Risk Reward Ratio (R:R) คืออะไร — วิธีคำนวณ และตารางอัตราชนะที่ต้องทำให้ได้ในแต่ละ R:R

ต้องชนะกี่ % ถึงจะไม่ขาดทุน R:R 1 : 0.5 66.7% R:R 1 : 1 50.0% R:R 1 : 2 33.3% R:R 1 : 3 25.0% เส้น 50% = โยนเหรียญ Risk Reward Ratio R:R คืออะไร คำนวณอย่างไร โดย คนเล่น Forex R:R 1 : 2 33.3% คือ %ชนะที่ต้องทำให้ได้ ชนะ 70% ที่ R:R 1 : 0.5 +0.05R แพ้ชนะ 40% ที่ 1:2 ซึ่งได้ +0.20R ฉบับคำนวณจริง
การบริหารความเสี่ยง

Risk Reward Ratio (R:R) คืออะไร — คำนวณอย่างไร และเหตุผลที่ตัวเลข R:R เพียงลำพังยังบอกอะไรไม่ได้

Risk Reward Ratio (R:R) คืออัตราส่วนระหว่างเงินที่ยอมเสียถ้าคิดผิด กับเงินที่ตั้งใจจะได้ถ้าคิดถูก — เขียนเป็น 1 : 2 แปลว่าเสี่ยง 1 ส่วนเพื่อลุ้น 2 ส่วน · แต่สิ่งที่คู่มือ R:R ส่วนใหญ่ไม่บอกคือ ตัวเลข R:R เพียงลำพังยังบอกไม่ได้เลยว่าแผนนั้นคุ้มหรือไม่คุ้ม มันจะมีความหมายก็ต่อเมื่อจับคู่กับอีกตัวเลขหนึ่งเสมอ — อัตราชนะที่ต้องทำให้ได้เพื่อไม่ขาดทุน ซึ่งคำนวณจาก R:R ได้ตรง ๆ ด้วยสูตรบรรทัดเดียว · หน้านี้จะไล่ตารางนั้นให้ครบ แล้วแสดงให้เห็นด้วยตัวเลขว่า แหล่งที่ชนะ 70% อาจแย่กว่าแหล่งที่ชนะ 40% ได้อย่างชัดเจน

33.3%
อัตราชนะที่ต้องทำให้ได้เมื่อ R:R 1 : 2 — ผิดได้ 2 ใน 3 ครั้ง
66.7%
อัตราชนะที่ต้องทำให้ได้เมื่อ R:R 1 : 0.5 — ต้องถูก 2 ใน 3 ครั้ง
1 ÷ (1+R)
สูตรทั้งหมดของหน้านี้ — คิดในหัวได้ ไม่ต้องใช้เครื่องคิดเลข
ภาพประกอบเรื่องการคำนวณ Risk Reward Ratio
R:R เป็นเรื่องของการเปรียบเทียบระยะสองระยะบนกราฟ ไม่ใช่เรื่องของการทำนายทิศทาง — และนั่นคือเหตุผลที่มันคำนวณได้แน่นอนก่อนเปิดออเดอร์เสมอ

Risk Reward Ratio (R:R) คืออะไร

R:R ประกอบด้วยสองส่วน — Risk คือระยะจากจุดเข้าถึงจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) และ Reward คือระยะจากจุดเข้าถึงเป้าหมายทำกำไร (Take Profit) เอาสองระยะนี้มาเทียบกันก็ได้ R:R

 Risk (ความเสี่ยง)Reward (ผลตอบแทน)
คือระยะจากจุดเข้า → Stop Lossจุดเข้า → Take Profit
เกิดขึ้นเมื่อคิดผิดคิดถูก
เราควบคุมได้ไหมได้เต็มที่ — เราเลือกเองว่าจะวางที่ไหนได้แค่ครึ่ง — เลือกได้ว่าจะตั้งที่ไหน แต่ราคาจะไปถึงหรือไม่ควบคุมไม่ได้
เรียกเป็นหน่วย1R คือเงินที่ยอมเสียต่อไม้2R คือได้สองเท่าของเงินที่ยอมเสีย

ตัวอย่างที่จับต้องได้ — สมมติพอร์ต $300 ตั้งกฎว่ายอมเสียไม่เกิน 2% ต่อไม้ เท่ากับ $6 ต่อไม้ ซึ่งก็คือ 1R ของเรา

R:RStop Loss (Risk)Take Profit (Reward)แปลว่า
1 : 1$6$6ได้เท่าที่เสี่ยง
1 : 2$6$12ได้สองเท่าของที่เสี่ยง
1 : 3$6$18ได้สามเท่าของที่เสี่ยง
1 : 0.5$6$3ได้ครึ่งเดียวของที่เสี่ยง
ทำไมต้องคิดเป็น R ไม่ใช่คิดเป็นดอลลาร์ — เพราะพอร์ตของแต่ละคนไม่เท่ากัน คนที่พอร์ต $300 กับคนที่พอร์ต $30,000 มี 1R ต่างกัน 100 เท่า แต่ถ้าคุยเป็น R จะเทียบผลงานกันได้ทันที "เดือนนี้ได้ +4R" มีความหมายเหมือนกันทุกคน ต่างจาก "เดือนนี้ได้ $240" ที่บอกอะไรไม่ได้ถ้าไม่รู้ขนาดพอร์ต · วิธีแปลง 1R ไปเป็นขนาดล็อตอยู่ที่ Lot คืออะไร

ตัวเลขที่ขาดไปจากคู่มือ R:R ส่วนใหญ่ — อัตราชนะจุดคุ้มทุน

ตรงนี้คือหัวใจของหน้านี้ · การรู้ว่า R:R เท่ากับ 1 : 2 ยังไม่ได้บอกว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม เพราะยังไม่รู้ว่าเราต้องทายถูกบ่อยแค่ไหนถึงจะไม่ขาดทุน และตัวเลขนั้นคำนวณจาก R:R ได้ตรง ๆ

อัตราชนะจุดคุ้มทุน = 1 ÷ (1 + R:R)
R:R 1 : 2 → 1 ÷ 3 = 33.3% · R:R 1 : 0.5 → 1 ÷ 1.5 = 66.7% — สูตรเดียวใช้ได้ทุกกรณี ไม่มีสมมติฐานอื่นแอบอยู่
R:Rคำนวณต้องชนะอย่างน้อยแปลว่า
1 : 0.251 ÷ 1.2580.0%ต้องถูก 4 ใน 5 ครั้ง
1 : 0.501 ÷ 1.5066.7%ต้องถูก 2 ใน 3 ครั้ง
1 : 1.001 ÷ 2.0050.0%ต้องถูกครึ่งหนึ่ง
1 : 1.501 ÷ 2.5040.0%ผิดได้ 3 ใน 5 ครั้ง
1 : 2.001 ÷ 3.0033.3%ผิดได้ 2 ใน 3 ครั้ง
1 : 3.001 ÷ 4.0025.0%ผิดได้ 3 ใน 4 ครั้ง
1 : 5.001 ÷ 6.0016.7%ผิดได้ 5 ใน 6 ครั้ง
อัตราชนะที่ต้องทำให้ได้ เพื่อไม่ขาดทุน เส้น 50% เท่ากับการโยนเหรียญ R:R 1 : 0.25 80.0% R:R 1 : 0.50 66.7% R:R 1 : 1.00 50.0% R:R 1 : 2.00 33.3% R:R 1 : 5.00 16.7% แถบยิ่งสั้น = ยิ่งผิดได้บ่อยโดยยังไม่ขาดทุน · แต่เป้าหมายที่ไกลขึ้นก็ไปถึงยากขึ้นด้วย
ทุกแถบที่ยาวกว่าเส้นประเหลืองแปลว่าเรากำลังตั้งโจทย์ให้ตัวเองยากกว่าการโยนเหรียญ — แผนที่ R:R 1 : 0.25 ต้องถูก 4 ใน 5 ครั้งเพียงเพื่อเสมอตัว
!
ห้ามอ่านตารางนี้ว่า "R:R ยิ่งกว้างยิ่งดี" — ตารางบอกแค่เกณฑ์ผ่าน ไม่ได้บอกว่าเราจะทำได้ถึงเกณฑ์ · เป้าหมายที่ไกลขึ้นทำให้เกณฑ์ต่ำลงจริง แต่ก็ทำให้โอกาสที่ราคาจะเดินไปถึงน้อยลงตามไปด้วย · สองอย่างนี้ต้องอ่านคู่กันเสมอ วิธีที่ถูกคือเก็บสถิติของตัวเองว่าที่ผ่านมาทำได้กี่เปอร์เซ็นต์ที่ R:R เท่าไร แล้วเอามาเทียบกับตารางนี้ ไม่ใช่ขยับ TP ให้ไกลขึ้นเพื่อให้ตัวเลขในตารางดูสวย

ทำไม "ชนะ 70%" อาจแย่กว่า "ชนะ 40%"

เมื่อรวม R:R กับอัตราชนะเข้าด้วยกัน จะได้ตัวเลขที่บอกความคุ้มค่าจริง เรียกว่า ผลคาดหวังต่อไม้ คิดจาก (%ชนะ × R:R) − %แพ้ โดยผลลัพธ์มีหน่วยเป็น R

%ชนะR:R 1 : 0.5R:R 1 : 1R:R 1 : 2R:R 1 : 3
30%−0.55R−0.40R−0.10R+0.20R
40%−0.40R−0.20R+0.20R+0.60R
50%−0.25R0.00R+0.50R+1.00R
60%−0.10R+0.20R+0.80R+1.40R
70%+0.05R+0.40R+1.10R+1.80R
ชนะ 70% ที่ R:R 1 : 0.5 ได้ +0.05R ต่อไม้
ชนะแค่ 40% ที่ R:R 1 : 2 ได้ +0.20R ต่อไม้ — ดีกว่ากันสี่เท่า ทั้งที่ตัวเลข %ชนะดูแย่กว่าเกือบครึ่ง

ตารางนี้อธิบายว่าทำไมคำโฆษณาที่บอกแต่เปอร์เซ็นต์ชนะจึงเป็นตัวเลขที่ไม่มีความหมาย ถ้าไม่บอก R:R มาด้วย และช่องที่เป็นลบทั้งหมดในคอลัมน์ซ้ายสุดยังไม่ได้หักต้นทุนเลย — พอหักสเปรดเข้าไปช่อง +0.05R จะเข้าใกล้ศูนย์หรือติดลบทันที

สามคำถามที่ควรถามกลับทุกครั้งที่เห็นตัวเลข %ชนะ — (1) R:R เฉลี่ยเท่าไร (2) นับจากกี่ไม้ (3) นับจากช่วงเวลาไหน · ถ้าตอบไม่ได้ทั้งสามข้อ ตัวเลขนั้นยังไม่ใช่หลักฐาน · วิธีอ่านและตรวจสอบบทวิเคราะห์หรือสัญญาณจากแหล่งต่าง ๆ อยู่ที่ บทวิเคราะห์ Forex คืออะไร

ลำดับที่ถูกต้องในการตั้ง R:R

ข้อผิดพลาดที่พบมากที่สุดคือลำดับการคิด หลายคนตั้งเป้ากำไรก่อนแล้วค่อยหา Stop Loss ที่ทำให้ R:R ดูสวย ซึ่งเป็นการปรับหลักฐานให้เข้ากับคำตอบ

  1. หาจุดเข้าก่อน — จากแนวรับแนวต้าน โครงสร้างราคา หรือเงื่อนไขของระบบที่ใช้ ต้องเป็นตัวเลขราคา ไม่ใช่ความรู้สึก
  2. วางจุดที่ยอมรับว่าผิดเป็นอันดับสอง — วางที่ระดับซึ่งถ้าราคาผ่านไปแล้วเหตุผลที่เราเข้าพังจริง ไม่ใช่ระยะที่ "ห่างพอจะไม่โดน" · ลำดับข้อนี้สำคัญมาก เพราะถ้าตั้ง TP ก่อน เราจะขยับ SL เข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัวเพื่อให้ R:R ดูดี
  3. กำหนดเป้าหมายจากโครงสร้าง ไม่ใช่จากอัตราส่วนที่อยากได้ — เป้าควรเป็นระดับที่มีเหตุผลรองรับ เช่นแนวต้านถัดไป ไม่ใช่ "เอาสองเท่าของ SL"
  4. คำนวณ R:R ที่ได้ แล้วเทียบกับตารางเกณฑ์ผ่าน — ถ้าได้ 1 : 0.5 แปลว่าต้องชนะ 66.7% ให้ถามตรง ๆ ว่าเคยทำได้ไหม
  5. ถ้าไม่ผ่าน ให้ทิ้งไม้นั้น — ไม่ใช่ขยับ TP ให้ไกลขึ้นหรือขยับ SL ให้ใกล้ขึ้น การไม่เทรดเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องได้เสมอ
  6. แปลง 1R เป็นขนาดล็อต แล้วกดออเดอร์ — ใช้ ล็อต = 1R ÷ (ระยะ SL × มูลค่าต่อ pip)

ต้นทุนที่ทำให้ R:R บนกระดาษไม่ตรงกับในบัญชี

ทุกออเดอร์จ่ายสเปรดตอนเปิด ซึ่งแปลว่าระยะที่ราคาต้องเดินเพื่อไปถึง TP ยาวขึ้นเท่ากับสเปรด และระยะที่ราคาต้องเดินเพื่อชน SL สั้นลงเท่ากับสเปรด — ผลคือ R:R จริงแคบกว่าที่ตั้งไว้เสมอ

แผน (สเปรด 1.5 pip)R:R บนกระดาษต้องชนะ (กระดาษ)R:R จริงต้องชนะ (จริง)เพิ่มขึ้น
SL 10 → TP 101 : 1.0050.0%1 : 0.7457.5%+7.5pp
SL 20 → TP 201 : 1.0050.0%1 : 0.8653.8%+3.8pp
SL 50 → TP 501 : 1.0050.0%1 : 0.9451.5%+1.5pp
SL 100 → TP 2001 : 2.0033.3%1 : 1.9633.8%+0.5pp

สเปรดก้อนเดียวกันดันเกณฑ์ผ่านขึ้น 7.5 จุดเมื่อแผนสั้น แต่ขึ้นแค่ 0.5 จุดเมื่อแผนยาว ต่างกัน 15 เท่า — นี่คือเหตุผลเชิงเลขคณิตว่าทำไมแผนเก็บสั้น ๆ ต้องแม่นกว่าที่คิดไว้มาก · รายละเอียดเรื่องสเปรดอยู่ที่ ค่า Spread คืออะไร

ยังมีอีกสองก้อนที่ไม่ได้อยู่ในตาราง — ค่าคอมมิชชัน ในบัญชี ECN (มักราว 7 USD ต่อ 1 ล็อตไป-กลับ ≈ 0.7 pip) และ ค่าสวอป ทุกคืนที่ถือข้ามวัน · แผนที่ตั้งใจถือหลายวันต้องบวกสองก้อนนี้เข้าไปในฝั่ง Risk ก่อนคำนวณ R:R ไม่งั้นตัวเลขจะสวยกว่าความจริง

5 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่อง R:R

  • ดู R:R โดยไม่ดูอัตราชนะจุดคุ้มทุนควบคู่ — ข้อที่หน้านี้พูดถึงตลอด และเป็นข้อที่ทำให้คนคิดว่า "R:R 1:3 ต้องดีกว่า 1:1 แน่นอน" ซึ่งยังไม่รู้จนกว่าจะรู้อัตราชนะของตัวเอง
  • ขยับ Stop Loss ออกไปหลังเปิดออเดอร์ — การกระทำนี้เปลี่ยน R:R ของไม้นั้นทันทีโดยที่เราไม่ได้คำนวณใหม่ และมันเปลี่ยนไปในทางแย่ลงทุกครั้ง
  • ปิดกำไรก่อนถึงเป้าเป็นประจำ แต่ปล่อยให้ขาดทุนเต็ม SL — ทำให้ R:R ที่เกิดขึ้นจริงต่ำกว่าที่วางแผนไว้เสมอ สถิติจะดูแย่กว่าระบบที่ใช้อยู่จริง
  • ตั้ง R:R สูงเกินจริงเพราะเห็นตารางเกณฑ์ผ่านต่ำ — R:R 1 : 10 ต้องชนะแค่ 9.1% ฟังดูง่าย แต่เป้าที่ไกลระดับนั้นอาจไม่เคยไปถึงเลยในไทม์เฟรมที่เราเทรด
  • ไม่บันทึกผลจริงเทียบกับที่วางแผน — ถ้าไม่มีบันทึก เราจะไม่รู้ว่าอัตราชนะจริงของเราอยู่ที่เท่าไร แล้วตารางเกณฑ์ผ่านก็ไม่มีอะไรให้เทียบ · วิธีตั้งสมุดบันทึกอยู่ที่ Trading Journal คืออะไร

สรุป

R:R เป็นตัวเลขที่คำนวณได้แน่นอนก่อนเปิดออเดอร์ ต่างจากทิศทางราคาที่ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า — นั่นทำให้มันเป็นสิ่งที่ควรตัดสินใจด้วยมากกว่าความรู้สึกว่ากราฟจะไปทางไหน แต่ต้องใช้ให้ถูก คือใช้คู่กับอัตราชนะจุดคุ้มทุนเสมอ ตัวเลขเดี่ยว ๆ ไม่ว่าจะเป็น R:R อย่างเดียวหรือ %ชนะอย่างเดียว ล้วนบอกอะไรไม่ได้

สิ่งที่ควรทำต่อจากอ่านหน้านี้จบมีสองอย่าง — หนึ่ง จำสูตร 1 ÷ (1 + R:R) ไว้ให้คิดในหัวได้ · สอง เริ่มจดว่าแต่ละไม้ตั้ง R:R เท่าไรและผลออกมาอย่างไร พอครบ 30 ไม้จะเริ่มรู้อัตราชนะจริงของตัวเอง แล้วเอามาเทียบกับตารางในหน้านี้ได้ · ถ้าอยากดูตัวอย่างแผนที่ระบุจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายเป็นราคาไว้ครบตั้งแต่ต้น เอาไปเป็นแบบฝึกคำนวณ R:R ตามได้ที่ AlphaSigs

อีกคำที่มักเห็นควบคู่กันคือ RRR ซึ่งเป็นตัวย่อเดียวกันแต่ถูกใช้ในบริบทหุ้นและการลงทุนทั่วไปมากกว่า — อ่านมุมนั้นได้ที่ RRR คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ

การไม่ตั้งจุดตัดขาดทุนไม่ได้ทำให้ไม่ขาดทุน
มันแค่ทำให้เราไม่รู้ว่าจะขาดทุนเท่าไร — และเมื่อไม่รู้ตัวเลขนั้น R:R ก็คำนวณไม่ได้เลยตั้งแต่ต้น

คำชี้แจง — บทความนี้เป็นเนื้อหาให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีคำนวณอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่ได้รับประกันผลตอบแทนใด ๆ ตัวเลขทั้งหมดเป็นการคำนวณจากตัวอย่างสมมติเพื่อแสดงวิธีคิด ไม่ใช่ผลการทดสอบย้อนหลังของกลยุทธ์ใด · การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ควรทดสอบในบัญชีทดลองและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

ความคิดเห็น

Related stories