัดเจน เลยไม่ค่อยหัวร้อนมาก เป็นเมื่อก่อนตอนเริ่มเทรดใหม่ๆ ตื่นเต้นจนหัวใจแทบจะทะลักออกมาจากอก เข้าออเดอร์ทีไร ใจสั่น มือสั่น ยิ่งกว่าได้จับมือสาวครั้งแรก 5555 ความเร้าใจไม่ต้องพูดถึง เทรดๆอยู่เจอข่าวใหญ่ๆ สวิงทีเป็น 1,000 จุด กำไรก็ดีไป ตื่นเต้นวิ่งรอบร้านเกมส์ แต่คราวซวยเมื่อไหร่เจอข่าวใหญ่ พอร์ตแตกก็ออกบ่อย ทั้งหมดทั้งมวลนี้ สำหรับผมเองที่ผ่านงานมาหลายอย่าง ผมยกให้งานเทรดเป็นงานที่ตื่นเต้นและเร้าใจที่สุดในชีวิตผมแล้วครับ และทุกวันนี้ผมก็พยายามฝึกฝนเพื่อที่จะทำให้มันเป็นงานที่ยั่งยืนแล้วสามารถที่จะหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ แล้วเพื่อนๆละครับ คิดว่างานอะไรในชีวิตของเพื่อนๆที่เคยผ่านมา งานไหนเป็นงานที่ตื่นเต้นและเร้าใจที่สุด?
วันนี้ผมจะมาแจกผักหวาน🥦 เอ๊ยไม่ใช่ละ ‼️ ไม่ใช่วัวซะหน่อย 😆😆😆 FC เคืองแย่ อิอิ 🤣🤣🤣 "ไม่ว่าคุณจะคิดว่า คุณทำได้ หรือคิดว่า คุณทำไม่ได้  คุณก็คิดถูกทั้งนั้น" ประโยคนี้ 👆 มนทำให้ผมฉุดคิดถึง #Trader ท่านหนึ่ง นั้นคือ "เทรดเดอร์ยุ่งยิ่ง" เค้าก็มีวลดีเด็ดๆเหมือนกันครับ "ไม่มีใครผิด ❎ ไม่มีใครถูก ✅ มนมีแต่ กำไร ➕ และขาดทุน ➖ เท่านั้น" ท่านใดอยู่ในกลุ่ม #Olymptrade หรือ กลุ่มพี่อ๊อฟ ก็จะทราบกันดีครับ เค้ามักจะสิงสถิตอยู่นั้น 😹 😹😹😹 ฉนั้น: การที่เราจะประสบความสำเร็จได้นั้น มันอยู่ที่ความคิด ความเชื่อมั่น และศรัทธาในตัวตนของเราเองครับ 👏 🤔 / คิดว่า "เราทำได้ ก็ต้องทำได้"  ✅ 🤔 / คิดว่า "เราทำไม่ได้ ก็ทำไม่ได้" ❎ สองประโยคนี้ 👆 มนเหมือนกับการหลอกสมองตัวเองนะ. 🧠 เพราะในความเป็นจริง คนที่เทรดยังไม่ได้ มันก็เทรดไม่ได้อยู่อย่างนั้นละ ต่อให้คิดว่า"เค้าต้องทำได้ก็เถอะ" แต่คนที่เค้าเทรดได้ เค้าก็เทรดได้นั้นละ ไม่มีปัญหาครับ ‼️ ผมจะสรุปว่า"ต้องทำอย่างไร⁉️" 1.) ต้องยอมรับความจริงครับว่า" เราทำสิ่งนี้ไ
อย่างที่ Warren Buffett บอกไว้ “คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ผลิตจรวด การลงทุนไม่ใช่เกมที่คนที่มีไอคิว 160 จะชนะคนที่มีไอคิว 130 ได้” ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่นักเทรดหลายรายทำคือการซื้อขายด้วยกลยุทธ์ที่ซับซ้อนเกินไปสำหรับพวกเขา บางคนเปิดกราฟเปิดจอเป็นสิบ ซับซ้อน หากเข้าใจก็คือดี หากไม่เข้าใจก็ได้แต่ความเท่ห์อย่างเดียว อย่างเช่นกลยุทธ์ Diamond Dimension ที่ผมเคยแนะนำไป แต่ความซับซ้อนมากเกินไปคือข้อผิดพลาดที่ทำให้เราเทรดเสียได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นหากคุณไม่เข้าใจมันจริงๆก็ไม่จำเป็นต้องเอามาใช้ มีเทคนิคเป็นร้อยเป็นพัน เน้นที่ง่ายและเราเข้าใจมากที่สุด
ผมเชื่อว่าหลายคนที่เป็นนักเทรด Forex หรือนักลงทุน หรือนักธุรกิจก็ตาม กว่าจะประสบความสำเร็จได้นั้นจำเป็นต้องผ่านการขาดทุนมาด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะการขาดทุนมันคือความผิดพลาดที่จะหล่อหลอมให้เรานั้นเก่งขึ้น( ถ้าคุณเรียนรู้จากความผิดพลาดและปรับปรุงนะ ) ง่ายๆก็คือมันคือการบริหารความเสี่ยงในการลงทุนให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมกับเงินทุนของเรา ในข้อนี้ถ้านักเทรด Forex . คนไหนที่ไม่มีการบริหารความเสี่ยงก็จะล้างพอร์ตขาดทุนได้ไม่ยาก มีล้านก็หมดล้าน แต่ถ้าหากใครมีการบริหารความเสี่ยง ส่วนมากถ้าเกิดการขาดทุนจริงๆจะขาดทุนไม่มากและอยู่ในจุดที่รับได้ ซึ่งทำให้มีเงินทุนไปเทรดต่อได้ ไม่เหมือนคนที่ไม่บริหารความเสี่ยง หมดแล้วหมดเลย เป็ยกอบเป็นกำ แต่หารู้ไหมนั้นคือดาบสองคมที่จะกลับมาทำให้พอร์ต Forex ของเรานั้นล้างพอร์ตจนไม่เหลืออะไร จุด Stop loss (จุดตัดขาดทุน) และจุด Take profits (จุดตัดกำไร) มันก็อาจจะกระโดดมาทำให้คุณขาดทุนเลยก็ได้นะครับ คนแบบนี้ส่วนมากจะต้องเจ็บตัวจากตลาด Forex ด้วยกันทั้งนั้น คุณลองไปดูว่าพวกกองทุนเงินตรา พวกนักลงทุนระดับโลกเขาสามารถทำกำไรจากตลาด Forex ได้ก