Engulfing Pattern : ในสภาวะที่เป็นตลาดขาลงเราจะเป็นว่าแท่งสีดำ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเปลี่ยนแท่ง ราคาจะกระโดดโดยที่ราคาเปิดของแท่งสีขาวจะอยู่ต่ำกว่าราคาปิดของแท่งสีดำ และมีแรงซื้อเข้ามาทำให้เราราปิดของแท่งสีขาวสูงกว่าราคาสูงสุดของแท่งสีดำ นี่คือ ตลาดกำลังจะกลับตัวจากแนวโน้มลงเป็นแนวโน้มขาขึ้น ลักษณะรูปแบบ แท่งเทียนแบบนี้เรียกว่า Engulfing Bullish Engulfing Pattern จะประกอบด้วย 2 รูปแบบคือ Engulfing Bullish และ Engulfing Bearish Evening Star: โดยทั่วไปแล้วรูปแบบแท่งเทียนนี้จะเป็นการกลับตัวของกราฟจากแนวโน้มขาขึ้นกลายเป็นแนวโน้มขาลง โดบรูปแบบนี้จะประกอบด้วยแท่งเทียนสามแท่ง แท่งแรกเป็นแท่งเทียนสีขาวยาวๆ และตามด้วยแท่งเล็กๆ ที่เกิดการกระโดดขึ้นไปอยู่บนยอด (gap) และมีขนาดเล็กๆ ราคาปิดและราคาเปิดของแท่งเทียนที่สองจะอยู๋ใกล้เคียงกัน จากนั้นก็เกิดช่องว่าง(gap)เปลี่ยนเป็นแท่งที่สามเป็นแท่งสีดำยาวๆ นี่คือลักษณะของ Evening Star นอกจาก Evening Star แล้วก็ยังมี Morning Star โดยหลักการก็ตรงกันข้ามกับ Evening Star รูปแบบ To...
- Home
- About
- _Blockdit Our
- _Tradingview Our
- หมวดหมู่
- _ความรู้ทั่วไป
- _การวิเคราะห์พื้นฐาน
- _จิตวิทยาการเทรด
- _แนวคิดการเทรด
- _เทรด forex ยังไงให้ยั่งยืน
- _บุคคลที่ประสบความสำเร็จ
- _เศรษฐกิจโลก
- _Special Post
- _ไอเดียทำเงิน
- ทฤษฎี
- _รูปแบบแท่งเทียน
- _ElliottWave
- _Fibonacci
- _Fundamental
- _Harmonic
- _Price Action
- เครื่องมือ
- _ระบบเทรด
- _Expert Advisor
- _Indicators
- Crypto
- _Bitcoin
- _NFT
- _DeFi
Buscar este blog
เรื่องราวที่น่าสนใจ
-
Author Trader Tan
Nial Fuller คือเทรดเดอร์อิสระที่เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเทรดเดอร์ค่าเงินสไตล์ price action ที่พยายามเผยแพร่แนวคิดและวิธีการในการทำกำไรของเขาผ่านเว็บไซต์ส่วนตัว ด้วยแนวคิดที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน บวกกับความสามารถในการถ่ายทอดที่ทำให้มือใหม่ทั้งหลายสามารถเรียนรู้ได้ ทำให้เขาเป็นอาจารย์สอนเทรดค่าเงินที่มีผู้ติดตามมากที่สุดคนนึง ในแต่ละปีจะมีผู้ติดตามอ่าน website ของเขามากกว่า 500,000 คน เทคนิคการเทรดค่าเงินของ Nial นั้นจะใช้สไตล์ price action เท่านั้น เขาจะไม่สนใจอินดิเคเตอร์ โดยหลักการของเขาคือเขาจะพิจารณาว่าราคาได้ “กระทำต่อ” แนวรับแนวต้านอย่างไร รวมถึงการดูรูปแบบการฟอร์มตัวของแท่งเทียน เพื่อหาจังหวะเข้า order เขาอธิบายว่า กราฟที่ดูสับสนวุ่นวายด้วย indy เต็มหน้าจอ นอกจากจะทำให้คุณเครียดเพราะเข้าใจมันยากแล้ว คุณยังต้องปวดหัวกับการตีความมันด้วย สุดท้ายคุณคงต้องสับสนในตัวเองแน่ๆ เขาบอกว่าทำไมคุณไม่ทำให้มันง่ายกว่านั้นล่ะ ในเมื่อกราฟเปล่าๆ ก็สามารถช่วยให้คุณหาแนวโน้มและทิศทาง รวมถึงหาจังหวะเข้าเทรดได้เหมือนกัน Messy Chart Clean Chart สำหรับวิธีการเทรดโดยใช้ price action นั้น ...
-
Author Trader Tan
บทนำ บทความนี้จะอธิบายถึง วิธีการที่แตกต่างออกไป เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานของหุ่นยนต์ซื้อขาย โดยการเอาทริกนี้ไปปรับใช้และมีขั้นตอนวิธีแก้ไขปัญหาเมื่อคุณเจอกับตัว ลักษณะของปัญหา ปัญหาของทริกที่ผิดพลาดนี้เป็นที่โดดเด่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สวิงขึ้นสวิงลงอย่างรวดเร็วในตลาดเมื่อความกว้างของแท่งเทียนในปัจจุบันอยู่ในระดับสูงและไม่มีการป้องกันที่ดี ขั้นตอนวิธีการของหุ่นยนต์ซื้อขายนี้ มันทำให้เกิดการเปิดหลายออร์เดอร์และปิดของตำแหน่งที่ใกล้เคียงกับออร์เดอร์ เหมือนพวกสแคปปิ้ง ผลกระทบทางการเงินต่าง ๆ และขึ้นอยู่กับขั้นตอนวิธีการเฉพาะเจาะจงของตลาด พารามิเตอร์ที่กำหนดโดยนักพัฒนาหุ่นยนต์ซื้อขาย ในบทความนี้ผมจะไม่พิจารณาเรื่องของการวิเคราะห์เครื่องมือทางการเงิน (ของตัวเทคนิคและพื้นฐาน) ที่สามารถส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของการใช้งาน ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญมักจะหลีกเลี่ยง สเป รดสูงๆ (ผมผู้เขียน ทฤษฎีสมดุลแรงกระตุ้น) ที่นี่เราจะมุ่งเน้นไปที่มาตรการข...
-
Author will
ในยุคที่การลงทุนในตลาดหุ้นและสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความนิยมอย่างสูง 💻 หลายคนสนใจที่จะเข้ามาเป็นนักลงทุน แต่สำหรับ พนักงานประจำ 🧑💼 ที่มีตารางงานแน่นเอี้ยด การหาเวลามานั่งเฝ้าจอเพื่อเทรดแบบรายวันอาจเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย ❌ แล้วจะมีวิธีไหนบ้างที่ทำให้เราสามารถลงทุนและสร้างผลตอบแทนได้ โดยไม่ต้องทิ้งงานประจำ? คำตอบคือการเลือกใช้ ระบบเทรดที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของพนักงานประจำ ซึ่งเน้นการลงทุนระยะยาวและใช้กลยุทธ์ที่ไม่ต้องใช้เวลาติดตามตลาดตลอดเวลาครับ ⏰
-
Author FOREX FOR YOU
Dow Theory (ทฤษฎีดาว) หากคุณกำลังสนใจและอยากจะเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาดการเงินหรือตลาดหุ้น สิ่งหนึ่งที่คุณต้องเรียนรู้และให้ความสนใจเป็นพิเศษก็คือ Dow Theory ทฤษฎีดาว เป็นทฤษฎีต้นแบบในการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค Technical กราฟราคาหุ้น ตลาดทองคำ ค่าเงิน ฯลฯ ซึ่งเป็นทฤษฎีที่มีมากว่า 100ปีแล้ว โดยการนำตัวเลขดัชนีมาเขียนเป็นกราฟ ให้เห็นรูปแบบที่แสดงความสัมพันธ์ของราคาและปริมาณการซื้อขายกับแกนวันเวลา (Price Pattern) เพื่อที่จะสามารถคาดคะเนแนวโน้มได้ และยังเป็นต้นแบบในการต่อ ยอดพัฒนามาเป็นการนับคลื่นใน Elliott wave อีกด้วย ผู้ที่คิดค้น ทฤษฎีดาวนี้ มีชื่อว่า Charles Henry Dow เป็นนักข่าวสายตลาดหุ้นที่มักจะเขียนบทความเกี่ยวกับวิธีการมองแนวโน้มของตลาดไว้ในหนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal (WSJ) ต่อมาภายหลังมีผู้สนใจแนวคิดดังกล่าว และได้รวบรวมไว้เป็นหลักทฤษฎี โดยมีหลักการสำคัญในการใช้ Technical เอาไว้ 6 ข้อ ทฤษฎี Dow แบ่งออกเป็...
-
Author Trader Tan
รหัสสกุลเงิน ต่างๆ รหัสสกุลเงิน ( Currency Code) โดยทั่วไปแล้ว การย่อสกุลเงิน จะใช้มาตรฐาน ISO 4217 โดยใช้อักษรย่อ 3 ตัว อักษรย่อสองตัวแรกจะแทน รหัสประเทศ ( Country Codes) และอักษรตัวสุดท้ายจะมาจาก ชื่อของสกุลเงิน เช่น THB ซึ่งเป็นคำย่อของเงินบาทไทย มาจาก Thai (TH) และ Baht ส่วน USD ซึ่งเป็นคำย่อของดอลลาร์สหรัฐอเมริกา มาจาก United States ( US ) และ Dollar เป็นต้น มาตรฐาน ISO 4217 นอกจากจะใช้กำหนดอักษรย่อสกุลเงินแล้ว ยังกำหนดอักษรย่อของโลหะมีค่า เช่น ทองคำ เงิน พัลลาเดียม และทองคำขาว รวมทั้งอักษรย่อบางอย่างทางด้านการเงินระหว่างประเทศด้วย | A| ADF Andorran Franc ADP Andorran Peseta AED United Arab Emirates Dirham AFA Afghanistan Afghani ALL Albanian Lek ANG Netherlands Antillian Guilder AON Angolan New Kwanza ARA Argentine Austral ARS Argentine Peso ATS Austrian Schilling ( มีการใช้เงิน Euro ด้วย) AUD Australian Doll...
-
Author FOREX FOR YOU
TD Sequential Count เครื่องมือบอกจุดกลับตัวในกราฟที่นักเทรดต้องรู้ 🙊 หากใครที่ชื่นชอบและชอบสไคล์การเทรดสั้นแบบกลับตัว หรือเล่นสวน ต้องไม่พาดบทความนี้ มาครับแอดจะพาทุกท่านไปรู้จักกับหลักการของ TD Sequential Count แบบเข้าใจง่าย พร้อมวิธีการใช้งาน และข้อควรระวังสำหรับนักเทรด 🙊 ในโลกของการเทรด ไม่ว่าจะเป็น Forex, หุ้น, คริปโต หรือสินทรัพย์อื่น ๆ การจับจังหวะกลับตัวของราคาให้ได้อย่างแม่นยำถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรอย่างยั่งยืน ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือที่นักเทรดสายเทคนิคนิยมใช้กันก็คือ TD Sequential หรือที่บางคนเรียกว่า Tom Demark Sequential 🙊 TD Sequential คืออะไร? TD Sequential เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่พัฒนาโดย Tom DeMark จุดประสงค์หลักของเครื่องมือนี้คือ ช่วยหา...
-
Author will
Spread คือ “ส่วนต่างระหว่างราคา Bid และราคา Ask” ของคู่สกุลเงินหรือสินค้าโภคภัณฑ์ที่นักเทรดต้องจ่ายให้กับโบรกเกอร์ทุกครั้งที่เปิดออเดอร์ แม้จะไม่ใช่ค่าธรรมเนียมโดยตรง แต่ถือเป็นต้นทุนที่ส่งผลโดยตรงต่อกำไรและขาดทุนของนักลงทุน 🔎 Spread คืออะไร? Bid = ราคาที่โบรกเกอร์พร้อมซื้อจากนักเทรด Ask = ราคาที่โบรกเกอร์พร้อมขายให้นักเทรด Spread = Ask – Bid ยกตัวอย่าง: EUR/USD = Bid 1.1000 | Ask 1.1002 → Spread = 2 pips XAU/USD (ทองคำ) = Bid 2000.00 | Ask 2000.50 → Spread = 50 pips 💡 ทำไม Spread ของทองคำถึงแพงกว่าคู่เงินอื่น? ความผันผวนสูง (High Volatility) ราคาทองคำสามารถแกว่งหลายสิบดอลลาร์ใน 1 วัน โบรกเกอร์ต้องกันความเสี่ยง จึงตั้ง Spread กว้างกว่าปกติ สภาพคล่อง (Liquidity) ไม่เท่ากับคู่เงินหลัก คู่เงินหลักเช่น EUR/USD, USD/JPY มีการซื้อขายหนาแน่นมาก ทำให้ Spread แคบ ทองคำแม้จะนิยม แต่สภาพคล่องน้อยกว่าในบางช่วงเวลา ต้นทุนโบรกเกอร์สูงกว่า โบรกเกอร์ต้องอ้างอิงราคาทองคำจากตลาดลอนดอนและตลาดสหรัฐ ซึ่งมีความผันผวนตามข่าวเศรษฐกิจและการเมือง ...
-
Author Trader Tan
โบรคเกอร์ forex หลายโบรคเกอร์ ได้โฆษณาว่าฟรีค่าคอมมิสชัน (Commission) แต่จริงๆ แล้วมันเป็นยังไง? อันที่จริงการเทรด forex นั้นต้องเสียค่าใช้จ่าย (จะเรียกว่าค่าคอมมิสชัน หรือไม่ก็ตาม) ถือว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับการซื้อขาย หุ้น หรือกองทุนในบ้านเราซึ่งมีค่าคอมมิสชันจะอยู่ที่ประมาณ 0.2% ของมูลค่าที่ทำการเทรด ดังนั้นการที่โบรคเกอร์ forex ส่วนใหญ่ ทำการตลาดโดยอ้างว่า ฟรีค่าคอมมิสชัน ที่จริงแล้วมันไม่จริงทั้งหมด และอาจทำให้เข้าใจผิดได้ ในตลาด forex นั้น คล้าย กับตลาดอื่น ๆ นั้นคือมีการตั้งซื้อ ( Bid ) และตั้งขาย ( Ask ) ราคาตั้งซื้อคือราคาที่เราสามารถขายได้ในขณะนั้น ส่วนราคาตั้งขายก็คือราคาที่เราสามารถซื้อได้ในขณะนั้น ผลต่าง ระหว่างราคาตั้งซื้อ และตั้งขาย นั้นเรียกว่า Spread ยกตัวอย่าง EUR/USD ราคา Bid ที่1.4156 และ Ask ที่ 1.4159 ดังนั้นค่า Spread ของ EUR/USD จะเท่ากับ 0.0003 หรือ 3 PIPS ถ้าเราทำการเปิด Order ทำการซื้อขณะนั้น เราจะซื้อได้ที่ 1.4159 และ Transaction ของเราจะขึ้นเป็น -3 PIPS ทันที ถ้าเราปิดออร์เดอร์ขณะนั้นโดยอัตราแลกเปลี่ยนยังไม่เปลี่ยนแปลงเราจะขายได้ที่ 1.4156 และ...
-
Author will
ราคาทองคำมีการเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากซื้อขายผ่านตลาดโลกหลายภูมิภาค แต่จังหวะและความผันผวนจะต่างกันไปตามช่วงเวลา การเข้าใจรอบเวลานี้ช่วยให้นักลงทุนวางกลยุทธ์ได้แม่นยำขึ้น 🌅 1. ช่วงตลาดเอเชีย (06:00 – 11:00 น. ตามเวลาไทย) 🏯 เปิดจากซิดนีย์และโตเกียว 📉 ปริมาณการซื้อขายยังต่ำ เคลื่อนไหวในกรอบแคบ 📰 ข่าวจากเอเชีย เช่น ตัวเลขเศรษฐกิจจีน อาจทำให้ราคาผันผวนเล็กน้อย 🌍 2. ช่วงตลาดยุโรปเปิด (14:00 – 16:00 น.) 💶 เงินยูโรและปอนด์เริ่มมีอิทธิพล 📈 ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น อาจเบรกกรอบราคาช่วงเช้า 📰 ข่าวเศรษฐกิจยุโรป เช่น CPI หรือการประชุม ECB ส่งผลโดยตรง 🇺🇸 3. ช่วงตลาดสหรัฐเปิด (19:00 – 22:00 น.) 🚀 ผันผวนสูงสุดของวัน 🏦 ข่าวสำคัญ เช่น NFP, GDP, CPI มีผลทันที 💡 นักลงทุนใช้ทองคำเป็น Safe Haven เมื่อเกิดความเสี่ยงในตลาดหุ้น 🌙 4. ช่วงตลาดนิวยอร์กปิด – เอเชียเปิดรอบใหม่ (00:00 – 05:00 น.) 😴 ปริมาณซื้อขายลดลง เคลื่อนไหวช้าลง 🔄 เริ่มพักตัว รอข่าวใหม่ของวันถัดไป 📌 สรุปพฤติกรรมหลักใน 1 วัน 🌅 เช้าเอเชีย: เคลื่อนไหวแคบ รอแรง...
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น