pip กับ lot คืออะไร — ทำไม "กำไร 50 จุด" ถึงไม่ได้แปลว่าได้เงินเท่ากันทุกคน

พื้นฐานที่ต้องรู้ · หน่วยวัด

pip กับ lot คืออะไร และมูลค่าต่อจุดคำนวณยังไง — หน่วยที่คนสับสนกันมากที่สุด

คำตอบสั้น: pip คือหน่วยวัดว่าราคาขยับไปเท่าไร ส่วน lot คือหน่วยวัดว่าคุณถือสัญญาใหญ่แค่ไหน — เงินที่ได้หรือเสียจริงเกิดจากการเอาสองอย่างนี้คูณกัน ดังนั้นประโยคว่า "วันนี้ได้ 50 จุด" จึงไม่ได้บอกอะไรเลยว่าได้เงินกี่บาท จนกว่าจะรู้ว่าเปิดกี่ล็อต

หน้านี้อธิบายเฉพาะหน่วยวัด — ถ้าต้องการเรื่องเงินประกัน อัตราส่วนเลเวอเรจ และตัวเลขที่ตัดสินว่าพอร์ตจะหายตอนไหน อ่านที่หน้าหลัก เลเวอเรจ (Leverage) คืออะไร · ส่วนวิธีเลือกขนาดล็อตให้พอดีกับความเสี่ยงที่รับได้ อยู่ที่ Lot คืออะไร

pip คืออะไร

pip ย่อมาจาก "percentage in point" คือหน่วยที่เล็กที่สุดที่คู่เงินขยับตามธรรมเนียมการเรียกในตลาด ไม่ใช่หน่วยเงิน แต่เป็นหน่วยระยะทาง

  • คู่ทั่วไป (ทศนิยม 4-5 ตำแหน่ง) — 1 pip = 0.0001 เช่น EURUSD ขยับจาก 1.1000 ไป 1.1050 คือขยับ 50 pip
  • คู่ที่มีเยน (ทศนิยม 2-3 ตำแหน่ง) — 1 pip = 0.01 เช่น USDJPY ขยับจาก 150.00 ไป 150.50 ก็คือ 50 pip เหมือนกัน
  • ตัวเลขหลักสุดท้ายที่โบรกเกอร์แสดง มักเป็น "จุดที่ห้า" หรือ pipette ซึ่งเท่ากับ 1/10 pip — ราคา 1.10005 คือ 1.1000 บวกอีกครึ่งทศนิยม ไม่ใช่ 5 pip

lot คืออะไร และทำไมมันคือตัวคูณตัวจริง

1.00 lot (สัญญามาตรฐาน) = 100,000 หน่วยของสกุลเงินฐาน และขนาดที่เล็กลงมาก็หารตามสัดส่วนตรง ๆ ตารางนี้คือหัวใจของทั้งหน้า

ขนาดที่เปิดเท่ากับกี่หน่วยมูลค่าต่อ 1 pip (คู่ที่ลงท้าย USD)ขยับ 50 pip = เงินเท่าไร
1.00 lot (standard)100,000$10.00$500.00
0.10 lot (mini)10,000$1.00$50.00
0.01 lot (micro)1,000$0.10$5.00
1 หน่วย1$0.0001$0.005
"ได้ 50 จุด" ไม่ใช่ผลงาน แต่เป็นหน่วยระยะทาง — คนหนึ่งได้ $500 อีกคนได้ $5 จากตัวเลข 50 จุดเดียวกัน ต่างกัน 100 เท่าโดยที่ทั้งคู่ "ถูกทาง" เท่ากันเป๊ะ
ตารางเทียบบัญชีสองบัญชีที่มีทุนเท่ากัน แต่เปิดขนาดสัญญาต่างกัน ทำให้ผลขาดทุนจาก 100 จุดต่างกันสิบเท่า
ตารางที่แชร์กันบ่อย — ทุนเท่ากัน $10,000 ทั้งคู่ ขาดทุน 100 จุดเท่ากัน แต่คนหนึ่งเสีย 50% อีกคนเสีย 5% สิ่งที่ต่างคือช่อง Trade Size ไม่ใช่ช่อง Leverage

ความเข้าใจผิดเรื่องหน่วย ที่เคยอยู่ในหน้านี้เอง

บทความรุ่นเก่าของหน้านี้เขียนไว้ว่า "ได้กำไร 50 จุด หรือ 0.0050 USD ซึ่งเท่ากับประมาณ 17 สตางค์" ตัวเลขนั้นไม่ผิดในทางคณิตศาสตร์ แต่ผิดที่หน่วย และความผิดพลาดข้อนี้ทำให้ข้อสรุปที่ตามมาทั้งหมดเพี้ยนไป

ประโยคเดิมจริง ๆ แล้วหมายถึงอะไรตัวเลขที่ถูกต้อง
"50 จุด = 0.0050 USD"คือกำไรของการถือ 1 หน่วย เท่านั้น ไม่ใช่ 1 lot1.00 lot ได้ $500 · 0.01 lot ได้ $5
"ประมาณ 17 สตางค์"แปลง 0.0050 USD ที่เรตราว 34 บาท/ดอลลาร์ (เรตปี 2555)ที่เรตสมมติ 32.50 จะเป็น 0.16 บาท — และยังเป็นของ 1 หน่วยอยู่ดี
"สเปรด 2 จุด คือค่าคอมมิชชั่น"สเปรดกับคอมมิชชั่นเป็นคนละรายการ บางบัญชีเก็บทั้งสองอย่างสเปรด 1.2 pip ที่ 0.10 lot = $1.20
!
บทเรียนที่ใช้ได้กับทุกตัวเลขที่เจอในเน็ต — เวลาเห็นตัวเลขกำไรขาดทุน ให้ถามก่อนเสมอว่า "ตัวเลขนี้เป็นของกี่ล็อต" ถ้าคนเล่าไม่บอกขนาดสัญญา ตัวเลขนั้นเทียบกับอะไรไม่ได้เลย และนี่คือเหตุผลที่ผลงานที่วัดกันจริง ๆ เขาวัดเป็น % ของพอร์ต หรือเป็น R ไม่ใช่เป็นจุดหรือเป็นดอลลาร์

คู่ที่ไม่ได้ลงท้ายด้วย USD คำนวณต่างออกไป

ตารางข้างบนใช้ได้กับคู่ที่ลงท้ายด้วย USD เท่านั้น (EURUSD, GBPUSD, AUDUSD) เพราะมูลค่าต่อจุดออกมาเป็นดอลลาร์พอดี ถ้าคู่นั้นลงท้ายด้วยสกุลอื่น ต้องแปลงอีกขั้น

  1. คิดมูลค่าต่อจุดในสกุลที่อยู่ข้างขวาก่อน — USDJPY 1.00 lot คือ 100,000 USD และ 1 pip = 0.01 เยน ⇒ ได้ 100,000 × 0.01 = 1,000 เยน ต่อจุด
  2. แปลงกลับเป็นสกุลบัญชี — ถ้า USDJPY อยู่ที่ 150.00 ⇒ 1,000 ÷ 150 = $6.67 ต่อจุด ไม่ใช่ $10
  3. มูลค่าต่อจุดของคู่เยนจึงขยับตามราคา — ต่างจากคู่ที่ลงท้าย USD ซึ่งคงที่ที่ $10 ต่อ 1.00 lot เสมอ

ถ้าต้องการเห็นตัวเลขเดียวกันนี้แปลงเป็นเงินบาททั้งหมด ดูที่ คำนวณกำไรขาดทุน Forex เป็นเงินบาท


สรุป

  • pip = ระยะทาง · lot = ขนาด · เงิน = สองอย่างคูณกัน ขาดตัวใดตัวหนึ่งก็ตอบไม่ได้ว่าได้เงินเท่าไร
  • คู่ที่ลงท้าย USD: 1.00 lot = $10 ต่อจุดเสมอ · 0.10 lot = $1 · 0.01 lot = $0.10 จำสามบรรทัดนี้พอ
  • คู่เยนและคู่ที่ไม่มี USD ท้าย ต้องแปลงอีกขั้น และมูลค่าต่อจุดจะขยับตามราคา ไม่คงที่
  • ตัวเลขกำไรที่ไม่บอกขนาดล็อต ใช้เทียบอะไรไม่ได้ — วัดเป็น % ของพอร์ตจะเทียบกันได้จริง

บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ตัวเลขทุกชุดแทนค่าจากสมมติฐานที่ระบุไว้ในแต่ละตาราง (EURUSD ที่ 1.1000 · USDJPY ที่ 150.00 · อัตราแลกเปลี่ยนสมมติ 32.50 บาทต่อดอลลาร์) เป็นการแสดงวิธีคิด ไม่ใช่การรับประกันผลใด ๆ · ขนาดสัญญามาตรฐานและหน่วยทศนิยมอาจต่างกันตามผู้ให้บริการ ให้ตรวจกับข้อมูลสัญลักษณ์ของโบรกเกอร์เองเสมอ · การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน

ความคิดเห็น

Related stories