แปลงกำไรขาดทุน Forex เป็นเงินบาท — สูตร 3 ขั้นที่ใช้ได้กับทุกคู่เงิน
บัญชี Forex ส่วนใหญ่ของคนไทยเป็นบัญชีสกุลดอลลาร์ ทำให้ทุกตัวเลขบนจอเป็น USD ส่วนเงินที่เข้าออกบัญชีธนาคารจริงเป็นบาท ช่องว่างตรงนี้ทำให้หลายคนประเมินขนาดความเสี่ยงของตัวเองผิด หน้านี้ให้สูตรแปลงและตารางที่แทนค่าไว้แล้ว
⚠️ อัตราแลกเปลี่ยนในหน้านี้เป็นค่าสมมติเพื่อแสดงวิธีคิด (USD/THB = 32.50) ไม่ใช่เรตปัจจุบัน ให้แทนค่าเรตจริงของวันที่คุณคำนวณเสมอ
สูตร 3 ขั้น
- หามูลค่าต่อจุดในสกุลที่อยู่ทางขวาของคู่เงิน — เอาจำนวนหน่วยคูณด้วยขนาดของ 1 pip เช่น EURUSD 1.00 lot คือ 100,000 หน่วย × 0.0001 = 10 ดอลลาร์ ต่อจุด
- ถ้าสกุลทางขวาไม่ใช่ USD ให้แปลงเป็น USD ก่อน — หารหรือคูณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลนั้นกับ USD
- คูณด้วยอัตรา USD/THB — ได้มูลค่าต่อจุดเป็นเงินบาท จากนั้นคูณด้วยจำนวนจุดที่ราคาขยับ
ตารางมูลค่าต่อจุดเป็นเงินบาท
| คู่เงิน | ขนาด | มูลค่าต่อจุดในสกุลขวา | เป็นดอลลาร์ | เป็นบาท (ที่ 32.50) |
|---|---|---|---|---|
| EURUSD | 1.00 lot | $10.00 | $10.00 | ฿325.00 |
| EURUSD | 0.10 lot | $1.00 | $1.00 | ฿32.50 |
| EURUSD | 0.01 lot | $0.10 | $0.10 | ฿3.25 |
| USDJPY @150.00 | 1.00 lot | ¥1,000 | $6.67 | ฿216.67 |
| EURGBP (GBPUSD 1.2700) | 1.00 lot | £10.00 | $12.70 | ฿412.75 |
สังเกตสองบรรทัดล่าง คู่ที่ไม่ได้ลงท้ายด้วย USD ให้มูลค่าต่อจุดไม่เท่ากับ $10 และตัวเลขนั้นขยับตามราคาตลาด ต่างจากคู่ที่ลงท้าย USD ซึ่งคงที่เสมอ นี่คือเหตุผลที่การเทรด USDJPY กับ EURUSD ด้วยล็อตเท่ากันไม่ได้แปลว่าเสี่ยงเท่ากัน
แปลงความเสี่ยงต่อไม้เป็นเงินบาท
นี่คือการใช้งานจริงที่สำคัญที่สุดของหน้านี้ — เอาแผนความเสี่ยงมาแปลงเป็นเงินที่คุณรู้สึกได้จริง
| สถานการณ์ | ขาดทุนเป็น USD | เป็นเงินบาท |
|---|---|---|
| EURUSD 0.10 lot · SL 20 pip | −$20.00 | −฿650 |
| EURUSD 0.10 lot · SL 50 pip | −$50.00 | −฿1,625 |
| EURUSD 1.00 lot · SL 20 pip | −$200.00 | −฿6,500 |
| พอร์ต $1,000 หายทั้งใบ | −$1,000 | −฿32,500 |
ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่ซ้อนอยู่อีกชั้น
ถ้าบัญชีของคุณเป็นสกุลดอลลาร์ คุณกำลังถือความเสี่ยงสองชั้นพร้อมกันโดยอาจไม่รู้ตัว
- ชั้นที่หนึ่ง — ผลการเทรด ยอดในบัญชีขึ้นลงตามกำไรขาดทุนที่เป็นดอลลาร์
- ชั้นที่สอง — อัตราแลกเปลี่ยน ต่อให้ยอดดอลลาร์ไม่ขยับเลย มูลค่าเป็นบาทของพอร์ตก็เปลี่ยนทุกวันตาม USD/THB
- ตัวอย่าง — พอร์ต $1,000 ที่เรต 32.50 มีค่า ฿32,500 · ถ้าบาทแข็งขึ้นเป็น 31.00 พอร์ตเดิมจะเหลือ ฿31,000 ขาดทุน ฿1,500 โดยไม่ได้เทรดเลยแม้แต่ไม้เดียว
- ข้อนี้ทำงานสองทาง — ถ้าบาทอ่อนลง มูลค่าเป็นบาทก็เพิ่มขึ้นเองเช่นกัน ไม่ใช่เรื่องร้ายเสมอไป แต่ควรรู้ว่ามันมีอยู่
ผลที่ตามมาในทางปฏิบัติคือ ควรวัดผลงานเป็น % ของพอร์ตในสกุลบัญชี (ดอลลาร์) เพื่อดูฝีมือการเทรดล้วน ๆ แล้วค่อยแปลงเป็นบาทตอนที่จะถอนหรือตอนที่อยากรู้ขนาดจริงของความเสี่ยง การเอาสองเรื่องมาปนกันจะทำให้ประเมินระบบตัวเองผิด
เชิงอรรถ — ตัวอย่างเก่าของหน้านี้ที่ควรอ่านด้วยความระวัง
เนื้อหารุ่นก่อนของหน้านี้มีตัวอย่างที่ใช้ทุน 1 USD เปิดที่เลเวอเรจ 1:100 เพื่อซื้อเงินบาท 3,400 บาทที่เรต 34.00 แล้วปิดที่ 33.80 ได้กำไร 0.59 USD ซึ่งคิดเป็น 59% ของทุน การคำนวณนั้นถูกต้องตามเลขคณิต — แต่มีสองข้อที่ตัวอย่างไม่ได้บอก
- มันเป็นการใช้กำลังซื้อจนเต็มเพดาน — ทุน 1 USD ที่ 1:100 เปิดได้สูงสุด 100 USD และตัวอย่างเปิดเต็ม 100 พอดี ถ้าราคาสวนไปทางตรงข้ามเพียง 20 สตางค์เท่ากัน พอร์ตก็หายทั้งใบด้วยตัวเลขสมมาตรกัน
- ตัวเลข 59% เป็นผลของขนาดสัญญา ไม่ใช่ของเลเวอเรจ — ถ้าเปิดแค่ 10 USD ที่เลเวอเรจ 1:100 เท่าเดิม กำไรจะเป็น 0.059 USD ตามสัดส่วน เหตุผลเต็ม ๆ อยู่ที่ หน้าหลักเรื่องเลเวอเรจ และวิธีอ่านตารางลักษณะนี้อยู่ที่ 3 ตารางเลเวอเรจที่คนแชร์กันมากที่สุด
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · อัตราแลกเปลี่ยนทุกตัวในหน้านี้เป็นค่าสมมติเพื่อแสดงวิธีคิด (USD/THB 32.50 · USDJPY 150.00 · GBPUSD 1.2700) ไม่ใช่เรตปัจจุบันและไม่ควรใช้อ้างอิงในการตัดสินใจ ให้แทนค่าเรตจริง ณ วันที่คำนวณเสมอ · ขนาดสัญญามาตรฐานและวิธีคิดมูลค่าต่อจุดอาจต่างกันตามผู้ให้บริการ · การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน และการถือบัญชีสกุลต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น