ค่า swap คำนวณยังไง ดูตรงไหนใน MT4 และถือยาวแล้วต้นทุนบานแค่ไหน
ค่า swap คือดอกเบี้ยสุทธิที่ถูกคิดทุกคืนที่คุณยังถือออเดอร์ค้างไว้ คำนวณจากส่วนต่างดอกเบี้ยของสองสกุลเงินในคู่นั้น บวกส่วนต่างที่โบรกเกอร์บวกเพิ่มเข้าไปอีกชั้น หน้านี้ไม่ได้อธิบายแค่ว่ามันคืออะไร แต่กางสูตรและแทนค่าให้เห็นว่า ถือ 30 วันคิดเป็นเงินเท่าไร และทำไมมันแพงกว่าที่คนคิดมาก
ตัวเลขสั้น ๆ ก่อน: EURUSD ขนาด 1.00 lot ฝั่ง BUY ภายใต้สมมติฐานในหน้านี้ เสีย swap ราว −$9.79 ต่อคืน ซึ่งเท่ากับ เกือบ 1 จุดต่อวัน ถือครบ 30 วันคือ −$293.84 หรือ 29.4 จุด — แปลว่าออเดอร์นั้นต้องวิ่งไปทางที่ถูกเพิ่มอีก 29 จุดเพียงเพื่อกลับมาเสมอตัว ทั้งที่คุณวิเคราะห์ถูกตั้งแต่แรก
⚠️ อัตราดอกเบี้ยและส่วนต่างของโบรกเกอร์เปลี่ยนตลอดเวลาและต่างกันทุกเจ้า ตัวเลขที่ได้จึงเป็นวิธีคิด ไม่ใช่ค่าที่คุณจะเจอจริง ให้เอาสูตรไปแทนค่าของบัญชีตัวเองเสมอ
ถ้ายังไม่คุ้นกับคำว่า swap เลย อ่านนิยามพื้นฐานก่อนได้ที่ Swap คืออะไร · หน้านี้ต่อจากตรงนั้นด้วยการลงมือคำนวณ
ค่า swap มาจากไหน — สองชั้นที่ต้องแยกให้ออก
เวลาคุณเปิดออเดอร์คู่เงิน คุณกำลังถือสกุลหนึ่งและยืมอีกสกุลหนึ่งมาพร้อมกัน เช่น BUY EURUSD คือถือยูโรและยืมดอลลาร์ ทุกคืนจึงเกิดสองรายการ
- ดอกเบี้ยที่คุณได้จากสกุลที่ถือ — ถือยูโร 100,000 ที่ดอกเบี้ย 2.00% ต่อปี ⇒ 100,000 × 2.00% ÷ 365 = 5.48 ยูโร ต่อวัน ซึ่งเท่ากับ $6.03
- ดอกเบี้ยที่คุณจ่ายกับสกุลที่ยืม — ยืมดอลลาร์ $110,000 ที่ดอกเบี้ย 4.25% ต่อปี ⇒ 110,000 × 4.25% ÷ 365 = −$12.81 ต่อวัน
- ผลต่างสุทธิก่อนโบรกเกอร์ — 6.03 − 12.81 = −$6.78 ต่อวัน
- ส่วนต่างที่โบรกเกอร์บวกเพิ่ม — สมมติ 1.00% ต่อปี ⇒ 110,000 × 1.00% ÷ 365 = −$3.01 ต่อวัน และชั้นนี้คิดกับคุณทั้งฝั่ง BUY และ SELL
รวมสองชั้นแล้วได้ค่า swap ต่อคืนของทั้งสองฝั่ง
| ฝั่งที่เปิด | ส่วนต่างดอกเบี้ย | ส่วนต่างโบรกเกอร์ | swap ต่อคืน | คิดเป็นจุด |
|---|---|---|---|---|
| BUY EURUSD | −$6.78 | −$3.01 | −$9.79 | −0.98 จุด |
| SELL EURUSD | +$6.78 | −$3.01 | +$3.77 | +0.38 จุด |
สังเกตว่าฝั่ง SELL เป็นบวก เพราะคุณถือดอลลาร์ที่ดอกเบี้ยสูงกว่าและยืมยูโรที่ดอกเบี้ยต่ำกว่า นี่คือคำตอบของคำถามที่คนค้นกันบ่อยว่า "ค่า swap เป็นบวกได้จริงไหม" — ได้จริง แต่ได้แค่ฝั่งเดียว และได้น้อยกว่าที่ควรเพราะโดนหักส่วนต่างของโบรกไปแล้ว
ถือยาวแล้วต้นทุนบานแค่ไหน
ค่า swap เป็นต้นทุนที่โตเป็นเส้นตรงตามเวลา ต่างจากสเปรดที่จ่ายครั้งเดียวตอนเปิด ตารางนี้คือฝั่ง BUY บนพอร์ตสมมติ $10,000
| ถือกี่วัน | ค่า swap สะสม | คิดเป็นจุด | คิดเป็น % ของพอร์ต $10,000 | เทียบกับสเปรด 1.2 จุด ($12) |
|---|---|---|---|---|
| 1 วัน | −$9.79 | 0.98 | 0.10% | 0.8 เท่า |
| 2 วัน | −$19.58 | 1.96 | 0.20% | 1.6 เท่า — แซงสเปรดแล้ว |
| 7 วัน | −$68.56 | 6.86 | 0.69% | 5.7 เท่า |
| 30 วัน | −$293.84 | 29.4 | 2.94% | 24.5 เท่า |
| 90 วัน | −$881.51 | 88.2 | 8.82% | 73.5 เท่า |
| 365 วัน | −$3,575 | 357.5 | 35.8% | 298 เท่า |
ทำไมวันพุธคูณสาม — และทำไมมันไม่ใช่ค่าปรับ
เกือบทุกโบรกเกอร์คิด swap สามเท่าในคืนวันพุธ คำอธิบายที่เจอบ่อยคือ "โบรกเก็บเพิ่มช่วงกลางสัปดาห์" ซึ่งไม่ถูก เหตุผลจริงมาจากธรรมเนียมการส่งมอบเงินในตลาดจริง
- การซื้อขายเงินตราส่งมอบจริงที่ T+2 — ออเดอร์ที่เปิดวันนี้มีวันส่งมอบตามทฤษฎีคืออีกสองวันทำการถัดไป และดอกเบี้ยผูกกับวันส่งมอบนั้น ไม่ได้ผูกกับวันที่คุณกดเปิด
- ออเดอร์ที่ถือข้ามคืนวันพุธ มีวันส่งมอบตกวันศุกร์ ⇒ ต่อไปอีกวันคือวันจันทร์ เพราะเสาร์อาทิตย์ธนาคารปิด การเลื่อนหนึ่งครั้งจึงข้ามไปสามวันปฏิทิน
- จึงถูกคิดดอกเบี้ยสามวันในคราวเดียว — คือวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ไม่ใช่ค่าปรับ แต่คือการเก็บล่วงหน้าของวันที่ตลาดปิด
ข้อควรระวังในทางปฏิบัติ คือถ้าคุณตั้งใจถือสั้นและบังเอิญค้างคืนวันพุธ ต้นทุนคืนนั้นจะเป็นสามเท่าทันที ส่วนคู่โลหะและดัชนีบางตัวโบรกเกอร์ใช้วันศุกร์เป็นวันคูณสามแทน ให้ตรวจกับตารางของผู้ให้บริการเอง อย่าเหมาว่าเป็นวันพุธเสมอ
ดูค่า swap ตรงไหนใน MT4 และ MT5
ค่าที่โบรกเกอร์ใช้จริงดูได้จากตัวโปรแกรมโดยตรง ไม่ต้องเดา
- เปิดหน้าต่าง Market Watch — กด Ctrl+M ถ้ายังไม่ขึ้น
- คลิกขวาที่สัญลักษณ์ แล้วเลือก Specification (ใน MT4 รุ่นเก่าคือ Symbols → เลือกคู่เงิน → Properties)
- อ่านสองบรรทัดคือ Swap Long และ Swap Short — Long คือฝั่ง BUY · Short คือฝั่ง SELL · เครื่องหมายลบคือคุณจ่าย บวกคือคุณได้รับ
- ดูบรรทัด Swap Type ด้วย เพราะหน่วยไม่เหมือนกัน — ถ้าเป็น points ต้องคูณด้วยมูลค่าต่อจุดของล็อตที่คุณเปิด · ถ้าเป็น money คือจำนวนเงินต่อ 1.00 lot ตรง ๆ · ถ้าเป็น percent คือคิดเป็นสัดส่วนต่อปีของมูลค่าสัญญา
- ตรวจ swap ที่เกิดขึ้นจริงย้อนหลัง — ไปแท็บ Account History แล้วดูคอลัมน์ Swap ของออเดอร์ที่ปิดไปแล้ว ตัวเลขนี้คือของจริงที่ถูกหักไปจากบัญชี ไม่ใช่ค่าประมาณ
บัญชี swap-free คุ้มเมื่อไหร่ — จุดคุ้มทุนที่คำนวณได้
บัญชี swap-free เดิมทีมีไว้สำหรับผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามซึ่งหลักศาสนาไม่อนุญาตให้รับหรือจ่ายดอกเบี้ย ปัจจุบันหลายรายเปิดให้ทั่วไปใช้ได้ แต่แทบไม่มีเจ้าไหนให้ฟรีจริง — สิ่งที่เกิดขึ้นคือเปลี่ยนจากดอกเบี้ยไปเป็นค่าธรรมเนียมคงที่ต่อล็อตต่อคืน แทน มักหลังพ้นช่วงปลอดค่าธรรมเนียมไม่กี่วันแรก
เมื่อรู้แบบนี้แล้ว การตัดสินใจก็กลายเป็นการเทียบเลขสองตัวตรง ๆ สมมติค่าธรรมเนียมคงที่ $5 ต่อล็อตต่อคืน
| ฝั่งที่เปิด | บัญชีปกติ | บัญชี swap-free | ต่างกัน | ควรใช้อะไร |
|---|---|---|---|---|
| BUY (swap ติดลบ −$9.79) | −$9.79 / คืน | −$5.00 / คืน | $4.79 | swap-free ดีกว่า |
| SELL (swap เป็นบวก +$3.77) | +$3.77 / คืน | −$5.00 / คืน | $8.77 | บัญชีปกติดีกว่า |
สามข้อที่ต้องเปิดอ่านในเงื่อนไขก่อนเลือกบัญชีแบบนี้ และทั้งสามข้อมักไม่อยู่ในหน้าโฆษณา
ค่าธรรมเนียมทดแทนคิดเท่าไร
ต่อล็อตต่อคืนเป็นเงินเท่าไร และเริ่มคิดหลังถือกี่วัน บางรายให้ฟรี 3-7 วันแรกแล้วค่อยเริ่มคิด ซึ่งเปลี่ยนคำตอบไปเลยถ้าคุณถือสั้น
ครอบคลุมสัญลักษณ์ไหนบ้าง
หลายรายยกเว้นคู่เงินแปลกและโลหะออกจากเงื่อนไข swap-free ซึ่งมักเป็นสัญลักษณ์ที่ swap แพงที่สุดพอดี
มีเงื่อนไขยกเลิกสิทธิ์ไหม
บางรายสงวนสิทธิ์ถอนบัญชี swap-free และเรียกเก็บย้อนหลังถ้าเห็นว่าใช้เพื่อเลี่ยงต้นทุนอย่างเป็นระบบ ข้อนี้อยู่ในสัญญาเสมอ
ค่า swap เข้ากับต้นทุนรวมอย่างไร
ต้นทุนของการเทรดหนึ่งไม้มีสามก้อน และคนส่วนใหญ่นับแค่ก้อนแรก
| ก้อนต้นทุน | จ่ายเมื่อไร | โตตามอะไร | ตัวอย่างที่ 1.00 lot ถือ 30 วัน |
|---|---|---|---|
| สเปรด | ทันทีที่เปิด | ขนาดล็อต | −$12 |
| คอมมิชชั่น | เปิดและปิด | ขนาดล็อต | −$0 ถึง −$14 แล้วแต่ประเภทบัญชี |
| ค่า swap | ทุกคืนที่ถือค้าง | ขนาดล็อต × จำนวนคืน | −$293.84 |
ก้อนที่สามนี้เองที่ทำให้ระบบซึ่งดู "เป็นบวก" บนกระดาษกลายเป็นลบเมื่อรันจริง วิธีเดียวที่รู้ได้คือบันทึกต้นทุนจริงทุกก้อนของทุกไม้แล้ววัดย้อนหลัง ไม่ใช่ประเมินจากเป้ากำไรอย่างเดียว — ตัวอย่างการวัดแบบนั้นดูได้ที่ AlphaSigs
จะเห็นว่าสำหรับการถือยาว swap เป็นก้อนที่ใหญ่ที่สุดอย่างชัดเจน แต่กลับเป็นก้อนที่คนพูดถึงน้อยที่สุด เพราะมันไม่ปรากฏตอนกดเปิดออเดอร์ ทั้งสามก้อนนี้คิดจากขนาดล็อตทั้งหมด ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมขนาดล็อตถึงเป็นตัวแปรที่กำหนดเกือบทุกอย่าง ส่วนรายละเอียดของก้อนแรกอยู่ที่ ค่า spread คืออะไร และเรื่องเงินประกันกับเลเวอเรจอยู่ที่ เลเวอเรจ คืออะไร
ถ้าอยากเห็นตัวอย่างการวัดผลสัญญาณและต้นทุนแบบเป็นตัวเลขที่ตรวจย้อนหลังได้ ดูได้ที่ AlphaSigs
สรุปสิ่งที่ควรจำ
- ค่า swap = ส่วนต่างดอกเบี้ยจริง − ส่วนต่างของโบรกเกอร์ ชั้นแรกตรวจสอบได้ ชั้นที่สองไม่มีใครประกาศ แต่เห็นได้จากการที่ Swap Long กับ Swap Short ไม่สมมาตรกัน
- EURUSD 1.00 lot ฝั่ง BUY ราว −1 จุดต่อวัน ใช้ตัวเลขนี้ประมาณต้นทุนถือยาวได้ทันที — ถือ 30 วันคือ 29 จุด
- ถือแค่ 2 คืน swap ก็แซงสเปรดแล้ว และที่ 30 วันคือ 24 เท่าของสเปรด ⇒ สำหรับการถือยาว swap คือต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุด
- วันพุธคูณสามไม่ใช่ค่าปรับ — เป็นเสาร์อาทิตย์ที่เก็บล่วงหน้า รวมทั้งปีได้ 364 วัน ≈ 365 วันปฏิทินพอดี · แต่โลหะบางตัวใช้วันศุกร์ ให้ตรวจเอง
- ค่า swap เป็นบวกได้จริง แต่ได้ฝั่งเดียว และถ้าติดลบทั้งสองฝั่ง แปลว่าส่วนต่างของโบรกมากกว่าส่วนต่างดอกเบี้ยของคู่นั้น
- swap-free คุ้มก็ต่อเมื่อค่าธรรมเนียมทดแทนน้อยกว่า swap จริง และมันแย่ลงเสมอในฝั่งที่ swap เป็นบวก
- ตรวจของจริงได้เองที่ Specification และ Account History ไม่ต้องเชื่อตัวเลขจากที่ไหน รวมทั้งหน้านี้
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่ใช่การชักชวนให้เปิดบัญชีหรือใช้บริการของผู้ให้บริการรายใด · อัตราดอกเบี้ยและส่วนต่างของโบรกเกอร์ที่ใช้ในหน้านี้เป็นค่าสมมติเพื่อแสดงวิธีคิด (ECB 2.00% · Fed 4.25% · ส่วนต่างโบรก 1.00% ต่อปี · ฐาน 365 วัน) ไม่ใช่อัตราปัจจุบันและไม่ควรใช้อ้างอิงในการตัดสินใจ ให้แทนค่าจากบัญชีของตัวเองเสมอ · เงื่อนไขวันคูณสาม ประเภท swap และเงื่อนไขบัญชี swap-free แตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการและสัญลักษณ์ และเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ให้ตรวจกับต้นทางเองก่อนตัดสินใจ · การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น