Lot คืออะไร — ขนาดล็อต Forex คิดอย่างไร มูลค่าต่อ pip เท่าไร และควรออกล็อตเท่าไรถึงปลอดภัย

$ € EURUSD · ราคาขยับ 1 pip แล้วบัญชีขยับเท่าไร 0.01 lot $0.10 0.10 lot $1.00 1.00 lot $10.00 สูตรที่คนใช้ผิดบ่อย (0.0001 ÷ อัตราแลกเปลี่ยน) × หน่วย ให้คำตอบเป็นสกุล EUR ไม่ใช่ USD Lot คืออะไร ออกล็อตเท่าไรถึงปลอดภัย โดย คนเล่น Forex 1 LOT = 100,000 หน่วย $10 ต่อ 1 pip คงที่ ไม่ขึ้นกับราคาตลาด ตั้ง 0.10 ตายตัวทุกไม้ 2% → 40% ความเสี่ยงจริงบนพอร์ต $500 ฉบับคำนวณจริง
พื้นฐานการเทรด

Lot คืออะไร — ขนาดล็อตในการเทรด Forex คิดอย่างไร มูลค่าต่อ pip เท่าไร และวิธีหาว่าควรออกกี่ล็อตถึงจะปลอดภัย

Lot คือหน่วยวัดขนาดของออเดอร์ในการเทรด Forex โดย 1 ล็อตมาตรฐานเท่ากับ 100,000 หน่วยของสกุลเงินฐาน — มันคือตัวเลขเดียวที่ตัดสินว่าราคาขยับ 1 pip แล้วเงินในบัญชีจะขยับกี่ดอลลาร์ · หน้านี้จะไล่ให้ครบทั้งสามเรื่องที่ต้องรู้ต่อกัน: ล็อตมีกี่ขนาด · มูลค่าต่อ pip คำนวณอย่างไรให้ถูก · และควรออกกี่ล็อตถึงจะไม่เจ็บ พร้อมแก้ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยมากเรื่องสูตรหามูลค่า pip ที่คนมักได้คำตอบผิดสกุลเงินโดยไม่รู้ตัว และตารางที่แสดงว่า การตั้งล็อต 0.10 ตายตัวทุกไม้ ทำให้ความเสี่ยงจริงเหวี่ยงจาก 2% ไปถึง 40% ของพอร์ตโดยที่เราไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย

$10
มูลค่าต่อ 1 pip ของ EURUSD ที่ 1.00 ล็อต — คงที่ ไม่ขึ้นกับราคาตลาด
20 เท่า
ช่วงที่ความเสี่ยงจริงต่างกัน เมื่อใช้ล็อตเท่ากันแต่ระยะ SL ไม่เท่ากัน
0.01
ล็อตขั้นต่ำที่ลดลงกว่านี้ไม่ได้ — เป็นเพดานของพอร์ตเล็ก
ภาพประกอบเรื่องขนาดล็อตในการเทรด Forex
ขนาดล็อตคือสิ่งที่แปลง "ราคาขยับกี่ pip" ให้กลายเป็น "เงินในบัญชีขยับกี่ดอลลาร์" — เป็นตัวแปรเดียวที่เราควบคุมได้เต็มที่ก่อนกดออเดอร์

Lot คืออะไร และมีกี่ขนาด

เวลาเราซื้อขายค่าเงิน เราไม่ได้ซื้อทีละหน่วย แต่ซื้อเป็นล็อตซึ่งเป็นก้อนมาตรฐาน เหมือนการซื้อไข่เป็นแผงแทนที่จะซื้อเป็นฟอง ตลาดกำหนดขนาดก้อนไว้สี่ระดับ

ชื่อเรียกเขียนใน MT4/MT5เท่ากับกี่หน่วยEURUSD 1 pip เท่ากับ
Standard Lot1.00100,000$10.00
Mini Lot0.1010,000$1.00
Micro Lot0.011,000$0.10
Nano Lot0.001100$0.01 (มีเฉพาะบางโบรก)
คำที่มักสับสนกัน — pip คือหน่วยการขยับของราคา (คู่เงินทั่วไป = 0.0001 · คู่ที่มี JPY = 0.01) ส่วน point คือการขยับของหลักทศนิยมตัวสุดท้าย ซึ่งบนโบรกที่แสดง 5 หลัก จะเท่ากับ 1 ใน 10 ของ pip · เวลาใครบอกว่า "ตั้ง SL 200 จุด" ต้องถามก่อนเสมอว่าหมายถึง point หรือ pip เพราะต่างกัน 10 เท่า

มูลค่าต่อ 1 pip คำนวณอย่างไร — และสูตรที่คนใช้ผิดกันบ่อยที่สุด

สูตรพื้นฐานสั้นมาก มูลค่า 1 pip = ขนาด pip × จำนวนหน่วย เช่น EURUSD ที่ 1 ล็อต จะได้ 0.0001 × 100,000 = $10.00 จบ — ไม่ต้องใช้ราคาตลาดเลย

แต่สูตรที่เจอตามบทความไทยจำนวนมากเขียนไว้แบบนี้ (ขนาด pip ÷ อัตราแลกเปลี่ยน) × จำนวนหน่วย ซึ่งไม่ผิดเสียทีเดียว แต่ให้คำตอบคนละสกุลเงิน และตรงนี้เองที่ทำให้คนคำนวณกำไรผิดไปทั้งชุด

ขั้นคำนวณได้หน่วยที่ได้จริง
สูตรที่มักเห็น(0.0001 ÷ 1.2385) × 10,0000.807ยูโร ไม่ใช่ดอลลาร์
แปลงกลับเป็นดอลลาร์0.807 × 1.23851.00ดอลลาร์สหรัฐ
สูตรตรง ๆ0.0001 × 10,0001.00ดอลลาร์สหรัฐ
!
ฉบับก่อนหน้าของหน้านี้ก็พลาดจุดนี้ — เคยสรุปว่ามูลค่า 1 pip ของ EURUSD ที่ Mini Lot เท่ากับ $0.807 แล้วคำนวณกำไร 50 pip ได้ $40.35 · ที่ถูกต้องคือ 0.807 นั้นเป็นยูโร ซึ่งเท่ากับ $1.00 พอดี ดังนั้นกำไร 50 pip ที่ Mini Lot คือ $50.00 ไม่ใช่ $40.35 · ฉบับนี้แก้ให้แล้ว และขออภัยผู้อ่านที่เคยคำนวณตามไป

เหตุผลที่สูตรตรง ๆ ใช้ได้กับ EURUSD คือ สกุลเงินหลังทับ (quote) เป็น USD อยู่แล้ว ซึ่งตรงกับสกุลเงินของบัญชี จึงไม่ต้องแปลงอะไร แต่ถ้าสกุลหลังทับไม่ใช่ USD เรื่องจะเปลี่ยน

คู่เงินสกุลหลังทับมูลค่า 1 pip ที่ 1 ล็อตต้องแปลงไหม
EURUSD · GBPUSD · AUDUSDUSD$10.00 คงที่ไม่ต้อง
USDJPYJPY¥1,000 → ต้องหารด้วยราคาต้อง
USDCHF · USDCADCHF · CAD1,000 หน่วยนั้น → หารด้วยราคาต้อง
EURGBPGBP£10 → คูณด้วย GBPUSDต้อง

ลองดู USDJPY เป็นตัวอย่าง — 1 ล็อตคือ 100,000 หน่วย และ pip ของคู่ที่มีเยนคือ 0.01 ดังนั้นมูลค่า 1 pip เท่ากับ 0.01 × 100,000 = ¥1,000 เสมอ แล้วค่อยแปลงเป็นดอลลาร์ด้วยราคาปัจจุบัน

USDJPY อยู่ที่คำนวณมูลค่า 1 pip เป็นดอลลาร์
100.001,000 ÷ 100.00$10.00
130.001,000 ÷ 130.00$7.69
150.001,000 ÷ 150.00$6.67
160.001,000 ÷ 160.00$6.25
นี่คือจุดที่คำว่า "หารด้วยอัตราแลกเปลี่ยน" มีที่ใช้จริง
ใช้กับคู่ที่สกุลหลังทับไม่ใช่สกุลบัญชีเรา ไม่ใช่ใช้กับทุกคู่ — และ EURUSD ไม่ต้องหาร
EURUSD · ราคาขยับ 1 pip แล้วบัญชีขยับเท่าไร 0.01 lot 1,000 หน่วย $0.10 0.10 lot 10,000 หน่วย $1.00 0.50 lot 50,000 หน่วย $5.00 1.00 lot 100,000 หน่วย $10.00 ความยาวแถบเป็นสัดส่วนตรงกับจำนวนหน่วย — 1.00 ล็อตใหญ่กว่า 0.01 ล็อตพอดี 100 เท่า
ทุกอย่างเป็นสัดส่วนตรง ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน — แต่นี่คือสัดส่วนที่มือใหม่ประเมินต่ำที่สุด เพราะตัวเลข 0.10 กับ 1.00 บนหน้าจอดูต่างกันนิดเดียว

ควรออกล็อตเท่าไร — คิดจากความเสี่ยง ไม่ใช่จากความรู้สึก

ลำดับที่ถูกคือเริ่มจาก "ไม้นี้ยอมเสียกี่ดอลลาร์" แล้วค่อยถอยกลับมาหาขนาดล็อต ไม่ใช่เลือกล็อตก่อนแล้วค่อยดูว่าเสี่ยงเท่าไร สูตรคือ

ล็อต = เงินที่ยอมเสีย ÷ (ระยะ SL เป็น pip × มูลค่าต่อ pip ที่ 1 ล็อต)
สำหรับคู่ที่ลงท้ายด้วย USD ตัวหารตัวหลังคือ 10 เสมอ

สมมติพอร์ต $2,500 ยอมเสี่ยง 2% ต่อไม้ เท่ากับ $50 ต่อไม้ ลองไล่ดูว่าระยะ SL ที่ต่างกันทำให้ล็อตต่างกันแค่ไหน

ยอมเสียต่อไม้ระยะ SLคำนวณล็อตที่ควรใช้ปัดลงเป็น
$5010 pip50 ÷ (10 × 10)0.5000.50
$5020 pip50 ÷ (20 × 10)0.2500.25
$5050 pip50 ÷ (50 × 10)0.1000.10
$50100 pip50 ÷ (100 × 10)0.0500.05
$50200 pip50 ÷ (200 × 10)0.0250.02

เงินที่ยอมเสียเท่ากันหมดทุกแถวคือ $50 แต่ขนาดล็อตต่างกันถึง 20 เท่า — นี่คือหัวใจของเรื่องขนาดล็อตทั้งหมด ล็อตไม่ใช่ค่าคงที่ประจำตัวเรา มันคือผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปทุกไม้ตามระยะ SL


ทำไมการตั้งล็อตตายตัวถึงอันตราย

ถ้ากลับด้านตารางข้างบน โดยล็อกล็อตไว้ที่ 0.10 ทุกไม้แล้วดูว่าเสี่ยงจริงเท่าไรบนพอร์ต $500 จะได้ภาพที่ชัดมาก

ระยะ SLล็อตที่ใช้เสี่ยงจริงเป็นเงินคิดเป็น % ของพอร์ต $500อ่านว่า
10 pip0.10$102.0%พอรับได้
20 pip0.10$204.0%เริ่มสูง
50 pip0.10$5010.0%สูงมาก
100 pip0.10$10020.0%ห้าไม้ล้างพอร์ต
200 pip0.10$20040.0%สองไม้ครึ่งล้างพอร์ต
ล็อตเท่ากันทุกไม้ (0.10) · พอร์ต $500 · ความเสี่ยงจริง เส้น 2% ที่ควรอยู่ SL 10 pip 2% SL 20 pip 4% SL 50 pip 10% SL 100 pip 20% SL 200 pip 40% ล็อตไม่เปลี่ยนเลยสักไม้ แต่ความเสี่ยงต่างกัน 20 เท่า — เพราะระยะ SL ต่างกัน 20 เท่า
แถบทั้งห้าใช้ขนาดล็อตเดียวกันเป๊ะ ต่างกันแค่ระยะ Stop Loss — คนที่ตั้งล็อตตายตัวจึงไม่ได้กำลังคุมความเสี่ยงอยู่เลย เขาแค่ปล่อยให้กราฟเป็นคนกำหนดแทน
ตัวอย่างการคำนวณขนาดล็อตจากความเสี่ยงที่รับได้
ก่อนคำนวณล็อต ต้องมีสามอย่างครบก่อนเสมอ — ระบบเทรดที่ระบุจุดเข้าและจุดตัดขาดทุนได้ · เปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงต่อไม้ที่ตั้งใจไว้ · และขนาดพอร์ตปัจจุบัน

เพดานที่หลบไม่ได้ — ล็อตขั้นต่ำ 0.01

สูตรบอกได้ว่าควรออกกี่ล็อต แต่โบรกไม่ให้เปิดต่ำกว่า 0.01 ผลคือถ้าพอร์ตเล็ก ความเสี่ยงขั้นต่ำต่อไม้อาจสูงกว่าที่ควรจะเป็นโดยเลี่ยงไม่ได้

ระยะ SLเสี่ยงขั้นต่ำที่ 0.01 ล็อต% ของพอร์ต $200% ของพอร์ต $1,000% ของพอร์ต $5,000
20 pip$2.001.0%0.2%0.04%
50 pip$5.002.5%0.5%0.10%
100 pip$10.005.0%1.0%0.20%
200 pip$20.0010.0%2.0%0.40%
!
อ่านคอลัมน์ที่สามให้ดี — พอร์ต $200 ที่ใช้ระบบซึ่งต้องตั้ง SL ห่าง 200 pip กำลังเสี่ยง 10% ต่อไม้โดยลดกว่านี้ไม่ได้แล้ว เพราะเปิดต่ำกว่า 0.01 ไม่ได้ · นี่ไม่ใช่ปัญหาเรื่องวินัย แต่เป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ทางออกมีสามทางเท่านั้น — เพิ่มทุน · ใช้ระบบที่ SL สั้นกว่า · หรือยอมรับความเสี่ยงระดับนั้นอย่างรู้ตัว ซึ่งต่างจากการไม่รู้ว่ากำลังเสี่ยงเท่าไร

อย่าลืมบวกสเปรดเข้าไปด้วย

ตารางทั้งหมดข้างบนคิดจากราคาบนกราฟล้วน ๆ แต่ในบัญชีจริงเราจ่ายสเปรดตอนเปิดออเดอร์เสมอ ซึ่งแปลว่าระยะ SL ที่แท้จริงยาวกว่าที่ตั้งไว้เท่ากับสเปรด

ตั้ง SL ไว้สเปรด 1.5 pipระยะจริงที่ต้องเสียสเปรดคิดเป็น
10 pip+1.511.5 pip15.0% ของความเสี่ยง
20 pip+1.521.5 pip7.5%
50 pip+1.551.5 pip3.0%
100 pip+1.5101.5 pip1.5%

ยิ่ง SL สั้น สเปรดยิ่งกินสัดส่วนมาก ซึ่งเป็นเหตุผลเชิงเลขคณิตว่าทำไมการเทรดสั้น ๆ ถึงยากกว่าที่ตาเห็น · รายละเอียดเรื่องสเปรดอ่านต่อได้ที่ ค่า Spread คืออะไร

สรุปภาพรวมการเลือกขนาดล็อตให้เหมาะกับพอร์ตและระบบเทรด
สรุปภาพรวม — ขนาดล็อตที่ "ปลอดภัย" ไม่ใช่ตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน มันคือผลลัพธ์ของพอร์ต ระยะ SL และเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงที่เราเลือกเอง

5 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องขนาดล็อต

  • ใช้ล็อตเดิมทุกไม้ — ข้อที่เสียหายที่สุด และเป็นข้อที่ตารางข้างบนอธิบายไว้หมดแล้วว่าทำให้ความเสี่ยงเหวี่ยง 20 เท่า
  • เพิ่มล็อตหลังไม้ที่ชนะ เพราะ "กำลังมา" — ผลลัพธ์ของไม้ก่อนหน้าไม่ได้เปลี่ยนความเสี่ยงของไม้ถัดไป แต่การเพิ่มล็อตเปลี่ยน
  • เพิ่มล็อตหลังไม้ที่แพ้ เพื่อเอาคืน — ทำให้ความเสียหายโตเร็วกว่าที่พอร์ตจะตามทัน ยิ่งพอร์ตเล็กยิ่งเร็ว
  • ลืมว่าคู่เงินคนละคู่มีมูลค่าต่อ pip ไม่เท่ากัน — 0.10 ล็อตใน EURUSD กับ 0.10 ล็อตใน USDJPY เป็นเงินคนละจำนวน และทองยิ่งต่างไปอีก (ดู วิธีประเมินแผนก่อนเข้าออเดอร์)
  • คิดล็อตจากมาร์จิ้นที่พอเปิดได้ แทนที่จะคิดจากความเสี่ยง — การที่เปิดได้ 5 ล็อตไม่ได้แปลว่าควรเปิด มาร์จิ้นบอกแค่ว่าโบรกยอมให้เปิดแค่ไหน ไม่ได้บอกว่าพอร์ตเรารับไหวแค่ไหน

สรุป — ขั้นตอนสามข้อก่อนกดออเดอร์

  1. ตัดสินใจก่อนว่าไม้นี้ยอมเสียกี่ดอลลาร์ — คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของพอร์ตก็ได้ แต่ต้องแปลงเป็นตัวเงินให้ได้ก่อน เพราะสูตรใช้ตัวเงิน
  2. วัดระยะจากจุดเข้าถึงจุดตัดขาดทุนเป็น pip แล้วบวกสเปรดเข้าไปด้วย
  3. หารกัน — ล็อต = เงินที่ยอมเสีย ÷ (ระยะ SL × มูลค่าต่อ pip ที่ 1 ล็อต) ถ้าผลออกมาน้อยกว่า 0.01 แปลว่าไม้นี้ใหญ่เกินพอร์ต ให้ข้ามไป ไม่ใช่ปัดขึ้นเป็น 0.01

สามข้อนี้ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที และเป็นส่วนที่ยกให้คนอื่นทำแทนไม่ได้ เพราะขนาดพอร์ตของแต่ละคนไม่เท่ากัน ตัวเลขจึงออกมาไม่เหมือนกันแม้จะดูแผนเดียวกัน · ถ้าอยากได้เครื่องมือช่วยคำนวณและอินดิเคเตอร์ที่ทำให้อัตโนมัติ ดูได้ที่ เครื่องคำนวณขนาดล็อต MT4 · ส่วนตัวอย่างแผนที่ระบุจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายเป็นราคาไว้ครบ เอาไปเป็นแบบฝึกคำนวณตามได้ที่ AlphaSigs

ขนาดล็อตไม่ใช่การตั้งค่า แต่เป็นผลลัพธ์
ถ้ามันเป็นตัวเลขเดิมทุกไม้ แปลว่ามันไม่ได้ถูกคำนวณ — มันแค่ถูกทิ้งไว้เฉย ๆ

คำชี้แจง — บทความนี้เป็นเนื้อหาให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีคำนวณขนาดออเดอร์ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่ได้รับประกันผลตอบแทนใด ๆ ตัวเลขทั้งหมดเป็นการคำนวณจากตัวอย่างสมมติเพื่อแสดงวิธีคิด ค่าสเปรดจริงและขนาดสัญญาต่างกันไปตามโบรกเกอร์ ต้องตรวจสอบจากหน้า Specification ของบัญชีตนเองเสมอ · การเทรด Forex มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ควรทดสอบในบัญชีทดลองก่อนตัดสินใจ

ความคิดเห็น

Related stories