Buy Stop / Buy Limit / Sell Stop / Sell Limit คืออะไร ต่างกันอย่างไร — ตารางเทียบครบ พร้อม Stop Limit ที่มีเฉพาะใน MT5
ทั้งสี่คำสั่งคือ Pending Order หรือ "คำสั่งตั้งล่วงหน้า" ที่ต่างกันแค่สองอย่างเท่านั้น คือ (1) ตั้งไว้เหนือหรือใต้ราคาปัจจุบัน และ (2) รอให้ราคาทะลุผ่าน หรือ ย้อนกลับมาชน — Stop ใช้เมื่ออยากตามราคาที่กำลังไป · Limit ใช้เมื่ออยากรอราคาที่ดีกว่านี้ · หน้านี้เทียบให้ครบทั้ง 6 แบบ (รวม Buy Stop Limit / Sell Stop Limit ที่มีเฉพาะ MT5) พร้อมตัวเลขที่คำนวณตามได้จริง ว่าทำไมคำสั่งฝั่ง Buy ถึงทำงานไม่ตรงกับเส้นที่คุณเห็นบนกราฟ
Buy Stop, Buy Limit, Sell Stop, Sell Limit คืออะไร — ตารางเทียบทั้งสี่
คำสั่งซื้อขายในโปรแกรมเทรดมีสองกลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกคือ Market Order คือกดซื้อหรือขายที่ราคาปัจจุบันทันที กลุ่มที่สองคือ Pending Order คือบอกล่วงหน้าไว้ว่า "ถ้าราคาไปถึงตรงนี้เมื่อไร ให้เปิดออเดอร์ให้ด้วย" ประโยชน์ตรง ๆ ของกลุ่มที่สองคือไม่ต้องเฝ้าหน้าจอ และเป็นการบังคับตัวเองให้ตัดสินใจไว้ล่วงหน้าตอนที่ยังไม่มีเงินอยู่ในตลาด ซึ่งเป็นตอนที่หัวเย็นที่สุด
ในกลุ่ม Pending Order คำที่คนสับสนที่สุดคือคำว่า Stop กับ Limit วิธีจำที่ตรงที่สุดคือ:
| คำสั่ง | ตั้งไว้ตรงไหน | ทำงานเมื่อ | ใช้ตอนไหน |
|---|---|---|---|
| Buy Stop | เหนือราคาปัจจุบัน | ราคาวิ่งขึ้นมาถึงระดับที่ตั้ง | เชื่อว่าถ้าทะลุแนวต้านได้จะไปต่อ — ตามการเบรก |
| Buy Limit | ใต้ราคาปัจจุบัน | ราคาย่อลงมาถึงระดับที่ตั้ง | อยากซื้อถูกกว่านี้ — รอย่อลงมาที่แนวรับ |
| Sell Stop | ใต้ราคาปัจจุบัน | ราคาวิ่งลงมาถึงระดับที่ตั้ง | เชื่อว่าถ้าหลุดแนวรับจะลงต่อ — ตามการเบรก |
| Sell Limit | เหนือราคาปัจจุบัน | ราคาขึ้นไปถึงระดับที่ตั้ง | อยากขายแพงกว่านี้ — รอเด้งขึ้นไปที่แนวต้าน |
แก้ให้ถูกต้อง: Buy Limit ไม่ต้องทะลุลงไปแล้วกลับขึ้นมาชนอีกรอบ
ฉบับเดิมเขียนไว้ว่า Buy Limit "คำสั่งจะเปิดก็ต่อเมื่อ ราคาทะลุตำแหน่งของ Buy limit ลงไปแล้วกลับขึ้นมาชน Buy limit อีกรอบ ถึงจะเปิดออเดอร์" และเขียนแบบเดียวกันกับ Sell Limit — ข้อความนี้ไม่ถูกต้อง คำสั่ง Limit ทำงานทันทีที่ราคาแตะระดับที่ตั้งไว้ครั้งแรก ไม่ต้องทะลุผ่านแล้วย้อนกลับมาแต่อย่างใด
น่าสนใจว่าภาพประกอบในหน้าเดิมถูกต้องอยู่แล้ว (ภาพสี่ช่องด้านบน) เนื้อความใต้ภาพต่างหากที่ขัดกับภาพของตัวเอง
เอกสารทางการของ MetaTrader 5 นิยาม Buy Limit ไว้ว่าเป็นคำสั่งซื้อที่ราคา Ask ซึ่ง "เท่ากับหรือต่ำกว่า" ราคาที่ระบุไว้ในคำสั่ง — คำว่า เท่ากับ คือหัวใจ เพราะแปลว่าแค่แตะพอดีก็ทำงานแล้ว ไม่มีเงื่อนไขเรื่องการทะลุผ่านอยู่ในนิยามเลย ทั้งสี่คำสั่งใช้ตรรกะเดียวกันหมด ต่างกันแค่ว่าเทียบกับราคา Bid หรือ Ask และเทียบด้วยเครื่องหมายมากกว่าหรือน้อยกว่า
| คำสั่ง | เงื่อนไขทางเทคนิคที่ระบบใช้จริง |
|---|---|
| Buy Stop | ราคา Ask มากกว่าหรือเท่ากับ ราคาที่ตั้งไว้ |
| Buy Limit | ราคา Ask น้อยกว่าหรือเท่ากับ ราคาที่ตั้งไว้ |
| Sell Stop | ราคา Bid น้อยกว่าหรือเท่ากับ ราคาที่ตั้งไว้ |
| Sell Limit | ราคา Bid มากกว่าหรือเท่ากับ ราคาที่ตั้งไว้ |
จำง่าย ๆ ว่า คำสั่งฝั่ง Buy ทุกตัวเทียบกับ Ask ส่วนคำสั่งฝั่ง Sell ทุกตัวเทียบกับ Bid เพราะนั่นคือราคาที่คุณจะได้จริงเมื่อเปิดออเดอร์ฝั่งนั้น และความจริงข้อนี้เองที่ทำให้คำสั่งฝั่ง Buy ดูเหมือนไม่ทำงานทั้งที่กราฟชนเส้นไปแล้ว ซึ่งเป็นหัวข้อถัดไป
ทำไม Buy Limit ยังไม่เข้า ทั้งที่กราฟชนเส้นไปแล้ว
กราฟแท่งเทียนใน MT4 และ MT5 วาดจากราคา Bid เท่านั้น ตามค่าเริ่มต้น ส่วนคำสั่งฝั่ง Buy ใช้ราคา Ask ซึ่งสูงกว่า Bid อยู่เท่ากับค่าสเปรดเสมอ ผลคือเส้นที่คุณมองเห็นกับราคาที่ระบบเอาไปเทียบ ไม่ใช่ตัวเดียวกัน
ลองแทนตัวเลขจริงดู สมมติคู่ EURUSD สเปรด 1.2 pip (0.00012) ทั้งสี่คำสั่งจะทำงานที่ระดับ Bid ต่างกันดังนี้ ตัวเลขคอลัมน์ที่สามคำนวณจากคอลัมน์ที่สองบวกหรือลบสเปรดตรง ๆ ลองกดเครื่องคิดเลขตามได้:
| คำสั่ง | ตั้งไว้ที่ | ค่าบนกราฟ (Bid) ตอนคำสั่งทำงาน | ต่างจากเส้นที่เห็น |
|---|---|---|---|
| Buy Limit | 1.08000 | 1.07988 | ต้องเลยเส้นลงไปอีก 1.2 pip ถึงจะเข้า |
| Buy Stop | 1.09000 | 1.08988 | เข้าตั้งแต่ยังไม่ถึงเส้น 1.2 pip |
| Sell Limit | 1.09000 | 1.09000 | ตรงเส้นพอดี |
| Sell Stop | 1.08000 | 1.08000 | ตรงเส้นพอดี |
สรุปเป็นประโยคเดียว: คำสั่งฝั่ง Sell ทำงานตรงกับเส้นที่คุณเห็น ส่วนคำสั่งฝั่ง Buy จะเคลื่อนไปเท่ากับค่าสเปรดเสมอ ยิ่งเทรดคู่ที่สเปรดกว้างอย่างทองคำหรือคู่เงินแปลก ๆ ระยะนี้ยิ่งเห็นชัด และถ้าคุณตั้ง Buy Limit ชิดแนวรับพอดีเป๊ะ ก็มีโอกาสที่ราคาจะเด้งขึ้นไปโดยไม่รับคุณเข้าไปด้วย วิธีแก้ที่ตรงที่สุดคือเผื่อระยะให้เท่าสเปรดของคู่นั้นตอนวางคำสั่ง ไม่ใช่วางชิดเส้น (อ่านเรื่องแนวรับแนวต้านประกอบ)
Stop Limit คืออะไร — คำสั่งสองจังหวะที่มีเฉพาะใน MT5
Buy Stop Limit และ Sell Stop Limit คือคำสั่งที่หลายคนค้นหาแล้วหาคำตอบไม่เจอ เพราะ MT4 ไม่มีคำสั่งชนิดนี้ มีเฉพาะใน MT5 เท่านั้น หน้าจอตอนกรอกจะมีช่องราคาสองช่องแทนที่จะเป็นช่องเดียว ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้คนงงมากที่สุด
มันคือคำสั่งที่ทำงานสองจังหวะ ช่อง Price คือจุดกระตุ้น เมื่อราคาไปถึงจุดนี้ ระบบจะยังไม่เปิดออเดอร์ แต่จะไปวางคำสั่ง Limit ให้อัตโนมัติที่ระดับในช่อง Stop Limit price แล้วรอต่ออีกจังหวะหนึ่ง
ประโยชน์ที่แท้จริงของมันคือ เอาไว้ซื้อตอนย่อกลับมาทดสอบแนวที่เพิ่งทะลุ โดยไม่ต้องนั่งเฝ้า ถ้าใช้ Buy Limit ธรรมดาวางไว้ที่ 1.08800 ตั้งแต่แรก คำสั่งจะทำงานทันทีที่ราคาลงมาถึง ทั้งที่ตอนนั้นราคายังไม่เคยทะลุ 1.09020 เลยด้วยซ้ำ ซึ่งไม่ใช่แผนที่คุณตั้งใจ ส่วน Sell Stop Limit ก็คือภาพสะท้อนกลับด้าน เมื่อราคา Bid ลงมาแตะจุดกระตุ้น ระบบจะวาง Sell Limit ให้ที่ระดับที่กำหนดไว้
Limit หรือ Stop ดีกว่ากัน — คำนวณเทียบจากแผนเดียวกัน
คำถามนี้ตอบด้วยความรู้สึกไม่ได้ ต้องกางตัวเลขดู สมมติแผนเดียวกันเป๊ะ ๆ ราคาปัจจุบัน 1.08500 แนวต้านอยู่ที่ 1.09000 คุณเชื่อว่าถ้าทะลุขึ้นไปได้จะไปถึง 1.09700 และถ้าแผนผิดคุณจะยอมตัดขาดทุนที่ 1.08700 คำถามคือควรเข้าด้วยคำสั่งไหน
| แผน A — Buy Stop 1.09020 (ตามการทะลุ) | แผน B — Buy Limit 1.08800 (รอย่อกลับมาทดสอบ) | |
|---|---|---|
| ระยะขาดทุน (SL 1.08700) | 32 pip | 10 pip |
| ระยะกำไร (TP 1.09700) | 68 pip | 90 pip |
| อัตราส่วน R:R | 1 : 2.13 | 1 : 9.00 |
| โอกาสได้เข้าออเดอร์ | ทุกครั้งที่ราคาทะลุ | เฉพาะครั้งที่ราคาย่อกลับมา |
| สเปรด 1.2 pip คิดเป็นสัดส่วนของความเสี่ยง | 3.75% | 12% |
ตัวเลข R:R ทำให้แผน B ดูดีกว่ามาก แต่มันซ่อนต้นทุนไว้สองอย่าง อย่างแรกคือไม่ได้เข้าทุกครั้ง อย่างที่สองคือสเปรดกินสัดส่วนความเสี่ยงมากกว่าสามเท่า (1.2 หาร 10 ได้ 12% เทียบกับ 1.2 หาร 32 ได้ 3.75%) เพราะระยะ SL สั้นกว่า ลองตั้งสมมติฐานว่าทั้งสองแผนไปถึง TP ได้ในสัดส่วนเท่ากันที่ 40% (เป็นสมมติฐานเพื่อการคำนวณ ไม่ใช่ตัวเลขที่วัดมาจริง) จะได้:
| แผน | คำนวณ | ค่าคาดหวัง |
|---|---|---|
| A — Buy Stop | (0.40 × 68) − (0.60 × 32) = 27.2 − 19.2 | +8.0 pip ต่อสัญญาณ |
| B — Buy Limit | (0.40 × 90) − (0.60 × 10) = 36.0 − 6.0 | +30.0 pip ต่อครั้งที่ได้เข้า |
| จุดคุ้มทุนของแผน B | 8.0 ÷ 30.0 | 26.7% |
อ่านบรรทัดสุดท้ายให้ดี แผน Buy Limit จะคุ้มกว่าก็ต่อเมื่อราคาย่อกลับมารับคุณเข้าไปมากกว่า 26.7% ของครั้งที่ทะลุ ถ้าน้อยกว่านั้น การรอราคาดี ๆ กลับทำให้ผลแย่ลง ทั้งที่ R:R บนกระดาษสวยกว่าเกือบสี่เท่า
มันขึ้นกับคู่เงิน ไทม์เฟรม และวิธีนิยามการทะลุของคุณเอง วิธีเดียวที่จะรู้คือจดของตัวเองแล้วนับ ลองจดสัก 30-50 ครั้งว่าทะลุแล้วย่อกลับมาแตะระดับที่วางไว้กี่ครั้ง แล้วเอาตัวเลขจริงมาแทนที่ 26.7% ดู (ดูวิธีจดในบทความบันทึกการเทรด) · ใครที่อยากดูตัวอย่างการบันทึกผลแบบเปิดเผยทั้งไม้ที่ได้และไม้ที่เสีย ดูได้ที่ AlphaSignals
สามเรื่องที่ทำให้คำสั่งที่ตั้งไว้ไม่ทำงานอย่างที่คิด
- ระยะขั้นต่ำจากราคาปัจจุบัน (Stops Level) — โบรกเกอร์กำหนดระยะห่างขั้นต่ำที่คุณวางคำสั่งตั้งล่วงหน้าได้ ถ้าวางใกล้ราคาปัจจุบันเกินกว่านั้น คำสั่งจะถูกปฏิเสธ MT4 มักขึ้นข้อความ
Invalid S/L or T/Pตรวจค่านี้ได้จากการคลิกขวาที่สัญลักษณ์ใน Market Watch แล้วเลือก Specification ดูบรรทัด Stops level หลายโบรกตั้งไว้ที่ 0 แต่บางโบรกตั้งไว้หลาย pip โดยเฉพาะช่วงข่าว - วันหมดอายุของคำสั่ง (Expiration) — ค่าเริ่มต้นคือ GTC หรือ Good till cancelled คือค้างไว้จนกว่าจะยกเลิกเอง แต่ถ้าคุณเลือกเป็นวันหมดอายุ คำสั่งจะหายไปเงียบ ๆ เมื่อถึงเวลา กับดักที่พบบ่อยคือตั้งคำสั่งค้างไว้ข้ามสัปดาห์แล้วลืม พอราคากลับมาถึงจริงในอีกสองสัปดาห์ ตลาดก็คนละบริบทกับตอนที่วางไปแล้ว
- ช่องว่างราคา (Gap) และ Slippage — คำสั่งกลุ่ม Stop รับประกันว่าจะทำงาน แต่ไม่รับประกันราคา ถ้าตลาดกระโดดข้ามระดับที่ตั้งไว้ ระบบจะเปิดให้ที่ราคาแรกที่มีจริง ซึ่งอาจห่างจากที่ตั้งไว้มาก นี่คือเหตุผลที่ฉบับเดิมของหน้านี้เขียนไว้ถูกแล้วว่าไม่ควรใช้คำสั่งกลุ่ม Stop เล่นข่าว
ข้อสามคุ้มที่จะกางตัวเลขให้เห็น ใช้แผน A ข้างบน (Buy Stop 1.09020 · SL 1.08700 · TP 1.09700) แล้วสมมติว่าตลาดเปิดวันจันทร์กระโดดข้ามไปที่ 1.09500 ทันที:
| ตามแผน (ไม่มี gap) | เจอ gap เปิดที่ 1.09500 | |
|---|---|---|
| ราคาที่ได้จริง | 1.09020 | 1.09500 |
| ระยะขาดทุนถึง SL 1.08700 | 32 pip | 80 pip (มากขึ้น 2.5 เท่า) |
| ระยะกำไรถึง TP 1.09700 | 68 pip | 20 pip |
| อัตราส่วน R:R | 1 : 2.13 | 1 : 0.25 |
ไม้เดียวกัน แผนเดียวกัน คำสั่งเดียวกัน แต่ R:R พังจาก 1:2.13 เหลือ 1:0.25 โดยที่คุณไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักขั้นตอน — นี่คือความเสี่ยงที่คำสั่งตั้งล่วงหน้าเพิ่มเข้ามา ไม่ใช่ที่มันช่วยลด วิธีจัดการที่ตรงที่สุดมีสองทาง คือลดขนาดล็อตลงสำหรับไม้ที่ค้างข้ามคืนหรือข้ามสุดสัปดาห์ (ดูวิธีคำนวณ Lot) หรือยกเลิกคำสั่งที่ค้างอยู่ก่อนตลาดปิดวันศุกร์ทุกครั้ง
วิธีตั้ง Pending Order ใน MT4 และ MT5 ทีละขั้น
เปิดหน้าต่างคำสั่ง
กด F9 หรือคลิกขวาบนกราฟแล้วเลือก Trading แล้ว New Order · บนมือถือให้แตะสัญลักษณ์คู่เงินแล้วเลือกช่องประเภทคำสั่ง
เปลี่ยน Type เป็น Pending Order
ช่อง Type ค่าเริ่มต้นคือ Market Execution ต้องเปลี่ยนเป็น Pending Order ก่อน ไม่งั้นจะกลายเป็นการเปิดออเดอร์ทันทีที่ราคาปัจจุบัน
เลือกชนิดให้ตรงกับแผน
ตรวจสองข้อ ระดับที่ใส่อยู่เหนือหรือใต้ราคาปัจจุบัน และคุณคิดว่าราคาจะทะลุผ่านหรือเด้งกลับ ถ้าเลือกชนิดที่ขัดกับตำแหน่ง โปรแกรมจะฟ้อง Invalid price ทันที
ใส่ SL และ TP ไปพร้อมกันเลย
ใส่ตอนวางคำสั่งดีกว่ามาใส่ทีหลัง เพราะตอนออเดอร์เปิดจริงคุณอาจไม่ได้อยู่หน้าจอ · อ่านTP กับ Stop Loss คืออะไร ถ้ายังไม่แน่ใจ
ตรวจแท็บ Trade ว่าคำสั่งขึ้นจริง
คำสั่งที่ยังไม่ทำงานจะอยู่ท้ายรายการในแท็บ Trade พร้อมชนิดคำสั่งกำกับไว้ ถ้าไม่ขึ้น แปลว่าคำสั่งถูกปฏิเสธ ให้ไปดูข้อความในแท็บ Journal
คำถามที่พบบ่อย
- Buy Limit กับ Buy Stop ต่างกันตรงไหน ตำแหน่งกลับด้านกันสนิท Buy Limit อยู่ใต้ราคาปัจจุบัน (รอราคาย่อลงมา) ส่วน Buy Stop อยู่เหนือราคาปัจจุบัน (รอราคาทะลุขึ้นไป) ทั้งคู่เป็นคำสั่งซื้อเหมือนกัน แต่มาจากความเชื่อคนละแบบ
- Sell Limit กับ Sell Stop ต่างกันอย่างไร Sell Limit อยู่เหนือราคาปัจจุบัน (รอเด้งขึ้นไปแล้วขายแพงกว่า) ส่วน Sell Stop อยู่ใต้ราคาปัจจุบัน (รอหลุดแนวรับแล้วขายตาม)
- ตั้งคำสั่งไว้แล้วปิดคอมได้ไหม ได้ เพราะคำสั่งอยู่ที่เซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ ไม่ได้อยู่ในเครื่องคุณ ต่างจาก EA หรือสคริปต์บางตัวที่ต้องเปิดโปรแกรมค้างไว้
- คำสั่งตั้งไว้แล้วราคาแตะ แต่ไม่เข้า เพราะอะไร สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือเรื่องสเปรดในหัวข้อด้านบน กราฟแสดง Bid แต่คำสั่งฝั่ง Buy ใช้ Ask รองลงมาคือคำสั่งหมดอายุไปแล้ว หรือแตะในช่วงที่ตลาดปิด
- Stop Limit ใน MT4 อยู่ตรงไหน ไม่มี MT4 รองรับแค่ 4 ชนิด ต้องใช้ MT5 เท่านั้น
- ควรใช้คำสั่งไหนถ้าเป็นมือใหม่ ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกกับทุกคน แต่ข้อได้เปรียบร่วมกันของทั้งสี่แบบคือบังคับให้คุณเขียนแผนก่อนที่เงินจะอยู่ในตลาด ซึ่งเป็นตอนที่ตัดสินใจได้ดีที่สุด ควรใช้คู่กับการกำหนด R:R และการเลื่อนจุดตัดขาดทุนตั้งแต่ต้น
ถ้าอยากเห็นตัวอย่างว่าการวางแผนล่วงหน้าแบบนี้ถูกบันทึกและวัดผลจริงหน้าตาเป็นอย่างไร ทั้งไม้ที่ได้และไม้ที่เสีย ดูได้ที่ alphasigs.net
บทความนี้เป็นเนื้อหาให้ความรู้เกี่ยวกับกลไกการทำงานของคำสั่งซื้อขาย ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนและไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อขายสินทรัพย์ใด ๆ · ตัวเลขทั้งหมดในหน้านี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อแสดงวิธีคำนวณ ไม่ใช่ผลตอบแทนที่คาดหวังได้ · การซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนมีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด · เงื่อนไขที่แน่นอน เช่น ระยะขั้นต่ำและค่าสเปรด ขึ้นกับโบรกเกอร์แต่ละราย ให้ตรวจสอบจากรายละเอียดสัญลักษณ์ในโปรแกรมของคุณเอง · เครดิตภาพประกอบชุดเดิม freepik.com และ pngwing.com
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น