Shooting Star กับ Inverted Hammer คืออะไร — แท่งเดียวกันที่เปลี่ยนความหมายตามตำแหน่ง พร้อมเงื่อนไขที่คำนวณได้
Shooting Star คือแท่งเทียนที่มี บอดี้เล็กอยู่ค่อนไปทางล่าง ไส้บนยาว และไส้ล่างสั้นมากหรือไม่มีเลย โดยเกิดขึ้นหลังจากราคาขึ้นมาก่อน · ส่วน Inverted Hammer คือแท่งที่มีรูปทรงเหมือนกันทุกประการ แต่เกิดขึ้นหลังจากราคาลงมาก่อน — ความต่างทั้งหมดระหว่างสองชื่อนี้อยู่ที่บริบทที่มันโผล่มา ไม่ได้อยู่ที่ตัวแท่ง
บทความนี้ไม่หยุดที่คำนิยาม แต่จะแปลงทุกอย่างเป็นตัวเลขที่วัดจากราคาเปิด-สูง-ต่ำ-ปิดได้จริง แล้วชี้ให้เห็นสองเรื่องที่บทความรูปแบบแท่งเทียนภาษาไทยแทบไม่พูดถึงเลย คือ นิยามที่ใช้กันอยู่ไม่ตรงกัน และ ไส้ที่ยาวสวยคือสิ่งเดียวกับสต็อปที่กว้าง
Shooting Star กับ Inverted Hammer ต่างกันตรงไหน
คำตอบสั้นที่สุด: ตัวแท่งไม่ต่างกันเลย ถ้าเอาสองแท่งมาวางเทียบกันโดยไม่ให้ดูกราฟรอบข้าง จะไม่มีใครแยกออกได้ สิ่งที่ต่างมีอย่างเดียวคือสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้ามัน
| หัวข้อ | Shooting Star | Inverted Hammer |
|---|---|---|
| รูปทรงของแท่ง | เหมือนกันทุกประการ — บอดี้เล็กค่อนไปทางล่าง ไส้บนยาว ไส้ล่างสั้นมาก | |
| สิ่งที่เกิดก่อนหน้า | ราคาขึ้นมาก่อน | ราคาลงมาก่อน |
| ฝ่ายที่ถูกตีความว่าเสียเปรียบ | ฝั่งซื้อ (ดันขึ้นไม่อยู่) | ฝั่งขาย (กดลงไม่อยู่) |
| ทิศทางที่คนมักเทรด | มองหาจังหวะขาย | มองหาจังหวะซื้อ |
| สีของแท่ง | ไม่มีความสำคัญ — เขียวหรือแดงก็นับเป็นรูปแบบเดียวกัน เพราะบอดี้เล็กมากอยู่แล้ว | |
เรื่องที่ต่อจากนี้จึงต้องมาคู่กันเสมอ — ถ้ายังนิยาม "เทรนก่อนหน้า" ให้เป็นตัวเลขไม่ได้ การแยก Shooting Star ออกจาก Inverted Hammer ก็ยังเป็นเรื่องของสายตา ไม่ใช่เกณฑ์ · ดูแค็ตตาล็อกรูปแบบกราฟแท่งเทียน 12 แบบสำหรับภาพรวม และแท่งเทียนกลับตัว 10 รูปแบบสำหรับกลุ่มที่ใช้ตีความการกลับทิศโดยเฉพาะ
เงื่อนไขที่วัดเป็นตัวเลขได้ แทนการดูด้วยสายตา
ทุกอย่างที่ต้องใช้คำนวณมาจากราคาสี่ตัวของแท่งเดียว คือ เปิด (O) · สูงสุด (H) · ต่ำสุด (L) · ปิด (C)
| ส่วนประกอบ | สูตร | ความหมาย |
|---|---|---|
| บอดี้ (body) | |C − O| | ระยะที่ราคาเดินได้จริงตลอดแท่ง |
| ไส้บน (upper wick) | H − max(O, C) | ระยะที่ราคาขึ้นไปแล้วโดนตีกลับ |
| ไส้ล่าง (lower wick) | min(O, C) − L | ระยะที่ราคาลงไปแล้วเด้งกลับ |
| ช่วงทั้งแท่ง (range) | H − L | ระยะรวมที่ใช้เทียบสัดส่วนทุกอย่าง |
แทนค่าด้วยตัวอย่างสามแท่ง (ใช้ราคาแบบทองคำเพื่อให้เลขอ่านง่าย)
| แท่ง | O / H / L / C | บอดี้ | ไส้บน | ไส้ล่าง | range | ไส้บน ÷ บอดี้ | บอดี้ ÷ range | ไส้ล่าง ÷ range |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2000.0 / 2010.0 / 1999.0 / 2000.5 | 0.5 | 9.5 | 1.0 | 11.0 | 19.0 เท่า | 4.5% | 9.1% |
| 2 | 2000.0 / 2008.0 / 1999.8 / 2002.0 | 2.0 | 6.0 | 0.2 | 8.2 | 3.0 เท่า | 24.4% | 2.4% |
| 3 | 2000.0 / 2006.0 / 1999.9 / 2001.0 | 1.0 | 5.0 | 0.1 | 6.1 | 5.0 เท่า | 16.4% | 1.6% |
ดูด้วยสายตาแล้ว แท่ง 1 คือแท่งที่ "สวย" ที่สุด เพราะไส้บนยาวถึง 19 เท่าของบอดี้ ในขณะที่แท่ง 2 กับ 3 ดูธรรมดากว่ามาก — หัวข้อถัดไปจะแสดงว่าสัญชาตญาณนี้พาไปผิดทาง
แท่งเดียวกันเป็น Shooting Star หรือไม่ ขึ้นกับว่าอ่านนิยามจากที่ไหน
ปัญหาที่แทบไม่มีใครเขียนถึงคือ ไม่มีนิยามกลางของรูปแบบนี้ ตำราแต่ละเล่มและอินดิเคเตอร์แต่ละตัวตั้งเกณฑ์ไม่เหมือนกัน · ลองเอาสามนิยามที่พบบ่อยมาตัดสินแท่งชุดเดิม
| นิยาม | เงื่อนไข | แท่ง 1 (ไส้ 19 เท่า) | แท่ง 2 (ไส้ 3 เท่า) | แท่ง 3 (ไส้ 5 เท่า) |
|---|---|---|---|---|
| A หลวม | ไส้บน ≥ 2× บอดี้ · และ ไส้ล่าง ≤ บอดี้ | ไม่ผ่าน | ผ่าน | ผ่าน |
| B กลาง | ไส้บน ≥ 2× บอดี้ · บอดี้ ≤ 30% ของ range · ไส้ล่าง ≤ 10% ของ range | ผ่าน | ผ่าน | ผ่าน |
| C เข้ม | ไส้บน ≥ 3× บอดี้ · บอดี้ ≤ 20% ของ range · ไส้ล่าง ≤ 5% ของ range | ไม่ผ่าน | ไม่ผ่าน | ผ่าน |
| สรุป — ผ่านกี่นิยามจากสาม | 1 จาก 3 | 2 จาก 3 | 3 จาก 3 | |
แท่ง 1 ที่ดูสวยที่สุด ตกนิยาม A เพราะไส้ล่าง 1.0 ยาวกว่าบอดี้ 0.5 และ ตกนิยาม C เพราะไส้ล่างคิดเป็น 9.1% ของ range ซึ่งเกินเกณฑ์ 5% · ส่วนแท่ง 3 ที่ดูธรรมดาที่สุดกลับผ่านครบทั้งสาม
ลักษณะทางทฤษฎีและตัวอย่างบนกราฟจริงของ Shooting Star
Shooting Star เกิดหลังจากราคาขึ้นมาก่อน ความหมายที่คนใช้ตีความคือ เคยมีแรงซื้อดันขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ได้ แต่รักษาระดับนั้นไว้ไม่ได้ จนถูกดันกลับลงมาปิดใกล้จุดเปิด
ลักษณะและตัวอย่างของ Inverted Hammer พร้อมเงื่อนไขแท่งยืนยัน
Inverted Hammer เกิดหลังจากราคาลงมาก่อน ความหมายที่คนใช้ตีความคือ เริ่มมีแรงซื้อพยายามดันขึ้น แต่ยังดันไม่พอ ราคาจึงกลับมาปิดใกล้จุดเปิด
เงื่อนไขที่คนใช้กันบ่อยคือ รอแท่งถัดไปยืนยัน — ถ้าแท่งถัดไปปิดสูงกว่าจุดเปิดของ Inverted Hammer ถือว่าน้ำหนักฝั่งขึ้นดีขึ้น เขียนเป็นเงื่อนไขที่วัดได้คือ
C(แท่งถัดไป) > O(Inverted Hammer)— เงื่อนไขขั้นต่ำC(แท่งถัดไป) > H(Inverted Hammer)— เงื่อนไขเข้มกว่า คือปิดเหนือปลายไส้ไปเลยL(แท่งถัดไป) > L(Inverted Hammer)— ไม่ทำจุดต่ำใหม่
ปัญหาที่ไม่ค่อยมีใครพูด — ไส้ยิ่งยาว สต็อปยิ่งกว้าง
สต็อปตามธรรมชาติของรูปแบบนี้อยู่เหนือปลายไส้บน (สำหรับ Shooting Star) เพราะถ้าราคากลับไปเหนือจุดนั้น เรื่องราวที่แท่งเล่าไว้ก็ถือว่าจบ · แต่จุดเข้าอยู่ที่ราคาปิด ซึ่งอยู่ล่างสุดของแท่ง ⇒ ระยะสต็อป ≈ ความยาวของไส้ทั้งเส้น
| ไส้บน ÷ บอดี้ | range ทั้งแท่ง (เป็นกี่บอดี้) | ระยะสต็อป (เป็นกี่บอดี้) | เป้าที่ R:R 1:2 | เป้า ÷ range ของแท่งเอง |
|---|---|---|---|---|
| 2 เท่า | 3 บอดี้ | 2 บอดี้ | 4 บอดี้ | 1.33 เท่า |
| 3 เท่า | 4 บอดี้ | 3 บอดี้ | 6 บอดี้ | 1.50 เท่า |
| 5 เท่า | 6 บอดี้ | 5 บอดี้ | 10 บอดี้ | 1.67 เท่า |
| 10 เท่า | 11 บอดี้ | 10 บอดี้ | 20 บอดี้ | 1.82 เท่า |
| 19 เท่า (แท่ง 1) | 20 บอดี้ | 19 บอดี้ | 38 บอดี้ | 1.90 เท่า |
คอลัมน์สุดท้ายคือข้อที่ควรจำ — ไม่ว่าไส้จะยาวแค่ไหน เป้าที่ R:R 1:2 จะต้องยาวเข้าใกล้ 2 เท่าของทั้งแท่งเสมอ และยิ่งไส้ยาว ยิ่งเข้าใกล้ 2 เท่าพอดี · แปลว่าการเทรดรูปแบบนี้คือการเดิมพันว่าราคาจะเดินต่อไปอีกเกือบสองเท่าของแท่งที่เพิ่งเกิด
แทนค่าจริงด้วยแท่ง 1
| รายการ | ค่า | ที่มา |
|---|---|---|
| จุดเข้า (ราคาปิด) | 2000.5 | C ของแท่ง |
| สต็อป เหนือ High + 0.5 | 2010.5 | H + เผื่อ 0.5 |
| ระยะความเสี่ยง | 10.0 จุด | 2010.5 − 2000.5 |
| เป้าที่ R:R 1:2 | 1980.5 | 2000.5 − 20.0 |
| ระยะเป้า | 20.0 จุด | = 1.82 เท่าของ range ทั้งแท่ง (11.0 จุด) |
รอ "แท่งยืนยัน" ทำให้สต็อปกว้างขึ้น ไม่ใช่แคบลง
คำแนะนำมาตรฐานคือให้รอแท่งถัดไปยืนยันก่อนค่อยเข้า ซึ่งช่วยกรองสัญญาณหลอกได้จริง แต่มีต้นทุนที่คนมักไม่คิดถึง — จุดเข้าขยับไกลจากสต็อปมากขึ้น ในขณะที่สต็อปอยู่ที่เดิม
| วิธีเข้า | จุดเข้า | สต็อป | ระยะความเสี่ยง | เป้าที่ R:R 1:2 |
|---|---|---|---|---|
| เข้าที่ราคาปิดของแท่งทันที | 2000.5 | 2010.5 | 10.0 จุด | 1980.5 |
| รอยืนยัน แล้วเข้าที่จุดหลุด Low | 1999.0 | 2010.5 | 11.5 จุด (+15%) | 1976.0 |
ผลรวมคือคุณต้องให้ราคาเดินไกลกว่าเดิมอีก 4.5 จุด เพื่อได้ R:R เท่าเดิม · นี่ไม่ได้แปลว่าการรอยืนยันเป็นเรื่องผิด แต่แปลว่ามันเป็นการแลก ที่ต้องรู้ราคาก่อนเลือก ไม่ใช่ของฟรี
ต้นทุนและอัตราชนะที่ต้องทำให้ได้
เมื่อรู้ระยะความเสี่ยงแล้ว จะคำนวณต่อได้ว่าต้องชนะกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะเสมอตัว สูตรที่ R:R 1:2 คือ อัตราชนะคุ้มทุน = (1 + c) ÷ 3 เมื่อ c คือต้นทุนคิดเป็นสัดส่วนของ R
| จุดวางสต็อป | ราคา | ความเสี่ยง | สเปรด 0.30 คิดเป็นสัดส่วนของ R | R:R ต่อเป้า 1980.5 | อัตราชนะคุ้มทุน |
|---|---|---|---|---|---|
| ไม่คิดต้นทุนเลย | — | — | 0% | 1:2.00 | 33.33% |
| เหนือ High + 0.5 | 2010.5 | 10.00 | 3.00% | 1:2.00 | 34.33% |
| กลางไส้บน | 2005.25 | 4.75 | 6.32% | 1:4.21 | 35.44% |
| เหนือราคาปิด 2.0 | 2002.50 | 2.00 | 15.00% | 1:10.00 | 38.33% |
วิธีวัดเองว่ารูปแบบนี้ใช้ได้กับตลาดที่คุณเทรดหรือไม่
หน้านี้ไม่บอกอัตราชนะของ Shooting Star เพราะบล็อกนี้ยังไม่ได้วัดเอง และตัวเลขที่ลอยอยู่ตามอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ไม่ระบุตลาด ไทม์เฟรม นิยาม หรือวิธีนับผล ซึ่งทำให้เอามาใช้ไม่ได้ · สิ่งที่ทำได้และมีประโยชน์กว่าคือวัดเองด้วยขั้นตอนนี้
เลือกนิยามหนึ่งเดียวแล้วเขียนลงกระดาษ
เอานิยาม A B หรือ C ข้างบนก็ได้ แต่ต้องเลือกอันเดียวและห้ามเปลี่ยนกลางทาง เพราะถ้าเปลี่ยนได้ คุณจะเผลอนับเฉพาะแท่งที่ผลออกมาดี
กำหนดว่า "เทรนก่อนหน้า" คืออะไรเป็นตัวเลข
เช่น ราคาปิดสูงขึ้นติดกัน 3 แท่ง หรือปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 20 · ถ้าไม่กำหนด คุณจะแยก Shooting Star ออกจาก Inverted Hammer ไม่ได้อย่างสม่ำเสมอ
กำหนดจุดเข้า สต็อป และเป้าให้ตายตัว
ใช้ตัวเลือกจากตารางข้างบนอันใดอันหนึ่ง แล้วใช้เหมือนกันทุกครั้ง · ถ้าจุดวางสต็อปเปลี่ยนไปเรื่อย ผลที่นับได้จะไม่ใช่ผลของรูปแบบ แต่เป็นผลของการตัดสินใจรายครั้ง
เลื่อนกราฟย้อนหลังแล้วนับอย่างน้อย 30 ครั้ง
นับทุกครั้งที่เข้าเงื่อนไข ไม่ใช่นับเฉพาะครั้งที่จำได้ · จดผลเป็น R ไม่ใช่เป็นเงิน เพื่อให้เทียบข้ามช่วงเวลาได้
เทียบกับอัตราชนะคุ้มทุนในตารางข้างบน
ถ้าอัตราชนะที่นับได้ไม่ถึงเลขในคอลัมน์สุดท้าย แปลว่ารูปแบบนี้ยังไม่ได้ให้ความได้เปรียบกับตลาดและไทม์เฟรมที่คุณวัด — ซึ่งเป็นคำตอบที่มีประโยชน์พอ ๆ กับคำตอบตรงข้าม
ตารางบันทึกและวิธีอ่านผลอยู่ในหน้า Trading Journal คืออะไร จดอะไรบ้าง · ส่วนการแปลงความเสี่ยงต่อไม้เป็นขนาดล็อตอยู่ใน วิธีคำนวณขนาดล็อต MT4 · และถ้าอยากเห็นตัวอย่างของชุดสัญญาณที่เปิดสถิติดิบให้ตรวจย้อนหลังได้ ลองดูวิธีที่ AlphaSigs นับผลลัพธ์ของแต่ละสัญญาณ
สรุปให้สั้นที่สุด
- Shooting Star กับ Inverted Hammer เป็นแท่งทรงเดียวกันเป๊ะ ต่างกันแค่เกิดหลังราคาขึ้นหรือหลังราคาลง — และสีของแท่งไม่มีความหมาย
- วัดได้ด้วยตัวเลขสี่ตัวคือ
บอดี้ = |C−O|·ไส้บน = H−max(O,C)·ไส้ล่าง = min(O,C)−L·range = H−L - นิยามที่ใช้กันอยู่ไม่ตรงกัน — แท่งที่ไส้ยาว 19 เท่าในตัวอย่างผ่านแค่ 1 จาก 3 นิยาม ขณะที่แท่งที่ดูธรรมดากว่าผ่านครบทั้งสาม
- ไส้ที่ยาวสวยคือสต็อปที่กว้าง เพราะเป็นระยะเดียวกัน · และเป้าที่ R:R 1:2 จะยาวเข้าใกล้ 2 เท่าของทั้งแท่งเสมอ
- การรอแท่งยืนยันทำให้สต็อปกว้างขึ้น 15% ในตัวอย่างนี้ ไม่ใช่แคบลง — เป็นการแลกที่ต้องรู้ราคาก่อนเลือก
- หน้านี้ไม่บอกอัตราชนะ เพราะยังไม่ได้วัด · แต่ให้ขั้นตอนวัดเอง 5 ข้อ และเลขคุ้มทุนไว้เทียบ
อ่านต่อ: Hammer, Shooting Star: หลอก หรือ ไม่หลอก ? สำหรับมุมมองเรื่องสัญญาณหลอกโดยเฉพาะ · รูปแบบกราฟแท่งเทียน 12 แบบ สำหรับภาพรวมทั้งหมด · และ แท่งเทียนกลับตัว 10 รูปแบบ สำหรับกลุ่มที่ใช้ตีความการกลับทิศ
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ตัวเลขคำนวณทุกชุดเป็นการแทนค่าตามสมมติฐานที่ระบุไว้ในแต่ละตาราง ไม่ใช่ผลที่วัดจากตลาดจริง และไม่ใช่การรับประกันผลใด ๆ · รูปแบบแท่งเทียนไม่ได้ให้ความได้เปรียบโดยอัตโนมัติ ต้องวัดกับตลาดและไทม์เฟรมที่ใช้จริงเสมอ · การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น