Profit Factor คืออะไร — สูตร ความสัมพันธ์กับ R:R และอัตราชนะ และสามวิธีที่ตัวเลขนี้ถูกทำให้สวยโดยไม่ต้องโกหก
Profit Factor (PF) คือผลรวมกำไรของไม้ที่ชนะ หารด้วยผลรวมขาดทุนของไม้ที่แพ้ (คิดเป็นค่าบวก) แค่นั้นจริง ๆ — เป็นการหารครั้งเดียว ค่าที่ได้บอกว่า ทุก 1 บาทที่เสียไป คุณดึงกลับมาได้กี่บาท ⇒ PF = 1.00 คือเสมอตัวพอดี · ต่ำกว่า 1.00 คือขาดทุน · 1.33 แปลว่าเสีย 1 บาท ได้คืน 1.33 บาท
PF เป็นตัวเลขที่โผล่บ่อยที่สุดในรายงานผลงาน — ท้ายรายงาน Backtest ของ MetaTrader ก็มี ในหน้าสถิติของคนขายสัญญาณก็มี ในเกณฑ์ผ่านของ prop firm ก็มี เหตุผลที่มันถูกใช้เยอะคืออ่านง่ายและเทียบกันได้ทันที
แต่เหตุผลเดียวกันนั้นก็ทำให้มันเป็นตัวเลขที่ทำให้ดูดีได้ง่ายที่สุดโดยไม่ต้องโกหกสักคำ หน้านี้จึงไม่หยุดที่สูตร แต่ตอบสามคำถามที่คนถามจริง ๆ ด้วยเลขคณิตที่ตามคำนวณได้ทุกช่อง: PF เท่าไรถึงเรียกว่าใช้ได้ · ต้องมีกี่ไม้ถึงจะเชื่อตัวเลขนั้น · และ PF สูงแปลว่าพอร์ตปลอดภัยหรือเปล่า
Profit Factor คืออะไร — สูตรและสิ่งที่มันวัดจริง ๆ
ตัวอย่าง: ไม้ชนะ 40 ไม้ ได้ไม้ละ 40 → กำไรรวม 1,600 · ไม้แพ้ 60 ไม้ เสียไม้ละ 20 → ขาดทุนรวม 1,200
PF = 1,600 ÷ 1,200 = 1.3333 ⇒ ทุก 1 บาทที่เสีย ดึงกลับมาได้ 1.33 บาท · กำไรสุทธิ = 1,600 − 1,200 = 400
สังเกตสามอย่างจากนิยามนี้ เพราะทั้งบทความต่อจากนี้เป็นผลพวงของมันทั้งหมด
- PF ไม่สนใจว่ามีกี่ไม้ — มันสนใจแค่ผลรวมสองก้อน ⇒ ผลจาก 20 ไม้ กับ 2,000 ไม้ ให้ตัวเลขหน้าตาเหมือนกันได้
- PF ไม่สนใจลำดับก่อนหลัง — สลับลำดับไม้ทั้งหมดยังไง ค่าก็เท่าเดิมเป๊ะ ⇒ มันมองไม่เห็นว่าคุณเคยติดลบลึกแค่ไหนระหว่างทาง
- PF ไม่มีหน่วย — เทียบข้ามคู่เงินและข้ามขนาดพอร์ตได้ ซึ่งเป็นข้อดีจริง แต่ก็แปลว่ามันไม่บอกว่าคุณได้เงินกี่บาท
สูตรลัด — PF ผูกกับ R:R และอัตราชนะด้วยสมการเดียว
ถ้าไม้ที่ชนะได้เท่ากันทุกไม้ และไม้ที่แพ้เสียเท่ากันทุกไม้ PF จะคำนวณได้จากตัวเลขสองตัวที่คุณรู้อยู่แล้ว โดยไม่ต้องเปิดรายงานเลย
PF = R × WR ÷ (1 − WR)
กลับสมการได้อีกสองแบบที่ใช้บ่อยกว่าเดิมอีก:
อัตราชนะที่ทำให้เสมอตัว = 1 ÷ (1 + R) · อัตราชนะที่ต้องได้เพื่อไปถึง PF เป้าหมาย = PF ÷ (PF + R)
ตารางนี้แทนค่าตรง ๆ จากสูตรบน ตัวเลขทุกช่องตรวจซ้ำแล้วด้วยการนับไม้จริง 1,000 ไม้ ไม่ใช่แค่แทนสูตร
| R:R | ชนะ 30% | ชนะ 40% | ชนะ 50% | ชนะ 60% | อัตราชนะที่เสมอตัว |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 : 1 | 0.43 | 0.67 | 1.00 | 1.50 | 50.0% |
| 1 : 1.5 | 0.64 | 1.00 | 1.50 | 2.25 | 40.0% |
| 1 : 2 | 0.86 | 1.33 | 2.00 | 3.00 | 33.3% |
| 1 : 3 | 1.29 | 2.00 | 3.00 | 4.50 | 25.0% |
ช่องที่เป็น 1.00 คือช่องที่ตรงกับคอลัมน์ขวาสุดพอดี นั่นแปลว่า PF = 1.00 กับ "อัตราชนะที่เสมอตัว" เป็นเรื่องเดียวกัน พูดคนละภาษาเท่านั้น ⇒ ถ้าใครบอกอัตราชนะมาลอย ๆ โดยไม่บอก R:R คุณคำนวณ PF ของเขาไม่ได้เลย และตัวเลขนั้นก็แปลความไม่ได้
ตัวเลขอัตราชนะเพียงลำพัง ไม่มีความหมาย
ทางกลับกัน ถ้าอยากรู้ว่าต้องชนะกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะไปถึง PF ที่ตั้งเป้าไว้ ใช้ WR = PF ÷ (PF + R)
| PF ที่ตั้งเป้า | ถ้า R:R = 1:1 | 1 : 1.5 | 1 : 2 | 1 : 3 |
|---|---|---|---|---|
| 1.00 (เสมอตัว) | 50.0% | 40.0% | 33.3% | 25.0% |
| 1.50 | 60.0% | 50.0% | 42.9% | 33.3% |
| 2.00 | 66.7% | 57.1% | 50.0% | 40.0% |
ต้นทุนเปลี่ยน PF เท่าไร — กลยุทธ์เดียวกัน แต่ SL แคบลง PF ตกจาก 1.30 เหลือ 0.95
ตารางข้างบนเป็นตัวเลขก่อนหักต้นทุน ในความเป็นจริงคุณจ่ายสเปรดทุกไม้ ⇒ ไม้ชนะได้น้อยลงเท่ากับต้นทุน และไม้แพ้เสียมากขึ้นเท่ากับต้นทุน พร้อมกันทั้งสองทาง
ทีนี้มาดูจุดที่คนพลาดกันมากที่สุด: ตั้งกลยุทธ์เดียวกันเป๊ะ — R:R 1:2 · อัตราชนะ 40% · PF ก่อนต้นทุน = 1.33 เท่ากันทุกแถว — เปลี่ยนแค่ความกว้างของจุดตัดขาดทุน แล้วหักสเปรด 1.2 pip เท่ากันทุกแถว
| จุดตัดขาดทุน | เป้ากำไร | PF ก่อนต้นทุน | R:R หลังหักสเปรด | PF หลังต้นทุน | อ่านว่า |
|---|---|---|---|---|---|
| 5 pip | 10 pip | 1.33 | 1 : 1.42 | 0.95 | ขาดทุน |
| 10 pip | 20 pip | 1.33 | 1 : 1.68 | 1.12 | กำไรบาง ๆ |
| 20 pip | 40 pip | 1.33 | 1 : 1.83 | 1.22 | พอไปได้ |
| 40 pip | 80 pip | 1.33 | 1 : 1.91 | 1.28 | เกือบเต็ม |
| 80 pip | 160 pip | 1.33 | 1 : 1.96 | 1.30 | ต้นทุนแทบไม่มีผล |
แถวแรกคือแถวที่ควรจำ: PF 0.95 แปลว่าขาดทุน ทั้งที่แผนบนกระดาษเป็นแผนเดียวกับแถวล่างสุดที่ได้ 1.30 ทุกประการ ⇒ ถ้าใครโชว์ PF มาโดยไม่บอกว่า SL กว้างเท่าไรและจ่ายสเปรดเท่าไร ตัวเลขนั้นเทียบกับใครไม่ได้เลย อ่านเรื่องต้นทุนที่โตเงียบ ๆ ต่อได้ที่ ปัญหา Spread ถ่างคืออะไร และ Zone Recovery คืออะไร ซึ่งเป็นกรณีที่ต้นทุนกินกำไรจนติดลบด้วยกลไกเดียวกัน
ต้องมีกี่ไม้ถึงจะเชื่อ PF ได้ — ไม้เดียวขยับได้ถึง 12.5%
PF เป็นเศษส่วน และเศษส่วนที่มีตัวหารน้อยจะแกว่งแรงมาก ลองดูชุดเดียวกันที่ PF = 1.33 เท่ากันทั้งสามแถว ต่างกันแค่จำนวนไม้ แล้วเติมไม้เข้าไปอีกหนึ่งไม้
| จำนวนไม้ | ชนะ / แพ้ | PF | ถ้าแพ้เพิ่มอีก 1 ไม้ | ถ้าชนะเพิ่มอีก 1 ไม้ | สวิงมากสุด |
|---|---|---|---|---|---|
| 20 | 8 / 12 | 1.33 | 1.23 (−7.7%) | 1.50 (+12.5%) | 12.5% |
| 100 | 40 / 60 | 1.33 | 1.31 (−1.6%) | 1.37 (+2.5%) | 2.5% |
| 500 | 200 / 300 | 1.33 | 1.33 (−0.3%) | 1.34 (+0.5%) | 0.5% |
ไล่หาจุดที่ไม้เดียวขยับ PF น้อยกว่า 1% ได้คำตอบที่ 260 ไม้ (สวิงมากสุด 0.96%) ⇒ ต่ำกว่านั้น ตัวเลข PF ที่เห็นยังขึ้นกับว่าไม้สุดท้ายบังเอิญออกหัวหรือก้อยมากพอที่จะยังตัดสินอะไรไม่ได้
PF เท่ากันเป๊ะ แต่พอร์ตคนละเรื่อง — เพราะ PF ไม่รู้จักคำว่า "ลำดับ"
นี่คือข้อจำกัดที่ใหญ่ที่สุดของ PF และเป็นเหตุผลที่ห้ามดูมันตัวเดียว เอาไม้ชุดเดียวกันเป๊ะ ๆ — ชนะ 4 ไม้ ไม้ละ +40 · แพ้ 6 ไม้ ไม้ละ −20 — แล้วสลับแค่ลำดับที่มันเกิดขึ้น
| ลำดับ | เส้นทางของทุน | Profit Factor | กำไรสุทธิ | ติดลบลึกสุด |
|---|---|---|---|---|
| A ชนะแพ้สลับกัน | +40 → +20 → +60 → … → +40 | 1.33 | +40 | 60 |
| B แพ้รวดหกไม้ก่อน | −20 → −40 → … → −120 → +40 | 1.33 | +40 | 120 |
PF เท่ากัน กำไรสุทธิเท่ากัน แต่ระดับที่ต้องทนต่างกันสองเท่า — และในโลกจริงลำดับ B คือลำดับที่ทำให้คนเลิกกลางคัน หรือโดนกฎ drawdown ของ prop firm เขี่ยออกก่อนถึงไม้ที่ 7 ⇒ PF ต้องอ่านคู่กับ drawdown เสมอ ไม่มีข้อยกเว้น รายละเอียดของกฎที่ตัดสินตรงนี้อยู่ใน สอบ prop firm ไม่ผ่านเพราะอะไร
สามวิธีที่ PF ถูกทำให้สวยขึ้น โดยไม่ต้องโกหกสักคำ
ทั้งสามวิธีนี้ใช้ตัวเลขจริงทั้งหมด ไม่มีการปลอมข้อมูล แต่ผลลัพธ์ที่คนอ่านเห็นต่างกันคนละโลก ชุดข้อมูลตั้งต้นคือชุดเดิม: 100 ไม้ · ชนะ 40 ไม้ ไม้ละ +40 · แพ้ 60 ไม้ ไม้ละ −20 · PF = 1.33
เลือกช่วงที่ดีที่สุด
หยิบมาแสดงเฉพาะ 20 ไม้ที่ดีที่สุด (ชนะ 16 แพ้ 4) ⇒ PF พุ่งจาก 1.33 เป็น 8.00 ทั้งที่ไม่มีไม้ไหนถูกแต่งเลย
ตัดตรงที่ไม่มีไม้แพ้
ถ้าเลือกช่วง 10 ไม้ที่บังเอิญชนะรวด ตัวหารเป็นศูนย์ ⇒ PF กลายเป็น ไม่นิยาม ซึ่งโปรแกรมส่วนใหญ่แสดงเป็นค่ามหาศาลหรือขีดกลาง
เปลี่ยนช่วงเวลาที่รายงาน
ขยับวันเริ่มต้นไปข้างหน้าไม่กี่วันให้พ้นช่วงที่แพ้หนัก ⇒ PF ขยับได้ทั้งที่ระบบไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย
เพราะแบบนี้ เวลาเห็น PF ของใคร คำถามแรกไม่ใช่ "เท่าไร" แต่คือ "จากกี่ไม้ และช่วงไหนถึงช่วงไหน" ถ้าตอบสองข้อนี้ไม่ได้ ตัวเลขนั้นยังไม่มีความหมายพอจะเทียบกับอะไร
Profit Factor เทียบกับ R:R, อัตราชนะ และ Drawdown — ใช้ตัวไหนตอนไหน
| ตัวเลข | ตอบคำถามว่า | สิ่งที่มันมองไม่เห็น | ใช้ตอนไหน |
|---|---|---|---|
| Profit Factor | เสีย 1 บาท ได้คืนกี่บาท | จำนวนไม้ · ลำดับ · ความลึกที่ติดลบ | เทียบระบบต่างกันแบบหยาบ ๆ |
| R:R | ไม้หนึ่งเสี่ยงเท่าไร ต่อโอกาสได้เท่าไร | ความถี่ที่แผนนั้นสำเร็จจริง | ตอนวางแผนก่อนเข้าไม้ |
| อัตราชนะ | ชนะกี่เปอร์เซ็นต์ของไม้ทั้งหมด | ขนาดของกำไรและขาดทุนแต่ละไม้ | ใช้ได้ต่อเมื่อมี R:R กำกับข้าง ๆ |
| Drawdown | เคยติดลบจากยอดสูงสุดกี่เปอร์เซ็นต์ | ว่าท้ายที่สุดกำไรหรือขาดทุน | ตอนตัดสินว่าทนไหวไหม |
สี่ตัวนี้ไม่ได้แข่งกัน มันตอบคนละคำถาม และสองตัวแรกคำนวณกลับไปกลับมาได้ด้วยสมการในหัวข้อข้างบน ⇒ ถ้ามีสามในสี่ตัว มักคำนวณตัวที่เหลือได้เอง วิธีวางทั้งชุดเข้าด้วยกันอยู่ในหน้า Money Management มีขั้นตอนอะไรบ้าง
เช็คลิสต์ก่อนเชื่อ PF ที่ใครส่งมา
- มาจากกี่ไม้ — ต่ำกว่า 100 ไม้ให้ถือว่าเป็นตัวเลขชั่วคราว · ต่ำกว่า 260 ไม้ยังขยับเกิน 1% ได้จากไม้เดียว
- ช่วงเวลาไหนถึงไหน และเลือกช่วงเองหรือเปล่า — ถ้าเริ่มนับจากวันที่ผู้เล่าเป็นคนเลือก ให้ถามหาช่วงตั้งแต่ไม้แรกจริง ๆ
- SL กว้างเท่าไร และหักต้นทุนหรือยัง — จากตารางข้างบน กลยุทธ์เดียวกันให้ PF ได้ตั้งแต่ 0.95 ถึง 1.30 ขึ้นกับข้อนี้ข้อเดียว
- Drawdown ลึกสุดเท่าไรในชุดเดียวกัน — ถ้าไม่มีตัวเลขนี้มาคู่กัน แปลว่ายังไม่รู้ว่าต้องทนอะไร
- มีไม้แพ้ในชุดหรือไม่ — ถ้า PF สูงผิดปกติหรือขึ้นเป็นขีดกลาง มักแปลว่าตัวหารเล็กมากหรือเป็นศูนย์ ไม่ใช่ว่าระบบเก่งมาก
ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนใช้ PF ตัดสินใจ
- PF ที่วัดจากอดีตไม่ได้แปลว่าอนาคตจะได้เท่านั้น — มันเป็นการสรุปสิ่งที่เกิดไปแล้ว ไม่ใช่การพยากรณ์ และยิ่งจำนวนไม้น้อย ยิ่งเป็นการสรุปที่บอกอะไรไม่ได้
- PF สูงมากมักมาพร้อมความถี่ต่ำมาก — ระบบที่เลือกมากจนแทบไม่เข้าไม้อาจได้ PF สวย แต่เก็บตัวอย่างได้ช้าจนกว่าจะรู้ว่าจริงหรือฟลุก ต้องใช้เวลาหลายปี
- PF เปลี่ยนตามวิธีปิดไม้ด้วย — ถ้าแบ่งปิดบางส่วน กำไรก้อนหนึ่งจะถูกนับเป็นหลายไม้ ซึ่งเปลี่ยนทั้งตัวเศษและจำนวนไม้ ⇒ เทียบกับระบบที่ปิดครั้งเดียวไม่ได้ตรง ๆ
- อย่าตั้งเป้าที่ตัวเลข PF — การไล่ให้ PF สูงขึ้นทำได้ง่ายมากด้วยการตัดขาดทุนช้าลงหรือปิดกำไรเร็วขึ้น ซึ่งทำให้ตัวเลขสวยขึ้นชั่วคราวแต่ความเสี่ยงจริงแย่ลง
- ทุกตัวเลขในหน้านี้เป็นเลขคณิตของชุดข้อมูลที่กำหนดไว้ ไม่ได้บอกว่าระบบไหนดีหรือควรใช้อะไร — ใช้เป็นวิธีอ่านตัวเลขที่คนอื่นส่งมาเท่านั้น
สรุปเป็นตัวเลขที่จำไปใช้ได้
- PF = ผลรวมกำไร ÷ ผลรวมขาดทุน · 1.00 คือเสมอตัวพอดี · ต่ำกว่านั้นคือขาดทุน
- PF = R × WR ÷ (1 − WR) ⇒ รู้ R:R กับอัตราชนะ คำนวณ PF ได้เลยโดยไม่ต้องเปิดรายงาน
- อัตราชนะที่เสมอตัว = 1 ÷ (1 + R) — เป็นเรื่องเดียวกับ PF = 1.00 พูดคนละภาษา
- กลยุทธ์เดียวกัน SL 5 pip ได้ PF 0.95 · SL 80 pip ได้ 1.30 ⇒ PF ที่ไม่บอก SL และต้นทุน เทียบกับใครไม่ได้
- ต่ำกว่า 260 ไม้ ไม้เดียวขยับ PF เกิน 1% · ที่ 20 ไม้ ขยับได้ถึง 12.5%
- PF เท่ากันได้ทั้งที่ drawdown ต่างกันสองเท่า ⇒ อ่าน PF คู่กับ drawdown เสมอ
ถ้าอยากเห็นตัวเลขชุดนี้ถูกใช้จริงกับผลงานที่ตรวจย้อนหลังได้ — ระยะเข้า-ออก จุดตัดขาดทุน และอัตราส่วนเสี่ยงต่อผลตอบแทนของทุกสัญญาณถูกบันทึกไว้ให้ตรวจได้ที่ AlphaSignals — หลักคิดเดียวกับหน้านี้คือ ตัวเลขที่ไม่บอกจำนวนไม้และช่วงเวลา ยังไม่ควรเอามาตัดสินใจ
บทความนี้เป็นเนื้อหาให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขทั้งหมดเป็นการคำนวณจากชุดข้อมูลสมมติที่ระบุไว้ในบทความ ผลลัพธ์จริงขึ้นกับสเปรด ค่าคอมมิชชั่น ความคลาดของราคา และเงื่อนไขบัญชีของแต่ละคน ผลงานในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลในอนาคต การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน · เครื่องมือช่วยวิเคราะห์เพิ่มเติมดูได้ที่ alphasigs.net
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น