รูปแบบกราฟแท่งเทียน คืออะไร — 12 รูปแบบพร้อมเงื่อนไขที่วัดได้จริง และเหตุผลว่าทำไมแท่งเดียวกันบอกได้ไม่หมด
กราฟแท่งเทียนคือการสรุปการซื้อขายทั้งช่วงเวลาหนึ่งให้เหลือตัวเลขเพียง 4 ตัว — ราคาเปิด (Open) · สูงสุด (High) · ต่ำสุด (Low) · ปิด (Close) — แล้ววาดเป็นแท่งที่มีลำตัวและหาง ส่วน "รูปแบบ" คือชื่อที่ตั้งให้กับสัดส่วนระหว่างสี่ค่านั้น หน้านี้จะให้ทั้ง 12 รูปแบบพร้อมเงื่อนไขที่วัดด้วยตัวเลขได้จริง (ไม่ใช่คำบรรยายลอย ๆ อย่าง "แท่งแห่งความลังเล") และตารางคำนวณตามได้ 6 ชุด แต่แกนกลางที่บทความแท่งเทียนภาษาไทยแทบไม่พูดถึงคือ การยุบเหลือ 4 ตัวเลขนั้นทิ้งข้อมูลไปมหาศาล — ทางเดินราคาที่ต่างกันสิ้นเชิงให้แท่งหน้าตาเดียวกันเป๊ะได้ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมรูปแบบถึงเป็น "บทสรุป" ไม่ใช่ "กลไก"
รูปแบบกราฟแท่งเทียน คืออะไร (คำตอบสั้น ๆ ก่อน)
รูปแบบกราฟแท่งเทียน (Candlestick Pattern) คือชื่อเรียกรูปทรงของแท่งเทียนหนึ่งแท่งหรือหลายแท่งติดกัน ที่ถูกนิยามด้วยสัดส่วนระหว่างลำตัวกับหาง และความสัมพันธ์ระหว่างแท่งที่อยู่ติดกัน ต้นกำเนิดมาจากตลาดข้าวญี่ปุ่นสมัยเอโดะ และถูกนำมาใช้กับตลาดหุ้นและตลาดค่าเงินในภายหลัง
สิ่งที่ต้องเข้าใจตั้งแต่แรกคือ รูปแบบทั้งหมดสร้างจากตัวเลขแค่ 4 ตัวต่อแท่ง ไม่มีข้อมูลอื่นซ่อนอยู่เลย ไม่ว่าจะเป็นปริมาณการซื้อขายจริง ลำดับก่อนหลังของราคา หรือจำนวนครั้งที่ราคาแตะระดับหนึ่ง ทั้งหมดนั้นถูกทิ้งไปตอนวาดแท่ง
แท่งเทียนเก็บอะไร และทิ้งอะไรไปบ้าง
นี่คือจุดที่ตำราแท่งเทียนแทบไม่เคยพูดถึง ลองดูแท่งเขียวแท่งเดียวที่มีค่าดังนี้ — เปิด 1.10000 · สูงสุด 1.10500 · ต่ำสุด 1.09800 · ปิด 1.10300
คำถามคือ ระหว่างช่วงเวลานั้น ราคาเดินไปทางไหนก่อน ขึ้นไปทำจุดสูงสุดก่อน หรือลงไปทำจุดต่ำสุดก่อน คำตอบคือ แท่งเทียนไม่ได้บอก และมันเป็นไปได้ทุกแบบ
| ทางเดินราคา | ลำดับที่เกิดจริง | OHLC ที่ได้ | ถ้ามี Stop Loss ที่ 1.09850 |
|---|---|---|---|
| แบบ A | เปิด → ดิ่งลงหา 1.09800 → ค่อยไต่ขึ้นทำ 1.10500 → ปิด 1.10300 | เหมือนกันเป๊ะ | โดนปิดตั้งแต่ต้นแท่ง ไม่ได้อยู่ดูตอนขึ้น |
| แบบ B | เปิด → พุ่งขึ้นทำ 1.10500 → ย่อลง 1.09800 → เด้งปิด 1.10300 | เหมือนกันเป๊ะ | โดนปิดกลางแท่ง หลังเห็นกำไรแล้ว |
| แบบ C | เปิด → แกว่งขึ้นลงสลับ 6 รอบ → จบที่ 1.10300 | เหมือนกันเป๊ะ | โดนปิด แต่คนละจังหวะกับสองแบบแรก |
กายวิภาคของแท่ง — 3 สัดส่วนที่ใช้แยกทุกรูปแบบ
ทุกรูปแบบในโลกนี้แยกออกจากกันได้ด้วยตัวเลขสามตัว คำนวณจากช่วงทั้งแท่ง (Range = High − Low)
หางบน % = (High − ค่าที่มากกว่าระหว่างเปิดกับปิด) ÷ Range
หางล่าง % = (ค่าที่น้อยกว่าระหว่างเปิดกับปิด − Low) ÷ Range
สามค่านี้บวกกันได้ 100% เสมอ
ลองแทนค่าจริงหกแท่ง หน่วยเป็น pip
| # | เปิด | สูงสุด | ต่ำสุด | ปิด | Range | ลำตัว | หางบน | หางล่าง | เรียกว่า |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 1.10000 | 1.10500 | 1.09800 | 1.10300 | 70 | 30 (42.9%) | 20 (28.6%) | 20 (28.6%) | แท่งปกติ |
| 2 | 1.10000 | 1.10050 | 1.09400 | 1.09980 | 65 | 2 (3.1%) | 5 (7.7%) | 58 (89.2%) | Hammer / Pin Bar |
| 3 | 1.10000 | 1.10600 | 1.09960 | 1.10040 | 64 | 4 (6.3%) | 56 (87.5%) | 4 (6.3%) | Shooting Star |
| 4 | 1.10000 | 1.10020 | 1.09980 | 1.10000 | 4 | 0 (0%) | 2 (50%) | 2 (50%) | Doji |
| 5 | 1.10000 | 1.10520 | 1.09990 | 1.10500 | 53 | 50 (94.3%) | 2 (3.8%) | 1 (1.9%) | Marubozu |
| 6 | 1.10300 | 1.10350 | 1.09750 | 1.09800 | 60 | 50 (83.3%) | 5 (8.3%) | 5 (8.3%) | แท่งแดงตัวใหญ่ |
ถ้าอยากได้ตัวช่วยที่ทำขั้นตอนนี้ให้อัตโนมัติบนกราฟ ดูวิธีที่ AlphaSignals ระบุจุดเข้าและจุดตัดขาดทุนไว้เป็นตัวเลขตั้งแต่ก่อนเปิดออเดอร์ ซึ่งเป็นเงื่อนไขเดียวกับที่ตารางข้างบนเรียกร้อง
สังเกตว่าไม่ต้องจำหน้าตาเลยสักรูปแบบ — พอมีสามตัวเลขนี้ ทุกรูปแบบกลายเป็นเงื่อนไข if/else ที่เขียนลงกระดาษได้ และสำคัญกว่านั้นคือคนอื่นเอาเกณฑ์เดียวกันไปคัดแล้วต้องได้แท่งชุดเดียวกับเรา ซึ่งเป็นเงื่อนไขขั้นต่ำของอะไรก็ตามที่จะเรียกว่าทดสอบได้
12 รูปแบบ พร้อมเงื่อนไขที่วัดได้
| # | รูปแบบ | กี่แท่ง | เงื่อนไขที่วัดได้ | สิ่งที่เรขาคณิตบอก |
|---|---|---|---|---|
| 1 | Marubozu | 1 | ลำตัว ≥ 90% ของ Range (แทบไม่มีหาง) | ราคาเดินทางเดียวตลอดช่วง ไม่ถูกดันกลับเลย |
| 2 | Spinning Top | 1 | ลำตัว ≤ 30% และหางบน/ล่างใกล้เคียงกัน | ไปทั้งสองทางแล้วกลับมาจบใกล้เดิม |
| 3 | Doji | 1 | ลำตัว ≤ 5% ของ Range | ราคาปิดเท่ากับราคาเปิดแทบเป๊ะ |
| 4 | Dragonfly Doji | 1 | ลำตัว ≤ 5% และหางล่าง ≥ 80% | ลงไปลึกแล้วถูกดันกลับขึ้นมาจนหมด |
| 5 | Gravestone Doji | 1 | ลำตัว ≤ 5% และหางบน ≥ 80% | ขึ้นไปสูงแล้วถูกกดกลับลงมาจนหมด |
| 6 | Hammer / Hanging Man | 1 | ลำตัว ≤ 35% · หางล่าง ≥ 2 เท่าของลำตัว · หางบน ≤ 10% | รูปเดียวกัน — ชื่อต่างกันตามตำแหน่งที่ไปเกิด |
| 7 | Shooting Star / Inverted Hammer | 1 | ลำตัว ≤ 35% · หางบน ≥ 2 เท่าของลำตัว · หางล่าง ≤ 10% | ภาพสะท้อนของข้อ 6 |
| 8 | Engulfing | 2 | ลำตัวแท่ง 2 คลุมลำตัวแท่ง 1 ทั้งหมด และปิดสวนทาง | แท่งหลังลบล้างงานของแท่งหน้าทั้งดุ้น |
| 9 | Harami | 2 | ลำตัวแท่ง 2 อยู่ในช่วงลำตัวแท่ง 1 ทั้งหมด | ตรงข้ามกับ Engulfing — แรงหดลง |
| 10 | Piercing / Dark Cloud Cover | 2 | แท่ง 2 เปิดเลยปลายแท่ง 1 แล้วปิดเกินกึ่งกลางลำตัวแท่ง 1 | ลบล้างได้เกินครึ่ง แต่ไม่หมดเหมือน Engulfing |
| 11 | Morning / Evening Star | 3 | ยาว → เล็ก (ลำตัว ≤ 30%) → ยาวสวนทาง ปิดเกินกึ่งกลางลำตัวแท่งแรก | แรงเดิมหยุด แล้วแรงตรงข้ามเข้ามาแทน |
| 12 | Three White Soldiers / Three Black Crows | 3 | 3 แท่งติดกันทิศเดียวกัน ลำตัว ≥ 60% ทุกแท่ง และปิดสูงขึ้น (หรือต่ำลง) ต่อเนื่อง | แรงทางเดียวต่อเนื่องสามช่วงเวลา |
กับดักที่ 1: เกณฑ์เป็น % ทำให้ "Doji" คนละเรื่องกันในแต่ละขนาดแท่ง
เงื่อนไข "ลำตัว ≤ 5% ของ Range" ฟังดูชัดเจน แต่พอแทนขนาดแท่งจริงเข้าไป มันกลายเป็นคนละเรื่องกันสิ้นเชิง
| Range ของแท่ง | ลำตัวที่ยังนับเป็น Doji (≤ 5%) | เทียบกับสเปรด 1.5 pip | อ่านได้ว่า |
|---|---|---|---|
| 4 pip (M1 ตลาดเงียบ) | ≤ 0.2 pip | สเปรดใหญ่กว่าทั้งแท่ง 2.7 เท่า | เป็นสัญญาณรบกวนล้วน ๆ |
| 20 pip (M15) | ≤ 1.0 pip | สเปรดใหญ่กว่าลำตัว 1.5 เท่า | ยังแยกจากค่าธรรมเนียมไม่ออก |
| 60 pip (H4) | ≤ 3.0 pip | สเปรด = 50% ของลำตัว | เริ่มมีความหมาย |
| 200 pip (D1 ทองคำ) | ≤ 10.0 pip | สเปรด = 15% ของลำตัว | "ลังเล" ที่กินเงินจริง 10 pip |
กับดักที่ 2: แท่งเดียวกันเปลี่ยนหน้าตาตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ของโบรก
ข้อนี้ตรวจได้ด้วยตัวเองใน 5 นาที และทำให้หลายคนตกใจ — ราคาปิดของแท่งขึ้นอยู่กับว่าโบรกของคุณตัดวันที่กี่โมง ตลาด Forex เปิด 24 ชั่วโมง ไม่มี "ราคาปิดของวัน" ตามธรรมชาติ โบรกแต่ละเจ้าจึงกำหนดเส้นแบ่งเอง ตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง
| เวลาเซิร์ฟเวอร์โบรก | แท่ง D1 นับจากกี่โมงถึงกี่โมง (เวลาไทย) | จำนวนแท่ง D1 ใน 1 สัปดาห์ |
|---|---|---|
| GMT+2 / GMT+3 (โบรกส่วนใหญ่) | ราว 04:00 → 04:00 ของวันถัดไป | 5 แท่ง (จันทร์–ศุกร์) |
| GMT+0 | ราว 07:00 → 07:00 ของวันถัดไป | 6 แท่ง — มีแท่งวันอาทิตย์สั้น ๆ เพิ่มมา |
| GMT+7 (ตั้งเอง) | 00:00 → 00:00 | 6 แท่ง และเส้นแบ่งไม่ตรงกับใครเลย |
ผลที่ตามมาตรง ๆ คือ แท่งวันอาทิตย์ที่มีแค่ไม่กี่ชั่วโมงจะเป็น Doji เกือบทุกครั้ง บนโบรก GMT+0 ทั้งที่บนโบรก GMT+2 ไม่มีแท่งนั้นอยู่เลย และรูปแบบสามแท่งอย่าง Morning Star ที่นับรวมแท่งอาทิตย์เข้าไปด้วย ก็จะไม่ปรากฏบนกราฟของอีกโบรกหนึ่ง
แล้วรูปแบบแท่งเทียนบอกอะไรได้จริง
หลังหักสิ่งที่มันบอกไม่ได้ออกไปหมดแล้ว ยังเหลือของที่ใช้ได้จริงอยู่ และเป็นของที่ยืนยันได้จากนิยาม ไม่ต้องใช้สถิติ
- ระดับราคาที่ตลาดไปแตะแล้วไม่ยอมอยู่ — ปลายหางคือข้อเท็จจริง ไม่ใช่การตีความ ราคาเคยไปถึงตรงนั้นจริงและถูกดันกลับจริง
- ฝั่งไหนคุมตอนแท่งปิด — ดูว่าราคาปิดอยู่ใกล้ High หรือ Low ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบตัวเลขล้วน ๆ
- จุดที่ควรวางคำสั่งตัดขาดทุน — รูปแบบกำหนด "ถ้าราคาไปถึงตรงนี้แปลว่าอ่านผิด" ให้เอง และนี่คือประโยชน์ที่แท้จริงของมัน
เช็กลิสต์ 5 ข้อ ก่อนใช้รูปแบบแท่งเทียนตัดสินใจ
- เขียนเกณฑ์เป็นตัวเลขก่อนเปิดกราฟ — ลำตัวกี่ % หางกี่เท่า ถ้ายังตัดสินด้วยสายตา คุณจะ "เห็น" รูปแบบในแท่งที่ไม่เข้าเกณฑ์เสมอ
- กำหนดขนาดแท่งขั้นต่ำ — เช่น Range ต้องไม่น้อยกว่า 5 เท่าของสเปรด ไม่งั้นจะเก็บสัญญาณรบกวนมาเต็มมือตามตารางกับดักข้อ 1
- ดูตำแหน่งก่อนดูรูปทรง — Hammer กับ Hanging Man หน้าตาเหมือนกันเป๊ะ ต่างกันแค่ที่มันไปเกิด
- รู้เวลาเซิร์ฟเวอร์ของโบรกตัวเอง — โดยเฉพาะถ้าใช้รูปแบบบน D1 ขึ้นไป เพราะเส้นแบ่งวันเปลี่ยนหน้าตาแท่งได้
- วัดเป้าหมายก่อนกดเข้า — รูปแบบแจกจุดตัดขาดทุนให้ แต่ไม่แจกเป้าหมาย ถ้าไม่มีระดับข้างหน้าให้อ้างอิง แปลว่าคำนวณผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไม่ได้
ถ้าอยากเห็นว่าเกณฑ์เชิงตัวเลขแบบนี้ถูกนำไปบันทึกและวัดผลจริงหน้าตาเป็นอย่างไร ดูได้ที่ บันทึกสัญญาณของ AlphaSignals ซึ่งระบุจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายไว้ครบตั้งแต่ก่อนเปิดออเดอร์
สรุป — 3 ข้อที่ยืนยันได้ และ 1 ข้อที่ยืนยันไม่ได้
สามข้อนี้พิสูจน์ได้จากนิยามและการคำนวณ ไม่ต้องใช้สถิติ:
- แท่งเทียนทิ้งลำดับเวลาไปทั้งหมด — ทางเดินราคาที่ให้ผลในบัญชีต่างกันคนละเรื่อง ยุบลงเป็นแท่งหน้าตาเดียวกันได้
- ทุกรูปแบบแยกกันด้วยตัวเลขสามตัว — ลำตัว % · หางบน % · หางล่าง % ซึ่งบวกกันได้ 100% เสมอ จึงเขียนเป็นเงื่อนไขที่คนอื่นทำซ้ำได้
- เกณฑ์ % ตัวเดียวกันให้ความหมายต่างกันตามขนาดแท่ง — Doji บน M1 มีลำตัว 0.2 pip ซึ่งเล็กกว่าสเปรดของตัวเอง ส่วน Doji บน D1 ทองคำมีลำตัวถึง 10 pip
อ่านต่อในเรื่องที่ใช้คู่กันโดยตรง: Price Action 12 รูปแบบ กับวิธีคิด R:R ของแต่ละแท่ง · สัญญาณแท่งเทียนกลับตัว · เจาะลึกแท่ง Doji · Hammer และ Hanging Man · ทำไมไทม์เฟรมใหญ่ให้ภาพต่างจากเล็ก
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขทุกชุดในหน้านี้เป็นตัวอย่างสมมติที่ยกมาเพื่อแสดงวิธีคำนวณ ไม่ใช่ผลการทดสอบย้อนหลังและไม่ใช่การคาดการณ์ผลตอบแทน การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ผู้อ่านควรทดสอบทุกแนวคิดในบัญชีทดลองก่อนและตัดสินใจด้วยตนเอง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น