Consecutive Loss และ Consecutive Win คืออะไร — แพ้ติดกันกี่ไม้ถึงเรียกว่าระบบมีปัญหา
Consecutive Loss คือจำนวนไม้ที่ แพ้ติดต่อกันโดยไม่มีไม้ชนะคั่น และ Consecutive Win คือฝั่งตรงข้าม แต่คำถามที่คนค้นหาจริง ๆ ไม่ใช่แค่ "มันคืออะไร" — มันคือ "แพ้ติดกันกี่ไม้ถึงควรเลิกใช้ระบบนี้" คำตอบคำนวณได้จาก Win Rate กับจำนวนไม้ที่เทรด และตัวเลขที่ออกมามักมากกว่าที่คนเดาไว้หลายสิบเท่า
บทความนี้ไม่ได้มีไว้ปลอบใจ แต่มีไว้ให้ตัวเลข: ที่ Win Rate ของคุณ แพ้ติดกันกี่ไม้ยังถือว่าอยู่ในกรอบของความบังเอิญ เกินเท่าไรถึงเริ่มมีน้ำหนักพอให้สงสัยระบบ และสตรีคนั้นแปลงเป็นเงินเท่าไรเมื่อคิดจากความเสี่ยงต่อไม้ที่ใช้อยู่
สำหรับ "แพ้ 7 ไม้ติด" ที่ WR 50%
มากกว่าที่คิด 40 เท่า
ถึงจะเหลือโอกาสบังเอิญ ≤ 5%
Consecutive Loss และ Consecutive Win คืออะไร
Consecutive แปลว่า "ติดต่อกัน" ดังนั้น
- Consecutive Loss = จำนวนไม้ที่ขาดทุนเรียงติดกัน โดยไม่มีไม้กำไรมาคั่น
- Consecutive Win = จำนวนไม้ที่กำไรเรียงติดกัน โดยไม่มีไม้ขาดทุนมาคั่น
- Maximum Consecutive Loss = ช่วงที่ยาวที่สุดในบรรดาช่วงแพ้ติดกันทั้งหมด — อันนี้คือตัวที่รายงาน Backtest รายงานให้
ตัวอย่าง เทรด 10 ไม้ ได้ผลเรียงตามเวลาแบบนี้ W W L L L W L W W L จะได้ Max Consecutive Win = 2 และ Max Consecutive Loss = 3 ส่วน Win Rate = 5/10 = 50% ซึ่งเป็นคนละตัวเลขกัน
จุดที่คนนับผิดบ่อยที่สุด: เรียงผิดลำดับ
สตรีคต้องนับจาก เวลาปิดออเดอร์ เรียงจากเก่าไปใหม่ ไม่ใช่เวลาเปิด และไม่ใช่เลขตั๋ว หน้าประวัติของโปรแกรมเทรดหลายตัวเรียงตามเลขตั๋วเป็นค่าเริ่มต้น ซึ่งสลับกับเวลาปิดได้ง่ายมากถ้าไม้หนึ่งถือยาวกว่าอีกไม้ กดหัวคอลัมน์ให้เรียงตามเวลาปิดก่อนนับทุกครั้ง
คนคำนวณผิดตรงไหน — 0.78% กับ 31.8% เป็นคำตอบของคนละคำถาม
เวลาคนอยากรู้ว่า "แพ้ 7 ไม้ติดมีโอกาสแค่ไหน" ที่ Win Rate 50% เกือบทุกคนคำนวณแบบนี้
0.5 × 0.5 × 0.5 × 0.5 × 0.5 × 0.5 × 0.5 = 0.5⁷ = 0.78% หรือ 1 ใน 128
เลขนี้ ถูก — แต่มันตอบคำถามว่า "ถ้าชี้ไปที่ไม้หนึ่งบนตาราง แล้วนับไปข้างหน้าอีก 7 ไม้ โอกาสที่ทั้ง 7 ไม้นั้นแพ้หมดคือเท่าไร" ซึ่งไม่ใช่คำถามที่เราสนใจ
คำถามจริงคือ "ตลอดการเทรด 100 ไม้ของเดือนนี้ โอกาสที่จะเจอสักช่วงหนึ่งที่แพ้ติดกัน 7 ไม้ขึ้นไปคือเท่าไร" — เพราะช่วงนั้นเริ่มที่ไม้ไหนก็ได้ มีจุดเริ่มต้นที่เป็นไปได้เกือบร้อยจุด และคำตอบของคำถามนี้คือ
ต่างกัน 40 เท่า และนี่คือเหตุผลที่คนเลิกใช้ระบบตัวเองกลางทางเต็มไปหมด เขาไม่ได้เจอเรื่องหายาก เขาเจอเรื่องที่เกิดได้บ่อยมาก แต่ในหัวคำนวณไว้ว่ามันคือเรื่อง 1 ใน 128
ตารางแพ้ติดกันที่ยังเรียกว่า "ปกติ" ในแต่ละ Win Rate
ตารางข้างล่างคำนวณจากการเทรด 100 ไม้ โดยสมมติว่าแต่ละไม้เป็นอิสระต่อกัน (เงื่อนไขข้อนี้สำคัญมาก เดี๋ยวจะพูดถึงในหัวข้อท้าย ๆ) ช่อง "R:R คุ้มทุน" คือ Risk Reward Ratio ที่ต้องทำให้ได้ขั้นต่ำเพื่อให้ Win Rate นั้นไม่ขาดทุน — ใส่ไว้เพราะอัตราชนะตัวเดียวไม่มีความหมายถ้าไม่บอกคู่กับ R:R
| Win Rate | R:R คุ้มทุน | แพ้ติดกันยาวสุด ที่พบบ่อย | เกินกี่ไม้ ถึงเหลือโอกาส ≤ 5% | โอกาสเจอ ≥ 5 ไม้ | โอกาสเจอ ≥ 7 ไม้ | โอกาสเจอ ≥ 10 ไม้ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 30% | 1 : 2.33 | 10 | 18 | 99.9% | 94.9% | 58.0% |
| 35% | 1 : 1.86 | 9 | 15 | 99.5% | 85.0% | 36.8% |
| 40% | 1 : 1.50 | 7 | 13 | 97.6% | 68.9% | 20.5% |
| 45% | 1 : 1.22 | 6 | 12 | 92.0% | 49.7% | 10.1% |
| 50% | 1 : 1.00 | 6 | 10 | 81.0% | 31.8% | 4.4% |
| 55% | 1 : 0.82 | 5 | 9 | 64.7% | 17.9% | 1.7% |
| 60% | 1 : 0.67 | 4 | 8 | 45.9% | 8.9% | 0.6% |
| 65% | 1 : 0.54 | 4 | 7 | 28.5% | 3.9% | 0.2% |
| 70% | 1 : 0.43 | 3 | 6 | 15.3% | 1.4% | 0.0% |
วิธีอ่าน: ถ้าระบบของคุณชนะ 40% (ซึ่งเป็นตัวเลขปกติมากของระบบตามเทรนด์ที่ใช้ R:R สูง) การแพ้ติดกัน 7 ไม้เป็นเรื่องที่ควรคาดไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่สัญญาณเตือน และต้องแพ้ถึง 13 ไม้ติด ขึ้นไป โอกาสที่มันจะเกิดจากความบังเอิญล้วน ๆ ถึงจะเหลือต่ำกว่า 5%
ที่สำคัญกว่านั้นคือแถวบนสุดกับล่างสุดของตาราง: Win Rate 70% ดูน่าอุ่นใจกว่า 30% มาก แต่ช่อง "R:R คุ้มทุน" บอกว่าระบบ 70% ต้องกำไรเฉลี่ยอย่างน้อย 0.43 เท่าของที่เสี่ยง ส่วนระบบ 30% ต้องได้ 2.33 เท่า — ทั้งสองระบบอาจทำกำไรเท่ากันเป๊ะ ต่างกันแค่คุณจะทนแพ้ติดกัน 3 ไม้หรือ 10 ไม้ได้มากกว่ากัน อ่านเรื่องนี้ต่อได้ที่ Risk Reward Ratio (R:R) คืออะไร
ทั้งสี่ชุดในภาพเป็นการสุ่มจริงจากเหรียญที่ยุติธรรมเท่ากันทุกใบ มีผลชนะ 15 แพ้ 15 เท่ากันเป๊ะ ต่างกันแค่ลำดับ — แต่คนที่เจอชุดที่ 4 จะเชื่อสนิทใจว่า "ระบบพัง" ส่วนคนที่เจอชุดที่ 1 จะเชื่อว่า "ระบบนี้ใช้ได้" ทั้งที่มันคือเหรียญใบเดียวกัน
ยิ่งเทรดถี่ ยิ่งเจอสตรีคยาว — ระบบเดิม แต่ความรู้สึกคนละเรื่อง
ตัวแปรที่คนมองข้ามที่สุดไม่ใช่ Win Rate แต่คือ จำนวนไม้ที่เทรด เพราะยิ่งโยนเหรียญหลายครั้ง ยิ่งมีโอกาสเจอช่วงที่ออกหัวรวดยาว ๆ ตารางข้างล่างใช้ Win Rate 50% เท่ากันหมด เปลี่ยนแค่จำนวนไม้
| จำนวนไม้ที่เทรด | สไตล์ที่ใกล้เคียง | แพ้ติดกันยาวสุด ที่พบบ่อย | เกินกี่ไม้ ถึงเหลือโอกาส ≤ 5% | โอกาสเจอ ≥ 7 ไม้ |
|---|---|---|---|---|
| 20 ไม้ | สวิง 1 เดือน | 3 | 8 | 5.8% |
| 50 ไม้ | สวิง 3 เดือน | 5 | 9 | 16.5% |
| 100 ไม้ | เดย์เทรด 1 เดือน | 6 | 10 | 31.8% |
| 250 ไม้ | เดย์เทรด 3 เดือน | 7 | 12 | 62.7% |
| 500 ไม้ | เดย์เทรด 6 เดือน | 8 | 13 | 86.4% |
| 1,000 ไม้ | เดย์เทรด 1 ปี | 9 | 14 | 98.2% |
| 2,500 ไม้ | สแกลป์ 1 ปี | 10 | 15 | > 99.9% |
| 5,000 ไม้ | สแกลป์ 2 ปี | 11 | 16 | > 99.9% |
ผลที่ตามมาแบบตรงไปตรงมา: สแกลเปอร์กับเทรดเดอร์สวิงที่ใช้ระบบเดียวกันเป๊ะ จะเห็นสตรีคแพ้คนละขนาดกันโดยสิ้นเชิง สแกลเปอร์ที่เทรดวันละ 10 ไม้ จะเจอ "แพ้ 9 ไม้ติด" เป็นเรื่องที่ต้องเจอในปีแรกแน่ ๆ ส่วนคนที่เทรดเดือนละ 20 ไม้ อาจเทรดไป 4 ปีโดยไม่เคยเจอเลย ทั้งที่ระบบมีคุณภาพเท่ากัน
ฝั่ง Consecutive Win ก็ทำงานด้วยกฎเดียวกันทุกประการ
ตารางทั้งหมดข้างบนใช้กับฝั่งชนะได้เลยแค่สลับตัวเลข — ที่ Win Rate 50% เทรด 100 ไม้ โอกาสเจอ "ชนะ 7 ไม้ติด" ก็คือ 31.8% เท่ากัน ซึ่งแปลว่า สตรีคชนะยาว ๆ ก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าระบบดี มากไปกว่าที่สตรีคแพ้พิสูจน์ว่าระบบพัง คนที่เพิ่งชนะ 8 ไม้ติดแล้วเพิ่มล็อตเป็น 3 เท่า กำลังตีความความบังเอิญว่าเป็นฝีมือ
สตรีคแพ้แปลงเป็นเงินเท่าไร และต้องได้คืนกี่เปอร์เซ็นต์
รู้ว่าแพ้ติดกันกี่ไม้ยังไม่พอ ต้องรู้ด้วยว่ามันกินทุนไปเท่าไร ตัวแปรที่ตัดสินเรื่องนี้คือ ความเสี่ยงต่อไม้ ไม่ใช่ความยาวของสตรีค — สตรีคเดียวกันเป๊ะ ๆ อาจเป็นแค่รอยสะดุดหรือจบเกมก็ได้
สังเกตช่อง "ต้องได้คืน" ให้ดี เพราะมันไม่ได้เท่ากับที่เสียไป ถ้าทุนหาย 30.6% การจะกลับมาที่เดิมต้องทำกำไร +44.1% ไม่ใช่ +30.6% เพราะฐานทุนที่ใช้ทำกำไรเหลือน้อยลงแล้ว ยิ่งทุนหายเยอะ ช่องว่างนี้ยิ่งถ่างแบบไม่เป็นเส้นตรง — เรื่องเลขคณิตของการติดลบนี้เขียนละเอียดไว้แล้วที่ เลขคณิตของกฎ Drawdown ที่ทำให้ระบบซึ่งได้เปรียบก็ยังสอบตก
เอาสองตารางมาต่อกันจะได้ข้อสรุปที่ใช้งานได้จริง: ถ้าระบบคุณชนะ 40% และตั้งใจเทรดปีละ 500 ไม้ คุณต้องออกแบบขนาดล็อตให้รอดจากการแพ้ 11 ไม้ติดตั้งแต่วันแรก เพราะนั่นคือค่าที่พบบ่อย ไม่ใช่กรณีเลวร้ายที่สุด ถ้าความเสี่ยงต่อไม้ทำให้แพ้ 11 ไม้ติดแล้วพอร์ตหายครึ่ง แปลว่าขนาดล็อตผิดตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ระบบผิด อ่านวิธีคำนวณล็อตจากเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงได้ที่ Money Management คืออะไร — สูตรคำนวณล็อต กฎ 1%
กับดักที่ทำให้ตัวเลข Consecutive Loss ของคุณโกหก
ตารางทั้งหมดข้างบนตั้งอยู่บนสมมติฐานเดียวคือ แต่ละไม้เป็นอิสระต่อกัน — ผลของไม้ที่ 5 ไม่ขึ้นกับผลของไม้ที่ 4 ถ้าเงื่อนไขนี้พัง ตัวเลขทั้งหมดใช้ไม่ได้ทันที และมันพังบ่อยกว่าที่คิดมาก
ราคาปิดที่เท่ากันทั้ง 12 ตั๋วบอกความจริงข้อหนึ่ง: นี่ไม่ใช่การตัดสินใจ 12 ครั้ง แต่คือการตัดสินใจครั้งเดียวที่ถูกซอยเป็น 12 ตั๋ว แล้วปิดพร้อมกันทีเดียว (จะด้วยการกดปิดทั้งพอร์ตเองหรือโดนบังคับปิดก็ตาม) ลองถอดตัวเลขในภาพออกมาคำนวณ
| รายการ | ค่าที่อ่านได้จากภาพ |
|---|---|
| จำนวนตั๋ว / ทิศทาง | 12 ตั๋ว · Sell ทั้งหมด |
| ราคาเปิด ต่ำสุด → สูงสุด | 1,773.28 → 1,814.24 (ไล่เปิดเพิ่มสวนขาขึ้น) |
| ขนาดรวม | 0.50 ล็อต × 9 + 1.00 ล็อต × 3 = 7.50 ล็อต (750 ออนซ์) |
| ราคาเปิดเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก | 1,788.15 |
| ราคาปิด | 1,867.89 (ทุกตั๋ว) |
| ระยะจากราคาเฉลี่ยถึงราคาปิด | 79.74 จุด |
| ขาดทุนรวม | −59,806.50 (79.742 × 750 ออนซ์) |
ตรวจทานได้เองด้วยตั๋วแรก: 0.50 ล็อตทองคำ = 50 ออนซ์ · (1,867.89 − 1,775.23) × 50 = 4,633.00 ซึ่งตรงกับตัวเลขในภาพพอดี แปลว่าอ่านภาพถูก และยอดรวม 59,806.50 คำนวณจากตัวเลขในภาพล้วน ๆ
เงื่อนไขที่ทำให้ไม้ไม่เป็นอิสระ และทำให้ตารางในบทความนี้ใช้ไม่ได้ มี 4 แบบที่เจอบ่อย
ถัวเฉลี่ยหรือทบไม้สวนทาง
เปิดไม้ใหม่เพราะไม้เก่าติดลบ ผลของทุกไม้จึงผูกกับการเคลื่อนไหวชุดเดียวกัน แพ้ก็แพ้พร้อมกันหมด นี่คือกรณีในภาพด้านบน
เปิดหลายคู่เงินที่วิ่งตามกัน
Buy EURUSD กับ Buy GBPUSD พร้อมกันไม่ใช่สองไม้ที่เป็นอิสระ มันคือการเดิมพันดอลลาร์อ่อนก้อนเดียวที่แบ่งเป็นสองตั๋ว
ระบบที่ผูกกับสภาพตลาด
ระบบตามเทรนด์จะแพ้รวดตอนตลาดออกข้าง ระบบสวนจะแพ้รวดตอนตลาดวิ่งแรง สตรีคจึงยาวกว่าที่สูตรเหรียญบอก เพราะสาเหตุของการแพ้เป็นเรื่องเดียวกัน
อารมณ์คนเทรด
แพ้แล้วขยายล็อต แพ้แล้วรีบเอาคืน แพ้แล้วเลื่อน SL — ไม้ถัดไปไม่ใช่ไม้เดิมของระบบอีกต่อไป นี่เป็นเหตุผลที่สตรีคจริงมักยาวกว่าสตรีคใน Backtest
ข้อ 4 เป็นด้านที่จัดการยากที่สุดเพราะมันไม่ใช่เรื่องเลข อ่านต่อได้ที่ วิธีเอาชนะความกลัวเมื่อเทรดแพ้ติดต่อกัน
แล้วเมื่อไรถึงควรหยุดระบบจริง ๆ
คำตอบสั้น ๆ คือ ตัดสินใจล่วงหน้าตอนที่ยังไม่แพ้ ไม่ใช่ตอนที่แพ้ไปแล้ว 6 ไม้ เพราะตอนนั้นสมองจะหาเหตุผลเข้าข้างการตัดสินใจแบบไหนก็ได้ ลำดับที่ใช้ได้จริงมี 4 ขั้น
- เปิดตารางข้างบน หาช่อง "เกินกี่ไม้ถึงเหลือโอกาส ≤ 5%" ที่ตรงกับ Win Rate ของระบบตัวเอง — ถ้ายังไม่รู้ Win Rate ของตัวเอง ให้ข้ามไปขั้นที่ 4 ก่อน เพราะยังไม่มีข้อมูลพอจะตัดสินอะไรได้เลย
- เขียนตัวเลขนั้นลงกระดาษพร้อมวันที่ เช่น "ระบบนี้ชนะ 45% ถ้าแพ้เกิน 12 ไม้ติด จะหยุดเทรดแล้วกลับไปตรวจ" — เขียนก่อนเข้าไม้แรกเสมอ
- คำนวณย้อนกลับว่าเลขนั้นกินทุนกี่ % ที่ความเสี่ยงต่อไม้ปัจจุบัน ถ้าคำตอบคือตัวเลขที่รับไม่ได้ ต้องลดความเสี่ยงต่อไม้ลงตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ใช่รอให้สตรีคมาถึงแล้วค่อยลด
- บันทึกผลทุกไม้ตามเวลาปิด เพื่อให้มี Win Rate ของตัวเองจริง ๆ ไม่ใช่ตัวเลขที่จำมา — ใช้ตารางใน Trading Journal คืออะไร จดอะไรบ้าง ได้เลย หรือถ้าอยากดูตัวอย่างการเก็บสถิติแบบเปิดเผยผลจริงทุกไม้ ลองดูที่ alphasigs.net
ข้อที่คนมักทำผิดที่สุดคือข้อ 1 กับข้อ 2 สลับกัน — ตั้งเส้นหยุดหลังจากเริ่มแพ้แล้ว ซึ่งแปลว่าเส้นนั้นถูกตั้งโดยความกลัว ไม่ใช่โดยตัวเลข
สรุป — ตัวเลขที่ควรจดไว้ก่อนเทรดไม้ถัดไป
- Consecutive Loss คือจำนวนไม้ที่แพ้ติดกันโดยไม่มีไม้ชนะคั่น นับจากเวลาปิดเสมอ ไม่ใช่เลขตั๋ว
- สูตร
q ยกกำลัง kที่คนใช้กันตอบผิดคำถาม — ที่ WR 50% เทรด 100 ไม้ โอกาสเจอสตรีคแพ้ 7 ไม้ขึ้นไปคือ 31.8% ไม่ใช่ 0.78% - ที่ WR 40% การแพ้ติดกัน 7 ไม้คือค่าปกติ ต้องเกิน 13 ไม้ถึงจะเหลือโอกาสบังเอิญต่ำกว่า 5%
- เทรดถี่ขึ้นทำให้สตรีคยาวขึ้นโดยที่ระบบไม่ได้แย่ลงเลย — 100 ไม้เจอยาวสุด 6 แต่ 5,000 ไม้เจอยาวสุด 11
- สตรีคชนะยาวก็เกิดบ่อยพอ ๆ กัน จึงไม่ใช่หลักฐานว่าระบบดี และไม่ใช่เหตุผลให้เพิ่มล็อต
- สิ่งที่ตัดสินว่าสตรีคจะทำให้เจ็บแค่ไหนคือความเสี่ยงต่อไม้ — แพ้ 12 ไม้ที่ 1% ทุนหาย 11.4% แต่ที่ 5% ทุนหาย 46.0% และต้องได้คืน +85.1%
- ถ้ามีการถัวเฉลี่ยหรือเปิดคู่เงินที่วิ่งตามกัน ตัวเลขทั้งหมดในบทความนี้ใช้ไม่ได้ เพราะไม้ไม่เป็นอิสระต่อกันอีกแล้ว
ถ้าอยากเทียบตัวเลขของตัวเองกับสถิติที่เปิดเผยผลทุกไม้แบบไม่เลือกโชว์เฉพาะไม้ที่ชนะ ดูตัวอย่างการรายงานผลได้ที่ AlphaSignals — ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขของใครสวยกว่า แต่อยู่ที่การมีตัวเลขของตัวเองให้เทียบตั้งแต่ก่อนเจอสตรีค
บทความนี้เป็นความรู้เชิงสถิติสำหรับใช้ประเมินความเสี่ยงเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่ได้รับประกันผลตอบแทนใด ๆ ตัวเลขความน่าจะเป็นทั้งหมดคำนวณบนสมมติฐานว่าแต่ละไม้เป็นอิสระต่อกันและมีอัตราชนะคงที่ ซึ่งการเทรดจริงมักไม่เป็นเช่นนั้น การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ผู้อ่านควรตัดสินใจบนข้อมูลของตนเอง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น