"รายได้จากโบรกเกอร์มาจากไหน ?" Forex Broker หรือ โบรกเกอร์ Forex เป็นตัวกลางเชื่อมต่อการซื้อขายระหว่างนักเทรดฟอเร็กซ์รายย่อย กับตลาดฟอเร็กซ์ เรียกง่ายๆว่า “ นายหน้า” หรือ "พ่อค้าคนกลาง " ซึ่งตัวโบรกเกอร์จะมีรายได้จากการส่งคำสั่งซื้อ-ขาย ของเราไปสู่ยังตลาดจริง โดยได้ค่าธรรมเนียมต่อจำนวนคำสั่งและขนาดของคำสั่งในแต่ละครั้งจะไม่เท่ากัน ยิ่งเราเทรดหรือออกออเดอร์บ่อยๆ ก็ยิ่งทำให้รายได้ของ Broker นั้นสูงขึ้นไปด้วย ถึงแม้ว่าเราจะทำกำไรได้หรือขาดทุน Broker ก็จะยังได้ค่าธรรมเนียมอยู่เหมือนเดิมเพราะเป็นตัวกลางในการส่งคำสั่งซื้อ-ขายให้กับเรา ถ้าพูดตามภาษาชาวบ้านง่ายๆก็เรียกว่าค่าคอมมิชชั่นนั่นแหละ แล้วได้รายได้แบบไหน ได้มาอย่างไร เคยสังเกตุมั้ย หลาย Broker ทำไม กำหนดค่า spread ไม่เท่ากัน บางที่ก็แพง บางที่ก็ถูกแสนถูก ค่า spread นี่แหละ คือทางเลือกที่หลากหลายให้กับเราชาวเทรดเดอร์กันหละ นั่นเป็นเหตุผลที่โบรกเกอร...
- Home
- About
- _Blockdit Our
- _Tradingview Our
- หมวดหมู่
- _ความรู้ทั่วไป
- _การวิเคราะห์พื้นฐาน
- _จิตวิทยาการเทรด
- _แนวคิดการเทรด
- _เทรด forex ยังไงให้ยั่งยืน
- _บุคคลที่ประสบความสำเร็จ
- _เศรษฐกิจโลก
- _Special Post
- _ไอเดียทำเงิน
- ทฤษฎี
- _รูปแบบแท่งเทียน
- _ElliottWave
- _Fibonacci
- _Fundamental
- _Harmonic
- _Price Action
- เครื่องมือ
- _ระบบเทรด
- _Expert Advisor
- _Indicators
- Crypto
- _Bitcoin
- _NFT
- _DeFi
Buscar este blog
บทความ
-
Author will
Relative Strength Index (RSI) คืออะไร RSI เป็นเครื่องมือชี้วัดทางเทคนิคประเภท Momentum ใช้สำหรับวัดการแกว่งตัวของราคาว่ามีภาวะการซื้อมากเกินไป (Overbought) หรือ การขายมากเกินไป (Oversold) โดยมีค่าตั้งแต่ 0-100 โดยค่ามาตรฐานที่ใช้กันทั่วไปนั้นจะอยู่ที่ 30 และ 70 โดยหาก RSI อยู่ในระดับที่ตํ่ากว่า 30 จะถือว่าราคาอยู่ในภาวะ “ขายมากเกินไป” (Oversold) และหากมากกว่า 70 จะถือว่าราคาอยู่ในภาวะ “ซื้อมากเกินไป” (Overbought) จากสูตร ก่อนที่จะคำนวณ RSI ได้ เราต้องได้ ค่า RS มาก่อน … โดยค่า RS มาจากการคำนวณค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 14 วัน (ราคาปิด) ซึ่งจะแยกเป็นการนับจากเฉลี่ยย้อนหลังของวันที่ขึ้น กับค่าเฉลี่ยของวันที่ลง ตัวเศษ : ค่าเฉลี่ยย้อนหลังของวันที่ขึ้น (14 วัน ย้อนหลัง มีขึ้นกี่วัน ก็ใช้ค่านั้นมาคำนวณ) ตัวส่วน : ค่าเฉลี่ยย้อนหลังของวันที่ลง (14 วัน ย้อนหลัง มีลงกี่วัน ก็ใช้ค่านั้นมาคำนวณ) การใช้งานที่นิยมใช้ ของ Relative Strength Index (RSI) 1.ภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) ภาวะ “ซื้อมากเกินไป” หรือ Overbought คือ การที่ราคาพุ่งไปสูงมากๆ จนอาจจะไม่มีคนซื้อต่อ เพราะ คนเริ่มรู้สึกว่าหาก...
-
Author FOREX FOR YOU
เลือกเทรดตามช่วงเวลามีโอกาสทำกำไรมากกว่าจริงมั้ย?? 👯 เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า ตลาด Forex นั้นเปิดให้เทรดได้ 24 ชั่วโมง ตลอด 5 วัน จันทร์-ศุกร์ ยกเว้น BTC ที่เปิดทุกวันเลยไม่มีวันหยุด แล้วทำไมมันเปิดตลอด24ชั่วโมงหนะหรอ ก็เพราะการแลกเปลี่ยนสกุลเงินมีอยู่ทั่วทุกมุมโลกไงละ ซึ่งการซื้อขายสกุลเงินนั้นๆทำกันผ่านระบบ การเทรดออนไลน์ทั้งหมด 👯 หลายคนเทรดไป กำไรบ้าง เสียบ้าง ดอยบ้าง เพราะเราไม่มีแผนในการเทรด หรืออาจจะมีแต่ก็ไม่ได้คำนึงเรื่องเวลา เพราะเข้าใจว่ามันเทรดได้ 24 ชั่วโมง ก็เลยไม่ได้สนใจ การเลือกเวลาในการเทรด หากเข้าถูกที่ถูกเวลา กราฟจะมาแรงแซงทางโค้งมาก แต่ถ้าหากผิดที่ผิดเวลา เราก็ต้องรอนาน หรือดอยนาน เพราะกราฟไม่ค่อยวิ่งนั่นเอง การ Overlap ของเวลาเปิดปิดตลาด 👯 เมื่อมีผู้เล่นจำนวนมาก จะทำให้ตลาดซื้อขายกันได้ง่าย เราเ...
-
Author will
Trailing Stop หรือ TSL คือ การเลื่อนจุด Stop loss ขึ้นมาเรื่อยๆ ตามราคาปัจจุบัน โดยเป็นการตั้ง Stop loss ในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่สามารถ Lock กำไรในการเทรดได้ เพื่อให้ไม้ที่กำไร ไม่กลับเป็นขาดทุนโดยเป็นการยกระดับ Stop loss ขึ้นไปเรื่อยๆ ในกรณีที่เราเทรดถูกทางแล้ว ความแตกต่างของ Stop Loss ปกติและแบบ Trailing Stop เปิดออร์เดอร์ Buy ที่ราคา EUR/USD = 1.10000 ตั้ง Stop Loss หรือตั้ง Trailing Stop ไว้ที่ 100 จุด แล้วราคาปรับตัวขึ้นมาที่ EUR/USD = 1.11000 -Stop Loss ปกติ จะมี Stop Loss อยู่ที่ราคา EUR/USD = 1.00900 ตลอดไป -Trailing Stop จะมี Stop Loss อยู่ที่ราคา EUR/USD = 1.10900 หาราคาปรับตัวขึ้น Stop Loss ก็จะเลื่อนขึ้นมา เพื่อรักษาระยะห่างให้ได้ 100 จุด แต่ถ้าราคาปรับตัวลง ตัว Stop Loss จะไม่มีการปรับตัวลงตาม ถือว่าเป็นการ Take Profit ไปในตัว เพราะอย่างน้อยๆก็ได้กำไร หากราคาได้มีการเคลื่อนที่ไปตามที่คาดการณ์แล้วมีการปรับตัวลง วิธีการตั้ง Trailing Stop มีอยู่ 2 แบบ 1.ไม่ใช้กราฟ 2.ใช้กราฟ การตั้ง Trailing Stop แบบ ไม่ใช้กราฟ ส่วนมากเราจะกำห...
-
Author FOREX FOR YOU
เทคนิคแบบเรียบง่ายกับเส้น Trend Line ที่ทำกำไรได้จริง เส้น Trend Line เป็นเทคนิคที่ง๊ายง่าย และ Basic ที่สุดในการวิเคราะห์หุ้นหรือ forex ด้วยกราฟ ถึงแม้ในสนามจริงมันจะไม่ง่ายมากก็ตาม แต่ในความเรียบง่ายนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ ซึ่งต้องใช้การฝึกฝน และความชำนาญพอสมควร 1. จะลากจากตรงไหนไปตรงไหนก็ได้ ไม่มีคำว่าผิด เพราะว่ามันคือ ศิลปะ Trend Line เรียกอีกอย่างว่า เส้นแนวโน้ม หรือที่เรียกว่า เส้นไกด์ไลน์ ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง ทำให้เห็นภาพแนวโน้มโดยรวมๆที่ง่ายต่อการเข้า และชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ที่สำคัญ ต้องลากเส้นแบบมีที่มาที่ไปนะ อย่าลากมั่วซั่วละ ไม่งั้นก็จะลากเอง งงเอง โอ๊ยงงงง 2. ความชัน ไม่ใช่อุปสรรค บางครั้ง เส้นเทรนไลน์ก็ชันสะเหลือเกิน อย่าไปยอมแพ้นะ ลากไปเถอะ แล้วเล่นในกรอบหลุดกรอบ คือ หลุดเทรน ไม่เข้า ไม่เล่นแล้ว พอ...จบ รอรอบใหม่ 3. จุดกลับตัวในกรอบเส้นเทรนไลน์ หรือการชนกรอบของเส้นเทรนไลน์ โดยมีสัญญาณกราฟแท่งเทียนกลับตัว นั่นแหละ จังหวะในการเข้าทำกำไรเลยละ วิธีการลาก - ใช้จุด 2 จุด ลากจากจุดต่ำสุ...
-
Author FOREX FOR YOU
วิธีการทำ Money Management Money Management คือการบริหารจัดการเงินทุนของคุณที่มีอยู่ให้งอกเงย หรือขาดทุนน้อยที่สุด โดยกำหนดและวางแผนเป้าหมายในการเทรด กำหนด กำไร ขาดทุน เอาไว้ล่วงหน้า และคำนวนเป้าหมายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มีความน่าจะเป็น และเป็นไปได้เท่าไหร่ Forex กับ การบริหารเงินทุน 1.อย่าทุ่มจนหมดตัว = ให้แบ่งเงินออกเป็นสองส่วนก่อนจะเริ่มเทรด เช่น มีทุน 10,000 บาท ให้ฝากแค่ครึ่งนึงก่อน 5,000บาท ส่วนอีกครึ่งนึงเก็บเอาไว้เป็นกรณีฉุกเฉิน เมื่อพลาดพลั้ง ล้างพอร์ต 2. ได้กำไรแล้วต้องถอน = ค่อยๆถอนออกทีละน้อย จนครบที่ลงทุนไป อย่าโลภ หากเห็นว่าเงินเริ่มเยอะแล้วจะสามารถใส่ลอทที่ใหญ่ขึ้นได้ อย่าลืมว่า เงินเยอะขึ้น แต่ถ้าไม่คำนวน ลอทในการเทรด เปอร์เซนต์ที่ได้ จะเสียมากกว่าได้ เนื่องจากความโลภล้วนๆ 3.ใช้กำไรล้วนๆในการเทรด จะฟินกว่า เพราะหากล้างพอร์ตไปก็ยังมีทุนเหลืออยู่เท่าเดิม จริงมั้ย 4.ตั้งเป้ากำไรต่อวัน โดยคำนวนกำไร 2-3 % ก็พอแล้ว สำหร...
-
Author will
ราคาที่ลงท้ายด้วยตัวเลขกลมๆ 00 หรือ 000 หรือ 50 หรือ 20 สะท้อนอะไรบางอย่างให้เห็นที่ price chart ดูสิ่งที่ราคาบอก สะท้อนว่าเทรดเดอร์คิดอย่างไร จึงมีการบอกว่า Round Number เป็นตัวเลขเชิงจิตวิทยา ที่สะท้อนถึงว่าตัวเลขพวกนี้สัมพันธ์กับวิธีการคิดและตัดสินใจของเทรดเดอร์อย่างไร ทำให้ตัวเลขหลักกลมๆ กลายเป็นตัวเลขที่เทรดเดอร์มักจะโต้ตอบ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งเป็นตัวเลขที่ดึงดูด Liquidity Round numbers เป็นตัวเลขที่ลงท้ายด้วย 000 00 ตัวหลักๆ ตัวรองลงมาก็เป็น 50 หรือ 20 ยิ่งตัวเลข 0 มากยิ่งบอกถึงความสำคัญ และที่สำคัญอย่างที่เห็นในชาร์ตที่ยกตัวอย่างมาประกอบ ตัวเลขที่ลงท้ายด้วย 000 หรือ 00 พวกนี้มักจะกลายเป็นหรืออยู่พื้นที่แนวรับหรือแนวต้าน ที่ตรงเลขลงท้ายพวกนี้กลายเป็นพื้นที่แนวรับหรือแนวต้าน เพราะเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่มักจะอ้างถึงอะไรที่จำได้ง่ายๆ เช่น ถ้าซื้อของที่ราคา 97 บาท ก็มักจะบอกว่าราคา 100 บาท เป็นสิ่งสะท้อนว่ามนุษย์เวลาที่ตัดสินใจเกี่ยวกับตัวเลขมักจะอิงค่าอะไรที่ง่ายๆ ขบวนการการตัดสินใจในการเทรดก็เช่นกัน ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นชัดในราคาจึงมักจะมีการโต้ตอบที่ Round numbers พวกนี้เป็นปร...
-
Author FOREX FOR YOU
5 ขั้นตอนการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเป็นเทรดเดอร์ ปัจจุบันการเป็นเทรดเดอร์เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากขึ้น สำหรับคนไทย ไม่ว่าจะเป็นเทรดเดอร์ พาร์ทไทม หรือ ฟูลไทม เหตุผลก็เพื่อสร้างรายได้ที่เป็นกอบป็นกำ หรือสร้างรายได้เสริมเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นั่นเอง เวลา 👼👼 กว่าจะเข้ามาเป็นเทรดเดอร์ได้ไม่ใช่เรื่องยากและไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียวหากคุณไม่มีเวลาให้กับมันจริงๆ เวลาแบบไหนกันที่สำคัญ เวลาในการเทรด เวลาในการหาความรู้ เวลาในการลองผิดลองถูก ไงละ และที่สำคัญที่สุด เวลาในการเก็บเกี่ยวประสบการ์ณจะส่งผลในระยะยาวที่ยั่งยืน ความรู้ 👷👷 ความรู้เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวที่สุดที่เราสามารถทำได้โดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลยแม้แต่บาทเดียว แค่เปิดมือถือ หรือเปิดกูเกิ้ลเพื่อค้นหาข้อมูล เพราะถึงแม้คุณจะไม่เสริซหาข้อมูลคุณก็ต้องเปิดเฟสบุคทุกวันอยู่ดี เช่นนั้นแล้ว สละเวลาสักน้อยนิด สัก 1-2 ชั่วโมงเพื่อเรียนรู้กันเถิด เงินทุน 💚💛 แหล่งเงินทุนก็สำคัญไม่แพ้ความรู้ หากคุณไม่มีทุน มันก็ยากที่จะทำกำไร เพราะพอร์ตเดโม่ไม่สามารถถอนเงินได้ จริงมั้ยละ ประสบการ์ณ 👽👽 ประสบการ์ณจะเกิดขึ้นได้ ต้อ...
-
Author will
แนวรับ แนวต้าน คืออะไร แนวรับ (Support Level) คือ บริเวณที่ราคาหุ้นมีแนวโน้มจะไม่ลงต่ำไปกว่านี้ (เมื่อราคาหุ้นลงมาถึงบริเวณที่เป็นแนวรับราคาหุ้นมีโอกาสที่จะเด้งกลับขึ้นไป) การเกิดแนวรับนั้นเกิดขึ้นจากกราฟราคาปรับตัวลดลงไปยังจุดที่จูงใจให้นักเทรดตัดสินใจซื้อ “Buy” ระดับของราคาต่ำสุดจะถูกเรียกว่า แนวรับ หรือ support โดยกราฟราคาในส่วนนี้จะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต แนวต้าน (Resistant Level) คือบริเวณที่ราคาหุ้นมีแนวโน้มไม่น่าจะขึ้นไปต่อได้อีก (เมื่อราคาหุ้นขึ้นมาถึงบริเวณแนวต้านราคาหุ้นมีโอกาสที่จะเด้งลงมา) สำหรับแนวต้านจะเกิดจากกราฟราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงจนถึงจุดที่นักเทรดจะเกิดแรงจูงใจให้ขาย “Sell” ระดับของกราฟราคาที่สูงขึ้นนี้ จะถูกเรียกว่า แนวต้าน หรือ Resistance โดยกราฟราคาในส่วนนี้จะมีแนวโน้มปรับตัวลดลงไปอีกในอนาคตข้างหน้า ความคิดของแอดมิน เกียวกับแนวรับแนวต้าน แนวรับแนวต้าน นั้น เป็นความรู้พื้นฐานที่ทุกคนควรเรียนรู้เป้นอันดับแรก เพราะว่า เรียน 1 ครั้งใช้ได้ ทุกตลาด ทุกสินค้า ตั้งแต่รายย่อย ยันถึง ระดับบ ธนาคาร ก็...
-
Author Trader Tan
การใช้ Bollinger band ควบคู่ไปกับ Relative Strength Index และ Stochastic Slow ในตลาดฟอเร็กซ์ บทความนี้ได้มีเพื่อนผมคนนึงครับ บอกให้ผมช่วยหา "Indicators" ที่ใช้ควบคู่กับ Bollinger Band หน่อย ซึ่งตอนนั้นผมก็ตอบเพื่อนคนนี้อย่างรวดเร็วไปว่า "เออ ใช้กับ Stochastic Slow ว่ะ"ซึ่งผมยังไม่ได้บอกมันเลยครับว่า"ผมไม่ได้บอกทั้งหมดว่าใช้กับ RSI ได้ด้วย" แต่ว่าใช้ได้เหมือนกัน เพียงแต่ Stochastic บอกสัญญาณที่เร็วกว่า Relative Strength Index (Rsi) Oscillators ที่บอกสัญญาณได้เร็วอันดับแรกก็คือ Commodity Channel Index (CCI) และรองลงมาก็คือ Stochastic สองตัวนี้จะเหมาะสมกับกราฟพักตัว หรือที่เรียกว่ากราฟไซเวย์ (Sideway) นั่นเอง เพราะฉะนั้น : อย่าได้ใช้อินดิเคเตอร์สองตัวนี้ในการเล่นกราฟที่มีแนวโน้มไปทางเดียวเด็ดขาด เพราะคุณอาจจะถูกหลอกว่ามัน Over Bought ( OB = ภาวะตลาดมีแรงซื้อเยอะเกิน ) ในช่วงขาขึ้น และภาวะตลาดที่มีแรงขายเยอะเกิน ( Over Sold ) ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่...