แท่งเทียนกลับตัว คืออะไร — 10 รูปแบบใน Forex พร้อมเงื่อนไขที่วัดเป็นตัวเลขได้ และราคาของการรอแท่งยืนยัน

ขาลง แล้วเจอแท่งกลืนกิน เข้าเลย หรือรอแท่งยืนยัน SL ใต้หางของรูปแบบ เข้าเลย รอยืนยัน ระยะเสี่ยง 20 pip → 45 pip แท่งยืนยันแท่งเดียว เปลี่ยนเลขทั้งไม้ แท่งเทียนกลับตัว คืออะไร และรอยืนยันแพงแค่ไหน โดย คนเล่น Forex รูปแบบกลับตัวที่วัดได้ 10 แบบ พร้อมเงื่อนไขเป็นตัวเลข ต้องถูกทางกี่ครั้งจึงเสมอตัว 16.7% → 37.5% ราคาของการรอแท่งยืนยัน ฉบับคำนวณจริง
อ่านกราฟแท่งเทียน

แท่งเทียนกลับตัว คืออะไร — 10 รูปแบบสัญญาณกลับตัวใน Forex พร้อมเงื่อนไขที่วัดได้ และตัวเลขที่บอกว่าการรอแท่งยืนยันมีราคาเท่าไร

แท่งเทียนกลับตัว คือรูปแบบของแท่งเทียนหนึ่งถึงสามแท่ง ที่บอกว่าแรงของฝั่งที่ครองตลาดอยู่เดิม "หยุดลง" ในช่วงเวลานั้น — และคำสำคัญคือ ต้องมีเทรนด์มาก่อน ถ้าไม่มีเทรนด์ให้กลับ รูปทรงเดียวกันเป๊ะก็ไม่ใช่สัญญาณกลับตัว หน้านี้ให้ทั้ง 10 รูปแบบพร้อมเงื่อนไขที่วัดเป็นตัวเลขได้ และ ตารางคำนวณตามได้ 7 ชุด แต่แกนกลางที่บทความแท่งเทียนภาษาไทยแทบไม่เขียนคือ การ "รอแท่งยืนยัน" ไม่ได้ฟรี — มันดันระยะ Stop Loss ให้กว้างขึ้น จนเปอร์เซ็นต์ที่ต้องถูกทางเพื่อเสมอตัวเพิ่มจาก 16.7% เป็น 37.5% ซึ่งเป็นเลขคณิตล้วน ๆ ไม่ต้องใช้สถิติใด ๆ มาอ้าง

ตัวอย่างกราฟจริงที่เกิดรูปแบบแท่งเทียนกลับตัวแบบกลืนกินขาลง Bearish Engulfing ที่ปลายแนวโน้มขาขึ้น
ตัวอย่างรูปแบบ กลืนกินขาลง (Bearish Engulfing) บนกราฟจริง — สังเกตว่าสิ่งที่ทำให้มันเป็น "สัญญาณกลับตัว" ไม่ใช่รูปทรงของสองแท่งนั้นอย่างเดียว แต่คือขาขึ้นที่มาก่อนหน้า ถ้าตัดส่วนซ้ายของภาพทิ้ง สองแท่งนั้นก็เป็นแค่แท่งเทียนธรรมดา

แท่งเทียนกลับตัว คืออะไร (คำตอบสั้น ๆ ก่อน)

แท่งเทียนกลับตัว (Reversal Candlestick) คือรูปแบบของแท่งเทียน 1–3 แท่งติดกัน ที่รูปทรงบอกว่าฝั่งที่ผลักราคามาตลอดแนวโน้มเดิม ผลักต่อไม่ไหวในช่วงเวลาของแท่งนั้น เช่น แท่งที่ราคาลงไปลึกแล้วถูกดันกลับขึ้นมาปิดใกล้จุดสูงสุด (ค้อน) หรือแท่งเขียวที่ลำตัวยาวจนคลุมแท่งแดงก่อนหน้าทั้งแท่ง (กลืนกินขาขึ้น)

สัญญาณกลับตัวที่สมบูรณ์ประกอบด้วย 3 ส่วน ไม่ใช่ส่วนเดียว และคนส่วนใหญ่ดูแค่ส่วนที่ 2:

  • แนวโน้มก่อนหน้า — ต้องมีเทรนด์ให้กลับ วัดได้ด้วยระยะที่ราคาเดินมาเทียบกับ ATR (ดูตารางหัวข้อถัดไป)
  • รูปทรงของแท่ง — สัดส่วนระหว่างลำตัวกับหาง และความสัมพันธ์กับแท่งข้าง ๆ ทั้งหมดเขียนเป็นเงื่อนไขตัวเลขได้
  • แท่งยืนยัน — แท่งถัดไปที่เดินไปทางเดียวกับสัญญาณ ส่วนนี้มีราคาที่ต้องจ่าย และเป็นหัวใจของหน้านี้
16.7% → 37.5%เปอร์เซ็นต์ที่ต้องถูกทางเพื่อเสมอตัว เมื่อเปลี่ยนจากเข้าทันทีเป็นรอแท่งยืนยัน
1 ใน 480แท่ง M15 ต่อสัปดาห์ ที่ตลาด Forex เปิดโอกาสให้เกิด Gap จริง
3 เท่าระยะ SL ขั้นต่ำที่นิยามของ "ค้อน" บังคับไว้ เทียบกับลำตัวของแท่งนั้นเอง
หน้านี้ต่างจากหน้า "รูปแบบกราฟแท่งเทียน" อย่างไร
หน้า รูปแบบกราฟแท่งเทียน คืออะไร เป็นแค็ตตาล็อกรวมทุกรูปแบบ ทั้งกลับตัวและไปต่อ ส่วนหน้านี้เจาะเฉพาะกลุ่มกลับตัว และเน้นเรื่องที่แค็ตตาล็อกไม่ได้พูด คือเงื่อนไขแนวโน้มก่อนหน้า ต้นทุนของแท่งยืนยัน และข้อจำกัดเฉพาะของตลาด Forex ส่วนแพทเทิร์นกราฟกลับตัว (หัวไหล่ · Double Top · Double Bottom) เป็นคนละเรื่องกัน อยู่ที่หน้า รูปแบบแพทเทิร์นกลับตัว

เงื่อนไขที่ทำให้เป็น "กลับตัว" ไม่ใช่รูปทรง แต่คือแนวโน้มที่มาก่อน

นี่คือข้อที่ทำให้คนอ่านกราฟผิดบ่อยที่สุด ค้อนที่เกิดกลางตลาด sideway ไม่ใช่ค้อน ในความหมายที่ตำราหมายถึง เพราะไม่มีแนวโน้มขาลงให้มันกลับ มันเป็นแค่แท่งที่มีหางยาวแท่งหนึ่ง

ปัญหาคือคำว่า "มีเทรนด์ชัดเจน" เป็นคำที่วัดไม่ได้ ต่างคนต่างเห็นไม่เหมือนกัน วิธีทำให้วัดได้คือเทียบระยะที่ราคาเดินมา กับความผันผวนปกติของคู่เงินนั้นเอง ซึ่งก็คือ ATR

สมมติ EURUSD ไทม์เฟรม H1 มี ATR(14) = 25 pip แล้ววัดระยะสุทธิที่ราคาเดินมาใน 5 แท่งก่อนหน้า รูปแบบ:

ระยะสุทธิ 5 แท่งก่อนหน้าคิดเป็นกี่เท่าของ ATRตีความรูปแบบกลับตัวที่เกิดตรงนี้
10 pip10 ÷ 25 = 0.4 เท่าแกว่งในกรอบ ไม่มีเทรนด์ไม่ใช่สัญญาณกลับตัว — ไม่มีอะไรให้กลับ
30 pip30 ÷ 25 = 1.2 เท่าเอียงไปทางหนึ่ง แต่ยังอ่อนคลุมเครือ — ต้องดูโครงสร้างประกอบ
50 pip50 ÷ 25 = 2.0 เท่าเป็นเทรนด์ระยะสั้นแล้วเข้าเกณฑ์ขั้นต่ำที่หน้านี้ใช้
75 pip75 ÷ 25 = 3.0 เท่าเทรนด์ชัดเข้าเกณฑ์เต็ม
125 pip125 ÷ 25 = 5.0 เท่าเทรนด์แรง / ยืดตัวมากเข้าเกณฑ์ แต่ระยะเป้าหมายฝั่งกลับทางอาจไกลตามไปด้วย
⚠️
เกณฑ์ 2 เท่าของ ATR เป็นเส้นที่เราขีดเอง ไม่ใช่ค่าที่พิสูจน์แล้วว่าดีที่สุด ประโยชน์ของมันคือทำให้คำว่า "มีเทรนด์ชัดเจน" กลายเป็นตัวเลขที่คุณกับเพื่อนวัดแล้วได้ค่าเดียวกัน ไม่ใช่ความรู้สึก ถ้าจะเปลี่ยนเป็น 1.5 หรือ 3 เท่าก็ทำได้ ขอแค่ใช้ค่าเดิมทุกครั้ง ไม่งั้นสถิติที่คุณจดใน Trading Journal จะเทียบกันไม่ได้

10 รูปแบบแท่งเทียนกลับตัว พร้อมเงื่อนไขที่วัดเป็นตัวเลขได้

ตารางนี้เขียนเงื่อนไขให้ตรวจได้ด้วยตัวเลข ไม่ใช่คำบรรยายอย่าง "แท่งแห่งความลังเล" สัญลักษณ์ที่ใช้: body คือระยะราคาเปิดถึงราคาปิด · หางบน คือจุดสูงสุดลบด้านบนของ body · หางล่าง คือด้านล่างของ body ลบจุดต่ำสุด

รูปแบบส่งสัญญาณทางไหนกี่แท่งเงื่อนไขที่วัดได้นิยามคลาสสิกต้องมี Gap ไหม
ค้อน (Hammer)กลับขึ้น — ต้องอยู่ปลายขาลง1หางล่าง ≥ 2 × body · หางบน ≤ 0.5 × bodyไม่ต้อง
คนแขวนคอ (Hanging Man)กลับลง — ต้องอยู่ปลายขาขึ้น1รูปทรงเดียวกับค้อนทุกประการ ต่างกันที่ตำแหน่งเท่านั้นไม่ต้อง
ดาวตก (Shooting Star)กลับลง — ปลายขาขึ้น1หางบน ≥ 2 × body · หางล่าง ≤ 0.5 × bodyต้องมี (เปิดกระโดดขึ้น)
ค้อนกลับหัว (Inverted Hammer)กลับขึ้น — ปลายขาลง1รูปทรงเดียวกับดาวตก ต่างกันที่ตำแหน่งต้องมี (เปิดกระโดดลง)
กลืนกินขาขึ้น (Bullish Engulfing)กลับขึ้น2แท่ง 1 แดง · แท่ง 2 เขียว · เปิด2 ≤ ปิด1 และ ปิด2 ≥ เปิด1 คือคลุม body แท่งแรกหมด ไม่นับหางไม่ต้อง
กลืนกินขาลง (Bearish Engulfing)กลับลง2ภาพสะท้อนของข้อบน — แท่ง 1 เขียว · แท่ง 2 แดงคลุม body แท่งแรกหมดไม่ต้อง
เมฆดำปกคลุม (Dark Cloud Cover)กลับลง2แท่ง 1 เขียวยาว · แท่ง 2 แดงเปิดเหนือจุดสูงสุดของแท่ง 1 · ปิด2 ต่ำกว่ากึ่งกลาง body แท่ง 1ไม่ต้อง แต่ต้องเปิดเหนือ high
ทิ่มแทง (Piercing Line)กลับขึ้น2แท่ง 1 แดงยาว · แท่ง 2 เขียวเปิดใต้จุดต่ำสุดของแท่ง 1 · ปิด2 สูงกว่ากึ่งกลาง body แท่ง 1ไม่ต้อง แต่ต้องเปิดใต้ low
คนมีท้อง (Harami)กลับได้ทั้งสองทาง ตามตำแหน่ง2body แท่ง 2 อยู่ใน body แท่ง 1 ทั้งหมด · สีตรงข้ามกัน · ถ้าแท่ง 2 เป็นโดจิ เรียก Harami Crossไม่ต้อง
ดาวประจำเช้า / ดาวประจำค่ำ
(Morning / Evening Star)
กลับขึ้น / กลับลง3แท่ง 1 ยาวตามเทรนด์เดิม · แท่ง 2 body สั้น (ดาว) · แท่ง 3 ยาวสวนทาง และ ปิดเลยกึ่งกลาง body แท่ง 1ต้องมี ทั้งสองข้างของดาว
แก้ชื่อที่เรียกกันผิดมานานMorning Star คือ ดาวประจำเช้า และ Evening Star คือ ดาวประจำค่ำ ตามชื่อดาวศุกร์ที่ปรากฏตอนเช้าและตอนค่ำ ไม่ใช่ "ดาวเมอคิวรี่" กับ "ดาววีนัส" อย่างที่บทความไทยจำนวนมากลอกต่อ ๆ กันมา รวมทั้งฉบับเก่าของหน้านี้เองด้วย และรูปแบบ Engulfing สะกดว่า กลืนกิน ไม่ใช่ "กลื่นกิน"
ตัวอย่างรูปแบบทิ่มแทง Piercing Line บนกราฟจริงที่ปลายแนวโน้มขาลง
รูปแบบ ทิ่มแทง (Piercing Line) บนกราฟจริง — เงื่อนไขที่คนมักตรวจไม่ครบคือ แท่งเขียวต้องเปิดต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่งแดง ไม่ใช่แค่ต่ำกว่าราคาปิด ซึ่งในตลาด Forex เกิดยากมาก ด้วยเหตุผลในหัวข้อถัดไป

ราคาของ "แท่งยืนยัน" — เข้าเลย กับ รอยืนยัน ต่างกันเป็นตัวเลขเท่าไร

คำแนะนำที่เจอบ่อยที่สุดคือ "อย่าเพิ่งเข้า รอแท่งยืนยันก่อน" ซึ่งฟังดูรอบคอบเสมอ แต่แทบไม่มีใครเขียนต่อว่าการรอนั้นเปลี่ยนเลขของไม้นั้นไปเท่าไร ลองวางสถานการณ์ให้ครบทุกตัวเลขแล้วคำนวณดู

สมมติ EURUSD ไทม์เฟรม H1 อยู่ในขาลง แล้วเกิด กลืนกินขาขึ้น โดย:

  • จุดต่ำสุดของรูปแบบ = 1.08800
  • ราคาปิดของแท่งที่ทำให้รูปแบบสมบูรณ์ = 1.09000 คือจุดเข้าถ้า "เข้าเลย"
  • แท่งถัดไป หรือแท่งยืนยัน ปิดที่ 1.09250 คือจุดเข้าถ้า "รอยืนยัน"
  • ตั้ง Stop Loss ที่ 1.08800 ทั้งสองแบบ เพราะเป็นจุดที่ทำให้รูปแบบเสียไป
  • เป้าหมายคือ swing high ก่อนหน้าที่ 1.10000 ทั้งสองแบบ
รายการเข้าทันทีที่รูปแบบจบรอแท่งยืนยันปิดก่อนต่างกัน
ราคาเข้า1.090001.09250ช้ากว่า 25 pip
Stop Loss1.088001.08800เท่ากัน
ระยะเสี่ยง20 pip45 pipกว้างขึ้น 2.25 เท่า
ระยะกำไรถึงเป้า100 pip75 pipหายไป 25 pip
R:R1 : 5.001 : 1.67
ต้องถูกทางกี่ % จึงเสมอตัว
สูตร 1 ÷ (1 + R)
16.7%37.5%เพิ่มขึ้น 20.8 จุดเปอร์เซ็นต์
ล็อตที่ทำให้เสี่ยง $20 เท่ากัน
EURUSD 1.00 lot = $10 ต่อ pip
$20 ÷ 20 pip = $1.00 ต่อ pip
0.10 lot
$20 ÷ 45 pip = $0.44 ต่อ pip
0.04 lot
เล็กลง 2.25 เท่า
กำไรเป็นเงินถ้าถึงเป้า100 × $1.00 = $10075 × $0.44 = $33เหลือ 1 ใน 3
แท่งยืนยันแท่งเดียว ทำให้ไม้ที่ความเสี่ยงเท่ากันเป๊ะที่ $20 และราคาวิ่งไปเท่ากันเป๊ะจนถึง 1.10000 ให้กำไรต่างกัน 3 เท่า — นี่คือเลขคณิต ไม่ใช่การทำนาย
เข้าเลย 20 pip เทียบกับ รอแท่งยืนยัน 45 pip 1.100001.092501.090001.08800 แท่งกลืนกิน แท่งยืนยัน Stop Loss 1.08800 20 pip 45 pip เสมอตัวที่ 16.7% เทียบกับ เสมอตัวที่ 37.5%
จุดเข้าสองจุดบนกราฟเดียวกัน — Stop Loss อยู่ที่เดิม แต่ราคาเข้าที่สูงขึ้น 25 pip ทำให้ระยะเสี่ยงกว้างขึ้น 2.25 เท่า และดันเปอร์เซ็นต์ที่ต้องถูกทางเพื่อเสมอตัวจาก 16.7% เป็น 37.5%
⚠️
ตารางนี้ไม่ได้บอกว่าแบบไหนดีกว่า และหน้านี้ไม่ได้อ้างเช่นนั้น การรอแท่งยืนยันตัดไม้ที่รูปแบบล้มเหลวทันทีออกไปด้วย ซึ่งเป็นข้อดีที่วัดไม่ได้จากเลขคณิตอย่างเดียว ต้องเก็บสถิติของตัวเองเท่านั้น สิ่งที่ตารางบอกได้แน่ ๆ มีข้อเดียวคือ "ราคา" ของความมั่นใจนั้นคือ 16.7% ขยับเป็น 37.5% ถ้าการรอทำให้คุณถูกทางเพิ่มขึ้นไม่ถึงระดับนั้น การรอก็ทำให้ผลแย่ลง

ครึ่งหนึ่งของนิยามคลาสสิกต้องมี Gap แต่ Forex แทบไม่มี Gap

รูปแบบแท่งเทียนถูกคิดขึ้นในตลาดข้าวญี่ปุ่นและถูกนำมาใช้กับตลาดหุ้น ซึ่งปิดทุกคืน พอเปิดเช้าวันใหม่ ราคาจึงกระโดดจากราคาปิดเมื่อวานได้ตามปกติ นั่นคือ Gap และนิยามคลาสสิกของ ดาวตก · ค้อนกลับหัว · ดาวประจำเช้า · ดาวประจำค่ำ · อีกา 2 ตัวบนช่องว่าง ล้วนบังคับให้มี Gap

แต่ Forex เป็นตลาดต่อเนื่อง เปิดตั้งแต่เช้าวันจันทร์ถึงคืนวันศุกร์โดยไม่หยุด ราคาเปิดของแท่งถัดไปจึงเท่ากับราคาปิดของแท่งก่อนหน้าเกือบเป๊ะเสมอ ช่องว่างเกิดได้จุดเดียวคือแท่งแรกของสัปดาห์ ลองนับดูว่าโอกาสนั้นมีเท่าไร:

ไทม์เฟรมจำนวนแท่งต่อสัปดาห์
5 วัน × 24 ชั่วโมง
แท่งที่เกิด Gap ได้สัดส่วน
M154 × 24 × 5 = 4801 แท่ง คือแท่งเปิดวันจันทร์0.2%
H124 × 5 = 12010.8%
H46 × 5 = 3013.3%
D15120%

แปลว่าถ้ายึดนิยามคลาสสิกแบบเคร่งครัดบน M15 จะเจอดาวประจำค่ำที่ "ถูกต้องตามตำรา" ได้อย่างมากสัปดาห์ละครั้ง และต้องบังเอิญตรงกับเช้าวันจันทร์พอดีด้วย ในทางปฏิบัติจึงมีทางเลือกอยู่ 2 ทาง และต้องเลือกทางใดทางหนึ่งให้ชัด:

1

ใช้นิยามผ่อนปรน เปลี่ยน "Gap" เป็น "เปิดพ้นลำตัวแท่งก่อนหน้า"

แทนที่จะบังคับว่าราคาเปิดต้องสูงกว่าจุดสูงสุดของแท่งก่อน ให้ใช้ว่า เปิดสูงกว่าราคาปิดของแท่งก่อน แทน ซึ่งเกิดได้ทุกแท่งในตลาดต่อเนื่อง ข้อเสียคือชุดของ "ดาวตก" ที่นับได้จะไม่ใช่ชุดเดียวกับที่ตำราหุ้นพูดถึง ตัวเลขจากตำราจึงเอามาอ้างกับผลของเราไม่ได้

2

ย้ายไปไทม์เฟรมที่ Gap ยังมีความหมาย

บน D1 สัดส่วนขึ้นเป็น 20% เพราะแท่งต่อสัปดาห์เหลือ 5 แท่ง แต่ก็ยังเป็น Gap สุดสัปดาห์อยู่ดี ไม่ใช่ Gap รายวันแบบหุ้น ทางนี้ทำให้จำนวนสัญญาณต่อปีน้อยลงมาก — เรื่องจำนวนแท่งเทียบกับเวลาจริง ดูได้ที่ Multi Timeframe Analysis

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคำว่า "แม่นกี่เปอร์เซ็นต์" — สถิติความแม่นของรูปแบบแท่งเทียนที่คนชอบอ้างต่อ ๆ กัน ส่วนใหญ่มาจากงานที่วัดในตลาดหุ้น ซึ่งใช้นิยามที่มี Gap ครบ พอเอามาใช้กับ Forex ด้วยนิยามผ่อนปรน มันคนละชุดข้อมูลกันตั้งแต่ต้น ตัวเลขนั้นจึงไม่ได้ผูกกับสิ่งที่เห็นอยู่บนจอ หน้านี้จึงไม่อ้างเปอร์เซ็นต์ความแม่นของรูปแบบใดเลย
ตัวอย่างรูปแบบดาวตก Shooting Star บนกราฟหุ้นซึ่งมีช่องว่างราคาเปิดกระโดด
รูปแบบ ดาวตก (Shooting Star) บนกราฟหุ้น — ตลาดหุ้นปิดทุกคืน จึงเกิดการเปิดกระโดดตามนิยามคลาสสิกได้ ส่วนบนกราฟ Forex ในสัปดาห์เดียวกัน เงื่อนไขข้อนี้แทบไม่มีทางเป็นจริง

หางยาว 2 เท่า บังคับระยะ Stop Loss ขั้นต่ำของคุณโดยอัตโนมัติ

นี่เป็นผลพวงที่ตามมาจากนิยาม และแทบไม่มีใครเขียนถึง คุณไม่ได้เป็นคนเลือกระยะ SL ของไม้ค้อน — หางของมันเลือกให้

เพราะนิยามบอกว่า หางล่าง ≥ 2 × body ถ้าเข้าที่ราคาปิดของค้อน ซึ่งอยู่ด้านบนของ body แล้ววาง SL ใต้จุดต่ำสุด ระยะจากจุดเข้าถึง SL จะเท่ากับ body + หางล่าง ซึ่งไม่มีทางน้อยกว่า 3 เท่าของ body บวกระยะกันชนอีกเล็กน้อย:

ลำตัวของค้อนหางล่างขั้นต่ำ
2 × body
ระยะ SL ขั้นต่ำ
3 × body + กันชน 2 pip
ล็อตที่เสี่ยง $20 เท่ากันสเปรด 1.5 pip กินความเสี่ยงไปกี่ %
3 pip6 pip11 pip0.18 lot13.6%
5 pip10 pip17 pip0.11 lot8.8%
8 pip16 pip26 pip0.07 lot5.8%
12 pip24 pip38 pip0.05 lot3.9%
20 pip40 pip62 pip0.03 lot2.4%

อ่านตารางนี้แล้วจะเห็นสองอย่างที่ขัดกับสัญชาตญาณ:

  • ค้อนใบใหญ่ที่ "ดูสวยกว่า" บังคับให้ SL กว้างกว่าถึง 5.6 เท่า จาก 11 pip เป็น 62 pip ทั้งที่เป็นรูปแบบเดียวกัน ล็อตจึงต้องเล็กลงตามเพื่อให้เสี่ยงเป็นเงินเท่าเดิม
  • ค้อนใบเล็กเจอปัญหาสเปรดแทน — SL 11 pip โดนสเปรด 1.5 pip กินความเสี่ยงไป 13.6% ก่อนราคาจะขยับ ขณะที่ค้อนใบใหญ่โดนแค่ 2.4%
ลำตัวโตขึ้น หางขั้นต่ำโตตาม ระยะ SL โตตาม 3 เท่าเสมอ จุดเข้า body 3 pipbody 5 pip body 12 pipbody 20 pip SL 11 pip SL 17 pip SL 38 pip SL 62 pip ล็อตที่เสี่ยงเป็นเงินเท่ากันที่ $20 ลดลงตามลำดับ 0.18 · 0.11 · 0.05 · 0.03
นิยาม หางล่าง ≥ 2 × body ทำให้ระยะจากจุดเข้าถึง SL เท่ากับอย่างน้อย 3 เท่าของลำตัวเสมอ — ค้อนใบใหญ่จึงไม่ได้แปลว่าสัญญาณแรงกว่าอย่างเดียว แต่แปลว่าต้องยอมเสี่ยงระยะกว้างกว่าด้วย

ถ้าจะแปลงระยะ SL เป็นขนาดล็อตให้ถูกต้องทุกครั้ง ใช้วิธีในหน้า เครื่องคำนวณขนาดล็อต MT4 ซึ่งอธิบายไว้ว่าทำไมการตั้งล็อตตายตัวไว้ที่ 0.10 ทุกไม้ถึงทำให้ความเสี่ยงจริงต่างกันได้หลายเท่า


"กลับตัว" ที่ว่านั้น กลับไปถึงไหน — นิยามไม่ได้บอกไว้เลย

จุดที่ทำให้คำถาม "รูปแบบนี้แม่นกี่เปอร์เซ็นต์" ตอบไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่มีข้อมูล แต่เพราะคำว่า "แม่น" ยังไม่ถูกนิยาม รูปแบบแท่งเทียนกลับตัวบอกแค่ทิศ ไม่ได้บอกว่าไปไกลแค่ไหนหรือภายในกี่แท่ง

ลองใช้เหตุการณ์เดียวกัน คือเกิดกลืนกินขาขึ้นที่ 1.09000 แล้วราคาขึ้นไปถึง 1.09420 ภายใน 6 แท่ง จากนั้นกลับลงไปทำจุดต่ำใหม่:

นิยามของคำว่า "สัญญาณถูก"ตรวจอย่างไรเหตุการณ์เดียวกันนี้ตัดสินว่า
ราคาไปถึง 1R ก่อนโดน SL1R = 20 pip คือ 1.09200ถูก เพราะไปถึง 1.09420
ราคาปิดเหนือจุดสูงสุดของรูปแบบภายใน 5 แท่งจุดสูงสุดของรูปแบบ = 1.09050ถูก
เกิดโครงสร้างขาขึ้น คือทำ Higher High และ Higher Lowต้องมีย่อแล้วไม่หลุดจุดต่ำเดิมผิด เพราะกลับไปทำจุดต่ำใหม่
ราคาไปถึงเป้า 1.10000ระยะ 100 pipผิด
เหตุการณ์เดียว ราคาชุดเดียว แต่ตัดสินว่า "ถูก" หรือ "ผิด" ได้ทั้งสองแบบ ขึ้นกับว่านิยามความสำเร็จไว้อย่างไร — ใครที่บอกตัวเลขความแม่นโดยไม่บอกนิยาม ก็ยังไม่ได้บอกอะไรเลย

ถ้าจะแยก "กลับตัวจริง" ออกจาก "ย่อแล้วไปต่อ" ต้องใช้โครงสร้างราคา ไม่ใช่แท่งเทียนแท่งเดียว คือรอ Higher High กับ Higher Low ตามหลักที่อธิบายไว้ในหน้า ทฤษฎีดาว Dow Theory ซึ่งมีต้นทุนของมันเองเหมือนกัน คือกว่าจะยืนยันได้ ราคามักเดินไปแล้วส่วนหนึ่ง เป็นการแลกความมั่นใจกับระยะทางแบบเดียวกับแท่งยืนยัน

ถ้าอยากเห็นสัญญาณที่ระบุจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายเป็นตัวเลขครบทุกไม้ตั้งแต่ตอนส่ง ซึ่งทำให้ตอบคำถาม "ถูกหรือผิด" ได้โดยไม่ต้องเถียงกันเรื่องนิยามทีหลัง ดูตัวอย่างได้ที่ AlphaSignals

รูปแบบกลับตัวที่มี 3 แท่ง ต่างจาก 2 แท่ง ตรงไหน

ยิ่งรูปแบบใช้แท่งมาก ยิ่งกินเวลากว่าจะสมบูรณ์ และเวลาที่เสียไปคือระยะราคาที่เดินไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับต้นทุนของแท่งยืนยันในหัวข้อก่อนหน้า แต่ทบเข้าไปอีกชั้น

จำนวนแท่งตัวอย่างรูปแบบเวลาที่ใช้จนสมบูรณ์ บน H1ถ้ารอแท่งยืนยันอีก 1 แท่ง
1 แท่งค้อน · คนแขวนคอ · ดาวตก1 ชั่วโมง2 ชั่วโมง
2 แท่งกลืนกิน · เมฆดำปกคลุม · ทิ่มแทง · คนมีท้อง2 ชั่วโมง3 ชั่วโมง
3 แท่งดาวประจำเช้า · ดาวประจำค่ำ · อีกา 3 ตัว3 ชั่วโมง4 ชั่วโมง

บน H1 การรอให้ดาวประจำค่ำสมบูรณ์แล้วรอแท่งยืนยันอีกหนึ่ง แปลว่าราคามีเวลาเดิน 4 ชั่วโมงก่อนจะกดออเดอร์ ถ้า ATR ของ H1 อยู่ที่ 25 pip ระยะที่ราคาแกว่งไปในช่วงนั้นคือหลายสิบ pip ซึ่งกินจากระยะกำไรที่เหลืออยู่โดยตรง และเป็นสาเหตุที่หลายคนรู้สึกว่า "รูปแบบ 3 แท่งเห็นแล้วเข้าไม่ทัน"

ตัวอย่างรูปแบบดาวประจำค่ำ Evening Star สามแท่งบนกราฟจริงที่ปลายแนวโน้มขาขึ้น
ดาวประจำค่ำ (Evening Star) ต้องใช้ครบ 3 แท่งจึงจะรู้ว่าเป็นรูปแบบนี้ และรู้ได้ก็ต่อเมื่อแท่งที่ 3 ปิดแล้วเท่านั้น ระหว่างที่แท่งที่ 3 ยังวิ่งอยู่ มันยังเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้ตลอด

5 ข้อที่ต้องเช็กก่อนใช้แท่งเทียนกลับตัวตัดสินใจ

1

มีเทรนด์ก่อนหน้าจริงหรือไม่ วัดเป็นเท่าของ ATR

ถ้าระยะสุทธิ 5 แท่งก่อนหน้าไม่ถึง 2 เท่าของ ATR แปลว่าไม่มีอะไรให้กลับ ให้ข้ามไป ไม่ต้องหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง

2

แท่งปิดแล้วหรือยัง

รูปแบบทั้งหมดในหน้านี้นิยามด้วยราคาปิด แท่งที่ยังวิ่งอยู่เปลี่ยนรูปทรงได้จนวินาทีสุดท้าย ค้อนที่เห็นตอนนาทีที่ 40 อาจกลายเป็นแท่งแดงยาวตอนปิด

3

ใช้นิยามแบบเคร่งครัดหรือผ่อนปรนเรื่อง Gap

เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วเขียนลงไปในแผน ห้ามสลับไปมาตามความสะดวก ไม่งั้นสถิติที่เก็บมาจะไม่มีความหมาย

4

ระยะ SL ที่รูปแบบบังคับ ยังทำให้ล็อตอยู่ในกรอบความเสี่ยงไหม

ถ้าหางยาวจน SL กว้างเกินจนต้องใช้ล็อตต่ำกว่าขั้นต่ำ 0.01 แปลว่าไม้นี้ใหญ่เกินพอร์ต ให้ข้าม ไม่ใช่ขยายความเสี่ยงตาม

5

ตกลงกับตัวเองก่อนว่า "ถูก" แปลว่าอะไร

ไปถึง 1R · ปิดเหนือ high ของรูปแบบ · หรือเกิด Higher High กับ Higher Low — เลือกหนึ่งข้อแล้วใช้ข้อเดิมทุกครั้ง มิฉะนั้นจะประเมินไม่ได้เลยว่ารูปแบบนี้ใช้ได้กับตัวเองหรือไม่


สรุป — 4 ข้อที่ยืนยันได้จากนิยาม และ 1 ข้อที่ยืนยันไม่ได้

  • รูปแบบกลับตัวต้องมีเทรนด์ก่อนหน้า ไม่ใช่ส่วนเสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของนิยาม รูปทรงเดียวกันในตลาด sideway ไม่นับ
  • การรอแท่งยืนยันดันเปอร์เซ็นต์ที่ต้องถูกทางเพื่อเสมอตัวจาก 16.7% เป็น 37.5% ในตัวอย่างของหน้านี้ และทำให้กำไรเป็นเงินเหลือ 1 ใน 3 ที่ความเสี่ยงเท่ากัน
  • นิยามคลาสสิกหลายรูปแบบบังคับให้มี Gap ซึ่งตลาด Forex ให้ได้แค่สัปดาห์ละครั้ง บน M15 คิดเป็น 1 ใน 480 แท่ง ใครใช้นิยามผ่อนปรนต้องรู้ว่ากำลังนับคนละชุดกับตำรา
  • นิยาม "หางล่าง ≥ 2 × body" บังคับระยะ SL ขั้นต่ำไว้ที่ 3 เท่าของลำตัวเสมอ ผู้เทรดไม่ได้เลือกระยะ SL ของไม้นั้นเองอย่างที่คิด
🚫
ข้อที่ยืนยันไม่ได้ และหน้านี้ไม่ได้อ้าง — ไม่มีตรงไหนในหน้านี้บอกว่ารูปแบบใดแม่นกี่เปอร์เซ็นต์ หรือรูปแบบหนึ่งดีกว่าอีกรูปแบบ เพราะสิ่งนั้นต้องวัดจากข้อมูลจริงของคู่เงิน ไทม์เฟรม และนิยามความสำเร็จที่ผู้เทรดเลือกเอง ทุกอย่างในหน้านี้คำนวณมาจากนิยามของรูปแบบและเลขคณิตของ R:R เท่านั้น ซึ่งตรวจตามได้ทุกบรรทัด

อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง: รูปแบบกราฟแท่งเทียน คืออะไร (แค็ตตาล็อกรวม 12 รูปแบบ) · ค้อน กับ คนแขวนคอ · ดาวตก กับ ค้อนกลับหัว · โดจิ · Price Action คืออะไร · Trailing Stop คืออะไร

และถ้าอยากเทียบสิ่งที่อ่านในหน้านี้กับสัญญาณที่มีตัวเลขจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายกำกับทุกไม้ ดูได้ที่ alphasigs.net

บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขทั้งหมดในหน้านี้เป็นตัวอย่างสมมติที่ใช้แสดงวิธีคำนวณ ไม่ใช่ผลการทดสอบย้อนหลัง และไม่ใช่การรับประกันผลใด ๆ การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ผู้อ่านควรทดสอบด้วยบัญชีทดลองและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

ความคิดเห็น

  1. ไม่ระบุชื่อ23 ตุลาคม 2562 เวลา 06:53

    ตรงคนมีท้องผมเรียกว่ารถถังครับ 555

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

Related stories