Spread ถ่าง คืออะไร — ถ่างตอนไหน ทำให้สตอปโดนเร็วขึ้นกี่จุด และป้องกันยังไง

$ ASK BID 50 จุด ช่วงข่าวแรง ปกติ 1 จุด Spread ถ่าง คืออะไร ถ่างตอนไหน และกันยังไง โดย คนเล่น Forex สเปรดตอนข่าวแรง 1 50 จุด ตัวอย่างสมมติที่คำนวณตามได้ อัตราชนะที่ต้องเสมอตัว 34.7% 100% สตอป 25 จุด · R:R 2.0 ฉบับคำนวณจริง
ต้นทุนการเทรด

Spread ถ่าง คืออะไร — เกิดตอนไหน ทำให้สตอปโดนเร็วขึ้นกี่จุด และป้องกันได้แค่ไหน

Spread ถ่าง (Spread Stretch / Spread Widening) คือช่วงที่ระยะห่างระหว่างราคาเสนอซื้อ Bid กับราคาเสนอขาย Ask กว้างขึ้นกว่าปกติ เช่นจาก 1 จุดเป็น 20–50 จุด ผลที่ตามมาไม่ใช่แค่ "จ่ายแพงขึ้น" — ที่เจ็บกว่าคือสตอปของออเดอร์โดนได้ทั้งที่ราคากลางยังไม่ขยับไปถึงจุดนั้น

บทความนี้ตอบสามเรื่องด้วยตัวเลขที่คำนวณตามได้: (1) สเปรดถ่างตอนไหนบ้าง (2) ถ่างเท่าไรแล้วสตอปโดนเร็วขึ้นกี่จุด และ (3) ป้องกันได้แค่ไหน — พร้อมจุดที่คนมักเข้าใจผิดว่า บัญชี ECN สเปรดต่ำ = ถูกกว่าเสมอ ซึ่งไม่จริง และพิสูจน์ได้ด้วยการบวกเลขสองบรรทัด


Spread ถ่าง คืออะไร — และทำไมโบรกเกอร์ถึงถ่างได้

Spread คือส่วนต่างระหว่าง Bid (ราคาที่คุณขายได้) กับ Ask (ราคาที่คุณซื้อได้) และเป็นรายได้ของโบรกเกอร์ ⇒ Spread ถ่าง ก็คือส่วนต่างนั้นกว้างขึ้นชั่วคราว ถ้ายังไม่ชัดว่าสเปรดคิดเป็นเงินเท่าไร อ่านพื้นฐานได้ที่ ค่า spread คืออะไร ก่อน

ข้อเท็จจริงที่ต้องเข้าใจก่อน ไม่ใช่เรื่องโกง — ไม่มีหน่วยงานกลางกำหนดสเปรดในตลาด Forex โบรกเกอร์แต่ละเจ้าตั้งเองจากราคาที่รับมาจากผู้ให้สภาพคล่อง ⇒ สเปรดที่ต่างกันระหว่างโบรกเกอร์เป็นเรื่องปกติ และการถ่างในบางช่วงเวลาก็เป็นกลไกปกติ ไม่ได้แปลว่าถูกโกงเสมอไป · สิ่งที่ควรทำจึงไม่ใช่การหาว่าใครผิด แต่คือวัดว่ามันถ่างเท่าไรและกินแผนของเราไปกี่จุด

Spread ถ่างตอนไหนบ้าง — 4 ช่วงที่เจอซ้ำที่สุด

1

คู่เงินที่สภาพคล่องต่ำ

คู่เงินรองและคู่เงินแปลก (Exotic) มีคนซื้อขายน้อยกว่าคู่หลักหลายเท่า สเปรดจึงกว้างกว่าตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ตอนถ่าง ⇒ ข้อนี้ไม่ใช่ "เหตุการณ์" แต่เป็นคุณสมบัติของคู่เงินนั้น

2

ช่วงข่าวแรง

ตอนตัวเลขออก ฝั่งซื้อกับฝั่งขายไม่สมดุลกันชั่วขณะ ผู้ให้สภาพคล่องจึงถอนราคาออก สเปรดกว้างขึ้นทันทีและมักกลับมาปกติภายในไม่กี่นาที · ดูล่วงหน้าได้จากปฏิทินข่าว Forex Factory

3

ช่วงเปลี่ยนวันของโบรกเกอร์

ราวตี 3 ถึงตี 4 ตามเวลาไทย (ขยับตามช่วงเวลาออมแสง) เป็นช่วงที่คนเทรดน้อยที่สุดและระบบคิดค่าถือข้ามคืน สเปรดจึงกว้างเป็นประจำ · เรื่องต้นทุนช่วงนี้อ่านต่อที่ ค่า swap คิดยังไง

4

เปิดตลาดต้นสัปดาห์และหลังวันหยุด

ช่วงตลาดเพิ่งเปิดหลังหยุดยาว ราคายังไม่มีคนเสนอครบทั้งสองฝั่ง สเปรดตอนเปิดจึงกว้างผิดปกติ · ดูเวลาเปิดปิดแต่ละตลาดได้ที่ ตลาด Forex เปิดกี่โมง เวลาไทย

หน้าต่าง Market Watch ของ MT4 แสดงคู่เงินรองและคู่เงินแปลก พร้อมคอลัมน์สเปรดที่กว้างมาก เช่น EURTRY 9233 และ GBPTRY 8737
ข้อ 1 เห็นได้จากหน้าจอตัวเอง — คอลัมน์ขวาสุดคือสเปรด: EURTRY 9233 · GBPTRY 8737 · EURCZK 2640 เทียบกับ EURSGD ที่ 84 · ตัวเลขนี้ไม่ได้ถ่างชั่วคราว แต่กว้างแบบนี้เป็นปกติของคู่เงินกลุ่มนี้

ทำไมสเปรดถ่างแล้วสตอปโดน ทั้งที่ราคายังไม่ถึง

นี่คือส่วนที่ทำให้คนงงที่สุด และคำอธิบายสั้นมาก: สตอปของออเดอร์ Buy ทำงานด้วยราคา Bid ไม่ใช่ราคาที่คุณเห็นบนกราฟ (กราฟส่วนใหญ่วาดด้วยราคา Bid หรือราคากลาง แล้วแต่การตั้งค่า) ⇒ เวลาสเปรดถ่าง Bid ถูกดันลงไปเอง แม้ราคากลางของตลาดจะไม่ได้ขยับลงเลย

ราคากลางไม่ขยับเลย แต่สตอปโดน — เพราะ Bid ตกลงไปเอง ภาพนี้วาดตามสัดส่วนจริง: 1 จุด = 2 พิกเซลในแนวตั้ง ราคากลาง อยู่ที่เดิม ASK BID สตอป ต่ำกว่ากลาง 15 จุด สเปรดปกติ 10 จุด — Bid อยู่เหนือเส้นสตอป ออเดอร์ยังอยู่ สเปรดถ่างเป็น 50 จุด — Bid ตกไปใต้เส้นสตอป ออเดอร์ปิดทันที สังเกตเส้นประเทา — ราคากลางอยู่ตำแหน่งเดิมตลอดทั้งภาพ ไม่ได้ขยับลงแม้แต่จุดเดียว ปลอดภัย สตอปโดน ตัวอย่างสมมติ: ออเดอร์ Buy ตั้งสตอปไว้ต่ำกว่าราคากลาง 15 จุด · สเปรดปกติ 10 จุด ⇒ Bid อยู่ต่ำกว่ากลาง 5 จุด ยังปลอดภัย
พอสเปรดถ่างเป็น 50 จุด Bid จะอยู่ต่ำกว่าราคากลาง 25 จุด ซึ่งเลยเส้นสตอปที่ 15 จุดไปแล้ว — ออเดอร์จึงปิดโดยที่ตลาดไม่ได้ลงไปไหนเลย

ทีนี้แปลงเป็นตัวเลขที่ใช้วางแผนได้ ถ้าการถ่างเกิดขึ้นสมมาตร (ทั้ง Bid และ Ask ถอยห่างจากราคากลางเท่ากัน) ฝั่ง Bid จะรับไปครึ่งหนึ่งของส่วนที่เพิ่ม แต่ถ้าโบรกเกอร์ถ่างลงข้างเดียว ฝั่ง Bid รับไปทั้งหมด

สเปรดปกติ → ถ่างเป็นส่วนที่เพิ่มขึ้นถ่างสมมาตร: สตอป Buy โดนเร็วขึ้นถ่างข้างเดียว: สตอป Buy โดนเร็วขึ้น
1.0 → 3.0 จุด2.0 จุด1.0 จุด2.0 จุด
1.0 → 8.0 จุด7.0 จุด3.5 จุด7.0 จุด
1.0 → 20.0 จุด19.0 จุด9.5 จุด19.0 จุด
1.0 → 50.0 จุด49.0 จุด24.5 จุด49.0 จุด

อ่านตารางนี้แบบใช้งานจริงคือ — ถ้าสตอปของคุณห่างจากราคาไม่ถึงครึ่งหนึ่งของสเปรดที่ถ่างได้ในคู่เงินนั้น แปลว่าคุณกำลังฝากชะตาไว้กับจังหวะ ไม่ใช่กับแผน และนี่คือคนละเรื่องกับ เบรกหลอก ที่ราคาวิ่งไปจริง ๆ — กรณีนี้ราคาไม่ได้ไปไหนเลย


สเปรดถ่างกินแผนไปเท่าไร — จนถึงจุดที่แผนเป็นไปไม่ได้

สูตรอัตราชนะที่ทำให้เสมอตัวคือ (1 + ต้นทุน ÷ ระยะสตอป) ÷ (อัตราส่วนผลตอบแทน + 1) ⇒ ลองแทนแผนหนึ่งที่สมเหตุสมผล: สตอป 25 จุด · เป้าหมาย 50 จุด (อัตราส่วน 2.0) แล้วเปลี่ยนแค่ค่าสเปรดอย่างเดียว

สเปรดยิ่งถ่าง อัตราชนะที่ต้องเสมอตัวยิ่งไต่ขึ้น แผนเดียวกันทั้งหมด: สตอป 25 จุด · เป้าหมาย 50 จุด · อัตราส่วน 2.0 — เปลี่ยนแค่ค่าสเปรด เพดาน 100% = ต้องชนะทุกไม้ถึงจะเสมอตัว 34.7%37.3%44.0% 60.0%100% สเปรด 1 จุด3 จุด8 จุด 20 จุด50 จุด แผนนี้ทำกำไรไม่ได้เลย ที่สเปรด 50 จุดบนสตอป 25 จุด ต้นทุนเท่ากับ 2 เท่าของระยะเสี่ยง ⇒ ตัวเลขเสมอตัวชนเพดาน 100% พอดี
ไม่ใช่การเปรียบเปรย — ที่สเปรด 50 จุดบนสตอป 25 จุด สูตรให้ค่าออกมา 100.0% เป๊ะ แปลว่าต่อให้ชนะทุกไม้ก็ได้แค่เสมอตัว
สเปรดขณะเข้าต้นทุนเทียบระยะสตอปอัตราชนะที่ต้องทำให้ได้เพื่อเสมอตัวต้นทุนจริงที่ 0.10 lot
1 จุด (ปกติ)0.04 เท่า34.7%$1.00
3 จุด0.12 เท่า37.3%$3.00
8 จุด0.32 เท่า44.0%$8.00
20 จุด0.80 เท่า60.0%$20.00
50 จุด (ข่าวแรง)2.00 เท่า100.0%$50.00
34.7% → 100%
อัตราชนะที่ต้องเสมอตัว เมื่อสเปรดถ่างจาก 1 เป็น 50 จุด
24.5 จุด
สตอปของ Buy โดนเร็วขึ้น เมื่อถ่างแบบสมมาตรจาก 1 เป็น 50 จุด
$50
ต้นทุนหนึ่งรอบที่ 0.10 lot เมื่อเข้าตอนสเปรด 50 จุด
สเปรดถ่างไม่ได้ทำให้แผนแย่ลงนิดหน่อย — มันเปลี่ยนแผนที่ต้องชนะ 34.7% ให้กลายเป็นแผนที่ต้องชนะ 100% ⇒ นี่ไม่ใช่เรื่องของการทนขาดทุนเพิ่ม แต่เป็นเรื่องของการไม่กดออเดอร์ในช่วงนั้น
⚠️
จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุด — หลายคนวัดสเปรดตอนตลาดปกติแล้วเอาไปคิดต้นทุนของทั้งแผน ทั้งที่ไม้ที่เจ็บที่สุดคือไม้ที่เข้าตอนสเปรดถ่าง ⇒ ต้นทุนเฉลี่ยที่ควรใช้คำนวณจึงต้องมาจากไม้ที่เข้าไปจริง ไม่ใช่จากตัวเลขที่โบรกเกอร์โฆษณา · ถ้าอยากเห็นตัวอย่างการคิดต้นทุนกับอัตราชนะเสมอตัวของทุกสัญญาณตั้งแต่ก่อนเข้า ดูได้ที่ AlphaSigs

5 แนวทางป้องกัน Spread ถ่าง — และข้อจำกัดของแต่ละข้อ

  1. เลี่ยงเวลาที่รู้ล่วงหน้าว่าจะถ่าง — ข่าวแรงและช่วงเปลี่ยนวันของโบรกเกอร์เป็นสิ่งที่ดูล่วงหน้าได้ทั้งคู่ ⇒ ตัวกรองที่ถูกที่สุดคือไม่เข้าออเดอร์ใหม่ในกรอบเวลานั้น
    ข้อจำกัด: ถ้าถือออเดอร์ค้างอยู่แล้ว การเลี่ยงเวลาไม่ช่วยอะไร ต้องไปแก้ที่ระยะสตอปแทน
  2. ตั้งสตอปให้ห่างเกินครึ่งหนึ่งของสเปรดที่ถ่างได้ — ใช้ตารางข้างบนตรง ๆ ถ้าคู่เงินนั้นถ่างได้ถึง 50 จุด สตอปที่ห่างจากราคาไม่ถึง 25 จุดมีโอกาสโดนโดยที่ตลาดไม่ขยับ
    ข้อจำกัด: สตอปห่างขึ้นแปลว่าอัตราส่วนผลตอบแทนแย่ลง และล็อตต้องเล็กลงตามระยะ ⇒ ไม่ฟรี ต้องคำนวณก่อน
  3. เทรดคู่เงินหลัก — EUR/USD · USD/JPY · GBP/USD · USD/CHF · USD/CAD · AUD/USD · NZD/USD มีสภาพคล่องสูงที่สุด สเปรดฐานจึงต่ำและถ่างน้อยกว่า
    ข้อจำกัด: คู่หลักก็ถ่างตอนข่าวเหมือนกัน แค่กลับมาปกติเร็วกว่า
  4. วัดสเปรดของโบรกเกอร์ตัวเองก่อนเชื่อตัวเลขโฆษณา — เปิดคอลัมน์ Spread ใน Market Watch ของ MT4/MT5 แล้วจดค่าไว้ 3 ช่วง คือตลาดปกติ · ตอนข่าวแรง · ตอนตี 3–ตี 4 ⇒ ได้ตัวเลขจริงของบัญชีตัวเองไปใส่ในตารางข้างบน
    ข้อจำกัด: ค่าที่เห็นเป็นค่าของบัญชีนั้น ประเภทบัญชีอื่นของโบรกเกอร์เดียวกันได้ตัวเลขไม่เท่ากัน
  5. เลือกประเภทบัญชีจากต้นทุนรวม ไม่ใช่จากตัวเลขสเปรด — บัญชีที่โฆษณาว่าสเปรดต่ำมักคิดค่าคอมมิชชันแยก ⇒ ต้องบวกสองอย่างเข้าด้วยกันก่อนเทียบ (ดูตารางหัวข้อถัดไป)
    ข้อจำกัด: ต้นทุนรวมเปลี่ยนตามคู่เงินและขนาดล็อต ⇒ ต้องคิดจากคู่ที่ตัวเองเทรดจริง ไม่ใช่จากตัวอย่างในโฆษณา
เรื่องที่บทความนี้จะไม่ทำ — ไม่แนะนำว่าโบรกเกอร์เจ้าไหนดี เพราะสเปรดของแต่ละเจ้าเปลี่ยนได้ตลอดและขึ้นกับประเภทบัญชีที่คุณเปิด ⇒ สิ่งที่ให้แทนคือวิธีวัดเอง ในข้อ 4 ซึ่งได้ตัวเลขที่ตรงกับบัญชีของคุณจริง ไม่ใช่ตัวเลขของใครก็ไม่รู้

บัญชีสเปรดต่ำ + คอมมิชชัน ถูกกว่าจริงไหม

คำถามนี้ตอบได้ด้วยการแปลงค่าคอมมิชชันให้เป็น "จุด" แล้วบวกกับสเปรด — บน EUR/USD ที่ 1 lot มาตรฐาน 1 จุด = $10 ⇒ ค่าคอมมิชชัน $7 ต่อรอบก็คือ 0.7 จุด พอดี

ประเภทบัญชี (ตัวอย่างสมมติ)สเปรดคอมมิชชันไป-กลับคิดเป็นจุดต้นทุนรวมเป็นเงินที่ 1 lot
บัญชี Standard ทั่วไป1.2 จุด$00.0 จุด1.2 จุด$12.00
บัญชี ECN คอมมิชชันปกติ0.2 จุด$70.7 จุด0.9 จุด$9.00
บัญชี ECN คอมมิชชันแพง0.2 จุด$121.2 จุด1.4 จุด$14.00
บัญชี Standard สเปรดต่ำ0.8 จุด$00.0 จุด0.8 จุด$8.00

ผลที่ได้ขัดกับความเชื่อทั่วไป — บัญชี ECN สเปรด 0.2 จุด ไม่ได้ถูกที่สุดในตารางนี้ แถวที่ถูกที่สุดคือบัญชี Standard สเปรด 0.8 จุดที่ไม่มีคอมมิชชัน และแถวที่แพงที่สุดก็เป็นบัญชี ECN เหมือนกัน ⇒ ตัวเลขสเปรดเดี่ยว ๆ เปรียบเทียบอะไรไม่ได้เลยถ้าไม่รู้ค่าคอมมิชชัน

หน้าต่าง Market Watch ของ MT4 แสดงคู่เงินหลัก EURUSD GBPUSD USDJPY พร้อมคอลัมน์สเปรดที่แคบกว่ามาก
คู่เงินหลักในหน้าจอเดียวกัน — EURUSD 10 · USDJPY 12 · GBPUSD 24 ⇒ ต่างจากคู่เงินแปลกในภาพก่อนหน้าหลายสิบเท่า และนี่คือตัวเลขที่ควรจดไว้เทียบตอนถ่าง

คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Spread ถ่าง

  • สเปรดถ่างแปลว่าโบรกเกอร์โกงหรือเปล่า — ไม่จำเป็น การถ่างตอนข่าวและตอนสภาพคล่องต่ำเป็นกลไกปกติที่เกิดกับทุกโบรกเกอร์ · สิ่งที่ควรสงสัยคือการถ่างในเวลาที่ตลาดปกติและคู่เงินหลัก ซึ่งวัดเทียบได้ด้วยวิธีในข้อ 4 ⇒ ให้ตัดสินจากข้อมูลที่จดเอง ไม่ใช่จากความรู้สึกตอนเสียไม้
  • ตั้งสตอปแบบไหนถึงกันสเปรดถ่างได้ 100% — ไม่มี เพราะสตอปที่ห่างขึ้นก็คือความเสี่ยงต่อไม้ที่มากขึ้น ⇒ เป็นการแลก ไม่ใช่การแก้ · สิ่งที่ทำได้จริงคือไม่ถือไม้ค้างข้ามช่วงที่รู้อยู่แล้วว่าจะถ่าง
  • สเปรดถ่างกับ Requote ต่างกันยังไง — คนละอาการ · สเปรดถ่างคือราคาสองฝั่งห่างกันขึ้น ส่วน Requote คือเซิร์ฟเวอร์ปฏิเสธราคาที่คุณส่งไปแล้วเสนอราคาใหม่ ⇒ มักเกิดพร้อมกันในช่วงข่าว แต่แก้คนละที่
  • ทองคำถ่างเยอะกว่าคู่เงินจริงไหม — สเปรดฐานของทองคำกว้างกว่าคู่เงินหลักอยู่แล้วโดยธรรมชาติ และขยับแรงกว่าตอนข่าว ⇒ แผนที่ใช้สตอปสั้นบนทองคำจึงกระทบจากข้อนี้มากที่สุด อ่านการคิดต้นทุนทองคำได้ที่ ค่า spread คืออะไร
  • คำสั่ง Pending ช่วยเลี่ยงสเปรดถ่างได้ไหม — ไม่ได้ คำสั่งรอที่ถูกกระตุ้นในช่วงถ่างก็เข้าที่ราคาถ่างเหมือนกัน และยังเจอราคาคลาดจากที่ตั้งไว้ได้อีก ⇒ ตัวที่กันได้คือเงื่อนไขเวลา ไม่ใช่ชนิดของคำสั่ง

สรุป — สามตัวเลขที่ควรจดไว้จากบทความนี้

หนึ่ง — สเปรดถ่างทำให้สตอปของออเดอร์ Buy โดนเร็วขึ้น ครึ่งหนึ่งของส่วนที่ถ่างเพิ่ม เป็นอย่างน้อย (ถ่างจาก 1 เป็น 50 จุด = โดนเร็วขึ้น 24.5 จุด) โดยที่ราคากลางไม่ต้องขยับเลย

สอง — บนแผนสตอป 25 จุด อัตราส่วน 2.0 ค่าสเปรดดันอัตราชนะที่ต้องเสมอตัวจาก 34.7% ที่ 1 จุด ไปเป็น 100% ที่ 50 จุด ⇒ มีจุดที่แผนหยุดเป็นไปได้ ไม่ใช่แค่แย่ลง

สาม — เปรียบเทียบบัญชีต้องบวกคอมมิชชันเป็นจุดก่อน บัญชี ECN สเปรด 0.2 จุด + คอม $7 คิดเป็น 0.9 จุด ซึ่งแพงกว่าบัญชี Standard สเปรด 0.8 จุดที่ไม่มีคอมมิชชัน · แนวทางป้องกันแบบละเอียดทีละข้ออ่านต่อได้ที่ แนวทางป้องกันปัญหา Spread ถ่าง · และถ้าต้องการเครื่องมือที่คิดต้นทุนกับอัตราชนะเสมอตัวของทุกสัญญาณไว้ให้ตั้งแต่ต้น ดูได้ที่ AlphaSigs

บทความนี้เป็นเนื้อหาให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการแนะนำโบรกเกอร์ ตัวเลขสเปรดและค่าคอมมิชชันทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้ผู้อ่านคำนวณตามได้ ไม่ใช่ค่าจริงของโบรกเกอร์รายใด และไม่ใช่ผลตอบแทนที่รับรอง การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาและตัดสินใจด้วยตนเอง

ความคิดเห็น

Related stories