Trading Journal คืออะไร จดอะไรบ้าง พร้อมตารางบันทึกการเทรด 14 ช่อง และวิธีอ่านผลว่าระบบใช้ได้จริงไหม

฿ R การเทรด 10 ไม้ชุดเดียวกัน เริ่มต้น +3,150 ฿ −4.70 R ตัวเลขเดียวกัน คนละคำตอบ Trading Journal คืออะไร จดเป็นบาทอ่านไม่ได้ ต้องจดเป็น R โดย คนเล่น Forex บันทึกเป็นเงินบาท +3,150 ฿ ดูเหมือนระบบใช้ได้ บันทึกเป็น R −4.70 R ระบบขาดทุนจริง ฉบับคำนวณจริง
วินัยและการวัดผล

Trading Journal คืออะไร — ตารางบันทึกการเทรดที่ใช้ได้จริง และเหตุผลว่าทำไมสมุดที่จดเป็นเงินบาทถึงอ่านไม่ออก

Trading Journal (บางคนเรียก Trading Diary หรือสมุดบันทึกการเทรด) คือตารางที่บันทึกทุกออเดอร์ที่เปิด พร้อมเหตุผลที่เข้า จุดตัดขาดทุน ผลลัพธ์ และคำตอบว่าทำตามแผนหรือไม่ — เพื่อให้ตอบคำถามเดียวได้ว่า "ระบบที่ใช้อยู่มีความได้เปรียบจริงหรือเปล่า" คนส่วนใหญ่จดกันอยู่แล้ว แต่จดในรูปแบบที่เอาไปสรุปอะไรไม่ได้เลย หน้านี้จะแสดงด้วยตัวเลขว่า สมุดที่จดกำไรขาดทุนเป็นเงินบาทสามารถบอกว่าคุณกำไร ทั้งที่ระบบขาดทุนจริง พร้อมตารางบันทึก 14 ช่องที่ทุกช่องคำนวณต่อได้ · สูตร Google Sheets ที่ก็อปไปใช้ได้เลย · และตารางคำนวณตามได้ 7 ชุด

ภาพปกบทความ Trading Diary การจดบันทึกการเทรด
คำว่า Trading Diary กับ Trading Journal หมายถึงสิ่งเดียวกัน — บทความนี้ใช้คำว่า Journal เป็นหลัก เพราะสื่อถึงตารางที่เอาไปคำนวณต่อได้ มากกว่าคำว่าไดอารีที่ชวนให้นึกถึงการเขียนบรรยายความรู้สึก ซึ่งเป็นรูปแบบที่สรุปอะไรไม่ได้

Trading Journal คืออะไร (คำตอบสั้น ๆ ก่อน)

Trading Journal คือบันทึกทุกออเดอร์ในรูปแบบตาราง ที่มีช่องข้อมูลตายตัวเหมือนกันทุกแถว ไม่ใช่การเขียนบรรยาย จุดประสงค์ไม่ใช่การ "ทบทวนตัวเอง" แบบกว้าง ๆ แต่คือการสะสมข้อมูลให้มากพอที่จะตอบคำถามที่ตอบไม่ได้จากความทรงจำ เช่น

  • กฎเข้าออเดอร์ข้อไหนของเราที่ทำเงิน และข้อไหนที่กินทุน
  • เราขาดทุนเพราะระบบไม่ดี หรือเพราะไม่ทำตามระบบ — สองอย่างนี้แก้คนละวิธีกันสิ้นเชิง
  • คู่เงินไหน ช่วงเวลาไหน ไทม์เฟรมไหน ที่ผลออกมาต่างจากที่เหลืออย่างมีนัย
  • ต้นทุน (สเปรด คอมมิชชัน สวอป) กินความได้เปรียบของเราไปกี่เปอร์เซ็นต์

ทั้งสี่ข้อนี้ตอบได้ก็ต่อเมื่อข้อมูลอยู่ในรูปที่เอามาบวกลบและจัดกลุ่มได้ ซึ่งเป็นจุดที่สมุดบันทึกส่วนใหญ่พังตั้งแต่ต้น

−4.70Rผลจริงของ 10 ไม้ ที่บัญชีขึ้นให้เห็น +3,150 บาท
14ช่องที่ต้องจด — ทุกช่องต้องคำนวณต่อได้
n ≥ 100จำนวนไม้ที่ทำให้ตัวเลขอัตราชนะแกว่งไม่เกิน ±10 จุด

ทำไมสมุดที่จดเป็น "เงินบาท" ถึงอ่านไม่ออก

นี่คือปัญหาที่บทความ Trading Journal ภาษาไทยแทบไม่พูดถึงเลย และเป็นสาเหตุที่คนจดมาเป็นปีแล้วยังตอบไม่ได้ว่าระบบตัวเองดีหรือไม่ดี

เหตุผลง่ายมาก: ถ้าขนาดล็อตแต่ละไม้ไม่เท่ากัน กำไรขาดทุนเป็นเงินจะสะท้อน "ขนาดที่เดิมพัน" มากกว่า "คุณภาพของการตัดสินใจ" ลองดูการเทรด 10 ไม้ชุดนี้ ซึ่งเป็นตัวอย่างสมมติที่จงใจสร้างให้เห็นปัญหาชัด ๆ

ไม้ที่คู่เงินเงินที่เสี่ยงผลเป็น Rผลเป็นเงินทุนสะสม (บาท)ทุนสะสม (R)
1XAUUSD4,000 ฿+1.00+4,000 ฿+4,000+1.00
2EURUSD500 ฿−1.00−500 ฿+3,5000.00
3EURUSD500 ฿−1.00−500 ฿+3,000−1.00
4GBPUSD500 ฿−1.00−500 ฿+2,500−2.00
5USDJPY500 ฿−1.00−500 ฿+2,000−3.00
6EURUSD500 ฿−1.00−500 ฿+1,500−4.00
7XAUUSD3,000 ฿+0.80+2,400 ฿+3,900−3.20
8GBPUSD500 ฿−1.00−500 ฿+3,400−4.20
9EURUSD500 ฿+0.50+250 ฿+3,650−3.70
10USDJPY500 ฿−1.00−500 ฿+3,150−4.70
รวม 10 ไม้ · ชนะ 3 แพ้ 7 (อัตราชนะ 30%)+3,150 ฿+3,150−4.70 R
สมุดที่จดเป็นเงินบาทบอกว่า "เดือนนี้กำไร 3,150 บาท ระบบใช้ได้" — แต่ตัวเลข R บอกว่าการตัดสินใจทั้ง 10 ครั้งนี้เสียหน่วยความเสี่ยงไป 4.70 หน่วย กำไรที่เห็นมาจากการที่สองไม้ที่ชนะบังเอิญเป็นไม้ที่เดิมพันใหญ่กว่าปกติ 8 เท่าและ 6 เท่า

ทดสอบง่าย ๆ ว่าข้อสรุปไหนถูก: ถ้าเอาการตัดสินใจ 10 ครั้งเดิมเป๊ะ ๆ แต่เสี่ยงเท่ากันทุกไม้ที่ 500 บาท ผลจะเป็น

วิธีคิดขนาดไม้ผลรวมเป็นเงินข้อสรุปที่ได้
เสี่ยงไม่เท่ากัน (ตามตารางข้างบน)+3,150 ฿"ระบบใช้ได้ เทรดต่อ"
เสี่ยง 500 ฿ เท่ากันทุกไม้ (−4.70R × 500)−2,350 ฿"ระบบยังไม่มีความได้เปรียบ"
ส่วนต่างที่เกิดจากขนาดไม้ล้วน ๆ5,500 ฿
การเทรด 10 ไม้ชุดเดียวกัน วัดสองแบบ ได้คำตอบตรงข้ามกัน วัดเป็นเงินบาท 0 ฿ +3,150 ฿ วัดเป็น R 0 R −4.70 R ไม้ที่ 1 → 10 เส้นบนขึ้นเพราะสองไม้ที่ชนะเดิมพันใหญ่กว่าปกติ 8 เท่าและ 6 เท่า ไม่ใช่เพราะตัดสินใจดีขึ้น
เส้นเขียวคือทุนสะสมเป็นเงินบาท เส้นแดงคือทุนสะสมเป็น R จากออเดอร์ชุดเดียวกันเป๊ะ — จุดเหลืองสองจุดเดินพร้อมกันทีละไม้ สังเกตว่าไม้ที่ 1 และไม้ที่ 7 ดันเส้นเขียวขึ้นแรงมาก แต่ขยับเส้นแดงนิดเดียว เพราะขนาดที่เดิมพันไม่เท่ากัน
!
ตารางนี้ไม่ได้บอกว่า "อย่าเทรดล็อตใหญ่" — มันบอกว่าถ้าขนาดไม้ไม่คงที่ ตัวเลขกำไรขาดทุนเป็นเงินจะใช้ประเมินระบบไม่ได้ คนที่ตั้งใจเปลี่ยนขนาดตามความมั่นใจก็ทำได้ แต่ต้องบันทึก R ไว้ด้วย ไม่งั้นจะแยกไม่ออกว่ากำไรมาจากฝีมือหรือมาจากจังหวะที่บังเอิญเดิมพันใหญ่ตอนชนะ

R คืออะไร และแปลงผลการเทรดเป็น R อย่างไร

R คือหน่วยที่วัดผลลัพธ์เทียบกับ "เงินที่ยอมเสียในไม้นั้น" ไม่ใช่เทียบกับเงินในพอร์ต นิยามคือ

1R = ระยะจากราคาเข้า ถึงจุด Stop Loss
ผลเป็น R = ระยะที่ราคาวิ่งไปในทางที่เราถูก ÷ ระยะ Stop Loss

ตัวอย่างแทนค่า — Buy EURUSD ที่ 1.10000 วาง Stop Loss ที่ 1.09800 ระยะ SL = 20 pip = 1R

ปิดที่ราคาระยะที่ได้/เสียคิดเป็น Rถ้าเสี่ยงไม้ละ 500 ฿ ได้เท่าไร
1.10400+40 pip+2.00 R+1,000 ฿
1.10200+20 pip+1.00 R+500 ฿
1.10100+10 pip+0.50 R+250 ฿
1.100000 pip0.00 R0 ฿ (บนกราฟเท่านั้น — ดูหัวข้อต้นทุน)
1.09800 (โดน SL)−20 pip−1.00 R−500 ฿

ข้อดีของหน่วยนี้คือ ไม้ทองคำที่ SL 300 จุด กับไม้ EURUSD ที่ SL 15 pip เอามาบวกกันได้ตรง ๆ ทั้งที่คนละคู่ คนละขนาด คนละล็อต เพราะถูกปรับให้เป็นหน่วยเดียวกันแล้ว ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นถ้าจะสรุปอะไรจากการเทรดหลายคู่รวมกัน — วิธีคำนวณล็อตให้แต่ละไม้เสี่ยงเท่ากันจริง ๆ อยู่ที่หน้าคำนวณขนาดล็อต


ตาราง Trading Journal 14 ช่อง ที่ทุกช่องคำนวณต่อได้

หลักข้อเดียวในการเลือกว่าจะจดช่องไหน: ถ้าช่องนั้นเอาไปคำนวณหรือจัดกลุ่มอะไรต่อไม่ได้ ให้ตัดทิ้ง เพราะช่องที่ไม่มีปลายทาง คือช่องที่จะเลิกกรอกภายในสองสัปดาห์

คอลัมน์ช่องตัวอย่างเอาไปคำนวณอะไรต่อ
Aวันที่และเวลาเข้า2026-08-22 15:40แยกผลตามช่วงเวลา (เอเชีย/ลอนดอน/นิวยอร์ก)
Bคู่เงินEURUSDแยกผลรายคู่ หาว่าคู่ไหนกินทุน
CทิศทางBuyดูว่าฝั่ง Buy กับ Sell ผลต่างกันผิดปกติไหม
Dรหัสกฎที่ใช้เข้าPB-01🔑 ต้องเป็นรหัส ไม่ใช่ประโยคบรรยาย ถึงจะจัดกลุ่มได้
Eราคาเข้า1.10000ตัวตั้งของทุกการคำนวณ
Fราคา Stop Loss1.09800ระยะ SL = |E − F| → ตัวหารของ R
Gราคา Take Profit ที่ตั้งไว้1.10400R เป้าหมาย = |G − E| ÷ |E − F|
Hขนาดล็อต0.05ตรวจย้อนว่าคำนวณล็อตถูกไหม
Iเงินที่เสี่ยง500 ฿🔑 ตรวจว่าเสี่ยงเท่ากันทุกไม้จริงหรือเปล่า
Jราคาออก1.10400ตัวตั้งของผลลัพธ์
Kเหตุผลที่ออกTP / SL / ปิดมือ🔑 แยก "ออกตามแผน" กับ "ออกเพราะทนไม่ไหว"
Lผลเป็น R+2.00ตัวเลขที่ใช้สรุปทุกอย่างในหน้านี้
Mผลเป็นเงิน (หลังหักต้นทุน)+985 ฿กระทบยอดกับ statement ของโบรก
Nทำตามแผนหรือไม่ใช่ / ไม่🔑 ช่องที่มีค่าที่สุดในตาราง — ดูหัวข้อถัดไป
ช่อง D ต้องเป็นรหัส ไม่ใช่ข้อความ — ถ้าจดว่า "เห็น Pin Bar สวยที่แนวรับ ดูแล้วน่าจะเด้ง" คุณจะไม่มีวันนับได้ว่ากฎนี้ใช้ไปกี่ครั้ง ให้ตั้งรหัสไว้ล่วงหน้า เช่น PB-01 = Pin Bar ที่แนวรับรายวัน · IB-02 = Inside Bar ทะลุกรอบตามเทรนด์ แล้วจดแค่รหัส (นิยามของแต่ละรหัสเก็บไว้อีกชีตหนึ่ง) วิธีตั้งเกณฑ์ให้เป็นตัวเลขวัดได้อยู่ในบทความรูปแบบ Price Action 12 แบบ
เทรดเดอร์นั่งจดบันทึกลงสมุดบนโต๊ะทำงาน
จดด้วยมือหรือจดในสเปรดชีตก็ได้ผลเหมือนกัน ตราบใดที่ช่องข้อมูลเหมือนกันทุกแถว — สิ่งที่ทำให้สมุดใช้ไม่ได้ไม่ใช่เครื่องมือ แต่คือการที่แต่ละวันจดไม่เหมือนกัน · ภาพจาก Freepik (ที่มา)

ช่องที่มีค่าที่สุดคือ "ทำตามแผนหรือเปล่า"

สมมติจดครบ 40 ไม้แล้ว ผลรวมออกมาเป็น −2.40R ข้อสรุปที่คนส่วนใหญ่จะได้คือ "ระบบนี้ใช้ไม่ได้ เปลี่ยนระบบ" — แล้วก็ไปเริ่มนับหนึ่งใหม่กับระบบถัดไป

แต่ถ้ามีช่อง N อยู่ ลองแยกตัวเลขชุดเดียวกันออกเป็นสองกอง

กลุ่มจำนวนไม้Expectancy (R ต่อไม้)รวมทั้งกลุ่ม
ทำตามแผน28 ไม้+0.18 R+5.04 R
ไม่ทำตามแผน12 ไม้−0.62 R−7.44 R
รวมทั้งหมด40 ไม้−0.06 R−2.40 R
ตัวเลขชุดเดิมเป๊ะ แต่ข้อสรุปเปลี่ยนไปคนละเรื่อง — ระบบมีความได้เปรียบ (+0.18R) แต่คนเทรดไม่มี (−0.06R) ถ้าไม่มีช่องนี้ คุณจะทิ้งระบบที่ใช้ได้ทิ้งไป แล้วเอาปัญหาเดิมติดตัวไปกับระบบใหม่
40 ไม้ชุดเดียวกัน แยกด้วยช่อง "ทำตามแผนหรือไม่" 0 R +5.04 R ทำตามแผน 28 ไม้ −7.44 R ไม่ทำตามแผน 12 ไม้ −2.40 R ที่เห็นในสมุด 40 ไม้รวมกัน ระบบมีความได้เปรียบ +0.18R ต่อไม้ ไม้นอกแผนเสียเฉลี่ย −0.62R ต่อไม้ รวมกันแล้วติดลบ ทั้งที่ระบบใช้ได้
แท่งซ้ายคือกำไรที่ระบบสร้างได้จริง แท่งกลางคือส่วนที่หายไปกับไม้นอกแผน แท่งขวาคือตัวเลขเดียวที่จะเห็นถ้าไม่มีช่อง "ทำตามแผนหรือไม่" — ปัญหาสองแบบนี้แก้คนละวิธี และแยกกันไม่ออกถ้าไม่ได้จด
!
ต้องนิยาม "ทำตามแผน" ก่อนเทรด ไม่ใช่ตอนกรอกสมุด — ถ้าตัดสินตอนบันทึกทีหลัง สมองจะหาเหตุผลให้ไม้ที่ชนะเป็น "ตามแผน" และไม้ที่แพ้เป็น "นอกแผน" เสมอ วิธีที่กันได้จริงคือเขียนกฎเป็นข้อ ๆ ไว้ก่อน แล้วเวลาบันทึกให้ติ๊กทีละข้อ ว่าครบหรือไม่ครบ ไม่ใช่ตอบจากความรู้สึกรวม ๆ

Expectancy — ตัวเลขเดียวที่บอกว่าระบบใช้ได้จริงไหม

เมื่อมีคอลัมน์ R แล้ว ตัวเลขสรุปที่สำคัญที่สุดคือ Expectancy = ค่าเฉลี่ยของ R ต่อไม้ ซึ่งคำนวณตรง ๆ ได้จากสามตัวเลข

Expectancy = (อัตราชนะ × ค่าเฉลี่ยของไม้ที่ชนะเป็น R) − (อัตราแพ้ × ค่าเฉลี่ยของไม้ที่แพ้เป็น R)

จุดที่ทำให้ตัวเลขนี้มีค่ากว่าอัตราชนะคือ มันบอกได้ว่าอัตราชนะสูง ๆ อาจแปลว่าขาดทุน ลองดูตาราง

อัตราชนะชนะเฉลี่ยแพ้เฉลี่ยExpectancy ต่อไม้เทรด 100 ไม้ได้กี่ R
30%3.00 R1.00 R+0.200 R+20.0 R
45%1.50 R1.00 R+0.125 R+12.5 R
50%1.00 R1.00 R0.000 R0 R
60%0.80 R1.00 R+0.080 R+8.0 R
70%0.50 R1.00 R+0.050 R+5.0 R
80%0.50 R1.50 R+0.100 R+10.0 R
90%0.30 R3.00 R−0.030 R−3.0 R
แถวสุดท้ายคือแถวที่ต้องจำ — ชนะ 9 ไม้จาก 10 แล้วยังขาดทุน เพราะไม้ที่แพ้ไม้เดียวใหญ่กว่าไม้ที่ชนะ 10 เท่า นี่คือหน้าตาทางตัวเลขของการ "ปล่อยไม้ที่ติดลบไว้ก่อน แล้วรีบปิดไม้ที่กำไร" ซึ่งเป็นรูปแบบที่จับได้เฉพาะเมื่อบันทึกเป็น R เท่านั้น
Expectancy — อัตราชนะสูงไม่ได้แปลว่าได้เงิน 0.00 R ชนะ 30% · ชนะเฉลี่ย 3.0R · แพ้เฉลี่ย 1.0R ชนะ 50% · ชนะเฉลี่ย 1.0R · แพ้เฉลี่ย 1.0R ชนะ 70% · ชนะเฉลี่ย 0.5R · แพ้เฉลี่ย 1.0R ชนะ 90% · ชนะเฉลี่ย 0.3R · แพ้เฉลี่ย 3.0R +0.200 R ต่อไม้ 0.000 R ต่อไม้ +0.050 R ต่อไม้ −0.030 R ต่อไม้ ได้เปรียบ เสียเปรียบ
แท่งยื่นไปทางขวาคือมีความได้เปรียบ ยื่นไปทางซ้ายคือเสียเปรียบ — สถานะสุดท้ายคืออัตราชนะ 90% ที่แท่งกลับไปอยู่ฝั่งซ้าย

ต้องจดกี่ไม้ ตัวเลขถึงจะเชื่อได้

คำถามนี้ตอบได้ด้วยเลขคณิต ไม่ต้องเดา — ถ้าอัตราชนะจริงของระบบคือ 50% ตัวเลขที่เราวัดได้จากตัวอย่าง n ไม้จะแกว่งรอบ 50% ด้วยความกว้างประมาณ ±1.96 × √(p(1−p) ÷ n)

จำนวนไม้ที่จดช่วงที่อัตราชนะที่วัดได้อาจตกอยู่ (95%)ความกว้างใช้สรุปอะไรได้
10 ไม้19.0% – 81.0%±31.0 จุดสรุปอะไรไม่ได้เลย
30 ไม้32.1% – 67.9%±17.9 จุดเริ่มเห็นทิศทางคร่าว ๆ
50 ไม้36.1% – 63.9%±13.9 จุดยังแยก 40% กับ 60% ไม่ออก
100 ไม้40.2% – 59.8%±9.8 จุดพอเทียบกลุ่มใหญ่ ๆ ได้
200 ไม้43.1% – 56.9%±6.9 จุดเทียบรหัสกฎสองตัวได้
500 ไม้45.6% – 54.4%±4.4 จุดเชื่อถือได้ในระดับที่ใช้ตัดสินใจ

แถวแรกคือคำอธิบายว่าทำไม "เทรด 10 ไม้แล้วรู้สึกว่าระบบนี้ไม่เวิร์ก" ถึงเป็นข้อสรุปที่ไม่มีน้ำหนัก — ระบบที่ชนะจริง 50% สามารถให้ผล 2 ชนะ 8 แพ้ ได้โดยไม่ผิดปกติอะไรเลย

ระบบที่ชนะจริง 50% — ตัวเลขที่เราวัดได้จะแกว่งแค่ไหน อัตราชนะจริง 50% 0%25%50% 75%100% 10 ไม้30 ไม้50 ไม้ 100 ไม้200 ไม้500 ไม้ 19% – 81%32% – 68%36% – 64% 40% – 60%43% – 57%46% – 54%
แถบยิ่งยาว แปลว่าตัวเลขที่วัดได้ยิ่งเชื่อไม่ได้ — ที่ 10 ไม้ แถบกินตั้งแต่ 19% ถึง 81% คือเกือบทั้งช่วงที่เป็นไปได้ ⚠️ ตัวเลขนี้ใช้การประมาณแบบการแจกแจงปกติ และตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าแต่ละไม้เป็นอิสระต่อกัน ซึ่งไม่จริงเสมอไป (ไม้ที่เปิดพร้อมกันหลายคู่มักวิ่งไปทางเดียวกัน) ของจริงจึงต้องใช้จำนวนไม้มากกว่านี้

จด R จากบัญชีจริง ไม่ใช่จากราคาบนกราฟ

มีกับดักหนึ่งที่ทำให้สมุดบันทึกดูดีกว่าความจริงเสมอ: ถ้าคำนวณ R จากราคาบนกราฟ คุณจะไม่ได้หักสเปรด คอมมิชชัน และสวอปเลย ไม้ที่ "เลื่อน SL มาที่ราคาเปิดแล้วโดนปิด" จะถูกบันทึกเป็น 0.00R ทั้งที่บัญชีติดลบ

สมมติต้นทุนรวม (สเปรด 1.5 pip + คอมมิชชัน 0.7 pip) = 2.2 pip ต่อไม้

ระยะ Stop Lossต้นทุนคิดเป็น Rไม้ที่ "เสมอตัวบนกราฟ" จริง ๆ ได้เท่าไรเทรด 100 ไม้ เสียให้ต้นทุนกี่ R
10 pip0.220 R−0.220 R−22.0 R
20 pip0.110 R−0.110 R−11.0 R
40 pip0.055 R−0.055 R−5.5 R
80 pip0.028 R−0.028 R−2.8 R

เอาไปเทียบกับความได้เปรียบจากตารางก่อนหน้า: ระบบที่ทำได้ +0.18R ต่อไม้ จะได้ +18R ใน 100 ไม้ ถ้าเทรดด้วย SL 20 pip ต้นทุนกิน 11R ไป นั่นคือ 61% ของความได้เปรียบทั้งหมด หายไปกับค่าธรรมเนียมล้วน ๆ

วิธีที่กันปัญหานี้ได้ 100% — อย่าคำนวณ M (ผลเป็นเงิน) จากราคาเอง ให้ดึงตัวเลข Profit จาก statement ของโบรกซึ่งหักทุกอย่างแล้ว มาใส่ แล้วคำนวณ R ย้อนจากตัวเลขนั้นด้วย R = M ÷ I (ผลเป็นเงิน ÷ เงินที่เสี่ยง) วิธีนี้ต้นทุนทุกบาทจะถูกนับอัตโนมัติ · เรื่องเดียวกันนี้ทำให้การเลื่อน Stop Loss มาที่จุดคุ้มทุนไม่ได้แปลว่าเสมอตัวจริง

ทำใน Google Sheets หรือ Excel — สูตรที่ก็อปไปใช้ได้เลย

ใช้คอลัมน์ตามตาราง 14 ช่องข้างบน (A ถึง N) โดยแถวที่ 1 เป็นหัวตาราง ข้อมูลเริ่มแถวที่ 2

อยากได้อะไรสูตรหมายเหตุ
ระยะ Stop Loss=ABS(E2-F2)ใส่ในคอลัมน์ช่วย
ผลเป็น R (คอลัมน์ L)=IF(C2="Buy",(J2-E2)/(E2-F2),(E2-J2)/(F2-E2))รองรับทั้ง Buy และ Sell
ผลเป็น R จากเงินจริง=M2/I2🔑 แนะนำวิธีนี้ เพราะหักต้นทุนครบแล้ว
Expectancy รวม=AVERAGE(L2:L1000)ตัวเลขสรุปหลัก
อัตราชนะ=COUNTIF(L2:L1000,">0")/COUNT(L2:L1000)จัดรูปแบบเป็นเปอร์เซ็นต์
ชนะเฉลี่ยเป็น R=AVERAGEIF(L2:L1000,">0")ใช้เข้าสูตร Expectancy
แพ้เฉลี่ยเป็น R=AVERAGEIF(L2:L1000,"<0")ได้ค่าติดลบ
Expectancy เฉพาะไม้ที่ทำตามแผน=AVERAGEIF(N2:N1000,"ใช่",L2:L1000)🔑 ตัวเลขที่สำคัญที่สุด
Expectancy ของไม้นอกแผน=AVERAGEIF(N2:N1000,"ไม่",L2:L1000)เทียบกับบรรทัดบน
Expectancy รายรหัสกฎ=AVERAGEIF(D2:D1000,"PB-01",L2:L1000)เปลี่ยนรหัสเพื่อดูทีละกฎ
ทุนสะสมเป็น R (คอลัมน์ O)=SUM($L$2:L2)ลากลง จะได้เส้นทุน
Drawdown ณ แถวนี้ (คอลัมน์ P)=MAX($O$2:O2)-O2ระยะห่างจากยอดสูงสุดที่เคยทำได้
Max Drawdown เป็น R=MAX(P2:P1000)ตัวเลขที่บอกว่าต้องทนอะไรบ้าง
!
ระวังหนึ่งจุดตอนใช้ AVERAGEIF กับคอลัมน์ N — ถ้าพิมพ์คำว่า "ใช่" บ้าง "Yes" บ้าง "y" บ้าง สูตรจะนับเฉพาะที่ตรงกันเป๊ะ ทำให้ตัวเลขผิดโดยไม่มีข้อความแจ้งเตือน วิธีกันคือตั้ง Data validation ให้ช่องนั้นเลือกได้แค่สองค่า แล้วเทียบจำนวนด้วย =COUNTIF(N2:N1000,"ใช่")+COUNTIF(N2:N1000,"ไม่") ว่าเท่ากับ =COUNTA(N2:N1000) หรือไม่

ถ้าอยากดูตัวอย่างการบันทึกที่เปิดเผยทั้งไม้ที่ได้และไม้ที่เสียแบบไม่คัดเฉพาะไม้สวย ๆ ดูได้ที่ บันทึกสัญญาณของ AlphaSignals ซึ่งบันทึกจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และผลลัพธ์ของทุกสัญญาณไว้ตั้งแต่ก่อนรู้ผล


5 ข้อผิดพลาดที่ทำให้สมุดบันทึกใช้ไม่ได้

1

จดเฉพาะไม้ที่น่าสนใจ

ไม้ที่ชนะสวย ๆ กับไม้ที่พลาดหนัก ๆ จะถูกจด ส่วนไม้ธรรมดาถูกข้าม ผลคือตัวเลขทุกอย่างเพี้ยนหมด — ต้องจดครบทุกไม้ ไม่มีข้อยกเว้น รวมถึงไม้ที่ปิดทิ้งใน 3 นาที

2

จดเป็นย่อหน้าบรรยาย

"วันนี้ใจร้อนไปหน่อย เข้าเร็วเกิน" อ่านแล้วเข้าใจ แต่เอาไปนับหรือจัดกลุ่มไม่ได้ ให้แปลงเป็นช่องที่มีค่าตายตัว เช่น ช่อง N = ไม่

3

สรุปผลเร็วเกินไป

ดูตารางจำนวนไม้ — ที่ 10 ไม้ อัตราชนะที่วัดได้กินช่วง 19% ถึง 81% การเปลี่ยนระบบทุก 10-20 ไม้ทำให้ไม่มีวันสะสมข้อมูลพอ

4

ตัดสิน "ทำตามแผน" ทีหลัง

กรอกช่อง N ตอนสิ้นสัปดาห์ = ตอบจากผลลัพธ์ที่รู้แล้ว ต้องกรอกทันทีที่ปิดไม้ และเทียบกับกฎที่เขียนไว้ก่อน

5

ลืมหักต้นทุน

คำนวณ R จากราคาบนกราฟทำให้ผลดูดีกว่าจริงทุกไม้ — ที่ SL 20 pip คลาดไป 0.11R ต่อไม้ หรือ 11R ใน 100 ไม้


สรุป — 3 ข้อที่ยืนยันได้จากเลขคณิต และ 1 ข้อที่ยืนยันไม่ได้

สามข้อนี้พิสูจน์ได้จากการคำนวณล้วน ๆ ไม่ต้องเชื่อใคร:

  • ถ้าขนาดไม้ไม่คงที่ กำไรขาดทุนเป็นเงินไม่ได้บอกคุณภาพของการตัดสินใจ — การเทรด 10 ไม้ตัวอย่างขึ้นบัญชี +3,150 บาท แต่เป็น −4.70R และถ้าเสี่ยงเท่ากันทุกไม้จะกลายเป็น −2,350 บาท ต่างกัน 5,500 บาทจากขนาดไม้ล้วน ๆ
  • อัตราชนะสูงไม่ได้แปลว่าได้เงิน — ชนะ 90% ที่ได้เฉลี่ย 0.3R และเสียเฉลี่ย 3.0R ให้ Expectancy −0.03R ต่อไม้
  • ตัวเลขจากไม้จำนวนน้อยสรุปอะไรไม่ได้ — ระบบที่ชนะจริง 50% ให้ผลที่วัดได้ตั้งแต่ 19% ถึง 81% เมื่อดูแค่ 10 ไม้
!
ข้อที่ยืนยันไม่ได้ และหน้านี้ไม่ได้อ้าง: การจด Trading Journal ไม่ได้ทำให้ผลการเทรดดีขึ้นเอง สมุดบันทึกไม่ใช่กลยุทธ์ และไม่มีตัวเลขในหน้านี้ที่บอกว่าคนที่จดทำกำไรได้มากกว่าคนที่ไม่จด สิ่งเดียวที่สมุดทำได้คือเปลี่ยนคำถามที่ตอบไม่ได้ ให้กลายเป็นคำถามที่ตอบได้ — ส่วนจะเอาคำตอบไปแก้อะไรหรือไม่ เป็นคนละเรื่องกัน

ถ้าจะเริ่มวันนี้ ไม่ต้องรอทำตารางให้สมบูรณ์ — เปิดสเปรดชีตเปล่า ใส่หัวคอลัมน์ 14 ช่องตามตารางข้างบน แล้วจดไม้ถัดไปให้ครบทุกช่อง ห้ามข้ามช่อง N พอครบ 30 ไม้ค่อยกดดู AVERAGEIF สองบรรทัดที่แยกไม้ตามแผนกับนอกแผน นั่นคือจุดที่สมุดเริ่มให้ผลตอบแทน

และถ้ายังไม่มีระบบที่มีกฎเข้าออกชัดเจนพอจะติ๊กช่อง N ได้ ให้เริ่มจากตรงนั้นก่อน — ตัวอย่างสัญญาณที่ระบุจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายไว้ครบตั้งแต่ก่อนเปิดออเดอร์ ใช้เป็นแบบว่ากฎที่ "ติ๊กได้" หน้าตาเป็นอย่างไร เพราะกฎที่ยังต้องใช้วิจารณญาณตอนหน้างาน จะทำให้ช่อง N ตอบไม่ได้ทุกครั้ง

อ่านต่อในเรื่องที่ใช้คู่กันโดยตรง: คำนวณขนาดล็อตให้ทุกไม้เสี่ยงเท่ากัน · ตั้งเกณฑ์เข้าออเดอร์ให้เป็นตัวเลขที่วัดได้ · ต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในการเลื่อน Stop Loss · เลือกไทม์เฟรมให้ระยะ SL คุ้มค่าสเปรด

บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขทุกชุดในหน้านี้เป็นตัวอย่างสมมติที่ยกมาเพื่อแสดงวิธีคำนวณ ไม่ใช่ผลการทดสอบย้อนหลังและไม่ใช่การคาดการณ์ผลตอบแทน การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ผู้อ่านควรทดสอบทุกแนวคิดในบัญชีทดลองก่อนและตัดสินใจด้วยตนเอง

ความคิดเห็น

Related stories