pip คืออะไร — ตำแหน่งของ pip ในราคาแต่ละคู่ และวิธีอ่านจากแพลตฟอร์มแทนการท่องจำ
pip คือหน่วยวัดว่าราคาขยับไปไกลแค่ไหน ไม่ใช่หน่วยเงิน — สำหรับคู่เงินทั่วไปอย่าง EURUSD หนึ่ง pip คือ 0.0001 ส่วนคู่ที่มีเงินเยนอย่าง USDJPY หนึ่ง pip คือ 0.01 เท่านั้นคือคำตอบของคำถาม "pip คืออะไร" และมันตอบได้ในบรรทัดเดียวจริง ๆ
แต่คำถามที่ทำให้คนตั้ง Stop Loss ผิดจริง ๆ ไม่ใช่ "pip คืออะไร" — มันคือ "แล้ว pip อยู่ตรงหลักไหนของราคาที่ฉันเห็นอยู่ตรงหน้า" เพราะโบรกเกอร์สมัยนี้แสดงทศนิยมเกินมาอีกหนึ่งตำแหน่ง ทำให้เลขตัวสุดท้ายบนจอไม่ใช่ pip และคนที่นับจากหลักสุดท้ายจะพลาดไป 10 เท่าทันที หน้านี้จึงเน้นที่ ตำแหน่ง ของ pip และวิธีอ่านมันออกมาจากข้อมูลสัญลักษณ์ของโบรกเกอร์เอง เพื่อให้ใช้ได้กับทุกคู่ ทุกโบรกเกอร์ โดยไม่ต้องท่องตาราง
1. pip คืออะไร — และชื่อเต็มบอกอะไรบ้าง
pip เป็นตัวย่อที่พบบ่อยสองแบบคือ "percentage in point" และ "price interest point" — ทั้งสองแบบถูกใช้กันทั่วไปและหมายถึงสิ่งเดียวกัน คือ หน่วยขยับที่เล็กที่สุดของราคาตามธรรมเนียมการเรียกในตลาดค่าเงิน คำสำคัญคือ "ตามธรรมเนียม" เพราะ pip ไม่ใช่หน่วยที่มีองค์กรใดกำหนดเป็นมาตรฐานสากล มันคือข้อตกลงร่วมกันของคนในตลาดว่าจะนับระยะกันที่ทศนิยมตำแหน่งไหน
ผลที่ตามมาจากคำว่า "ตามธรรมเนียม" มีสองข้อ และทั้งสองข้อสำคัญกว่าที่คิด
- ในกลุ่มคู่เงิน ธรรมเนียมนี้ชัดเจนและตรงกันทุกโบรกเกอร์ — คู่ทั่วไป 1 pip = 0.0001 · คู่ที่มีเยน 1 pip = 0.01 ไม่มีใครนับต่างจากนี้
- นอกกลุ่มคู่เงิน ธรรมเนียมนี้ไม่มี — ทอง น้ำมัน ดัชนี และคริปโต แต่ละโบรกเกอร์นิยามคำว่า "pip" ไม่เหมือนกัน บางเจ้าเรียก 0.10 ว่า 1 pip บางเจ้าเรียก 0.01 ทำให้ประโยคว่า "ทองวิ่ง 300 pip" เป็นประโยคที่แปลไม่ได้จนกว่าจะรู้ว่าคนพูดใช้โบรกเกอร์ไหน
2. pip อยู่ตรงหลักไหนของราคา
วิธีที่เข้าใจเร็วที่สุดคือดูราคาก่อนและหลังการขยับ แล้วดูว่าหลักไหนเปลี่ยน ภาพข้างล่างเทียบให้ดูทั้งกรณีขยับ 1 pip และขยับ 50 pip ในคู่ที่มีจำนวนทศนิยมต่างกัน
สรุปเป็นตารางให้ครบทุกสินทรัพย์ที่คนบนบล็อกนี้เทรดกันจริง
| สินทรัพย์ | ทศนิยมที่แสดงบนจอ | 1 pip ตามธรรมเนียม | ตัวอย่างการขยับ 50 pip |
|---|---|---|---|
| EURUSD · GBPUSD · AUDUSD | 5 (เมื่อก่อน 4) | 0.0001 | 1.10000 → 1.10500 |
| USDJPY · EURJPY · GBPJPY | 3 (เมื่อก่อน 2) | 0.01 | 150.000 → 150.500 |
| XAUUSD (ทองคำ) | 2 หรือ 3 แล้วแต่เจ้า | ไม่มีธรรมเนียมกลาง — พบทั้ง 0.10 และ 0.01 | แปลไม่ได้จนกว่าจะรู้ว่าโบรกเกอร์นิยามว่าอะไร |
| ดัชนี · น้ำมัน · คริปโต | ต่างกันทุกเจ้า | ไม่มีธรรมเนียมกลาง | ให้พูดเป็น "ราคา" แทน เช่น "ทองขยับ $30" ซึ่งไม่กำกวม |
3. โบรกเกอร์ 5 หลัก — หลักสุดท้ายบนจอไม่ใช่ pip
เมื่อก่อนโบรกเกอร์แสดง EURUSD เป็น 1.1000 สี่ทศนิยม หลักสุดท้ายคือ pip พอดี ต่อมาเกือบทุกเจ้าเพิ่มทศนิยมอีกหนึ่งตำแหน่งเป็น 1.10000 เพื่อเสนอราคาได้ละเอียดขึ้น หลักที่เพิ่มมานี้เรียกว่า pipette หรือในภาษาของแพลตฟอร์มเรียกว่า point และมันมีค่าเท่ากับ 1/10 ของ pip
| ราคาที่เห็น | แบบโบรกเกอร์ 4 หลัก | แบบโบรกเกอร์ 5 หลัก |
|---|---|---|
| EURUSD | 1.1000 | 1.10000 |
| หลักสุดท้ายมีค่าเท่าไร | 1 pip | 0.1 pip (pipette) |
| 1 point เท่ากับ | 0.0001 | 0.00001 |
| 1 pip เท่ากับกี่ point | 1 point | 10 point |
| สเปรดที่จอแสดงว่า "12" แปลว่า | 12 pip — ถ่างผิดปกติ | 1.2 pip — ปกติมาก |
| พิมพ์ "200" ในช่องที่นับเป็น point | = 200 pip | = 20 pip เท่านั้น |
สองแถวล่างคือจุดที่ทำให้เสียเงินจริง ๆ สมมติคุณตั้งใจตั้ง Stop Loss ที่ระยะ 200 pip บน EURUSD แล้วพิมพ์เลข 200 ลงในช่องที่แพลตฟอร์มหรือ EA นับเป็น point บนโบรกเกอร์ 5 หลัก
- สิ่งที่คุณตั้งใจ — SL ห่าง 200 pip คือ 0.0200 จากราคาเปิด
- สิ่งที่เกิดขึ้นจริง — SL ห่าง 200 point = 20 pip = 0.0020 จากราคาเปิด ใกล้กว่าที่ตั้งใจ 10 เท่า
- ผลที่ตามมา — ออเดอร์โดนปิดเร็วกว่าที่วางแผนไว้มาก และเมื่อนับสถิติย้อนหลังจะเห็นเป็น "ระบบนี้แพ้บ่อยผิดปกติ" ทั้งที่ระบบไม่ได้ผิดอะไรเลย ตัวเลขในช่องกรอกต่างหากที่ผิดหน่วย
4. อ่านตำแหน่ง pip จากแพลตฟอร์มเอง — กฎเดียวที่ใช้ได้กับทุกคู่
ตารางท่องจำใช้ได้จนกว่าจะเจอสัญลักษณ์แปลก ๆ ที่ไม่อยู่ในตาราง วิธีที่ใช้ได้ตลอดคืออ่านจากข้อมูลสัญลักษณ์ของโบรกเกอร์เอง ซึ่งมีสามค่าที่ต้องดู
Digits
จำนวนทศนิยมที่สัญลักษณ์นี้ใช้ เช่น EURUSD เป็น 5 · USDJPY เป็น 3 · XAUUSD มักเป็น 2
Point
ค่าของทศนิยมตำแหน่งสุดท้าย ซึ่งก็คือ 10 ยกกำลังลบ Digits เช่น Digits 5 ให้ Point 0.00001
Tick size
ขนาดการขยับที่เล็กที่สุดที่ราคาจริงเดินได้ บางสัญลักษณ์ไม่เท่ากับ Point ให้ใช้ค่านี้เป็นความจริงสุดท้าย
ใน MetaTrader 4 และ 5 ดูได้โดยคลิกขวาที่สัญลักษณ์ในหน้าต่าง Market Watch แล้วเลือก Specification ส่วนในโค้ด MQL ค่าเหล่านี้คือ _Digits และ _Point จากนั้นใช้กฎข้างล่างนี้ ซึ่งใช้ได้กับคู่เงินทุกคู่
| Digits | Point | 1 pip | 1 pip = กี่ point | ตัวอย่างสัญลักษณ์ |
|---|---|---|---|---|
| 5 | 0.00001 | 0.0001 | 10 | EURUSD, GBPUSD |
| 4 | 0.0001 | 0.0001 | 1 | โบรกเกอร์รุ่นเก่า |
| 3 | 0.001 | 0.01 | 10 | USDJPY, EURJPY |
| 2 | 0.01 | 0.01 | 1 | คู่เยนของโบรกเกอร์รุ่นเก่า |
5. นับ pip ให้ตรงกับของจริง — Bid กับ Ask ทำให้ระยะไม่เท่าที่วัดบนกราฟ
ข้อนี้เป็นข้อที่คนข้ามกันมากที่สุด และมันเปลี่ยนตัวเลข R:R ของแผนเทรดจริง ๆ กราฟใน MetaTrader วาดด้วยราคา Bid แต่ออเดอร์ Buy เปิดที่ราคา Ask ซึ่งสูงกว่า Bid อยู่หนึ่งสเปรดเสมอ ดังนั้นระยะที่คุณลากวัดบนกราฟ กับระยะที่ราคาต้องเดินจริง ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน
ตัวเลขในภาพกดเครื่องคิดเลขตามได้ทุกตัว ออเดอร์ Buy เปิดที่ Ask 1.10012 ขณะที่กราฟแสดง Bid 1.10000 (สเปรด 1.2 pip) ตั้ง TP ที่ 1.10200 และ SL ที่ 1.09900 ซึ่งทั้งคู่เป็นระดับ Bid เพราะออเดอร์ Buy ปิดที่ Bid
| ระยะ | วัดจากกราฟ (Bid 1.10000) | ของจริง (เปิดที่ Ask 1.10012) | ต่างกัน |
|---|---|---|---|
| ถึง TP | 1.10200 − 1.10000 = 20.0 pip | 1.10200 − 1.10012 = 18.8 pip | −1.2 pip |
| ถึง SL | 1.10000 − 1.09900 = 10.0 pip | 1.10012 − 1.09900 = 11.2 pip | +1.2 pip |
| R:R | 20.0 ÷ 10.0 = 2.00 | 18.8 ÷ 11.2 = 1.68 | −16% |
สังเกตว่าสเปรดแค่ 1.2 pip ซึ่งเป็นสเปรดปกติของ EURUSD กินอัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไป 16% ทันทีตั้งแต่ยังไม่รู้ผลเลยด้วยซ้ำ และยิ่งเป้าสั้นเท่าไร สัดส่วนที่โดนกินยิ่งใหญ่ขึ้น — ถ้าเป้าคือ 10 pip แทนที่จะเป็น 20 pip สเปรดตัวเดียวกันจะกินไป 12% ของเป้าแทนที่จะเป็น 6% นี่คือเหตุผลเชิงเลขคณิตว่าทำไมเป้าสั้นถึงแพงกว่าเป้ายาว และทำไมช่วงที่ สเปรดถ่าง ถึงอันตรายกว่าที่หน้าจอทำให้รู้สึก
6. "50 pip" ของแต่ละคู่ไม่ใช่ระยะเท่ากัน
ข้อนี้เป็นผลพวงที่คนไม่ค่อยพูดถึง เพราะ pip เป็นหน่วยที่ผูกกับตำแหน่งทศนิยม ไม่ได้ผูกกับราคา ระยะ 50 pip ที่เท่ากันในเชิงตัวเลข จึงเป็นระยะที่ต่างกันมากในเชิงเปอร์เซ็นต์ของราคา ลองคำนวณตรง ๆ ด้วยราคาสมมติชุดหนึ่ง
| คู่เงิน | ราคาสมมติ | 50 pip คิดเป็นราคา | คิดเป็น % ของราคา |
|---|---|---|---|
| AUDUSD | 0.6600 | 0.0050 | 0.76% |
| EURUSD | 1.1000 | 0.0050 | 0.45% |
| GBPUSD | 1.2700 | 0.0050 | 0.39% |
| USDJPY | 150.00 | 0.50 | 0.33% |
| EURJPY | 165.00 | 0.50 | 0.30% |
ผลในทางปฏิบัติมีสองข้อ ข้อแรก อย่าตั้งเป้าเป็นจำนวน pip เท่ากันทุกคู่ เพราะเป้า 50 pip ที่ "พอดี" กับคู่หนึ่ง อาจเป็นเป้าที่ไกลเกินเอื้อมของอีกคู่ในกรอบเวลาเดียวกัน ข้อสอง อย่าเทียบผลงานข้ามคู่ด้วยจำนวน pip เพราะมันไม่ใช่หน่วยที่เทียบกันได้ หน่วยที่เทียบได้คือ % ของพอร์ต หรือ R
7. pip กลายเป็นเงินตอนไหน
pip เพียงลำพังบอกไม่ได้ว่าได้เงินเท่าไร ต้องมีตัวคูณอีกตัวคือ ขนาดล็อต เสมอ สูตรเต็มคือ
สำหรับคู่ที่ลงท้ายด้วย USD สูตรนี้ให้คำตอบคงที่ที่จำง่ายมาก — 1.00 ล็อต = $10 ต่อ pip · 0.10 ล็อต = $1 · 0.01 ล็อต = $0.10 ส่วนคู่ที่ลงท้ายด้วยสกุลอื่นต้องแปลงอีกขั้น และมูลค่าต่อ pip จะขยับตามราคาไปเรื่อย ๆ ไม่คงที่
เรื่องนี้มีรายละเอียดพอจะเป็นหน้าของตัวเอง และบล็อกนี้เขียนไว้แยกแล้วเพื่อไม่ให้หน้านี้ยาวเกินจำเป็น
- pip กับ lot คืออะไร — ตารางมูลค่าต่อจุดของทุกขนาดล็อต และเหตุผลว่าทำไม "ได้ 50 จุด" ถึงไม่บอกอะไรเลย
- คำนวณกำไรขาดทุนเป็นเงินบาท — สูตรสามขั้นสำหรับคู่ที่ไม่ได้ลงท้ายด้วย USD
- Lot คืออะไร — ขนาดล็อตคิดยังไง และควรออกล็อตเท่าไรเมื่อคิดจากความเสี่ยงที่รับได้
- เครื่องคำนวณขนาดล็อต MT4 — สูตรและตารางสำเร็จรูปเวลาต้องคิดเร็วหน้าจอ
- Pip / Point / Tick ต่างกันยังไง — คำศัพท์สามคำที่อยู่ใกล้กันจนสับสน
เมื่อนับ pip ได้ตรงแล้ว ขั้นถัดไปคือแปลงมันเป็นขนาดออเดอร์ที่ความเสี่ยงคงที่ทุกไม้ ซึ่งเป็นแกนของ Money Management — และถ้าอยากเห็นตัวอย่างแผนเทรดที่ระบุจุดเข้า SL และ TP เป็นตัวเลขไว้ล่วงหน้าทุกไม้ ลองดูที่ AlphaSignals ซึ่งเขียนระยะทุกอย่างเป็นราคาจริง ไม่ใช่เป็นจำนวน pip ลอย ๆ ที่ต้องมาเดาหน่วยกันทีหลัง
8. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย และสรุป
นับจากหลักขวาสุด
บนโบรกเกอร์ 5 หลัก หลักขวาสุดคือ 0.1 pip การนับจากหลักนั้นทำให้ทุกระยะผิดไป 10 เท่า ให้นับจากจุดทศนิยมไปทางขวาเสมอ
เอากฎคู่เงินไปใช้กับทอง
XAUUSD ไม่มีธรรมเนียมว่า pip อยู่ตรงไหน ให้พูดเป็นดอลลาร์ต่อออนซ์แทน จะไม่มีทางเข้าใจผิดกับใคร
วัดระยะจากกราฟแล้วไม่บวกสเปรด
กราฟวาดด้วย Bid แต่ Buy เปิดที่ Ask ระยะขาดทุนจริงยาวกว่าที่วัด และระยะกำไรจริงสั้นกว่าที่วัด อย่างละหนึ่งสเปรด
เทียบผลงานข้ามคู่ด้วย pip
50 pip ของแต่ละคู่เป็นระยะที่ต่างกันได้ถึง 2.5 เท่าเมื่อคิดเป็น % ของราคา หน่วยที่เทียบได้คือ % ของพอร์ต หรือ R
คิดว่า pip คือหน่วยเงิน
pip ไม่มีค่าเป็นเงินจนกว่าจะคูณด้วยขนาดล็อต ตัวเลขกำไรที่ไม่บอกล็อตจึงใช้เทียบอะไรไม่ได้เลย
เชื่อเลขในช่องกรอกโดยไม่ตรวจ
ช่องกรอกของแพลตฟอร์มและ EA บางตัวนับเป็น point ไม่ใช่ pip ตรวจครั้งเดียวในบัญชีเดโมแล้วจำไว้ตลอด
สรุปทั้งหน้าให้เหลือสี่บรรทัดที่เอาไปใช้ได้ทันที
- pip คือหน่วยระยะ — คู่ทั่วไป 0.0001 · คู่เยน 0.01 · นอกกลุ่มคู่เงินไม่มีธรรมเนียมกลาง ให้พูดเป็นราคา
- เปิด Specification ของสัญลักษณ์ดู Digits หนึ่งครั้ง — Digits 3 หรือ 5 แปลว่า 1 pip = 10 point · Digits 2 หรือ 4 แปลว่า 1 pip = 1 point จบเรื่องการท่องจำ
- บวกสเปรดเข้าไปในระยะเสมอ — R:R ที่ลากบนกราฟเป็นตัวเลขก่อนต้นทุน ตัวเลขจริงต่ำกว่านั้นทุกครั้ง
- อย่าเทียบอะไรด้วยจำนวน pip — ทั้งข้ามคู่และข้ามขนาดล็อต ใช้ % ของพอร์ต หรือ R เท่านั้น
ถ้าอยากลองนับ pip กับแผนเทรดที่เขียนระยะไว้ครบทุกช่องแล้ว ดูตัวอย่างได้ที่ alphasigs.net
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ราคาทุกชุดในหน้านี้เป็นราคาสมมติที่ระบุไว้ในแต่ละตาราง (EURUSD 1.1000 · GBPUSD 1.2700 · AUDUSD 0.6600 · USDJPY 150.00 · EURJPY 165.00 · สเปรด EURUSD 1.2 pip) ใช้เพื่อแสดงวิธีคิด ไม่ใช่การพยากรณ์หรือรับประกันผลใด ๆ · จำนวนทศนิยม ขนาดสัญญา และนิยามของคำว่า pip สำหรับสินทรัพย์ที่ไม่ใช่คู่เงิน แตกต่างกันตามผู้ให้บริการ ให้ตรวจกับข้อมูลสัญลักษณ์ของโบรกเกอร์ของคุณเองเสมอ · การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น