สอบ prop firm ไม่ผ่านเพราะอะไร — เลขคณิตของกฎ Drawdown ที่ทำให้ระบบซึ่งได้เปรียบก็ยังสอบตก

$ % เป้ากำไร +10% เริ่มต้น เพดานขาดทุนต่อวัน −5% เสี่ยง 1% · ผ่าน เสี่ยง 3% · จบวันที่ 2 ระบบเดียวกัน ความได้เปรียบเท่ากัน สอบ prop firm ไม่ผ่าน เพราะกฎ ไม่ใช่เพราะระบบ โดย คนเล่น Forex เสี่ยง 1% ต่อไม้ ผ่าน 89.2% จำลอง 200,000 รอบ เสี่ยง 3% ต่อไม้ ผ่าน 39.7% 60.3% หลุดกฎรายวัน ฉบับคำนวณจริง
บริหารความเสี่ยง

สอบ prop firm ไม่ผ่านเพราะอะไร — ทำไมระบบที่มีความได้เปรียบจริงถึงยังสอบตก และเลขคณิตของกฎที่อธิบายมันได้

การสอบ prop firm คือการทดสอบว่าเทรดเดอร์ทำกำไรถึงเป้าหมายได้โดยไม่ละเมิดกฎขาดทุนสองข้อ — เพดานขาดทุนรวม และเพดานขาดทุนต่อวัน คอนเทนต์ภาษาไทยเกือบทั้งหมดตอบคำถาม "สอบไม่ผ่านเพราะอะไร" ด้วยคำว่าวินัยหรือจิตวิทยา ซึ่งไม่ผิด แต่ไม่ใช่คำอธิบายที่ตรวจสอบได้ หน้านี้ตอบด้วยเลขคณิตแทน: กฎขาดทุนต่อวันกับขนาดไม้ที่ใช้ ขัดกันเองในทางคณิตศาสตร์ และเมื่อจำลองสถานการณ์ 200,000 รอบ ด้วยระบบที่มีความได้เปรียบเป็นบวกเท่ากันทุกกรณี พบว่าโอกาสผ่านตกจาก 98.1% เหลือ 39.7% โดยเปลี่ยนแค่ขนาดไม้อย่างเดียว — และมีอีกข้อที่น่าตกใจกว่านั้นรออยู่ในหัวข้อที่ 5

ภาพประกอบเรื่อง FTMO และการเทรดแบบ prop trade
บทความนี้ไม่ได้ชวนให้สมัครสอบหรือบอกว่าควรใช้เจ้าไหน — สิ่งที่ทำคือกางกฎออกมาคำนวณให้เห็นว่ากติกาที่เขียนไว้ในสัญญาบีบขนาดไม้ของเราแค่ไหน ก่อนจะจ่ายค่าสอบ

กฎมาตรฐานของการสอบ มีอะไรบ้าง

ผู้ให้บริการแต่ละเจ้ามีรายละเอียดต่างกัน แต่โครงหลักเหมือนกันเกือบหมด และตัวเลขชุดที่พบบ่อยที่สุดคือ

กฎค่าที่พบบ่อยวัดจากอะไรผลเมื่อละเมิด
เป้ากำไร+8% ถึง +10%ทุนเริ่มต้นผ่านไปรอบถัดไป
เพดานขาดทุนรวม−10%ทุนเริ่มต้นจบทันที
เพดานขาดทุนต่อวัน−5%ทุน ณ ตอนเปิดวันนั้นจบทันที
จำนวนวันขั้นต่ำ0-5 วันวันที่มีการเทรดยังไม่ให้ผ่านจนกว่าจะครบ
จุดที่คนอ่านข้ามบ่อยที่สุดคือแถวที่สาม — เพดานขาดทุนต่อวันวัดจากทุน ณ ตอนเปิดวันนั้น ไม่ใช่ทุนเริ่มต้น แปลว่าวันที่คุณกำไรมาแล้ว 3% ตอนเช้า แล้วเสียคืน 5% ตอนบ่าย คุณหลุดกฎแล้ว ทั้งที่ทุนรวมยังบวกอยู่ 2% ก็ตาม บางเจ้าวัดจาก equity แบบเรียลไทม์ด้วย ซึ่งแปลว่าออเดอร์ที่ยังไม่ปิดก็นับ

กฎสองข้อที่ขัดกันเอง

เป้ากำไร +10% กับเพดานขาดทุนรวม −10% ดูสมมาตรและยุติธรรมดี ปัญหาอยู่ที่เพดานรายวัน −5% เข้ามาบีบอีกชั้น

สมมติเทรดวันละ 3 ไม้ ซึ่งเป็นจังหวะที่พบได้ทั่วไป ลองคำนวณว่าขนาดไม้แต่ละแบบทำให้ "วันที่แย่ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้" ไปชนเพดานหรือไม่ — ตารางนี้ไม่ใช่การจำลอง แต่เป็นเลขคณิตล้วน

เสี่ยงต่อไม้แพ้ทั้ง 3 ไม้ในวันเดียวชนเพดาน −5% ไหมต้องแพ้กี่ไม้ถึงหลุดโอกาสเกิดต่อวัน (ชนะ 40%)
0.5%−1.5%ไม่ชน11 ไม้ (เกินจำนวนไม้ที่เทรด)เป็นไปไม่ได้
1.0%−3.0%ไม่ชน6 ไม้ (เกินจำนวนไม้ที่เทรด)เป็นไปไม่ได้
2.0%−6.0%ชน3 ไม้0.6³ = 21.6%
3.0%−9.0%ชน2 ไม้1 − 0.4³ − 3(0.4²)(0.6) = 64.8%
ที่ความเสี่ยง 3% ต่อไม้ วันที่แพ้สองไม้จากสามไม้ก็จบแล้ว และวันแบบนั้นเกิดขึ้น 64.8% ของทุกวันเมื่ออัตราชนะอยู่ที่ 40% — ไม่ใช่เรื่องวินัย แต่เป็นเรื่องที่กติกากับขนาดไม้เข้ากันไม่ได้ตั้งแต่แรก
วันที่แพ้ทั้ง 3 ไม้ — ขนาดไม้ตัดสินว่าหลุดกฎหรือไม่ 0% เพดานขาดทุนต่อวัน −5% 0.5% −1.5% ปลอดภัย 1.0% −3.0% ปลอดภัย 2.0% −6.0% หลุด · 21.6%/วัน 3.0% −9.0% หลุด · 64.8%/วัน
แท่งคือขาดทุนสะสมของวันที่แพ้ทั้งสามไม้ เส้นแดงคือเพดาน −5% — สองแบบแรกไม่มีทางชนเพดานได้เลยแม้แพ้ทุกไม้ ส่วนสองแบบหลังชนตั้งแต่วันธรรมดาที่ไม่ได้แย่เป็นพิเศษ

ผลจำลอง 200,000 รอบ — ระบบเดียวกัน เปลี่ยนแค่ขนาดไม้

ตารางข้างบนบอกว่า "หลุดได้หรือไม่ได้" แต่ยังไม่บอกว่าสุดท้ายผ่านกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะต้องชั่งกับโอกาสที่จะไปถึงเป้า +10% ก่อน จึงต้องจำลอง

สมมติฐานที่ใช้ทั้งหมด (เปิดเผยให้ทำซ้ำได้) — เป้า +10% · เพดานรวม −10% · เพดานต่อวัน −5% · R:R 1:2 · อัตราชนะ 40% ทุกกรณี (เท่ากับความได้เปรียบ +0.20R ต่อไม้ ซึ่งเป็นบวก) · เทรด 3 ไม้ต่อวัน · ผลแต่ละไม้เป็นอิสระต่อกัน · ไม่คิดสเปรด คอมมิชชัน สวอป และการลื่นไถล · จำลอง 200,000 รอบต่อหนึ่งขนาดไม้
เสี่ยงต่อไม้ผ่านหลุดเพดานรวมหลุดเพดานต่อวันจำนวนไม้เฉลี่ยจำนวนวันเฉลี่ย
0.5%98.1%1.9%0.0%10134
1.0%89.2%10.8%0.0%4114
2.0%45.9%0.0%54.1%73
3.0%39.7%0.0%60.3%42
2.5×โอกาสผ่านต่างกัน ระหว่างเสี่ยง 0.5% กับ 3% ทั้งที่ระบบเดียวกัน
0.0%คนที่เสี่ยง 2-3% หลุดเพราะเพดานรวม — ตายที่กฎรายวันก่อนทั้งหมด
+0.20Rความได้เปรียบต่อไม้ เท่ากันทุกแถวในตาราง
แถว 2% กับ 3% มีคนหลุดเพดานรวม 0.0% พอดี — ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่ขาดทุน แต่เพราะกฎรายวันเก็บไปหมดก่อนที่ขาดทุนสะสมจะเดินทางไปถึง −10% ได้ เพดานรวมจึงแทบไม่มีความหมายสำหรับคนที่เสี่ยงเยอะ

อีกจุดที่ควรสังเกตคือช่อง "จำนวนวันเฉลี่ย" — เสี่ยง 3% จบเกมภายใน 2 วัน ส่วนเสี่ยง 0.5% ใช้เวลา 34 วัน ความเร็วที่ดูเหมือนข้อดี จริง ๆ แล้วคือการบีบให้ผลลัพธ์ขึ้นกับไม้ไม่กี่ไม้ ซึ่งเป็นนิยามของการเสี่ยงดวง


ข้อที่น่าตกใจที่สุด: ผ่านการสอบ ไม่ได้แปลว่ามีความได้เปรียบ

คราวนี้ล็อกความเสี่ยงไว้ที่ 1% ต่อไม้ แล้วเปลี่ยนแค่อัตราชนะ เพื่อดูว่าต้องเก่งแค่ไหนถึงจะผ่าน — และคำตอบไม่ใช่อย่างที่คิด

อัตราชนะความได้เปรียบต่อไม้โอกาสผ่านต้องจ่ายค่าสอบเฉลี่ยกี่รอบ
25%−0.25R (เสียเปรียบ)5.8%17.3 รอบ
30%−0.10R (เสียเปรียบ)25.6%3.9 รอบ
33.3%0.00R (เสมอตัวพอดี)50.3%2.0 รอบ
40%+0.20R89.2%1.1 รอบ
45%+0.35R97.6%1.0 รอบ
แถวกลางคือแถวที่ต้องอ่านซ้ำ — ระบบที่ไม่มีความได้เปรียบเลยแม้แต่นิดเดียว ยังผ่านการสอบได้ 50.3% เพราะเป้า +10% กับเพดาน −10% สมมาตรกัน มันจึงเป็นการโยนเหรียญที่ยุติธรรม

ผลที่ตามมามีสองข้อ และทั้งคู่สำคัญ

  1. การสอบผ่านไม่ใช่หลักฐานว่าระบบใช้ได้ — ครึ่งหนึ่งของคนที่ผ่านด้วยระบบเสมอตัว จะไปเจอความจริงเอาตอนถือบัญชีจริง ที่ไม่มีเส้นชัยให้หยุดแล้ว
  2. ถ้าอยากรู้ว่าตัวเองมีความได้เปรียบจริงไหม ต้องวัดก่อนสมัครสอบ ไม่ใช่ใช้การสอบเป็นตัววัด — วิธีวัดคือบันทึกผลเป็นหน่วย R แล้วดูค่าเฉลี่ย ตามที่อธิบายไว้ในหน้า Trading Journal
โอกาสผ่าน เทียบกับ อัตราชนะ (เสี่ยง 1% ต่อไม้) 100%75%50%25% เสมอตัว → 50.3% 25%30%33.3% 40%45%50% อัตราชนะ (R:R 1:2) ซ้ายของจุดเหลือง = เสียเปรียบ แต่ยังมีโอกาสผ่านอยู่ไม่น้อย
จุดเหลืองคืออัตราชนะที่ทำให้ความได้เปรียบเป็นศูนย์พอดี (33.3% ที่ R:R 1:2) — เส้นตัดผ่านครึ่งจอตรงนั้นพอดี ซึ่งเป็นสิ่งที่คาดได้จากความสมมาตรของเป้าและเพดาน

ต้นทุนที่แท้จริง — ค่าสอบคูณด้วยจำนวนรอบ

ค่าสมัครสอบของแต่ละเจ้าไม่เท่ากันและเปลี่ยนบ่อย ตารางนี้จึงไม่ระบุชื่อเจ้าไหน แต่ให้เอาค่าสอบจริงที่คุณเจอมาคูณกับจำนวนรอบเฉลี่ยจากตารางก่อนหน้า ซึ่งคำนวณจาก 1 ÷ โอกาสผ่าน

อัตราชนะของคุณรอบเฉลี่ยที่ต้องจ่ายถ้าค่าสอบ 3,000 บาทถ้าค่าสอบ 6,000 บาทถ้าค่าสอบ 12,000 บาท
25% (เสียเปรียบ)17.351,900 บาท103,800 บาท207,600 บาท
30% (เสียเปรียบ)3.911,700 บาท23,400 บาท46,800 บาท
33.3% (เสมอตัว)2.06,000 บาท12,000 บาท24,000 บาท
40% (ได้เปรียบ)1.13,300 บาท6,600 บาท13,200 บาท
!
ตารางนี้คิดเฉพาะค่าสอบ ยังไม่รวมสิ่งที่แพงกว่า — เวลาที่ใช้ไป และการที่คนส่วนใหญ่เพิ่มขนาดไม้ในรอบถัดไปเพื่อเอาคืนให้เร็ว ซึ่งตามตารางจำลองข้างบน การขยับจาก 1% เป็น 3% ทำให้โอกาสผ่านลดจาก 89.2% เหลือ 39.7% พูดอีกอย่างคือการพยายามเอาทุนคืนเร็ว ๆ ทำให้ต้องจ่ายค่าสอบมากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง

สิ่งที่การจำลองนี้ไม่ได้บอก

ต้องพูดให้ชัดว่าตัวเลขทั้งหมดข้างบนมาจากแบบจำลอง ไม่ใช่สถิติของเทรดเดอร์จริง และแบบจำลองนี้เอื้อประโยชน์ให้ผู้สอบมากกว่าความเป็นจริงหลายทาง

  • สมมติว่าอัตราชนะคงที่ตลอด — ของจริงเปลี่ยนตามสภาพตลาด ระบบที่ชนะ 40% ในตลาดมีเทรนด์ อาจเหลือ 30% ในตลาด sideway
  • สมมติว่าแต่ละไม้เป็นอิสระต่อกัน — ของจริงถ้าเปิดหลายคู่พร้อมกันมักวิ่งไปทางเดียวกัน ทำให้วันแย่ ๆ แย่กว่าที่โมเดลคิดมาก
  • ไม่คิดสเปรด คอมมิชชัน สวอป และการลื่นไถลตอนข่าว — ของจริงทุกอย่างนี้กินความได้เปรียบ ทำให้ +0.20R ที่ตั้งไว้เหลือน้อยลง
  • สมมติว่าคนเทรดทำตามแผนทุกไม้ — ซึ่งเป็นสมมติฐานที่ใหญ่ที่สุดในทั้งหมด
!
ดังนั้นอย่าอ่านตาราง 89.2% ว่าเป็นโอกาสผ่านของคุณ — มันคือโอกาสผ่านถ้าคุณมีความได้เปรียบ +0.20R จริง และรักษาไว้ได้ตลอด ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ต้องพิสูจน์ด้วยบันทึกของตัวเองก่อน สิ่งที่การจำลองใช้ได้จริงคือการเปรียบเทียบระหว่างแถว เพราะทุกแถวใช้สมมติฐานชุดเดียวกันหมด ต่างกันแค่ตัวแปรที่ต้องการทดสอบ

เช็กลิสต์ 6 ข้อ ก่อนจ่ายค่าสอบ

  1. วัดความได้เปรียบของตัวเองก่อน — บันทึกอย่างน้อย 100 ไม้เป็นหน่วย R แล้วดูค่าเฉลี่ย ถ้ายังติดลบ การสอบคือการจ่ายเงินเพื่อยืนยันสิ่งที่รู้อยู่แล้ว
  2. อ่านว่าเพดานรายวันวัดจากอะไร — จากยอดตอนเปิดวัน หรือจาก equity เรียลไทม์ สองแบบนี้ต่างกันมากถ้าถือออเดอร์ข้ามคืน
  3. คำนวณขนาดไม้ให้วันที่แย่ที่สุดยังไม่ชนเพดาน — เอาจำนวนไม้ต่อวันคูณความเสี่ยงต่อไม้ ต้องน้อยกว่าเพดานรายวันเสมอ ตามตารางในหัวข้อที่ 2 · วิธีคิดล็อตอยู่ที่หน้าคำนวณขนาดล็อต
  4. ดูว่าห้ามเทรดช่วงข่าวหรือไม่ — หลายเจ้ามีข้อนี้ และการลื่นไถลตอนข่าวเป็นสาเหตุที่ทำให้ทะลุเพดานโดยไม่ทันตั้งตัว
  5. ตั้งเพดานของตัวเองให้เข้มกว่าของเขา — เช่นเขาให้ −5% ต่อวัน เราหยุดเองที่ −3% เพราะการหลุดกฎคือจบทันที ไม่มีการอุทธรณ์
  6. กำหนดล่วงหน้าว่าจะสอบกี่รอบ — และยอมรับตัวเลขนั้นก่อนจ่ายรอบแรก ไม่ใช่ตัดสินใจตอนเพิ่งสอบตก

ถ้าอยากเห็นตัวอย่างการบันทึกที่ระบุจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และผลลัพธ์ไว้ครบตั้งแต่ก่อนเปิดออเดอร์ — ซึ่งเป็นข้อมูลชุดเดียวกับที่ใช้วัดความได้เปรียบในข้อ 1 — ดูได้ที่ บันทึกสัญญาณของ AlphaSignals


สรุป — 3 ข้อที่ยืนยันได้ และ 1 ข้อที่ยืนยันไม่ได้

  • เพดานรายวันเป็นตัวคัดคนออก ไม่ใช่เพดานรวม — ในการจำลอง คนที่เสี่ยง 2-3% ต่อไม้ ไม่มีใครหลุดเพดานรวมเลยสักรอบ เพราะกฎรายวันเก็บไปก่อนหมด
  • ขนาดไม้เปลี่ยนผลลัพธ์มากกว่าที่คนคิด — ระบบเดียวกัน ความได้เปรียบ +0.20R เท่ากัน โอกาสผ่านตกจาก 98.1% เหลือ 39.7% เมื่อขยับจาก 0.5% เป็น 3%
  • การสอบผ่านไม่ใช่หลักฐานว่ามีความได้เปรียบ — ระบบที่เสมอตัวพอดียังผ่านได้ 50.3% เพราะเป้ากับเพดานสมมาตรกัน
!
ข้อที่ยืนยันไม่ได้: บทความนี้ไม่ได้บอกว่าการสอบ prop firm คุ้มหรือไม่คุ้ม ไม่ได้แนะนำผู้ให้บริการเจ้าใด และไม่มีตัวเลขใดในหน้านี้ที่มาจากผลของเทรดเดอร์จริง ทั้งหมดคือการคำนวณจากกฎที่ประกาศไว้ กับการจำลองภายใต้สมมติฐานที่เขียนเปิดเผยไว้แล้ว ใครก็ตามที่เสนอ "อัตราผ่าน" โดยไม่บอกสมมติฐาน กำลังให้ตัวเลขที่ตรวจสอบไม่ได้

อ่านต่อในเรื่องที่ใช้คู่กันโดยตรง: วัดความได้เปรียบด้วย Trading Journal · คำนวณขนาดล็อตให้ทุกไม้เสี่ยงเท่ากัน · ต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในการเลื่อน Stop Loss · คิด R:R ของแต่ละไม้ก่อนกดเข้า

บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนและไม่ใช่การแนะนำผู้ให้บริการรายใด ตัวเลขทั้งหมดมาจากการคำนวณและการจำลองภายใต้สมมติฐานที่ระบุไว้ในบทความ ไม่ใช่ผลของเทรดเดอร์จริงและไม่ใช่การคาดการณ์ผลตอบแทน การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ผู้อ่านควรตรวจสอบกฎของผู้ให้บริการด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

ความคิดเห็น

Related stories