Consecutive Loss คืออะไร — แพ้ติดกันกี่ไม้ถึงผิดปกติ (คำนวณจาก Win Rate)

% $ L ผลการเทรด 18 ไม้ล่าสุด W W L W W L L L L L L L W L W W W W แพ้ติดกัน 7 ไม้ Win Rate 50% พอดี — ชนะ 9 แพ้ 9 เส้นทุน (Equity) จุดที่คนเลิกทำตามระบบ ใน 100 ไม้ แพ้ติดกันยาวสุดเท่าไรถึงยังเรียกว่าปกติ Win Rate ยาวสุดที่พบบ่อย เกินนี้ค่อยสงสัย 40% 7 13 50% 6 10 60% 4 8 Consecutive Loss แพ้ติดกันกี่ไม้ถึงผิดปกติ โดย คนเล่น Forex คนส่วนใหญ่คิดว่า 0.78% แพ้ 7 ไม้ติด ที่ WR 50% คิดจาก 0.5 ยกกำลัง 7 ของจริงใน 100 ไม้ 31.8% มากกว่าที่คิด 40 เท่า 1 ใน 3 ของพอร์ตจะเจอ ฉบับคำนวณจริง
สถิติการเทรด

Consecutive Loss และ Consecutive Win คืออะไร — แพ้ติดกันกี่ไม้ถึงเรียกว่าระบบมีปัญหา

Consecutive Loss คือจำนวนไม้ที่ แพ้ติดต่อกันโดยไม่มีไม้ชนะคั่น และ Consecutive Win คือฝั่งตรงข้าม แต่คำถามที่คนค้นหาจริง ๆ ไม่ใช่แค่ "มันคืออะไร" — มันคือ "แพ้ติดกันกี่ไม้ถึงควรเลิกใช้ระบบนี้" คำตอบคำนวณได้จาก Win Rate กับจำนวนไม้ที่เทรด และตัวเลขที่ออกมามักมากกว่าที่คนเดาไว้หลายสิบเท่า

บทความนี้ไม่ได้มีไว้ปลอบใจ แต่มีไว้ให้ตัวเลข: ที่ Win Rate ของคุณ แพ้ติดกันกี่ไม้ยังถือว่าอยู่ในกรอบของความบังเอิญ เกินเท่าไรถึงเริ่มมีน้ำหนักพอให้สงสัยระบบ และสตรีคนั้นแปลงเป็นเงินเท่าไรเมื่อคิดจากความเสี่ยงต่อไม้ที่ใช้อยู่

Consecutive Win and Loss คืออะไร — ภาพปกบทความของคนเล่น Forex พร้อมพื้นหลังเป็นประวัติออเดอร์ฝั่งชนะและฝั่งแพ้
คำสองคำนี้อยู่ในรายงาน Backtest ทุกฉบับ แต่แทบไม่มีใครเอาไปคำนวณต่อว่ามันควรยาวเท่าไร
0.78%
ตัวเลขที่คนส่วนใหญ่คำนวณ
สำหรับ "แพ้ 7 ไม้ติด" ที่ WR 50%
31.8%
ของจริงเมื่อเทรด 100 ไม้
มากกว่าที่คิด 40 เท่า
10 ไม้
เส้นที่ WR 50% ต้องข้ามก่อน
ถึงจะเหลือโอกาสบังเอิญ ≤ 5%

Consecutive Loss และ Consecutive Win คืออะไร

Consecutive แปลว่า "ติดต่อกัน" ดังนั้น

  • Consecutive Loss = จำนวนไม้ที่ขาดทุนเรียงติดกัน โดยไม่มีไม้กำไรมาคั่น
  • Consecutive Win = จำนวนไม้ที่กำไรเรียงติดกัน โดยไม่มีไม้ขาดทุนมาคั่น
  • Maximum Consecutive Loss = ช่วงที่ยาวที่สุดในบรรดาช่วงแพ้ติดกันทั้งหมด — อันนี้คือตัวที่รายงาน Backtest รายงานให้

ตัวอย่าง เทรด 10 ไม้ ได้ผลเรียงตามเวลาแบบนี้ W W L L L W L W W L จะได้ Max Consecutive Win = 2 และ Max Consecutive Loss = 3 ส่วน Win Rate = 5/10 = 50% ซึ่งเป็นคนละตัวเลขกัน

จุดที่คนนับผิดบ่อยที่สุด: เรียงผิดลำดับ

สตรีคต้องนับจาก เวลาปิดออเดอร์ เรียงจากเก่าไปใหม่ ไม่ใช่เวลาเปิด และไม่ใช่เลขตั๋ว หน้าประวัติของโปรแกรมเทรดหลายตัวเรียงตามเลขตั๋วเป็นค่าเริ่มต้น ซึ่งสลับกับเวลาปิดได้ง่ายมากถ้าไม้หนึ่งถือยาวกว่าอีกไม้ กดหัวคอลัมน์ให้เรียงตามเวลาปิดก่อนนับทุกครั้ง

รายการออเดอร์ GBPUSD 8 ไม้ เรียงตามเลขตั๋วไม่ใช่เวลา และสามไม้แรกช่อง S/L เป็น 0.00000
ภาพนี้มีสองอย่างให้ดู — (1) เวลาในคอลัมน์ไม่ได้เรียงจากน้อยไปมาก (08:29 → 18:22 → 18:57 → 16:53 → 15:42) เพราะหน้าจอเรียงตามเลขตั๋ว (2) สามไม้แรกช่อง S/L เป็น 0.00000 คือไม่มีจุดตัดขาดทุน ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ "สตรีคแพ้ธรรมดา" กลายเป็นเรื่องใหญ่

คนคำนวณผิดตรงไหน — 0.78% กับ 31.8% เป็นคำตอบของคนละคำถาม

เวลาคนอยากรู้ว่า "แพ้ 7 ไม้ติดมีโอกาสแค่ไหน" ที่ Win Rate 50% เกือบทุกคนคำนวณแบบนี้

0.5 × 0.5 × 0.5 × 0.5 × 0.5 × 0.5 × 0.5 = 0.5⁷ = 0.78% หรือ 1 ใน 128

เลขนี้ ถูก — แต่มันตอบคำถามว่า "ถ้าชี้ไปที่ไม้หนึ่งบนตาราง แล้วนับไปข้างหน้าอีก 7 ไม้ โอกาสที่ทั้ง 7 ไม้นั้นแพ้หมดคือเท่าไร" ซึ่งไม่ใช่คำถามที่เราสนใจ

คำถามจริงคือ "ตลอดการเทรด 100 ไม้ของเดือนนี้ โอกาสที่จะเจอสักช่วงหนึ่งที่แพ้ติดกัน 7 ไม้ขึ้นไปคือเท่าไร" — เพราะช่วงนั้นเริ่มที่ไม้ไหนก็ได้ มีจุดเริ่มต้นที่เป็นไปได้เกือบร้อยจุด และคำตอบของคำถามนี้คือ

ที่ Win Rate 50% เทรด 100 ไม้ โอกาสเจอช่วงแพ้ติดกัน 7 ไม้ขึ้นไป คือ 31.8% — ประมาณ 1 ใน 3 ไม่ใช่ 1 ใน 128

ต่างกัน 40 เท่า และนี่คือเหตุผลที่คนเลิกใช้ระบบตัวเองกลางทางเต็มไปหมด เขาไม่ได้เจอเรื่องหายาก เขาเจอเรื่องที่เกิดได้บ่อยมาก แต่ในหัวคำนวณไว้ว่ามันคือเรื่อง 1 ใน 128

⚠️
ยิ่งเทรดนาน ตัวเลขยิ่งโตขึ้นอีก — ถ้าขยับจาก 100 ไม้เป็น 250 ไม้ โอกาสเจอสตรีคแพ้ 7 ไม้ขึ้นไปพุ่งเป็น 62.7% และที่ 1,000 ไม้คือ 98.2% พูดง่าย ๆ คือถ้าเทรดนานพอ มันไม่ใช่ "ถ้า" แต่เป็น "เมื่อไร"

ตารางแพ้ติดกันที่ยังเรียกว่า "ปกติ" ในแต่ละ Win Rate

ตารางข้างล่างคำนวณจากการเทรด 100 ไม้ โดยสมมติว่าแต่ละไม้เป็นอิสระต่อกัน (เงื่อนไขข้อนี้สำคัญมาก เดี๋ยวจะพูดถึงในหัวข้อท้าย ๆ) ช่อง "R:R คุ้มทุน" คือ Risk Reward Ratio ที่ต้องทำให้ได้ขั้นต่ำเพื่อให้ Win Rate นั้นไม่ขาดทุน — ใส่ไว้เพราะอัตราชนะตัวเดียวไม่มีความหมายถ้าไม่บอกคู่กับ R:R

Win RateR:R คุ้มทุนแพ้ติดกันยาวสุด
ที่พบบ่อย
เกินกี่ไม้
ถึงเหลือโอกาส ≤ 5%
โอกาสเจอ
≥ 5 ไม้
โอกาสเจอ
≥ 7 ไม้
โอกาสเจอ
≥ 10 ไม้
30%1 : 2.33101899.9%94.9%58.0%
35%1 : 1.8691599.5%85.0%36.8%
40%1 : 1.5071397.6%68.9%20.5%
45%1 : 1.2261292.0%49.7%10.1%
50%1 : 1.0061081.0%31.8%4.4%
55%1 : 0.825964.7%17.9%1.7%
60%1 : 0.674845.9%8.9%0.6%
65%1 : 0.544728.5%3.9%0.2%
70%1 : 0.433615.3%1.4%0.0%

วิธีอ่าน: ถ้าระบบของคุณชนะ 40% (ซึ่งเป็นตัวเลขปกติมากของระบบตามเทรนด์ที่ใช้ R:R สูง) การแพ้ติดกัน 7 ไม้เป็นเรื่องที่ควรคาดไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่สัญญาณเตือน และต้องแพ้ถึง 13 ไม้ติด ขึ้นไป โอกาสที่มันจะเกิดจากความบังเอิญล้วน ๆ ถึงจะเหลือต่ำกว่า 5%

ที่สำคัญกว่านั้นคือแถวบนสุดกับล่างสุดของตาราง: Win Rate 70% ดูน่าอุ่นใจกว่า 30% มาก แต่ช่อง "R:R คุ้มทุน" บอกว่าระบบ 70% ต้องกำไรเฉลี่ยอย่างน้อย 0.43 เท่าของที่เสี่ยง ส่วนระบบ 30% ต้องได้ 2.33 เท่า — ทั้งสองระบบอาจทำกำไรเท่ากันเป๊ะ ต่างกันแค่คุณจะทนแพ้ติดกัน 3 ไม้หรือ 10 ไม้ได้มากกว่ากัน อ่านเรื่องนี้ต่อได้ที่ Risk Reward Ratio (R:R) คืออะไร

ระบบเดียวกัน Win Rate 50% เท่ากันทั้ง 4 ชุด ชุดละ 30 ไม้ ชนะ 15 แพ้ 15 เป๊ะ ๆ ต่างกันแค่ลำดับที่ผลออกมา ชนะแพ้ ชุดที่ 1 — แพ้ติดกันยาวสุด 3 ไม้ ชุดที่ 2 — แพ้ติดกันยาวสุด 5 ไม้ ชุดที่ 3 — แพ้ติดกันยาวสุด 7 ไม้ ชุดที่ 4 — แพ้ติดกันยาวสุด 9 ไม้ อัตราชนะบอกว่า "แพ้กี่ครั้ง" แต่ไม่ได้บอกว่า "แพ้ติดกันกี่ครั้ง" — สองอย่างนี้คนละตัวเลข ทั้ง 4 ชุดสุ่มจากเหรียญที่ยุติธรรมเท่ากัน ความต่างของสตรีคจึงไม่ได้มาจากฝีมือ
ทั้ง 4 ชุดคือการสุ่มจริง ชนะ 15 แพ้ 15 เท่ากันทุกชุด — ต่างกันแค่ลำดับที่ผลออกมา ทำให้แพ้ติดกันยาวสุดเป็น 3, 5, 7 และ 9 ไม้ตามลำดับ

ทั้งสี่ชุดในภาพเป็นการสุ่มจริงจากเหรียญที่ยุติธรรมเท่ากันทุกใบ มีผลชนะ 15 แพ้ 15 เท่ากันเป๊ะ ต่างกันแค่ลำดับ — แต่คนที่เจอชุดที่ 4 จะเชื่อสนิทใจว่า "ระบบพัง" ส่วนคนที่เจอชุดที่ 1 จะเชื่อว่า "ระบบนี้ใช้ได้" ทั้งที่มันคือเหรียญใบเดียวกัน


ยิ่งเทรดถี่ ยิ่งเจอสตรีคยาว — ระบบเดิม แต่ความรู้สึกคนละเรื่อง

ตัวแปรที่คนมองข้ามที่สุดไม่ใช่ Win Rate แต่คือ จำนวนไม้ที่เทรด เพราะยิ่งโยนเหรียญหลายครั้ง ยิ่งมีโอกาสเจอช่วงที่ออกหัวรวดยาว ๆ ตารางข้างล่างใช้ Win Rate 50% เท่ากันหมด เปลี่ยนแค่จำนวนไม้

จำนวนไม้ที่เทรดสไตล์ที่ใกล้เคียงแพ้ติดกันยาวสุด
ที่พบบ่อย
เกินกี่ไม้
ถึงเหลือโอกาส ≤ 5%
โอกาสเจอ ≥ 7 ไม้
20 ไม้สวิง 1 เดือน385.8%
50 ไม้สวิง 3 เดือน5916.5%
100 ไม้เดย์เทรด 1 เดือน61031.8%
250 ไม้เดย์เทรด 3 เดือน71262.7%
500 ไม้เดย์เทรด 6 เดือน81386.4%
1,000 ไม้เดย์เทรด 1 ปี91498.2%
2,500 ไม้สแกลป์ 1 ปี1015> 99.9%
5,000 ไม้สแกลป์ 2 ปี1116> 99.9%

ผลที่ตามมาแบบตรงไปตรงมา: สแกลเปอร์กับเทรดเดอร์สวิงที่ใช้ระบบเดียวกันเป๊ะ จะเห็นสตรีคแพ้คนละขนาดกันโดยสิ้นเชิง สแกลเปอร์ที่เทรดวันละ 10 ไม้ จะเจอ "แพ้ 9 ไม้ติด" เป็นเรื่องที่ต้องเจอในปีแรกแน่ ๆ ส่วนคนที่เทรดเดือนละ 20 ไม้ อาจเทรดไป 4 ปีโดยไม่เคยเจอเลย ทั้งที่ระบบมีคุณภาพเท่ากัน

ฝั่ง Consecutive Win ก็ทำงานด้วยกฎเดียวกันทุกประการ

ตารางทั้งหมดข้างบนใช้กับฝั่งชนะได้เลยแค่สลับตัวเลข — ที่ Win Rate 50% เทรด 100 ไม้ โอกาสเจอ "ชนะ 7 ไม้ติด" ก็คือ 31.8% เท่ากัน ซึ่งแปลว่า สตรีคชนะยาว ๆ ก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าระบบดี มากไปกว่าที่สตรีคแพ้พิสูจน์ว่าระบบพัง คนที่เพิ่งชนะ 8 ไม้ติดแล้วเพิ่มล็อตเป็น 3 เท่า กำลังตีความความบังเอิญว่าเป็นฝีมือ

ประวัติการเทรดในแอปมือถือ แสดง EURUSD ขนาด 0.10 ล็อต กำไรติดกัน 12 ไม้ ไม้ละประมาณ 10 ดอลลาร์
ตัวอย่างสตรีคชนะจริง — EURUSD 0.10 ล็อต 12 ไม้ติด กำไรไม้ละ 10.00 ถึง 10.70 รวม 122.20 เฉลี่ยไม้ละ 10.18 ทุกไม้ปิดที่ระยะประมาณ 10 pip เท่ากัน ซึ่งแปลว่าถ้าไม้ที่แพ้สักไม้ปล่อยให้วิ่งไป 100 pip ที่ขนาดล็อตเดียวกัน จะกลืนกำไรของสตรีค 12 ไม้นี้ไปเกือบ 10 ไม้

สตรีคแพ้แปลงเป็นเงินเท่าไร และต้องได้คืนกี่เปอร์เซ็นต์

รู้ว่าแพ้ติดกันกี่ไม้ยังไม่พอ ต้องรู้ด้วยว่ามันกินทุนไปเท่าไร ตัวแปรที่ตัดสินเรื่องนี้คือ ความเสี่ยงต่อไม้ ไม่ใช่ความยาวของสตรีค — สตรีคเดียวกันเป๊ะ ๆ อาจเป็นแค่รอยสะดุดหรือจบเกมก็ได้

สตรีคแพ้ 12 ไม้ชุดเดียวกัน — ต่างกันแค่เสี่ยงกี่ % ต่อไม้ ทุกเส้นเริ่มที่ทุน 100 แล้วแพ้รวด 12 ไม้ ไม่มีไม้ชนะคั่นเลยสักไม้ 100 90 80 70 60 024681012 จำนวนไม้ที่แพ้ติดกัน 88.6 78.5 69.4 54.0 ทุนเหลือ เสี่ยง 1% ต่อไม้ทุนหาย 11.4%ต้องได้คืน +12.8%เสี่ยง 2% ต่อไม้ทุนหาย 21.5%ต้องได้คืน +27.4%เสี่ยง 3% ต่อไม้ทุนหาย 30.6%ต้องได้คืน +44.1%เสี่ยง 5% ต่อไม้ทุนหาย 46.0%ต้องได้คืน +85.1% สตรีคเดียวกันเป๊ะ ๆ แต่ความเสี่ยงต่อไม้เป็นตัวตัดสินว่ามันคือ "สะดุด" หรือ "จบเกม"
เส้นทุนทั้งสี่เจอสตรีคแพ้ 12 ไม้ชุดเดียวกัน ต่างกันแค่ความเสี่ยงต่อไม้ คิดแบบทบต้น (ทุนหลังแพ้ k ไม้ = ทุนเริ่มต้น × (1 − ความเสี่ยง) ยกกำลัง k)

สังเกตช่อง "ต้องได้คืน" ให้ดี เพราะมันไม่ได้เท่ากับที่เสียไป ถ้าทุนหาย 30.6% การจะกลับมาที่เดิมต้องทำกำไร +44.1% ไม่ใช่ +30.6% เพราะฐานทุนที่ใช้ทำกำไรเหลือน้อยลงแล้ว ยิ่งทุนหายเยอะ ช่องว่างนี้ยิ่งถ่างแบบไม่เป็นเส้นตรง — เรื่องเลขคณิตของการติดลบนี้เขียนละเอียดไว้แล้วที่ เลขคณิตของกฎ Drawdown ที่ทำให้ระบบซึ่งได้เปรียบก็ยังสอบตก

เอาสองตารางมาต่อกันจะได้ข้อสรุปที่ใช้งานได้จริง: ถ้าระบบคุณชนะ 40% และตั้งใจเทรดปีละ 500 ไม้ คุณต้องออกแบบขนาดล็อตให้รอดจากการแพ้ 11 ไม้ติดตั้งแต่วันแรก เพราะนั่นคือค่าที่พบบ่อย ไม่ใช่กรณีเลวร้ายที่สุด ถ้าความเสี่ยงต่อไม้ทำให้แพ้ 11 ไม้ติดแล้วพอร์ตหายครึ่ง แปลว่าขนาดล็อตผิดตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ระบบผิด อ่านวิธีคำนวณล็อตจากเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงได้ที่ Money Management คืออะไร — สูตรคำนวณล็อต กฎ 1%


กับดักที่ทำให้ตัวเลข Consecutive Loss ของคุณโกหก

ตารางทั้งหมดข้างบนตั้งอยู่บนสมมติฐานเดียวคือ แต่ละไม้เป็นอิสระต่อกัน — ผลของไม้ที่ 5 ไม่ขึ้นกับผลของไม้ที่ 4 ถ้าเงื่อนไขนี้พัง ตัวเลขทั้งหมดใช้ไม่ได้ทันที และมันพังบ่อยกว่าที่คิดมาก

ประวัติการเทรดทองคำ XAUUSD ฝั่ง Sell 12 ตั๋ว ขาดทุนทุกตั๋ว ทุกตั๋วปิดที่ราคา 1867.89 เท่ากันหมด
ภาพนี้ดูเผิน ๆ คือ "แพ้ติดกัน 12 ไม้" แต่ลองดูคอลัมน์ราคาปิดให้ดี — ทุกตั๋วปิดที่ 1,867.89 เท่ากันหมด

ราคาปิดที่เท่ากันทั้ง 12 ตั๋วบอกความจริงข้อหนึ่ง: นี่ไม่ใช่การตัดสินใจ 12 ครั้ง แต่คือการตัดสินใจครั้งเดียวที่ถูกซอยเป็น 12 ตั๋ว แล้วปิดพร้อมกันทีเดียว (จะด้วยการกดปิดทั้งพอร์ตเองหรือโดนบังคับปิดก็ตาม) ลองถอดตัวเลขในภาพออกมาคำนวณ

รายการค่าที่อ่านได้จากภาพ
จำนวนตั๋ว / ทิศทาง12 ตั๋ว · Sell ทั้งหมด
ราคาเปิด ต่ำสุด → สูงสุด1,773.28 → 1,814.24 (ไล่เปิดเพิ่มสวนขาขึ้น)
ขนาดรวม0.50 ล็อต × 9 + 1.00 ล็อต × 3 = 7.50 ล็อต (750 ออนซ์)
ราคาเปิดเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก1,788.15
ราคาปิด1,867.89 (ทุกตั๋ว)
ระยะจากราคาเฉลี่ยถึงราคาปิด79.74 จุด
ขาดทุนรวม−59,806.50 (79.742 × 750 ออนซ์)

ตรวจทานได้เองด้วยตั๋วแรก: 0.50 ล็อตทองคำ = 50 ออนซ์ · (1,867.89 − 1,775.23) × 50 = 4,633.00 ซึ่งตรงกับตัวเลขในภาพพอดี แปลว่าอ่านภาพถูก และยอดรวม 59,806.50 คำนวณจากตัวเลขในภาพล้วน ๆ

🔴
ถ้าเอาเคสนี้ไปกรอกในช่อง Max Consecutive Loss ว่า "12" ตัวเลขนั้นโกหกสองชั้น — ชั้นแรก มันนับการตัดสินใจครั้งเดียวเป็น 12 ครั้ง ทำให้สถิติดูเหมือนมี 12 ตัวอย่าง ทั้งที่มีตัวอย่างเดียว · ชั้นที่สอง มันซ่อนว่าขนาดความเสียหายต่อ "หนึ่งการตัดสินใจ" คือ 59,806.50 ไม่ใช่ 4,633 × 12 ที่ทยอยเกิด ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิงสำหรับการคำนวณความเสี่ยง

เงื่อนไขที่ทำให้ไม้ไม่เป็นอิสระ และทำให้ตารางในบทความนี้ใช้ไม่ได้ มี 4 แบบที่เจอบ่อย

1

ถัวเฉลี่ยหรือทบไม้สวนทาง

เปิดไม้ใหม่เพราะไม้เก่าติดลบ ผลของทุกไม้จึงผูกกับการเคลื่อนไหวชุดเดียวกัน แพ้ก็แพ้พร้อมกันหมด นี่คือกรณีในภาพด้านบน

2

เปิดหลายคู่เงินที่วิ่งตามกัน

Buy EURUSD กับ Buy GBPUSD พร้อมกันไม่ใช่สองไม้ที่เป็นอิสระ มันคือการเดิมพันดอลลาร์อ่อนก้อนเดียวที่แบ่งเป็นสองตั๋ว

3

ระบบที่ผูกกับสภาพตลาด

ระบบตามเทรนด์จะแพ้รวดตอนตลาดออกข้าง ระบบสวนจะแพ้รวดตอนตลาดวิ่งแรง สตรีคจึงยาวกว่าที่สูตรเหรียญบอก เพราะสาเหตุของการแพ้เป็นเรื่องเดียวกัน

4

อารมณ์คนเทรด

แพ้แล้วขยายล็อต แพ้แล้วรีบเอาคืน แพ้แล้วเลื่อน SL — ไม้ถัดไปไม่ใช่ไม้เดิมของระบบอีกต่อไป นี่เป็นเหตุผลที่สตรีคจริงมักยาวกว่าสตรีคใน Backtest

ข้อ 4 เป็นด้านที่จัดการยากที่สุดเพราะมันไม่ใช่เรื่องเลข อ่านต่อได้ที่ วิธีเอาชนะความกลัวเมื่อเทรดแพ้ติดต่อกัน


แล้วเมื่อไรถึงควรหยุดระบบจริง ๆ

คำตอบสั้น ๆ คือ ตัดสินใจล่วงหน้าตอนที่ยังไม่แพ้ ไม่ใช่ตอนที่แพ้ไปแล้ว 6 ไม้ เพราะตอนนั้นสมองจะหาเหตุผลเข้าข้างการตัดสินใจแบบไหนก็ได้ ลำดับที่ใช้ได้จริงมี 4 ขั้น

  1. เปิดตารางข้างบน หาช่อง "เกินกี่ไม้ถึงเหลือโอกาส ≤ 5%" ที่ตรงกับ Win Rate ของระบบตัวเอง — ถ้ายังไม่รู้ Win Rate ของตัวเอง ให้ข้ามไปขั้นที่ 4 ก่อน เพราะยังไม่มีข้อมูลพอจะตัดสินอะไรได้เลย
  2. เขียนตัวเลขนั้นลงกระดาษพร้อมวันที่ เช่น "ระบบนี้ชนะ 45% ถ้าแพ้เกิน 12 ไม้ติด จะหยุดเทรดแล้วกลับไปตรวจ" — เขียนก่อนเข้าไม้แรกเสมอ
  3. คำนวณย้อนกลับว่าเลขนั้นกินทุนกี่ % ที่ความเสี่ยงต่อไม้ปัจจุบัน ถ้าคำตอบคือตัวเลขที่รับไม่ได้ ต้องลดความเสี่ยงต่อไม้ลงตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ใช่รอให้สตรีคมาถึงแล้วค่อยลด
  4. บันทึกผลทุกไม้ตามเวลาปิด เพื่อให้มี Win Rate ของตัวเองจริง ๆ ไม่ใช่ตัวเลขที่จำมา — ใช้ตารางใน Trading Journal คืออะไร จดอะไรบ้าง ได้เลย หรือถ้าอยากดูตัวอย่างการเก็บสถิติแบบเปิดเผยผลจริงทุกไม้ ลองดูที่ alphasigs.net

ข้อที่คนมักทำผิดที่สุดคือข้อ 1 กับข้อ 2 สลับกัน — ตั้งเส้นหยุดหลังจากเริ่มแพ้แล้ว ซึ่งแปลว่าเส้นนั้นถูกตั้งโดยความกลัว ไม่ใช่โดยตัวเลข

สตรีคแพ้ที่อยู่ในกรอบสถิติ ไม่ได้แปลว่าระบบดี — มันแปลว่าข้อมูลยังไม่พอจะบอกอะไร การหยุดเพราะแพ้ติดกันจึงมักเป็นการทิ้งระบบก่อนรู้คำตอบ ส่วนการไม่หยุดเลยก็คือการไม่ยอมรับว่ามีจุดที่ควรหยุด

สรุป — ตัวเลขที่ควรจดไว้ก่อนเทรดไม้ถัดไป

  • Consecutive Loss คือจำนวนไม้ที่แพ้ติดกันโดยไม่มีไม้ชนะคั่น นับจากเวลาปิดเสมอ ไม่ใช่เลขตั๋ว
  • สูตร q ยกกำลัง k ที่คนใช้กันตอบผิดคำถาม — ที่ WR 50% เทรด 100 ไม้ โอกาสเจอสตรีคแพ้ 7 ไม้ขึ้นไปคือ 31.8% ไม่ใช่ 0.78%
  • ที่ WR 40% การแพ้ติดกัน 7 ไม้คือค่าปกติ ต้องเกิน 13 ไม้ถึงจะเหลือโอกาสบังเอิญต่ำกว่า 5%
  • เทรดถี่ขึ้นทำให้สตรีคยาวขึ้นโดยที่ระบบไม่ได้แย่ลงเลย — 100 ไม้เจอยาวสุด 6 แต่ 5,000 ไม้เจอยาวสุด 11
  • สตรีคชนะยาวก็เกิดบ่อยพอ ๆ กัน จึงไม่ใช่หลักฐานว่าระบบดี และไม่ใช่เหตุผลให้เพิ่มล็อต
  • สิ่งที่ตัดสินว่าสตรีคจะทำให้เจ็บแค่ไหนคือความเสี่ยงต่อไม้ — แพ้ 12 ไม้ที่ 1% ทุนหาย 11.4% แต่ที่ 5% ทุนหาย 46.0% และต้องได้คืน +85.1%
  • ถ้ามีการถัวเฉลี่ยหรือเปิดคู่เงินที่วิ่งตามกัน ตัวเลขทั้งหมดในบทความนี้ใช้ไม่ได้ เพราะไม้ไม่เป็นอิสระต่อกันอีกแล้ว

ถ้าอยากเทียบตัวเลขของตัวเองกับสถิติที่เปิดเผยผลทุกไม้แบบไม่เลือกโชว์เฉพาะไม้ที่ชนะ ดูตัวอย่างการรายงานผลได้ที่ AlphaSignals — ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขของใครสวยกว่า แต่อยู่ที่การมีตัวเลขของตัวเองให้เทียบตั้งแต่ก่อนเจอสตรีค

บทความนี้เป็นความรู้เชิงสถิติสำหรับใช้ประเมินความเสี่ยงเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่ได้รับประกันผลตอบแทนใด ๆ ตัวเลขความน่าจะเป็นทั้งหมดคำนวณบนสมมติฐานว่าแต่ละไม้เป็นอิสระต่อกันและมีอัตราชนะคงที่ ซึ่งการเทรดจริงมักไม่เป็นเช่นนั้น การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ผู้อ่านควรตัดสินใจบนข้อมูลของตนเอง

ความคิดเห็น

Related stories