Requote คืออะไร — ทำไมกดแล้วเด้ง ต่างจาก Slippage ตรงไหน และตั้งค่าอย่างไรให้หยุด
Requote คือการที่เซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ ปฏิเสธราคาที่คุณส่งไป แล้วเสนอราคาใหม่กลับมาให้ยืนยัน ออเดอร์จึงยังไม่เข้า จนกว่าคุณจะกดตกลง — ต่างจาก Slippage ที่ออเดอร์เข้าไปแล้ว เพียงแต่เข้าที่ราคาอื่นซึ่งไม่ใช่ราคาที่เห็นตอนกด
ทั้งสองอย่างมีต้นเหตุเดียวกันคือราคาขยับระหว่างที่คำสั่งเดินทางไปถึงเซิร์ฟเวอร์ และที่สำคัญคือ ถูกควบคุมด้วยค่าเดียวกันคือ Maximum Deviation บทความนี้อธิบายกลไก บอกวิธีตั้งค่าใน MetaTrader ทีละขั้น และคำนวณให้ดูว่าการตั้งค่านั้นกว้างขึ้นกินอัตราส่วนเสี่ยงต่อผลตอบแทนไปเท่าไร
Requote คืออะไร — เกิดอะไรขึ้นจริง ๆ ตอนกดแล้วเด้ง
เวลากดปุ่ม Buy บนโปรแกรมเทรด สิ่งที่ส่งออกไปไม่ใช่แค่ "ขอซื้อ" แต่เป็น "ขอซื้อ ที่ราคานี้" ระหว่างที่คำสั่งเดินทางไปถึงเซิร์ฟเวอร์ ราคาในตลาดยังขยับต่อ พอคำสั่งไปถึง เซิร์ฟเวอร์จึงเจอสองสถานการณ์
ราคายังตรง
ราคาที่คุณส่งไปยังซื้อขายได้อยู่ ⇒ เปิดออเดอร์ให้ทันทีที่ราคานั้น จบ
ราคาเปลี่ยนไปแล้ว
เซิร์ฟเวอร์ทำไม่ได้ตามที่ขอ ⇒ ส่งราคาใหม่กลับมาถามว่า "ราคานี้เอาไหม" = Requote ออเดอร์ยังไม่เข้า
ราคาเปลี่ยน แต่ยังอยู่ในเพดาน
ถ้าคุณอนุญาตให้คลาดได้ เซิร์ฟเวอร์จะเปิดให้เลยที่ราคาใหม่ ⇒ ได้ออเดอร์ แต่ราคาไม่ตรงที่เห็น = Slippage
ข้อ 3 คือหัวใจของเรื่องทั้งหมด — สิ่งที่ตัดสินว่าคุณจะเจอข้อ 2 หรือข้อ 3 คือค่าที่คุณตั้งเองในโปรแกรม ไม่ใช่โชค
Requote ต่างจาก Slippage อย่างไร
คนมักใช้สองคำนี้ปนกัน ทั้งที่ผลลัพธ์ต่างกันคนละขั้ว — อย่างหนึ่งทำให้ ไม่ได้เข้า อีกอย่างทำให้ เข้าแล้วแต่ราคาเพี้ยน
| หัวข้อ | Requote | Slippage |
|---|---|---|
| เซิร์ฟเวอร์ทำอะไร | ปฏิเสธราคาที่ส่งไป แล้วเสนอราคาใหม่ | รับคำสั่ง แต่จับคู่ที่ราคาอื่น |
| ออเดอร์เข้าไหม | ยังไม่เข้า รอคุณกดยืนยัน | เข้าแล้ว รู้ตอนเห็นราคาเปิด |
| คุณเลือกได้ไหม | ได้ — มีหน้าต่างให้กด OK หรือ Cancel | ไม่ได้ — รู้ทีหลัง |
| ทิศทาง | ไม่มีทิศทาง เป็นการถามซ้ำ | ได้ทั้ง แย่ลง และ ดีขึ้น (positive slippage) |
| เจอบนบัญชีแบบ | Instant Execution เท่านั้น | Market Execution เป็นหลัก แต่เกิดได้ทั้งสองแบบ |
| ต้นทุนที่แท้จริง | เวลา — พลาดจังหวะ หรือกดใหม่ได้ราคาแย่กว่าเดิม | ราคา — ระยะเสี่ยงยาวขึ้นทันทีตั้งแต่วินาทีแรก |
| ควบคุมด้วย | Maximum Deviation — ค่าเดียวกัน คุมทั้งสองอย่าง | |
Maximum Deviation คือปุ่มที่ตัดสินทุกอย่าง
ค่านี้แปลว่า "ยอมให้ราคาคลาดจากที่กดได้กี่จุด" ถ้าราคาขยับไม่เกินเพดานนี้ เซิร์ฟเวอร์จะเปิดให้เลย ถ้าเกิน จะเด้งกลับมาเป็น Requote
| ตั้ง Deviation ไว้ | ราคาขยับ 3 จุด ตอนคำสั่งเดินทาง | ผลที่ได้ |
|---|---|---|
| 0 จุด | 3 > 0 ⇒ เกินเพดาน | Requote — ไม่ได้เข้า |
| 2 จุด | 3 > 2 ⇒ เกินเพดาน | Requote — ไม่ได้เข้า |
| 5 จุด | 3 ≤ 5 ⇒ อยู่ในเพดาน | เข้าเลย · ราคาแย่ลง 3 จุด |
| 20 จุด | 3 ≤ 20 ⇒ อยู่ในเพดาน | เข้าเลย · ราคาแย่ลง 3 จุด (แต่ครั้งอื่นแย่ได้ถึง 20) |
ตั้ง Deviation กว้างขึ้น แลกมาด้วยอะไร — คิดเป็นตัวเลข
คำแนะนำที่เจอบ่อยคือ "ตั้ง Deviation เยอะ ๆ แล้วจะไม่โดน Requote" ซึ่งจริง แต่ไม่ฟรี เพราะทุกจุดที่ราคาเข้าแย่ลง ระยะเสี่ยงยาวขึ้นและระยะกำไรสั้นลงพร้อมกัน — จุดตัดขาดทุนกับเป้าหมายอยู่ที่เดิม แต่จุดเริ่มต้นขยับ
สมมติแผน Buy EURUSD ตั้งใจเข้าที่ 1.0850 · จุดตัดขาดทุน 1.0830 · เป้าหมาย 1.0890 ⇒ ระยะเสี่ยง 20 จุด เป้า 40 จุด อัตราส่วน 2.00 และอัตราชนะที่ทำให้เสมอตัว คือ 1 ÷ (1 + 2.00) = 33.3%
| Deviation ที่ตั้ง | ถ้าโดนสลิปเต็มเพดาน เข้าที่ | ระยะเสี่ยงจริง | เป้าที่เหลือ | อัตราส่วนจริง | อัตราชนะที่เสมอตัว |
|---|---|---|---|---|---|
| 0 จุด | 1.0850 | 20.0 จุด | 40.0 จุด | 2.00 | 33.3% |
| 3 จุด | 1.0853 | 23.0 จุด | 37.0 จุด | 1.61 | 38.3% |
| 5 จุด | 1.0855 | 25.0 จุด | 35.0 จุด | 1.40 | 41.7% |
| 10 จุด | 1.0860 | 30.0 จุด | 30.0 จุด | 1.00 | 50.0% |
| 20 จุด | 1.0870 | 40.0 จุด | 20.0 จุด | 0.50 | 66.7% |
สังเกตแถวที่ตั้ง 10 จุด — อัตราส่วนเหลือ 1.00 พอดี แปลว่าแผนที่เดิมต้องชนะแค่ 33.3% ก็เสมอตัว กลายเป็นต้องชนะ 50% ทั้งที่จุดเข้า จุดออก และสัญญาณบนกราฟยังเป็นชุดเดิมทุกอย่าง ความต่าง 16.7 จุดเปอร์เซ็นต์นี้มาจากช่องตั้งค่าช่องเดียว
ทำไมบางคนไม่เคยเจอ Requote เลย
เพราะ Requote เกิดได้เฉพาะบัญชีแบบ Instant Execution เท่านั้น — แบบที่คุณ "เสนอราคา" ไปให้เซิร์ฟเวอร์พิจารณา ส่วนบัญชีแบบ Market Execution ไม่มีการเสนอราคา คุณสั่งว่า "ซื้อเลยที่ราคาตลาด" เซิร์ฟเวอร์จึงไม่มีอะไรให้ปฏิเสธ ⇒ ไม่มี Requote แต่มี Slippage แทน
| ประเภทการส่งคำสั่ง | คุณส่งอะไรไป | เจอ Requote ไหม | เจอ Slippage ไหม |
|---|---|---|---|
| Instant Execution | "ซื้อ ที่ราคานี้" | เจอ เมื่อราคาเกินเพดาน | เจอ เมื่อราคาขยับแต่ยังไม่เกินเพดาน |
| Market Execution | "ซื้อ ที่ราคาตลาด" | ไม่เจอ | เจอ เป็นเรื่องปกติของรูปแบบนี้ |
วิธีตั้งค่า Deviation ใน MetaTrader ทีละขั้น
มีสองที่ที่ต้องรู้ — ที่หนึ่งคือค่าตั้งต้นที่ใช้ทุกครั้ง อีกที่คือช่องที่แก้เฉพาะออเดอร์นั้น
- ตั้งค่าตั้งต้น — เมนู Tools → Options → แท็บ Trade ที่หัวข้อ Deviation by default เลือก Default แล้วใส่จำนวนจุดที่ยอมรับได้ กด OK
- ตั้งเฉพาะออเดอร์ — ในหน้าต่างส่งคำสั่ง ติ๊ก Enable maximum deviation from quoted price แล้วใส่ตัวเลขในช่อง Maximum deviation
- เลือกตัวเลขจากระยะเสี่ยง ไม่ใช่จากความรำคาญ — ใช้กติกาง่าย ๆ ว่าเพดานไม่ควรเกิน 10% ของระยะจุดตัดขาดทุน เช่นแผนที่เสี่ยง 20 จุด เพดานไม่ควรเกิน 2 จุด (จากตารางข้างบน อัตราส่วนจะเหลือ ~1.73 ยังไม่พังแผน)
- จดค่าที่ใช้ลงบันทึกการเทรด — เพราะเวลาย้อนดูว่าไม้ไหนราคาเข้าเพี้ยน จะได้รู้ว่าเพี้ยนเพราะเพดานที่ตั้งเอง ไม่ใช่เพราะโบรกเกอร์
สาเหตุที่ทำให้เจอบ่อยขึ้น และข้อไหนแก้ได้จริง
- ช่วงข่าวแรง — นาทีที่ตัวเลขออก ราคาเปลี่ยนหลายจุดต่อวินาที คำสั่งจึงตกเพดานเกือบทุกครั้ง · แก้ได้ ด้วยการไม่ส่งคำสั่งตลาดในนาทีนั้น หรือใช้คำสั่งรอ (Pending Order) แทน
- ช่วงเปิดตลาดและช่วงโรลโอเวอร์ — สภาพคล่องบางลง ราคากระโดด · แก้ได้ ด้วยการเลี่ยงเวลา หรือขยายเพดานเฉพาะช่วงนั้นแล้วลดขนาดสถานะลงตาม
- เพดาน Deviation ตั้งไว้ 0 — สาเหตุอันดับหนึ่งที่คนมองข้าม เพราะเป็นค่าตั้งต้นของโปรแกรม · แก้ได้ ทันทีในสองนาที
- ความหน่วงของการเชื่อมต่อ — ยิ่งคำสั่งใช้เวลาเดินทางนาน ราคายิ่งมีเวลาขยับ · แก้ได้บางส่วน ด้วยการใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ใกล้กว่า แต่ผลน้อยกว่าที่คนคิดมาก เทียบกับสองข้อแรก
- รูปแบบบัญชีเป็น Instant Execution — แก้ไม่ได้จากฝั่งเรา เป็นเรื่องที่ต้องเลือกตั้งแต่เปิดบัญชี
- ขนาดสถานะใหญ่กว่าสภาพคล่องที่ราคานั้นรองรับ — แก้ได้ ด้วยการลดขนาด หรือทยอยเข้าเป็นส่วน ๆ
เช็กลิสต์เมื่อเจอ Requote
- เปิดดู Deviation ก่อนเสมอ — Tools → Options → Trade ถ้าเป็น 0 คุณเจอคำตอบแล้ว
- ดูว่าบัญชีเป็น Instant หรือ Market Execution — ถ้าเป็น Market Execution แล้วยังเจอกล่องเด้ง แปลว่าเข้าใจอาการผิด ให้ไปดูเรื่อง Slippage แทน
- ดูนาฬิกา — ตรงกับนาทีข่าวหรือช่วงโรลโอเวอร์ไหม ถ้าใช่ นั่นคือสาเหตุ ไม่ใช่โบรกเกอร์
- คำนวณเพดานจากระยะเสี่ยงของแผน — ไม่เกิน 10% ของระยะจุดตัดขาดทุน แล้วเช็กกับตารางข้างบนว่าอัตราชนะที่ต้องทำให้ได้ยังอยู่ในวิสัยที่ทำได้จริง
- อย่ากด OK ในกล่อง Requote โดยอัตโนมัติ — ราคาใหม่ที่มันเสนออาจทำให้แผนเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าเกินที่รับได้ให้กด Cancel แล้วรอจังหวะใหม่
- ถ้าเจอทุกวันในเวลาปกติที่ตลาดเงียบ — นั่นคือประเด็นเรื่องคุณภาพการส่งคำสั่งของบัญชี ให้เก็บบันทึกเวลาและคู่เงินไว้เป็นหลักฐานก่อนตัดสินใจอะไร
สรุป
Requote คือเซิร์ฟเวอร์ปฏิเสธราคาที่คุณส่งไปแล้วเสนอราคาใหม่ ออเดอร์ยังไม่เข้า ส่วน Slippage คือออเดอร์เข้าแล้วที่ราคาอื่น ทั้งคู่มาจากเหตุเดียวกัน คือราคาขยับระหว่างที่คำสั่งเดินทาง และถูกตัดสินด้วยค่า Maximum Deviation ค่าเดียวกัน
ค่าตั้งต้นของโปรแกรมคือ 0 ซึ่งแปลว่า "ไม่ยอมให้คลาดแม้แต่จุดเดียว" จึงเจอ Requote บ่อยที่สุด แต่การแก้ด้วยการตั้งกว้าง ๆ ก็มีราคาที่จับต้องได้ — บนแผนเดียวกันเป๊ะ เพดาน 0 ให้อัตราส่วน 2.00 (เสมอตัวที่ชนะ 33.3%) ส่วนเพดาน 20 จุดเหลือ 0.50 (ต้องชนะ 66.7%) ⇒ เพดานคือความเสียหายสูงสุดที่คุณอนุญาตไว้ล่วงหน้า ควรมาจากระยะเสี่ยงของแผน ไม่ใช่จากความรำคาญ
และถ้ากล่อง Requote ไม่เคยเด้งเลย ไม่ได้แปลว่าโบรกเกอร์ดีกว่า — มักแปลว่าบัญชีเป็น Market Execution ซึ่งไม่มีขั้นตอนถามซ้ำ สิ่งที่ต้องเฝ้าจึงเปลี่ยนจาก "กดแล้วเด้ง" เป็น "เข้าแล้วราคาไม่ตรง" แทน · อ่านต่อเรื่องรูปแบบบัญชีและการส่งคำสั่งได้ที่ ECN Trading คืออะไร · และถ้าต้องการตัวช่วยที่คำนวณระยะเสี่ยงกับอัตราส่วนของทุกสัญญาณไว้ให้ตั้งแต่ต้น ดูได้ที่ AlphaSigs
บทความนี้เป็นเนื้อหาให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้ผู้อ่านคำนวณตามได้ ไม่ใช่ผลตอบแทนที่รับรอง การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาและตัดสินใจด้วยตนเอง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น