Profit Factor คืออะไร — สูตรคำนวณ ค่าเท่าไรถึงใช้ได้ และจุดที่ตัวเลขนี้หลอกตาที่สุด

$ % 1,600 กำไรรวม ÷ 1,200 ขาดทุนรวม = 1.33 Profit Factor ขาดทุนรวมถึงเส้นนี้ = PF 1.00 Profit Factor คืออะไร อ่านให้เป็นก่อนเชื่อผลงานใคร โดย คนเล่น Forex กลยุทธ์เดิม · SL แคบลง PF 0.95 จาก 1.33 ก่อนหักต้นทุน ต้องมีกี่ไม้ถึงเชื่อได้ 260 ไม้ ก่อนที่ไม้เดียวจะขยับ PF น้อยกว่า 1% ฉบับคำนวณจริง
วัดผลการเทรด

Profit Factor คืออะไร — สูตร ความสัมพันธ์กับ R:R และอัตราชนะ และสามวิธีที่ตัวเลขนี้ถูกทำให้สวยโดยไม่ต้องโกหก

Profit Factor (PF) คือผลรวมกำไรของไม้ที่ชนะ หารด้วยผลรวมขาดทุนของไม้ที่แพ้ (คิดเป็นค่าบวก) แค่นั้นจริง ๆ — เป็นการหารครั้งเดียว ค่าที่ได้บอกว่า ทุก 1 บาทที่เสียไป คุณดึงกลับมาได้กี่บาท ⇒ PF = 1.00 คือเสมอตัวพอดี · ต่ำกว่า 1.00 คือขาดทุน · 1.33 แปลว่าเสีย 1 บาท ได้คืน 1.33 บาท

PF เป็นตัวเลขที่โผล่บ่อยที่สุดในรายงานผลงาน — ท้ายรายงาน Backtest ของ MetaTrader ก็มี ในหน้าสถิติของคนขายสัญญาณก็มี ในเกณฑ์ผ่านของ prop firm ก็มี เหตุผลที่มันถูกใช้เยอะคืออ่านง่ายและเทียบกันได้ทันที

แต่เหตุผลเดียวกันนั้นก็ทำให้มันเป็นตัวเลขที่ทำให้ดูดีได้ง่ายที่สุดโดยไม่ต้องโกหกสักคำ หน้านี้จึงไม่หยุดที่สูตร แต่ตอบสามคำถามที่คนถามจริง ๆ ด้วยเลขคณิตที่ตามคำนวณได้ทุกช่อง: PF เท่าไรถึงเรียกว่าใช้ได้ · ต้องมีกี่ไม้ถึงจะเชื่อตัวเลขนั้น · และ PF สูงแปลว่าพอร์ตปลอดภัยหรือเปล่า

1.00
เส้นเสมอตัวพอดี — ตัวเลขนี้เทียบตรงกับ "อัตราชนะที่เสมอตัว" ที่ต้องอยู่ข้างทุก % เสมอ
0.95
PF ของกลยุทธ์ที่ก่อนหักต้นทุนได้ 1.33 เท่ากันเป๊ะ เปลี่ยนแค่ SL ให้แคบลงเหลือ 5 pip
260 ไม้
จำนวนไม้ที่ต้องมี ก่อนที่ไม้เพิ่มอีกหนึ่งไม้จะขยับ PF น้อยกว่า 1%

Profit Factor คืออะไร — สูตรและสิ่งที่มันวัดจริง ๆ

Profit Factor = ผลรวมกำไรของไม้ที่ชนะ ÷ ผลรวมขาดทุนของไม้ที่แพ้ (ใส่ค่าสัมบูรณ์ ไม่ต้องติดลบ)
ตัวอย่าง: ไม้ชนะ 40 ไม้ ได้ไม้ละ 40 → กำไรรวม 1,600 · ไม้แพ้ 60 ไม้ เสียไม้ละ 20 → ขาดทุนรวม 1,200
PF = 1,600 ÷ 1,200 = 1.3333 ⇒ ทุก 1 บาทที่เสีย ดึงกลับมาได้ 1.33 บาท · กำไรสุทธิ = 1,600 − 1,200 = 400

สังเกตสามอย่างจากนิยามนี้ เพราะทั้งบทความต่อจากนี้เป็นผลพวงของมันทั้งหมด

  • PF ไม่สนใจว่ามีกี่ไม้ — มันสนใจแค่ผลรวมสองก้อน ⇒ ผลจาก 20 ไม้ กับ 2,000 ไม้ ให้ตัวเลขหน้าตาเหมือนกันได้
  • PF ไม่สนใจลำดับก่อนหลัง — สลับลำดับไม้ทั้งหมดยังไง ค่าก็เท่าเดิมเป๊ะ ⇒ มันมองไม่เห็นว่าคุณเคยติดลบลึกแค่ไหนระหว่างทาง
  • PF ไม่มีหน่วย — เทียบข้ามคู่เงินและข้ามขนาดพอร์ตได้ ซึ่งเป็นข้อดีจริง แต่ก็แปลว่ามันไม่บอกว่าคุณได้เงินกี่บาท
การ์ดสูตรคำนวณเปอร์เซ็นต์อัตราชนะ เท่ากับจำนวนไม้ที่เทรดชนะ หารด้วยจำนวนไม้ที่เทรดทั้งหมด คูณด้วยหนึ่งร้อย
อัตราชนะ (Win Rate) คือหนึ่งในสองตัวแปรที่ประกอบกันเป็น Profit Factor — อีกตัวคืออัตราส่วนกำไรต่อขาดทุน หัวข้อถัดไปจะแสดงว่าสองตัวนี้ผูกกับ PF ด้วยสมการเดียว · ภาพจาก Money Management มีขั้นตอนอะไรบ้าง

สูตรลัด — PF ผูกกับ R:R และอัตราชนะด้วยสมการเดียว

ถ้าไม้ที่ชนะได้เท่ากันทุกไม้ และไม้ที่แพ้เสียเท่ากันทุกไม้ PF จะคำนวณได้จากตัวเลขสองตัวที่คุณรู้อยู่แล้ว โดยไม่ต้องเปิดรายงานเลย

ให้ R = กำไรต่อไม้ชนะ ÷ ขาดทุนต่อไม้แพ้ (ก็คือ Risk Reward Ratio) และ WR = อัตราชนะ
PF = R × WR ÷ (1 − WR)
กลับสมการได้อีกสองแบบที่ใช้บ่อยกว่าเดิมอีก:
อัตราชนะที่ทำให้เสมอตัว = 1 ÷ (1 + R)  ·  อัตราชนะที่ต้องได้เพื่อไปถึง PF เป้าหมาย = PF ÷ (PF + R)

ตารางนี้แทนค่าตรง ๆ จากสูตรบน ตัวเลขทุกช่องตรวจซ้ำแล้วด้วยการนับไม้จริง 1,000 ไม้ ไม่ใช่แค่แทนสูตร

R:Rชนะ 30%ชนะ 40%ชนะ 50%ชนะ 60%อัตราชนะที่เสมอตัว
1 : 10.430.671.001.5050.0%
1 : 1.50.641.001.502.2540.0%
1 : 20.861.332.003.0033.3%
1 : 31.292.003.004.5025.0%

ช่องที่เป็น 1.00 คือช่องที่ตรงกับคอลัมน์ขวาสุดพอดี นั่นแปลว่า PF = 1.00 กับ "อัตราชนะที่เสมอตัว" เป็นเรื่องเดียวกัน พูดคนละภาษาเท่านั้น ⇒ ถ้าใครบอกอัตราชนะมาลอย ๆ โดยไม่บอก R:R คุณคำนวณ PF ของเขาไม่ได้เลย และตัวเลขนั้นก็แปลความไม่ได้

อัตราชนะ 70% ที่ R:R 1:0.3 ให้ PF 0.70 — ขาดทุน · อัตราชนะ 30% ที่ R:R 1:3 ให้ PF 1.29 — กำไร
ตัวเลขอัตราชนะเพียงลำพัง ไม่มีความหมาย

ทางกลับกัน ถ้าอยากรู้ว่าต้องชนะกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะไปถึง PF ที่ตั้งเป้าไว้ ใช้ WR = PF ÷ (PF + R)

PF ที่ตั้งเป้าถ้า R:R = 1:11 : 1.51 : 21 : 3
1.00 (เสมอตัว)50.0%40.0%33.3%25.0%
1.5060.0%50.0%42.9%33.3%
2.0066.7%57.1%50.0%40.0%

ต้นทุนเปลี่ยน PF เท่าไร — กลยุทธ์เดียวกัน แต่ SL แคบลง PF ตกจาก 1.30 เหลือ 0.95

ตารางข้างบนเป็นตัวเลขก่อนหักต้นทุน ในความเป็นจริงคุณจ่ายสเปรดทุกไม้ ⇒ ไม้ชนะได้น้อยลงเท่ากับต้นทุน และไม้แพ้เสียมากขึ้นเท่ากับต้นทุน พร้อมกันทั้งสองทาง

ทีนี้มาดูจุดที่คนพลาดกันมากที่สุด: ตั้งกลยุทธ์เดียวกันเป๊ะ — R:R 1:2 · อัตราชนะ 40% · PF ก่อนต้นทุน = 1.33 เท่ากันทุกแถว — เปลี่ยนแค่ความกว้างของจุดตัดขาดทุน แล้วหักสเปรด 1.2 pip เท่ากันทุกแถว

กลยุทธ์เดียวกันทุกแถว เปลี่ยนแค่ความกว้าง SL — PF หลังต้นทุนต่างกันคนละเรื่อง 1.501.000.50 1.33 0.95 SL 5 1.33 1.12 SL 10 1.33 1.22 SL 20 1.33 1.28 SL 40 1.33 1.30 SL 80 PF ก่อนหักต้นทุน (เท่ากันทุกกลุ่ม) PF หลังหักสเปรด 1.2 pip PF 1.00 เส้นเสมอตัว
แท่งเทาสูงเท่ากันทั้งห้ากลุ่ม เพราะเป็นกลยุทธ์เดียวกันทุกอย่าง — สิ่งเดียวที่ต่างคือความกว้าง SL และมันดันแท่งเขียวข้ามเส้นเสมอตัวไปคนละฝั่ง
จุดตัดขาดทุนเป้ากำไรPF ก่อนต้นทุนR:R หลังหักสเปรดPF หลังต้นทุนอ่านว่า
5 pip10 pip1.331 : 1.420.95ขาดทุน
10 pip20 pip1.331 : 1.681.12กำไรบาง ๆ
20 pip40 pip1.331 : 1.831.22พอไปได้
40 pip80 pip1.331 : 1.911.28เกือบเต็ม
80 pip160 pip1.331 : 1.961.30ต้นทุนแทบไม่มีผล

แถวแรกคือแถวที่ควรจำ: PF 0.95 แปลว่าขาดทุน ทั้งที่แผนบนกระดาษเป็นแผนเดียวกับแถวล่างสุดที่ได้ 1.30 ทุกประการ ⇒ ถ้าใครโชว์ PF มาโดยไม่บอกว่า SL กว้างเท่าไรและจ่ายสเปรดเท่าไร ตัวเลขนั้นเทียบกับใครไม่ได้เลย อ่านเรื่องต้นทุนที่โตเงียบ ๆ ต่อได้ที่ ปัญหา Spread ถ่างคืออะไร และ Zone Recovery คืออะไร ซึ่งเป็นกรณีที่ต้นทุนกินกำไรจนติดลบด้วยกลไกเดียวกัน


ต้องมีกี่ไม้ถึงจะเชื่อ PF ได้ — ไม้เดียวขยับได้ถึง 12.5%

PF เป็นเศษส่วน และเศษส่วนที่มีตัวหารน้อยจะแกว่งแรงมาก ลองดูชุดเดียวกันที่ PF = 1.33 เท่ากันทั้งสามแถว ต่างกันแค่จำนวนไม้ แล้วเติมไม้เข้าไปอีกหนึ่งไม้

จำนวนไม้ชนะ / แพ้PFถ้าแพ้เพิ่มอีก 1 ไม้ถ้าชนะเพิ่มอีก 1 ไม้สวิงมากสุด
208 / 121.331.23 (−7.7%)1.50 (+12.5%)12.5%
10040 / 601.331.31 (−1.6%)1.37 (+2.5%)2.5%
500200 / 3001.331.33 (−0.3%)1.34 (+0.5%)0.5%

ไล่หาจุดที่ไม้เดียวขยับ PF น้อยกว่า 1% ได้คำตอบที่ 260 ไม้ (สวิงมากสุด 0.96%) ⇒ ต่ำกว่านั้น ตัวเลข PF ที่เห็นยังขึ้นกับว่าไม้สุดท้ายบังเอิญออกหัวหรือก้อยมากพอที่จะยังตัดสินอะไรไม่ได้

!
ผลงาน 1 เดือนของระบบที่เทรดวันละ 1 ไม้ = ประมาณ 20 ไม้ ⇒ อยู่ในแถวแรกของตารางพอดี ตัวเลข PF ที่ได้ยังขยับได้ถึง 12.5% จากไม้เดียว ⇒ ห้ามเอาไปเทียบกับใคร และห้ามใช้ตัดสินว่าระบบดีหรือไม่ดี · ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าต้องรอ 260 ไม้ถึงเทรดได้ แต่แปลว่าต้องรอ 260 ไม้ถึงจะเชื่อตัวเลขได้

PF เท่ากันเป๊ะ แต่พอร์ตคนละเรื่อง — เพราะ PF ไม่รู้จักคำว่า "ลำดับ"

นี่คือข้อจำกัดที่ใหญ่ที่สุดของ PF และเป็นเหตุผลที่ห้ามดูมันตัวเดียว เอาไม้ชุดเดียวกันเป๊ะ ๆ — ชนะ 4 ไม้ ไม้ละ +40 · แพ้ 6 ไม้ ไม้ละ −20 — แล้วสลับแค่ลำดับที่มันเกิดขึ้น

ไม้ชุดเดียวกัน · PF 1.33 เท่ากัน · จบที่ +40 เท่ากัน — ต่างแค่ลำดับ 0 +100 −120 DD 60 DD 120 ลำดับ A — ชนะแพ้สลับกัน ลำดับ B — แพ้รวดหกไม้ก่อน DD = ติดลบจากยอดสูงสุด ตัวเลขสรุปทุกตัวเท่ากัน — สิ่งเดียวที่ต่างคือระหว่างทางคุณต้องทนอะไร
สองเส้นนี้มาจากไม้ชุดเดียวกันทุกไม้ จบที่จุดเดียวกัน และมี PF เท่ากันเป๊ะ — แต่เส้นแดงพาพอร์ตลงไปลึกเป็นสองเท่าก่อนจะกลับขึ้นมา
ลำดับเส้นทางของทุนProfit Factorกำไรสุทธิติดลบลึกสุด
A ชนะแพ้สลับกัน+40 → +20 → +60 → … → +401.33+4060
B แพ้รวดหกไม้ก่อน−20 → −40 → … → −120 → +401.33+40120

PF เท่ากัน กำไรสุทธิเท่ากัน แต่ระดับที่ต้องทนต่างกันสองเท่า — และในโลกจริงลำดับ B คือลำดับที่ทำให้คนเลิกกลางคัน หรือโดนกฎ drawdown ของ prop firm เขี่ยออกก่อนถึงไม้ที่ 7 ⇒ PF ต้องอ่านคู่กับ drawdown เสมอ ไม่มีข้อยกเว้น รายละเอียดของกฎที่ตัดสินตรงนี้อยู่ใน สอบ prop firm ไม่ผ่านเพราะอะไร


สามวิธีที่ PF ถูกทำให้สวยขึ้น โดยไม่ต้องโกหกสักคำ

ทั้งสามวิธีนี้ใช้ตัวเลขจริงทั้งหมด ไม่มีการปลอมข้อมูล แต่ผลลัพธ์ที่คนอ่านเห็นต่างกันคนละโลก ชุดข้อมูลตั้งต้นคือชุดเดิม: 100 ไม้ · ชนะ 40 ไม้ ไม้ละ +40 · แพ้ 60 ไม้ ไม้ละ −20 · PF = 1.33

1

เลือกช่วงที่ดีที่สุด

หยิบมาแสดงเฉพาะ 20 ไม้ที่ดีที่สุด (ชนะ 16 แพ้ 4) ⇒ PF พุ่งจาก 1.33 เป็น 8.00 ทั้งที่ไม่มีไม้ไหนถูกแต่งเลย

2

ตัดตรงที่ไม่มีไม้แพ้

ถ้าเลือกช่วง 10 ไม้ที่บังเอิญชนะรวด ตัวหารเป็นศูนย์ ⇒ PF กลายเป็น ไม่นิยาม ซึ่งโปรแกรมส่วนใหญ่แสดงเป็นค่ามหาศาลหรือขีดกลาง

3

เปลี่ยนช่วงเวลาที่รายงาน

ขยับวันเริ่มต้นไปข้างหน้าไม่กี่วันให้พ้นช่วงที่แพ้หนัก ⇒ PF ขยับได้ทั้งที่ระบบไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย

ตัวเลข PF 8.00 ที่ได้จากการหยิบ 20 ไม้ที่ดีที่สุด มาจากข้อมูลจริงทุกไม้ ไม่มีใครโกหก — สิ่งที่หายไปคือ 80 ไม้ที่ไม่ได้ถูกเล่าถึง

เพราะแบบนี้ เวลาเห็น PF ของใคร คำถามแรกไม่ใช่ "เท่าไร" แต่คือ "จากกี่ไม้ และช่วงไหนถึงช่วงไหน" ถ้าตอบสองข้อนี้ไม่ได้ ตัวเลขนั้นยังไม่มีความหมายพอจะเทียบกับอะไร


Profit Factor เทียบกับ R:R, อัตราชนะ และ Drawdown — ใช้ตัวไหนตอนไหน

ตัวเลขตอบคำถามว่าสิ่งที่มันมองไม่เห็นใช้ตอนไหน
Profit Factorเสีย 1 บาท ได้คืนกี่บาทจำนวนไม้ · ลำดับ · ความลึกที่ติดลบเทียบระบบต่างกันแบบหยาบ ๆ
R:Rไม้หนึ่งเสี่ยงเท่าไร ต่อโอกาสได้เท่าไรความถี่ที่แผนนั้นสำเร็จจริงตอนวางแผนก่อนเข้าไม้
อัตราชนะชนะกี่เปอร์เซ็นต์ของไม้ทั้งหมดขนาดของกำไรและขาดทุนแต่ละไม้ใช้ได้ต่อเมื่อมี R:R กำกับข้าง ๆ
Drawdownเคยติดลบจากยอดสูงสุดกี่เปอร์เซ็นต์ว่าท้ายที่สุดกำไรหรือขาดทุนตอนตัดสินว่าทนไหวไหม

สี่ตัวนี้ไม่ได้แข่งกัน มันตอบคนละคำถาม และสองตัวแรกคำนวณกลับไปกลับมาได้ด้วยสมการในหัวข้อข้างบน ⇒ ถ้ามีสามในสี่ตัว มักคำนวณตัวที่เหลือได้เอง วิธีวางทั้งชุดเข้าด้วยกันอยู่ในหน้า Money Management มีขั้นตอนอะไรบ้าง


เช็คลิสต์ก่อนเชื่อ PF ที่ใครส่งมา

  1. มาจากกี่ไม้ — ต่ำกว่า 100 ไม้ให้ถือว่าเป็นตัวเลขชั่วคราว · ต่ำกว่า 260 ไม้ยังขยับเกิน 1% ได้จากไม้เดียว
  2. ช่วงเวลาไหนถึงไหน และเลือกช่วงเองหรือเปล่า — ถ้าเริ่มนับจากวันที่ผู้เล่าเป็นคนเลือก ให้ถามหาช่วงตั้งแต่ไม้แรกจริง ๆ
  3. SL กว้างเท่าไร และหักต้นทุนหรือยัง — จากตารางข้างบน กลยุทธ์เดียวกันให้ PF ได้ตั้งแต่ 0.95 ถึง 1.30 ขึ้นกับข้อนี้ข้อเดียว
  4. Drawdown ลึกสุดเท่าไรในชุดเดียวกัน — ถ้าไม่มีตัวเลขนี้มาคู่กัน แปลว่ายังไม่รู้ว่าต้องทนอะไร
  5. มีไม้แพ้ในชุดหรือไม่ — ถ้า PF สูงผิดปกติหรือขึ้นเป็นขีดกลาง มักแปลว่าตัวหารเล็กมากหรือเป็นศูนย์ ไม่ใช่ว่าระบบเก่งมาก

ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนใช้ PF ตัดสินใจ

  • PF ที่วัดจากอดีตไม่ได้แปลว่าอนาคตจะได้เท่านั้น — มันเป็นการสรุปสิ่งที่เกิดไปแล้ว ไม่ใช่การพยากรณ์ และยิ่งจำนวนไม้น้อย ยิ่งเป็นการสรุปที่บอกอะไรไม่ได้
  • PF สูงมากมักมาพร้อมความถี่ต่ำมาก — ระบบที่เลือกมากจนแทบไม่เข้าไม้อาจได้ PF สวย แต่เก็บตัวอย่างได้ช้าจนกว่าจะรู้ว่าจริงหรือฟลุก ต้องใช้เวลาหลายปี
  • PF เปลี่ยนตามวิธีปิดไม้ด้วย — ถ้าแบ่งปิดบางส่วน กำไรก้อนหนึ่งจะถูกนับเป็นหลายไม้ ซึ่งเปลี่ยนทั้งตัวเศษและจำนวนไม้ ⇒ เทียบกับระบบที่ปิดครั้งเดียวไม่ได้ตรง ๆ
  • อย่าตั้งเป้าที่ตัวเลข PF — การไล่ให้ PF สูงขึ้นทำได้ง่ายมากด้วยการตัดขาดทุนช้าลงหรือปิดกำไรเร็วขึ้น ซึ่งทำให้ตัวเลขสวยขึ้นชั่วคราวแต่ความเสี่ยงจริงแย่ลง
  • ทุกตัวเลขในหน้านี้เป็นเลขคณิตของชุดข้อมูลที่กำหนดไว้ ไม่ได้บอกว่าระบบไหนดีหรือควรใช้อะไร — ใช้เป็นวิธีอ่านตัวเลขที่คนอื่นส่งมาเท่านั้น
!
หน้านี้อธิบายวิธีคำนวณและวิธีอ่าน Profit Factor ไม่ได้เสนอว่าค่าเท่าไรคือค่าที่ควรตั้งเป้า และไม่ได้รับประกันผลใด ๆ ตัวเลขจากอดีตไม่ได้บอกผลในอนาคต

สรุปเป็นตัวเลขที่จำไปใช้ได้

  • PF = ผลรวมกำไร ÷ ผลรวมขาดทุน · 1.00 คือเสมอตัวพอดี · ต่ำกว่านั้นคือขาดทุน
  • PF = R × WR ÷ (1 − WR) ⇒ รู้ R:R กับอัตราชนะ คำนวณ PF ได้เลยโดยไม่ต้องเปิดรายงาน
  • อัตราชนะที่เสมอตัว = 1 ÷ (1 + R) — เป็นเรื่องเดียวกับ PF = 1.00 พูดคนละภาษา
  • กลยุทธ์เดียวกัน SL 5 pip ได้ PF 0.95 · SL 80 pip ได้ 1.30 ⇒ PF ที่ไม่บอก SL และต้นทุน เทียบกับใครไม่ได้
  • ต่ำกว่า 260 ไม้ ไม้เดียวขยับ PF เกิน 1% · ที่ 20 ไม้ ขยับได้ถึง 12.5%
  • PF เท่ากันได้ทั้งที่ drawdown ต่างกันสองเท่า ⇒ อ่าน PF คู่กับ drawdown เสมอ

ถ้าอยากเห็นตัวเลขชุดนี้ถูกใช้จริงกับผลงานที่ตรวจย้อนหลังได้ — ระยะเข้า-ออก จุดตัดขาดทุน และอัตราส่วนเสี่ยงต่อผลตอบแทนของทุกสัญญาณถูกบันทึกไว้ให้ตรวจได้ที่ AlphaSignals — หลักคิดเดียวกับหน้านี้คือ ตัวเลขที่ไม่บอกจำนวนไม้และช่วงเวลา ยังไม่ควรเอามาตัดสินใจ

บทความนี้เป็นเนื้อหาให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขทั้งหมดเป็นการคำนวณจากชุดข้อมูลสมมติที่ระบุไว้ในบทความ ผลลัพธ์จริงขึ้นกับสเปรด ค่าคอมมิชชั่น ความคลาดของราคา และเงื่อนไขบัญชีของแต่ละคน ผลงานในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลในอนาคต การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน · เครื่องมือช่วยวิเคราะห์เพิ่มเติมดูได้ที่ alphasigs.net

ความคิดเห็น

Related stories