Piercing Line คืออะไร — รูปแบบแท่งเทียน "ทิ่มแทง" กับฝาแฝดขาลง Dark Cloud Cover และวิธีเข้าออร์เดอร์ที่คำนวณจุดเข้า SL และเป้าได้จากนิยามของรูปแบบเอง
Piercing Line (รูปแบบทิ่มแทง) คือรูปแบบแท่งเทียนกลับตัวขาขึ้นสองแท่ง ที่แท่งเขียวเปิดต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่งแดงก่อนหน้า แล้วปิดกลับขึ้นมาเกินกึ่งกลางลำตัวของแท่งแดงนั้น — สิ่งที่หน้านี้ทำต่างจากบทความแท่งเทียนทั่วไปคือไม่หยุดที่การบอกว่ารูปแบบหน้าตายังไง แต่คำนวณต่อว่ามันบังคับจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าไว้ตรงไหน และผลลัพธ์ที่ได้สวนความรู้สึกอย่างชัดเจน: 🔑 ยิ่งแท่งเขียว "เจาะ" เข้าไปลึก ซึ่งตำราบอกว่าแข็งแรงกว่า อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงยิ่งแย่ลง จาก 1:5.50 เหลือ 1:0.53 ทั้งที่จุดตัดขาดทุนและเป้าอยู่ที่เดิมทั้งคู่ พร้อม ตารางคำนวณตามได้ 7 ชุด ตรวจตามได้ทุกบรรทัด
Piercing Line คืออะไร (คำตอบสั้น ๆ ก่อน)
Piercing Line คือรูปแบบสองแท่งที่เกิดตอนปลายแนวโน้มขาลง โดยมีเงื่อนไขครบสี่ข้อ ซึ่งทั้งสี่ข้อเขียนเป็นเงื่อนไขตัวเลขได้หมด ไม่ต้องใช้สายตาตัดสิน:
- ต้องมีแนวโน้มขาลงมาก่อน — ถ้าไม่มีเทรนด์ให้กลับ รูปทรงเดียวกันเป๊ะก็ไม่ใช่สัญญาณกลับตัว
- แท่งที่ 1 เป็นแท่งแดงลำตัวยาว —
ราคาปิด < ราคาเปิดและลำตัวควรใหญ่พอเทียบกับแท่งรอบข้าง - แท่งที่ 2 เปิดต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่งที่ 1 —
เปิด(2) < ต่ำสุด(1)🔑 ข้อนี้คือข้อที่คนตรวจไม่ครบมากที่สุด เพราะมันบังคับให้ต้องมีช่องว่างราคา (Gap) - แท่งที่ 2 ปิดเหนือกึ่งกลางลำตัวของแท่งที่ 1 แต่ไม่เกินราคาเปิดของแท่งที่ 1 —
ปิด(2) > (เปิด(1)+ปิด(1)) ÷ 2และปิด(2) < เปิด(1)
🔑 Piercing ไม่ใช่รูปแบบเดี่ยว ๆ — มันคือหนึ่งจุดบนสเกล "เจาะลึกแค่ไหน"
รูปแบบสองแท่งกลุ่มนี้มีชื่อเรียกต่างกันห้าชื่อ แต่ทั้งห้าชื่อต่างกันที่ ตัวแปรเดียว คือ แท่งที่ 2 ปิดสูงแค่ไหนเมื่อวัดเป็นเปอร์เซ็นต์ของลำตัวแท่งที่ 1 — พอเห็นแบบนี้แล้วจะเลิกจำชื่อทีละชื่อได้เลย
🔑 ยิ่งเจาะลึก อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงยิ่งแย่ — คำนวณให้ดู
ใช้ตัวเลขสมมติชุดเดียวกันทั้งตาราง เพื่อให้เทียบกันได้ตรง ๆ:
| ข้อมูลตั้งต้น (สมมติ) | ราคา |
|---|---|
| แท่งที่ 1 — ราคาเปิด (= จุดสูงสุดของลำตัว) | 1.1000 |
| แท่งที่ 1 — ราคาปิด (= จุดต่ำสุดของลำตัว) | 1.0900 (ลำตัว 100 pip) |
| แท่งที่ 1 — จุดต่ำสุด | 1.0890 |
| แท่งที่ 2 — ราคาเปิด | 1.0880 (ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่งแรก ตามเงื่อนไข) |
| แท่งที่ 2 — จุดต่ำสุด | 1.0875 |
| จุดตัดขาดทุนที่ใช้ทั้งตาราง | 1.0870 (ใต้จุดต่ำสุดของแท่งที่ 2 ลงมา 5 pip) |
| เป้าหมายที่ใช้ทั้งตาราง | 1.1000 (จุดสูงสุดของลำตัวแท่งแรก) |
| ชื่อรูปแบบ | แท่ง 2 เจาะลึก | จุดเข้า (ราคาปิดแท่ง 2) | ระยะเสี่ยง | ระยะถึงเป้า | อัตราส่วน | ต้องถูกทางกี่ % จึงเสมอตัว |
|---|---|---|---|---|---|---|
| On-Neck | ~0% | 1.0890 | 20 pip | 110 pip | 1 : 5.50 | 15.4% |
| In-Neck | 5% | 1.0905 | 35 pip | 95 pip | 1 : 2.71 | 26.9% |
| Thrusting | 30% | 1.0930 | 60 pip | 70 pip | 1 : 1.17 | 46.2% |
| Piercing Line | 55% | 1.0955 | 85 pip | 45 pip | 1 : 0.53 | 65.4% |
| Bullish Engulfing | 105% | 1.1005 | 135 pip | −5 pip | เป้าถูกผ่านไปแล้ว | ต้องหาเป้าใหม่ |
เป้า − จุดตัดขาดทุน = 1.1000 − 1.0870 ซึ่งไม่มีตัวแปรจุดเข้าอยู่ในสมการเลย ผลที่ตามมาคือ การเลื่อนจุดเข้าไม่ได้สร้างหรือทำลายระยะทาง มันแค่ย้ายเส้นแบ่งว่าส่วนไหนเป็นความเสี่ยงและส่วนไหนเป็นกำไรวิธีเข้าออร์เดอร์ 3 แบบ จากรูปแบบเดียวกันเป๊ะ
ใช้กรณี Piercing Line (เจาะ 55%) เป็นตัวตั้ง โดยจุดตัดขาดทุนอยู่ที่ 1.0870 และเป้าอยู่ที่ 1.1000 เหมือนเดิมทั้งสามแบบ:
| วิธีเข้า | ราคาเข้า | ระยะเสี่ยง | ระยะถึงเป้า | อัตราส่วน | ต้องถูกทางกี่ % | สิ่งที่แลกไป |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เข้าที่ราคาปิดของแท่งที่ 2 ทันที | 1.09550 | 85.0 pip | 45.0 pip | 1 : 0.53 | 65.4% | ได้เข้าแน่นอน แต่เป็นราคาที่แพงที่สุดในสามแบบ |
| ตั้งคำสั่ง Limit รอราคาย่อกลับมาที่กึ่งกลางลำตัวแท่งที่ 2 | 1.09175 | 47.5 pip | 82.5 pip | 1 : 1.74 | 36.5% | 🔑 ราคาดีที่สุด แต่ราคาอาจไม่ย่อกลับมาเลย แล้วพลาดไม้ทั้งหมด |
| รอให้ราคาทะลุจุดสูงสุดของแท่งที่ 2 ก่อนค่อยเข้า | 1.09600 | 90.0 pip | 40.0 pip | 1 : 0.44 | 69.2% | ได้ "การยืนยัน" เพิ่ม แต่จ่ายแพงที่สุด |
จุดวาง Stop Loss 3 แบบ — และความต่างที่สำคัญกว่าที่คิด
คราวนี้ล็อกจุดเข้าไว้ที่ 1.0955 แล้วขยับเฉพาะจุดตัดขาดทุน:
| จุดวาง SL | ราคา | ระยะเสี่ยง | ระยะถึงเป้า | ระยะรวม | อัตราส่วน | ต้องถูกทางกี่ % |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ใต้จุดต่ำสุดของแท่งที่ 2 พอดี | 1.08750 | 80.0 pip | 45.0 pip | 125.0 | 1 : 0.56 | 64.0% |
| ใต้จุดต่ำสุดของแท่งที่ 2 ลงมา 5 pip | 1.08700 | 85.0 pip | 45.0 pip | 130.0 | 1 : 0.53 | 65.4% |
| ใต้จุดต่ำสุดของสองแท่ง ลบระยะกันชน 0.5 เท่าของ ATR (ATR = 25 pip) | 1.08625 | 92.5 pip | 45.0 pip | 137.5 | 1 : 0.49 | 67.3% |
เป้า − SL ⇒ การเลื่อน SL เปลี่ยนขนาดของ "เกม" ทั้งเกม ส่วนการเลื่อนจุดเข้าแค่เปลี่ยนการแบ่ง ซึ่งแปลว่าถ้าจะปรับอะไรสักอย่างให้ไม้คุ้มขึ้น การปรับ SL มีผลกว่า แต่ก็เสี่ยงกว่าด้วย เพราะ SL ที่ชิดเกินไปคือ SL ที่โดนบ่อยขึ้นเลือกเป้ายังไง — และจุดที่นิยามของรูปแบบเลิกช่วยแล้ว
ล็อกจุดเข้า 1.0955 และ SL 1.0870 (ระยะเสี่ยง 85 pip) แล้วเปลี่ยนเฉพาะเป้า:
| เป้าหมาย | ราคา | ระยะถึงเป้า | อัตราส่วน | ต้องถูกทางกี่ % | อยู่ห่างจากจุดสูงสุดของแท่งแรก |
|---|---|---|---|---|---|
| จุดสูงสุดของลำตัวแท่งแรก | 1.1000 | 45 pip | 1 : 0.53 | 65.4% | 0 pip — เป็นระดับที่นิยามของรูปแบบชี้ให้เอง |
| 1 เท่าของระยะเสี่ยง (1R) | 1.1040 | 85 pip | 1 : 1.00 | 50.0% | +40 pip |
| 2 เท่าของระยะเสี่ยง (2R) | 1.1125 | 170 pip | 1 : 2.00 | 33.3% | +125 pip |
Dark Cloud Cover — ฝาแฝดฝั่งขาลง
Dark Cloud Cover คือ Piercing Line ที่กลับด้านทุกประการ เกิดตอนปลายแนวโน้มขาขึ้น และเลขคณิตทั้งหมดข้างบนใช้ได้เหมือนเดิมโดยแค่สลับทิศ
| เงื่อนไข | Piercing Line (ขาขึ้น) | Dark Cloud Cover (ขาลง) |
|---|---|---|
| แนวโน้มก่อนหน้า | ขาลง | ขาขึ้น |
| แท่งที่ 1 | แดง ลำตัวยาว | เขียว ลำตัวยาว |
| แท่งที่ 2 เปิดที่ | ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่งที่ 1 | สูงกว่าจุดสูงสุดของแท่งที่ 1 |
| แท่งที่ 2 ปิดที่ | เหนือกึ่งกลางลำตัวแท่งที่ 1 แต่ไม่เกินราคาเปิด | ใต้กึ่งกลางลำตัวแท่งที่ 1 แต่ไม่ต่ำกว่าราคาเปิด |
| จุดตัดขาดทุนมักวางที่ | ใต้จุดต่ำสุดของสองแท่ง | เหนือจุดสูงสุดของสองแท่ง |
| ถ้าเจาะเกิน 100% | กลายเป็น Bullish Engulfing | กลายเป็น Bearish Engulfing |
เช็กลิสต์ 6 ข้อ ก่อนเข้าออร์เดอร์จากรูปแบบนี้
- มีแนวโน้มมาก่อนจริงหรือไม่ — ถ้าราคาเดินออกข้างมาตลอด รูปทรงนี้ไม่ได้กำลังกลับอะไร
- ตรวจเงื่อนไข "เปิดพ้นจุดสุดขั้วของแท่งก่อนหน้า" ครบหรือยัง — ข้อนี้เป็นข้อที่หลุดบ่อยที่สุด และเป็นข้อที่ทำให้รูปแบบหายากในตลาดที่เทรดต่อเนื่อง
- คำนวณเปอร์เซ็นต์การเจาะออกมาเป็นตัวเลขแล้วหรือยัง —
(ปิด(2) − ปิด(1)) ÷ (เปิด(1) − ปิด(1)) × 100 - รู้หรือยังว่าจุดเข้าที่เลือกทำให้เกณฑ์เสมอตัวเป็นเท่าไร — ตามสูตร
ระยะเสี่ยง ÷ (ระยะเสี่ยง + ระยะถึงเป้า) - เป้าที่ตั้งไว้มาจากรูปแบบ หรือมาจากที่อื่น — ถ้ามาจากที่อื่น ต้องบอกได้ว่าที่อื่นนั้นคืออะไร
- ระยะเสี่ยงที่ได้ แปลงเป็นขนาดล็อตเท่าไรที่ความเสี่ยงต่อไม้ที่ตั้งไว้ — ดู วิธีคำนวณขนาดล็อตจากระยะ SL
สรุป — 4 ข้อที่ยืนยันได้ และ 1 ข้อที่หน้านี้ยืนยันไม่ได้
- รูปแบบสองแท่งกลุ่มนี้ต่างกันที่ตัวแปรเดียว — เปอร์เซ็นต์ที่แท่งที่ 2 เจาะเข้าไปในลำตัวแท่งที่ 1 · On-Neck, In-Neck, Thrusting, Piercing และ Engulfing คือห้าจุดบนเส้นเดียวกัน
- ยิ่งเจาะลึก อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงยิ่งแย่ ถ้าเป้าและ SL อยู่ที่เดิม — จาก 1:5.50 ลงมาเหลือ 1:0.53 และเกณฑ์เสมอตัวขยับจาก 15.4% เป็น 65.4%
- การเลื่อนจุดเข้าไม่เปลี่ยนระยะรวม — ระยะเสี่ยงบวกระยะถึงเป้าเท่ากับ
เป้า − SLเสมอ ซึ่งไม่มีตัวแปรจุดเข้าอยู่ในสมการ ⇒ ทางเลือกเรื่องจุดเข้าคือการเลือกสัดส่วน ไม่ใช่การเลือกขนาด - การเลื่อน SL ต่างจากการเลื่อนจุดเข้า — มันเปลี่ยนระยะรวมด้วย (125 / 130 / 137.5 pip ในตาราง) จึงเป็นการปรับที่มีผลมากกว่าและเสี่ยงกว่าไปพร้อมกัน
อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง: แท่งเทียนกลับตัว คืออะไร (รวมเรื่อง Gap และราคาของการรอแท่งยืนยัน) · รูปแบบกราฟแท่งเทียน คืออะไร (แค็ตตาล็อกรวม) · แพทเทิร์นกลับตัว · ค้อน กับ คนแขวนคอ · วิธีคำนวณ Risk Reward Ratio · การคำนวณขนาดล็อต · ค่า spread คิดเป็นเงินจริงเท่าไร
และถ้าอยากเทียบสิ่งที่อ่านในหน้านี้กับสัญญาณที่มีตัวเลขจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายกำกับทุกไม้ ดูได้ที่ alphasigs.net
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขทั้งหมดในหน้านี้เป็นตัวอย่างสมมติที่ใช้แสดงวิธีคำนวณ ไม่ใช่ผลการทดสอบย้อนหลัง และไม่ใช่การรับประกันผลใด ๆ การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ผู้อ่านควรทดสอบด้วยบัญชีทดลองและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น