แท่งเทียน Shooting Star คืออะไร — ต่างจาก Inverted Hammer ตรงไหน และเงื่อนไขที่วัดเป็นตัวเลขได้

หลังเทรนขึ้น = Shooting Star ไส้บนยาว บอดี้เล็ก หลังเทรนลง = Inverted Hammer = เท่ากัน แท่งเดียวกัน — เปลี่ยนความหมายตามสิ่งที่เกิดก่อนหน้าเท่านั้น Shooting Star คืออะไร ต่างจาก Inverted Hammer ตรงไหน โดย คนเล่น Forex แท่งที่ไส้ยาวที่สุด ผ่าน 1 จาก 3 นิยามที่ใช้กันอยู่ — แท่งสวยไม่ได้แปลว่าเข้าเกณฑ์ รอแท่งยืนยัน สต็อป +15% กว้างขึ้น ไม่ใช่แคบลง ฉบับคำนวณจริง
รูปแบบแท่งเทียน

Shooting Star กับ Inverted Hammer คืออะไร — แท่งเดียวกันที่เปลี่ยนความหมายตามตำแหน่ง พร้อมเงื่อนไขที่คำนวณได้

Shooting Star คือแท่งเทียนที่มี บอดี้เล็กอยู่ค่อนไปทางล่าง ไส้บนยาว และไส้ล่างสั้นมากหรือไม่มีเลย โดยเกิดขึ้นหลังจากราคาขึ้นมาก่อน · ส่วน Inverted Hammer คือแท่งที่มีรูปทรงเหมือนกันทุกประการ แต่เกิดขึ้นหลังจากราคาลงมาก่อน — ความต่างทั้งหมดระหว่างสองชื่อนี้อยู่ที่บริบทที่มันโผล่มา ไม่ได้อยู่ที่ตัวแท่ง

บทความนี้ไม่หยุดที่คำนิยาม แต่จะแปลงทุกอย่างเป็นตัวเลขที่วัดจากราคาเปิด-สูง-ต่ำ-ปิดได้จริง แล้วชี้ให้เห็นสองเรื่องที่บทความรูปแบบแท่งเทียนภาษาไทยแทบไม่พูดถึงเลย คือ นิยามที่ใช้กันอยู่ไม่ตรงกัน และ ไส้ที่ยาวสวยคือสิ่งเดียวกับสต็อปที่กว้าง

1 จาก 3
จำนวนนิยามที่แท่งซึ่งไส้ยาวที่สุดในตัวอย่างนี้ผ่าน — แท่งที่ดู "สวย" ที่สุดกลับตกเกณฑ์ของสองนิยามจากสาม
1.9 เท่า
ระยะเป้าที่ R:R 1:2 คิดเป็นกี่เท่าของความยาวทั้งแท่งที่ให้สัญญาณ — ยิ่งไส้ยาว อัตราส่วนนี้ยิ่งเข้าใกล้ 2 เท่า
+15%
สต็อปกว้างขึ้นเท่าไร เมื่อรอ "แท่งยืนยัน" แล้วค่อยเข้าที่จุดหลุด Low แทนการเข้าที่ราคาปิด — กว้างขึ้น ไม่ใช่แคบลง

Shooting Star กับ Inverted Hammer ต่างกันตรงไหน

คำตอบสั้นที่สุด: ตัวแท่งไม่ต่างกันเลย ถ้าเอาสองแท่งมาวางเทียบกันโดยไม่ให้ดูกราฟรอบข้าง จะไม่มีใครแยกออกได้ สิ่งที่ต่างมีอย่างเดียวคือสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้ามัน

เปรียบเทียบแท่งเทียน Inverted Hammer กับ Shooting Star ที่มีรูปทรงเหมือนกัน
รูปทรงเดียวกันทั้งคู่ — บอดี้เล็กอยู่ล่าง ไส้บนยาว ไส้ล่างแทบไม่มี
หัวข้อShooting StarInverted Hammer
รูปทรงของแท่งเหมือนกันทุกประการ — บอดี้เล็กค่อนไปทางล่าง ไส้บนยาว ไส้ล่างสั้นมาก
สิ่งที่เกิดก่อนหน้าราคาขึ้นมาก่อนราคาลงมาก่อน
ฝ่ายที่ถูกตีความว่าเสียเปรียบฝั่งซื้อ (ดันขึ้นไม่อยู่)ฝั่งขาย (กดลงไม่อยู่)
ทิศทางที่คนมักเทรดมองหาจังหวะขายมองหาจังหวะซื้อ
สีของแท่งไม่มีความสำคัญ — เขียวหรือแดงก็นับเป็นรูปแบบเดียวกัน เพราะบอดี้เล็กมากอยู่แล้ว
ถ้าสองชื่อนี้ต่างกันแค่บริบท แปลว่า งานที่ยากจริง ๆ ไม่ใช่การจำรูปทรงของแท่ง แต่คือการตอบให้ได้ว่า "ก่อนหน้านี้เป็นเทรนขึ้นหรือลง" ซึ่งเป็นคำถามที่ตัวแท่งเทียนเองตอบไม่ได้เลย

เรื่องที่ต่อจากนี้จึงต้องมาคู่กันเสมอ — ถ้ายังนิยาม "เทรนก่อนหน้า" ให้เป็นตัวเลขไม่ได้ การแยก Shooting Star ออกจาก Inverted Hammer ก็ยังเป็นเรื่องของสายตา ไม่ใช่เกณฑ์ · ดูแค็ตตาล็อกรูปแบบกราฟแท่งเทียน 12 แบบสำหรับภาพรวม และแท่งเทียนกลับตัว 10 รูปแบบสำหรับกลุ่มที่ใช้ตีความการกลับทิศโดยเฉพาะ


เงื่อนไขที่วัดเป็นตัวเลขได้ แทนการดูด้วยสายตา

ทุกอย่างที่ต้องใช้คำนวณมาจากราคาสี่ตัวของแท่งเดียว คือ เปิด (O) · สูงสุด (H) · ต่ำสุด (L) · ปิด (C)

ส่วนประกอบสูตรความหมาย
บอดี้ (body)|C − O|ระยะที่ราคาเดินได้จริงตลอดแท่ง
ไส้บน (upper wick)H − max(O, C)ระยะที่ราคาขึ้นไปแล้วโดนตีกลับ
ไส้ล่าง (lower wick)min(O, C) − Lระยะที่ราคาลงไปแล้วเด้งกลับ
ช่วงทั้งแท่ง (range)H − Lระยะรวมที่ใช้เทียบสัดส่วนทุกอย่าง

แทนค่าด้วยตัวอย่างสามแท่ง (ใช้ราคาแบบทองคำเพื่อให้เลขอ่านง่าย)

แท่งO / H / L / Cบอดี้ไส้บนไส้ล่างrangeไส้บน ÷ บอดี้บอดี้ ÷ rangeไส้ล่าง ÷ range
12000.0 / 2010.0 / 1999.0 / 2000.50.59.51.011.019.0 เท่า4.5%9.1%
22000.0 / 2008.0 / 1999.8 / 2002.02.06.00.28.23.0 เท่า24.4%2.4%
32000.0 / 2006.0 / 1999.9 / 2001.01.05.00.16.15.0 เท่า16.4%1.6%

ดูด้วยสายตาแล้ว แท่ง 1 คือแท่งที่ "สวย" ที่สุด เพราะไส้บนยาวถึง 19 เท่าของบอดี้ ในขณะที่แท่ง 2 กับ 3 ดูธรรมดากว่ามาก — หัวข้อถัดไปจะแสดงว่าสัญชาตญาณนี้พาไปผิดทาง


แท่งเดียวกันเป็น Shooting Star หรือไม่ ขึ้นกับว่าอ่านนิยามจากที่ไหน

ปัญหาที่แทบไม่มีใครเขียนถึงคือ ไม่มีนิยามกลางของรูปแบบนี้ ตำราแต่ละเล่มและอินดิเคเตอร์แต่ละตัวตั้งเกณฑ์ไม่เหมือนกัน · ลองเอาสามนิยามที่พบบ่อยมาตัดสินแท่งชุดเดิม

นิยามเงื่อนไขแท่ง 1
(ไส้ 19 เท่า)
แท่ง 2
(ไส้ 3 เท่า)
แท่ง 3
(ไส้ 5 เท่า)
A หลวมไส้บน ≥ 2× บอดี้ · และ ไส้ล่าง ≤ บอดี้ไม่ผ่านผ่านผ่าน
B กลางไส้บน ≥ 2× บอดี้ · บอดี้ ≤ 30% ของ range · ไส้ล่าง ≤ 10% ของ rangeผ่านผ่านผ่าน
C เข้มไส้บน ≥ 3× บอดี้ · บอดี้ ≤ 20% ของ range · ไส้ล่าง ≤ 5% ของ rangeไม่ผ่านไม่ผ่านผ่าน
สรุป — ผ่านกี่นิยามจากสาม1 จาก 32 จาก 33 จาก 3

แท่ง 1 ที่ดูสวยที่สุด ตกนิยาม A เพราะไส้ล่าง 1.0 ยาวกว่าบอดี้ 0.5 และ ตกนิยาม C เพราะไส้ล่างคิดเป็น 9.1% ของ range ซึ่งเกินเกณฑ์ 5% · ส่วนแท่ง 3 ที่ดูธรรมดาที่สุดกลับผ่านครบทั้งสาม

บทเรียนไม่ใช่ว่า "นิยามไหนถูก" — ไม่มีนิยามไหนถูกกว่ากัน เพราะทั้งสามเป็นเกณฑ์ที่คนตั้งขึ้นเอง บทเรียนคือ ถ้าคุณไม่ได้เขียนเกณฑ์ของตัวเองออกมาเป็นตัวเลข คุณกำลังใช้เกณฑ์ที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามอารมณ์ของวันนั้น
แท่งเดียวกัน สามนิยาม สามคำตอบ ตัวเลขทุกตัวมาจาก O 2000.0 · H 2010.0 · L 1999.0 · C 2000.5 H 2010.0C 2000.5O 2000.0L 1999.0 ไส้บน 9.5 ไส้ล่าง 1.0 บอดี้ 0.5 นิยาม A — ไม่ผ่าน ไส้ล่าง 1.0 ยาวกว่าบอดี้ 0.5 นิยาม B — ผ่าน ไส้ล่าง 9.1% ของ range ยังไม่เกิน 10% นิยาม C — ไม่ผ่าน ไส้ล่าง 9.1% เกินเกณฑ์ 5% แท่งที่ไส้ยาวที่สุดในตัวอย่าง กลับผ่านแค่นิยามเดียวจากสาม — เพราะไส้ล่างเล็ก ๆ ที่ตาแทบมองไม่เห็น
สิ่งที่ตัดสินไม่ใช่ไส้บนที่ยาวสะดุดตา แต่เป็นไส้ล่างขนาด 1.0 จุดที่มองด้วยตาแทบไม่เห็น

ลักษณะทางทฤษฎีและตัวอย่างบนกราฟจริงของ Shooting Star

Shooting Star เกิดหลังจากราคาขึ้นมาก่อน ความหมายที่คนใช้ตีความคือ เคยมีแรงซื้อดันขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ได้ แต่รักษาระดับนั้นไว้ไม่ได้ จนถูกดันกลับลงมาปิดใกล้จุดเปิด

ลักษณะทางทฤษฎีของแท่งเทียน Shooting Star
ลักษณะทางทฤษฎีของ Shooting Star — บอดี้เล็ก ไส้บนยาว เกิดหลังราคาขึ้น
ตัวอย่าง Shooting Star บนกราฟจริง
บนกราฟจริง Shooting Star ไม่ได้แปลว่ากลับตัวเสมอไป — หลายครั้งเป็นแค่การพักตัวก่อนไปต่อ
อีกตัวอย่างของ Shooting Star บนกราฟจริงที่ราคาพักตัวแล้วไปต่อ
แท่งเดียวกันในสภาวะตลาดคนละแบบ ให้ผลคนละอย่าง — ตัวแท่งไม่ได้บอกว่าจะเป็นแบบไหน
⚠️
Shooting Star ไม่ใช่ "รูปแบบกลับตัว" โดยตัวมันเอง — สิ่งที่มันบอกได้คือแรงขาขึ้นสะดุดในแท่งนั้น เท่านั้น จะกลายเป็นการพักตัวแล้วไปต่อ หรือกลายเป็นการเปลี่ยนแนวโน้มจริง ขึ้นกับบริบทที่มันเกิด · การเข้าขายทันทีที่เห็นแท่งนี้จบ จึงเป็นการเดิมพันกับสิ่งที่แท่งเดียวตอบไม่ได้

ลักษณะและตัวอย่างของ Inverted Hammer พร้อมเงื่อนไขแท่งยืนยัน

Inverted Hammer เกิดหลังจากราคาลงมาก่อน ความหมายที่คนใช้ตีความคือ เริ่มมีแรงซื้อพยายามดันขึ้น แต่ยังดันไม่พอ ราคาจึงกลับมาปิดใกล้จุดเปิด

ลักษณะทางทฤษฎีของแท่งเทียน Inverted Hammer
ลักษณะทางทฤษฎีของ Inverted Hammer — รูปทรงเดียวกับ Shooting Star แต่เกิดหลังราคาลง

เงื่อนไขที่คนใช้กันบ่อยคือ รอแท่งถัดไปยืนยัน — ถ้าแท่งถัดไปปิดสูงกว่าจุดเปิดของ Inverted Hammer ถือว่าน้ำหนักฝั่งขึ้นดีขึ้น เขียนเป็นเงื่อนไขที่วัดได้คือ

  • C(แท่งถัดไป) > O(Inverted Hammer) — เงื่อนไขขั้นต่ำ
  • C(แท่งถัดไป) > H(Inverted Hammer) — เงื่อนไขเข้มกว่า คือปิดเหนือปลายไส้ไปเลย
  • L(แท่งถัดไป) > L(Inverted Hammer) — ไม่ทำจุดต่ำใหม่
ตัวอย่าง Inverted Hammer บนกราฟจริง
ตัวอย่างบนกราฟจริง — หลังเกิด Inverted Hammer ราคายังลงต่อได้อีกก่อนจะเด้งกลับ
ตัวอย่าง Inverted Hammer ที่แท่งถัดไปทำจุดต่ำใหม่แต่ปิดเป็น Hammer
เคสที่เงื่อนไข "ไม่ทำจุดต่ำใหม่" ถูกละเมิด แต่แท่งถัดไปปิดเป็น Hammer — เงื่อนไขสามข้อข้างบนจึงขัดกันเองได้
ข้อสังเกตที่ควรพูดให้ตรง — เงื่อนไขสามข้อข้างบนขัดกันเองได้ในบางแท่ง อย่างในภาพสุดท้าย แท่งถัดไปทำจุดต่ำใหม่ (ผิดข้อสาม) แต่ปิดสูงกว่าจุดเปิด (ผ่านข้อหนึ่ง) · เมื่อเงื่อนไขขัดกัน ผลลัพธ์จะขึ้นกับว่าคุณเลือกเชื่อข้อไหน ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ควรเขียนไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ตัดสินตอนอยู่หน้าจอ

ปัญหาที่ไม่ค่อยมีใครพูด — ไส้ยิ่งยาว สต็อปยิ่งกว้าง

สต็อปตามธรรมชาติของรูปแบบนี้อยู่เหนือปลายไส้บน (สำหรับ Shooting Star) เพราะถ้าราคากลับไปเหนือจุดนั้น เรื่องราวที่แท่งเล่าไว้ก็ถือว่าจบ · แต่จุดเข้าอยู่ที่ราคาปิด ซึ่งอยู่ล่างสุดของแท่ง ⇒ ระยะสต็อป ≈ ความยาวของไส้ทั้งเส้น

พูดอีกแบบ — สิ่งที่ทำให้แท่งดู "สวย" คือสิ่งเดียวกับที่ทำให้สต็อปกว้าง เพราะทั้งสองอย่างคือความยาวไส้ตัวเดียวกัน
ไส้บน ÷ บอดี้range ทั้งแท่ง (เป็นกี่บอดี้)ระยะสต็อป (เป็นกี่บอดี้)เป้าที่ R:R 1:2เป้า ÷ range ของแท่งเอง
2 เท่า3 บอดี้2 บอดี้4 บอดี้1.33 เท่า
3 เท่า4 บอดี้3 บอดี้6 บอดี้1.50 เท่า
5 เท่า6 บอดี้5 บอดี้10 บอดี้1.67 เท่า
10 เท่า11 บอดี้10 บอดี้20 บอดี้1.82 เท่า
19 เท่า (แท่ง 1)20 บอดี้19 บอดี้38 บอดี้1.90 เท่า

คอลัมน์สุดท้ายคือข้อที่ควรจำ — ไม่ว่าไส้จะยาวแค่ไหน เป้าที่ R:R 1:2 จะต้องยาวเข้าใกล้ 2 เท่าของทั้งแท่งเสมอ และยิ่งไส้ยาว ยิ่งเข้าใกล้ 2 เท่าพอดี · แปลว่าการเทรดรูปแบบนี้คือการเดิมพันว่าราคาจะเดินต่อไปอีกเกือบสองเท่าของแท่งที่เพิ่งเกิด

แทนค่าจริงด้วยแท่ง 1

รายการค่าที่มา
จุดเข้า (ราคาปิด)2000.5C ของแท่ง
สต็อป เหนือ High + 0.52010.5H + เผื่อ 0.5
ระยะความเสี่ยง10.0 จุด2010.5 − 2000.5
เป้าที่ R:R 1:21980.52000.5 − 20.0
ระยะเป้า20.0 จุด= 1.82 เท่าของ range ทั้งแท่ง (11.0 จุด)

รอ "แท่งยืนยัน" ทำให้สต็อปกว้างขึ้น ไม่ใช่แคบลง

คำแนะนำมาตรฐานคือให้รอแท่งถัดไปยืนยันก่อนค่อยเข้า ซึ่งช่วยกรองสัญญาณหลอกได้จริง แต่มีต้นทุนที่คนมักไม่คิดถึง — จุดเข้าขยับไกลจากสต็อปมากขึ้น ในขณะที่สต็อปอยู่ที่เดิม

วิธีเข้าจุดเข้าสต็อประยะความเสี่ยงเป้าที่ R:R 1:2
เข้าที่ราคาปิดของแท่งทันที2000.52010.510.0 จุด1980.5
รอยืนยัน แล้วเข้าที่จุดหลุด Low1999.02010.511.5 จุด (+15%)1976.0

ผลรวมคือคุณต้องให้ราคาเดินไกลกว่าเดิมอีก 4.5 จุด เพื่อได้ R:R เท่าเดิม · นี่ไม่ได้แปลว่าการรอยืนยันเป็นเรื่องผิด แต่แปลว่ามันเป็นการแลก ที่ต้องรู้ราคาก่อนเลือก ไม่ใช่ของฟรี

สต็อปอยู่ที่เดิม แต่จุดเข้าถอยลง ⇒ ความเสี่ยงกว้างขึ้น สต็อปเหนือ High 2010.5 เข้าที่ราคาปิด 2000.5 เข้าหลังยืนยัน 1999.0 10.0 จุด เข้าทันที 11.5 จุด รอยืนยัน กว้างขึ้น 15% การรอยืนยันกรองสัญญาณหลอกได้จริง — แต่จ่ายด้วยระยะสต็อปที่กว้างขึ้น ต้องชั่งทั้งสองด้าน
ความเสี่ยงต่อไม้ไม่ได้กำหนดโดยรูปแบบ แต่กำหนดโดยระยะระหว่างจุดเข้ากับสต็อป ซึ่งวิธีเข้าเป็นตัวเปลี่ยน

ต้นทุนและอัตราชนะที่ต้องทำให้ได้

เมื่อรู้ระยะความเสี่ยงแล้ว จะคำนวณต่อได้ว่าต้องชนะกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะเสมอตัว สูตรที่ R:R 1:2 คือ อัตราชนะคุ้มทุน = (1 + c) ÷ 3 เมื่อ c คือต้นทุนคิดเป็นสัดส่วนของ R

จุดวางสต็อปราคาความเสี่ยงสเปรด 0.30 คิดเป็นสัดส่วนของ RR:R ต่อเป้า 1980.5อัตราชนะคุ้มทุน
ไม่คิดต้นทุนเลย0%1:2.0033.33%
เหนือ High + 0.52010.510.003.00%1:2.0034.33%
กลางไส้บน2005.254.756.32%1:4.2135.44%
เหนือราคาปิด 2.02002.502.0015.00%1:10.0038.33%
⚠️
อย่าอ่านตารางนี้ว่า "สต็อปแคบดีกว่าเพราะ R:R สูงกว่า" — สต็อปที่แคบลงจะโดนชนบ่อยขึ้นด้วย ซึ่งตารางนี้วัดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องเก็บสถิติจากตลาดที่คุณเทรดจริง · สิ่งที่ตารางนี้บอกได้จริงมีข้อเดียวคือ สต็อปยิ่งแคบ ต้นทุนยิ่งกินสัดส่วนของ R มากขึ้น และอัตราชนะที่ต้องทำให้ได้ก็ขยับขึ้นตาม จาก 34.33% เป็น 38.33% คือส่วนต่าง 4.0 จุดเปอร์เซ็นต์ที่มาจากการเลือกจุดวางสต็อปล้วน ๆ

วิธีวัดเองว่ารูปแบบนี้ใช้ได้กับตลาดที่คุณเทรดหรือไม่

หน้านี้ไม่บอกอัตราชนะของ Shooting Star เพราะบล็อกนี้ยังไม่ได้วัดเอง และตัวเลขที่ลอยอยู่ตามอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ไม่ระบุตลาด ไทม์เฟรม นิยาม หรือวิธีนับผล ซึ่งทำให้เอามาใช้ไม่ได้ · สิ่งที่ทำได้และมีประโยชน์กว่าคือวัดเองด้วยขั้นตอนนี้

1

เลือกนิยามหนึ่งเดียวแล้วเขียนลงกระดาษ

เอานิยาม A B หรือ C ข้างบนก็ได้ แต่ต้องเลือกอันเดียวและห้ามเปลี่ยนกลางทาง เพราะถ้าเปลี่ยนได้ คุณจะเผลอนับเฉพาะแท่งที่ผลออกมาดี

2

กำหนดว่า "เทรนก่อนหน้า" คืออะไรเป็นตัวเลข

เช่น ราคาปิดสูงขึ้นติดกัน 3 แท่ง หรือปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 20 · ถ้าไม่กำหนด คุณจะแยก Shooting Star ออกจาก Inverted Hammer ไม่ได้อย่างสม่ำเสมอ

3

กำหนดจุดเข้า สต็อป และเป้าให้ตายตัว

ใช้ตัวเลือกจากตารางข้างบนอันใดอันหนึ่ง แล้วใช้เหมือนกันทุกครั้ง · ถ้าจุดวางสต็อปเปลี่ยนไปเรื่อย ผลที่นับได้จะไม่ใช่ผลของรูปแบบ แต่เป็นผลของการตัดสินใจรายครั้ง

4

เลื่อนกราฟย้อนหลังแล้วนับอย่างน้อย 30 ครั้ง

นับทุกครั้งที่เข้าเงื่อนไข ไม่ใช่นับเฉพาะครั้งที่จำได้ · จดผลเป็น R ไม่ใช่เป็นเงิน เพื่อให้เทียบข้ามช่วงเวลาได้

5

เทียบกับอัตราชนะคุ้มทุนในตารางข้างบน

ถ้าอัตราชนะที่นับได้ไม่ถึงเลขในคอลัมน์สุดท้าย แปลว่ารูปแบบนี้ยังไม่ได้ให้ความได้เปรียบกับตลาดและไทม์เฟรมที่คุณวัด — ซึ่งเป็นคำตอบที่มีประโยชน์พอ ๆ กับคำตอบตรงข้าม

ตารางบันทึกและวิธีอ่านผลอยู่ในหน้า Trading Journal คืออะไร จดอะไรบ้าง · ส่วนการแปลงความเสี่ยงต่อไม้เป็นขนาดล็อตอยู่ใน วิธีคำนวณขนาดล็อต MT4 · และถ้าอยากเห็นตัวอย่างของชุดสัญญาณที่เปิดสถิติดิบให้ตรวจย้อนหลังได้ ลองดูวิธีที่ AlphaSigs นับผลลัพธ์ของแต่ละสัญญาณ


สรุปให้สั้นที่สุด

  • Shooting Star กับ Inverted Hammer เป็นแท่งทรงเดียวกันเป๊ะ ต่างกันแค่เกิดหลังราคาขึ้นหรือหลังราคาลง — และสีของแท่งไม่มีความหมาย
  • วัดได้ด้วยตัวเลขสี่ตัวคือ บอดี้ = |C−O| · ไส้บน = H−max(O,C) · ไส้ล่าง = min(O,C)−L · range = H−L
  • นิยามที่ใช้กันอยู่ไม่ตรงกัน — แท่งที่ไส้ยาว 19 เท่าในตัวอย่างผ่านแค่ 1 จาก 3 นิยาม ขณะที่แท่งที่ดูธรรมดากว่าผ่านครบทั้งสาม
  • ไส้ที่ยาวสวยคือสต็อปที่กว้าง เพราะเป็นระยะเดียวกัน · และเป้าที่ R:R 1:2 จะยาวเข้าใกล้ 2 เท่าของทั้งแท่งเสมอ
  • การรอแท่งยืนยันทำให้สต็อปกว้างขึ้น 15% ในตัวอย่างนี้ ไม่ใช่แคบลง — เป็นการแลกที่ต้องรู้ราคาก่อนเลือก
  • หน้านี้ไม่บอกอัตราชนะ เพราะยังไม่ได้วัด · แต่ให้ขั้นตอนวัดเอง 5 ข้อ และเลขคุ้มทุนไว้เทียบ

อ่านต่อ: Hammer, Shooting Star: หลอก หรือ ไม่หลอก ? สำหรับมุมมองเรื่องสัญญาณหลอกโดยเฉพาะ · รูปแบบกราฟแท่งเทียน 12 แบบ สำหรับภาพรวมทั้งหมด · และ แท่งเทียนกลับตัว 10 รูปแบบ สำหรับกลุ่มที่ใช้ตีความการกลับทิศ

บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ตัวเลขคำนวณทุกชุดเป็นการแทนค่าตามสมมติฐานที่ระบุไว้ในแต่ละตาราง ไม่ใช่ผลที่วัดจากตลาดจริง และไม่ใช่การรับประกันผลใด ๆ · รูปแบบแท่งเทียนไม่ได้ให้ความได้เปรียบโดยอัตโนมัติ ต้องวัดกับตลาดและไทม์เฟรมที่ใช้จริงเสมอ · การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน

ความคิดเห็น

Related stories