Alligator Indicator คืออะไร — อินดิเคเตอร์จระเข้ 13/8/5 ของ Bill Williams อ่านยังไงให้ถูก

ปากหุบ = ไม่มีเทรนด์ LIPS 5 TEETH 8 JAW 13 Alligator Indicator คืออะไร อ่านปากจระเข้ 13-8-5 ให้ถูกวิธี โดย คนเล่น Forex MT4 DEFAULT 13 · 8 · 5 กราม / ฟัน / ริมฝีปาก เลื่อนไปข้างหน้า 8 / 5 / 3 แท่ง เส้นกรามช้ากว่าราคา 20 แท่ง = 12 + เลื่อน 8 บน D1 = ราวหนึ่งเดือนทำการ ฉบับคำนวณจริง
Indicators · ฉบับคำนวณจริง

Alligator Indicator คืออะไร — ถอดสูตรเส้นกราม ฟัน ริมฝีปาก ว่าช้ากว่าราคาจริง ๆ กี่แท่ง

Alligator Indicator คือชุดเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 3 เส้นที่ Bill Williams สร้างขึ้นเพื่อตอบคำถามเดียว คือ "ตอนนี้ตลาดมีเทรนด์หรือไม่มี" ทั้งสามเส้นเป็น SMMA (Smoothed Moving Average) ที่คำนวณจากราคากลางแท่ง (High+Low)÷2 ด้วยคาบ 13 · 8 · 5 แล้วเลื่อนไปข้างหน้า 8 · 5 · 3 แท่ง ตามลำดับ — เรียกว่าเส้นกราม (Jaw) เส้นฟัน (Teeth) และเส้นริมฝีปาก (Lips) เวลาสามเส้นถ่างออกจากกันคือ "จระเข้อ้าปาก" = มีเทรนด์ เวลาสามเส้นพันกันแน่นคือ "จระเข้หลับ" = ไม่มีเทรนด์

หน้านี้ไม่ได้หยุดแค่นิยาม — เราจะกางสูตร SMMA ออกมาคำนวณให้ดูทีละขั้น แล้วตอบคำถามที่แทบไม่มีใครตอบตรง ๆ ว่า "การเลื่อนเส้นไปข้างหน้า" ทำให้เส้นเร็วขึ้นหรือช้าลงกันแน่ คำตอบมีตัวเลขกำกับ และมันเปลี่ยนวิธีที่คุณควรใช้อินดิเคเตอร์ตัวนี้ไปเลย

20
จำนวนแท่งที่เส้นกราม ณ ตำแหน่งแท่งปัจจุบัน ตามหลังราคาอยู่ (ความหน่วง 12 แท่ง + เลื่อนหน้า 8 แท่ง)
7.69%
น้ำหนักที่ราคาแท่งล่าสุดมีต่อเส้นกราม — อีก 92.31% คือค่าเดิมที่สะสมมา
3
เส้นทั้งหมด ใช้สูตรเดียวกันเป๊ะ ต่างกันแค่ตัวเลข 2 ตัว คือคาบกับระยะเลื่อน

Alligator Indicator คืออะไร และมันตอบคำถามอะไรให้เรา

Bill Williams เสนอ Alligator ในหนังสือ Trading Chaos โดยมีสมมติฐานตั้งต้นว่า ตลาดใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการไม่มีทิศทาง และความเสียหายส่วนใหญ่ของเทรดเดอร์เกิดตอนที่พยายามหาเทรนด์ในช่วงที่ไม่มีเทรนด์ เขาจึงไม่ได้ออกแบบเครื่องมือนี้ให้ "บอกจุดซื้อจุดขาย" แต่ออกแบบให้ บอกว่าตอนนี้ควรลงมือหรือควรอยู่เฉย

อุปมาจระเข้มาจากพฤติกรรมของสัตว์ตัวนี้ตามที่เขาเล่า คือจระเข้จะนอนนิ่งเป็นเวลานาน (ตลาดไร้ทิศทาง) แล้วค่อย ๆ อ้าปากออกเมื่อเหยื่อเข้ามาใกล้ (เทรนด์เริ่มก่อตัว) ล่าจนอิ่ม แล้วหุบปากกลับไปนอนต่อ ภาพบนกราฟก็ตรงตัว — สามเส้นถ่างออก = ปากอ้า สามเส้นพันกัน = ปากหุบ

กราฟ USDCLP พร้อม Alligator Indicator ค่ามาตรฐาน แสดงช่วงที่สามเส้นพันกันและช่วงที่ถ่างออกเป็นเทรนด์ลง
Alligator บนกราฟจริง ค่ามาตรฐาน (5,3 · 8,5 · 13,8) — ช่วงซ้ายสามเส้นพันกันแน่นเกือบครึ่งกราฟ นั่นคือ "จระเข้หลับ" ส่วนช่วงกลางถึงขวาที่เส้นถ่างออกและเรียงลำดับชัดเจน คือช่วงที่มันบอกว่ามีเทรนด์
Alligator ไม่ใช่เครื่องมือหาจุดกลับตัว มันเป็นเครื่องมือคัดทิ้ง — หน้าที่หลักของมันคือบอกว่าช่วงไหน "ไม่ควรเทรด" ไม่ใช่บอกว่าช่วงไหนจะกำไร

กราม ฟัน ริมฝีปาก คำนวณจากอะไร — กางสูตร SMMA ให้ดูทีละขั้น

ทั้งสามเส้นใช้สูตรเดียวกันหมด ต่างกันแค่ตัวเลขสองตัว สูตรนั้นคือ SMMA (Smoothed Moving Average) ซึ่งเขียนได้สั้น ๆ ว่า

SMMA วันนี้ = ( SMMA เมื่อวาน × (N−1) + ราคากลางวันนี้ ) ÷ N

โดย ราคากลาง = (High + Low) ÷ 2 ไม่ใช่ราคาปิด — จุดนี้คนมักตั้งค่าผิดเวลาไปสร้างเองด้วย MA ธรรมดา

ลองแทนค่าจริงให้เห็นภาพ สมมติค่า SMMA เมื่อวานของเส้นริมฝีปาก (N=5) อยู่ที่ 1.20000 แล้ววันนี้ราคากลางขยับขึ้นแรงไปที่ 1.21000 จะได้

(1.20000 × 4 + 1.21000) ÷ 5 = 6.01000 ÷ 5 = 1.20200

ราคาขยับ 100 จุด แต่เส้นริมฝีปากขยับตามแค่ 20 จุด ถ้าเป็นเส้นกราม (N=13) ภายใต้เงื่อนไขเดียวกันจะได้ 1.200769 คือขยับตามแค่ 7.69 จุด จาก 100 จุด นี่คือเหตุผลทั้งหมดว่าทำไมสามเส้นถึงถ่างออกจากกันเวลาราคาวิ่งแรง — ไม่ใช่เพราะเส้นรู้อะไร แต่เพราะมันตอบสนองคนละความเร็ว

เส้นคาบ Nเลื่อนหน้าน้ำหนักแท่งล่าสุด (1÷N)ครึ่งชีวิตของค่าเก่า
ริมฝีปาก · Lips (เขียว)53 แท่ง20.00%3.1 แท่ง
ฟัน · Teeth (แดง)85 แท่ง12.50%5.2 แท่ง
กราม · Jaw (น้ำเงิน)138 แท่ง7.69%8.7 แท่ง

"ครึ่งชีวิตของค่าเก่า" คือจำนวนแท่งที่ทำให้อิทธิพลของราคาแท่งหนึ่ง ๆ เหลือครึ่งเดียว คำนวณจาก ln(0.5) ÷ ln(1−1÷N) — เส้นกรามต้องใช้เกือบ 9 แท่งกว่าความทรงจำเก่าจะจางลงครึ่งหนึ่ง

กราฟ EUR/USD รายวันชี้ป้ายกำกับเส้นริมฝีปาก LIPS เส้นฟัน TEETH และเส้นกราม JAW ของ Alligator Indicator
ป้ายกำกับทั้งสามเส้นบน EUR/USD รายวัน — เส้นเขียวคือริมฝีปาก (เร็วสุด อยู่ใกล้ราคาที่สุด) เส้นแดงคือฟัน เส้นน้ำเงินคือกราม (ช้าสุด อยู่ไกลราคาที่สุด) ลำดับการเรียงตัวแบบนี้คือสิ่งที่เราอ่าน ไม่ใช่ค่าตัวเลขของเส้น
ถ้าอยากเข้าใจเรื่องความหน่วงของเส้นค่าเฉลี่ยให้ลึกกว่านี้ อ่าน Moving Average คืออะไร ตั้งค่าเท่าไหร่ดี — และทำไม EMA กับ SMA ถึงช้าเท่ากัน (ฉบับวัดจริง) หน้านั้นวัดความหน่วงของ MA แต่ละแบบด้วยวิธีเดียวกับที่ใช้ในหน้านี้ · ส่วนเครื่องมืออื่นของ Bill Williams ชุดเดียวกัน ดู Fractal Indicator พร้อมวิธีใช้ และ Awesome Oscillator (AO)

ตั้งค่า Alligator เท่าไหร่ — 13/8/5 มาตรฐาน กับ 21/13/8 ที่บางแพลตฟอร์มใช้

ค่ามาตรฐานบน MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 คือ 13/8/5 พร้อมระยะเลื่อน 8/5/3 ซึ่งเป็นค่าที่ Bill Williams กำหนดไว้เอง แต่ถ้าคุณเปิดกราฟบนแพลตฟอร์มอื่นหรือบน TradingView คุณอาจเจอค่าเริ่มต้นเป็น 21/13/8 พร้อมระยะเลื่อน 8/5/3 แทน

หน้าต่างตั้งค่า Alligator Indicator แสดงช่อง JawLength 21 TeethLength 13 LipsLength 8
หน้าต่างตั้งค่าที่แสดงชุด 21/13/8 — ถ้าคุณอ่านบทความที่อ้างอิงค่าคนละชุดกับที่เห็นบนจอ ให้เช็กช่อง JawLength / TeethLength / LipsLength ก่อนเสมอ ตัวเลขทั้งสามชุดมาจากลำดับฟีโบนักชีเหมือนกัน แต่ให้ความเร็วต่างกันชัดเจน

ทั้งสองชุดไม่มีชุดไหน "ถูกกว่า" — แต่มันให้ความหน่วงต่างกันมาก และคุณควรรู้ว่าต่างเท่าไหร่ก่อนจะสลับไปมา

เส้นชุด 13/8/5 (MT4)ชุด 21/13/8ช้าลงกี่แท่ง
ริมฝีปากตามหลังราคา 7 แท่งตามหลังราคา 10 แท่ง+3
ฟันตามหลังราคา 12 แท่งตามหลังราคา 17 แท่ง+5
กรามตามหลังราคา 20 แท่งตามหลังราคา 28 แท่ง+8

ตัวเลข "ตามหลังราคากี่แท่ง" ในตารางนี้มาจากไหน — อธิบายในหัวข้อถัดไป และมันคือส่วนที่คนเข้าใจผิดกันมากที่สุดเรื่องอินดิเคเตอร์ตัวนี้

⚠️
อย่าจูนตัวเลขจนกว่าจะรู้ว่าจูนเพื่ออะไร การลดคาบลงให้เส้นไวขึ้นจะทำให้ปากจระเข้ "อ้า" บ่อยขึ้นในช่วงไร้ทิศทางด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่อินดิเคเตอร์ตัวนี้ถูกสร้างมาเพื่อกรองออกตั้งแต่แรก ถ้าจะเปลี่ยนค่า ให้เปลี่ยนทีละชุดแล้วเทียบบนช่วงเวลาเดียวกัน อย่าเปลี่ยนเพราะชุดใหม่ดูสวยกว่าบนกราฟที่เลือกมาแล้ว

"เลื่อนไปข้างหน้า" ทำให้เส้นเร็วขึ้นหรือช้าลง — คำตอบที่คนเข้าใจผิดมากที่สุด

คำอธิบายที่เจอบ่อยในภาษาไทยคือ "ค่าเฉลี่ยอ้างอิงในอนาคต 8 แท่ง" ซึ่งฟังดูเหมือนเส้นกำลังมองไปข้างหน้า ความจริงคือตรงกันข้าม — และมีวิธีคิดที่ตรวจสอบได้

ความหน่วงของเส้นมาจากสองแหล่ง แล้วบวกกัน ไม่ใช่หักล้างกัน

  1. ความหน่วงจากการเฉลี่ย — SMMA คาบ N มีความหน่วงเฉลี่ย N−1 แท่ง (เพราะ SMMA คาบ N คือ EMA ที่ใช้ค่าถ่วงน้ำหนัก α = 1÷N ซึ่งมีความหน่วงเฉลี่ย (1−α)÷α = N−1) ⇒ กราม 12 แท่ง · ฟัน 7 แท่ง · ริมฝีปาก 4 แท่ง
  2. ความหน่วงจากการเลื่อน — เมื่อเราเลื่อนเส้นไปข้างหน้า 8 แท่ง แปลว่าตรงตำแหน่งแท่งปัจจุบัน สิ่งที่แสดงอยู่คือค่าที่คำนวณไว้เมื่อ 8 แท่งที่แล้ว ⇒ บวกเพิ่มอีก 8 · 5 · 3 แท่งตามลำดับ
  3. รวมกัน ⇒ กราม 12+8 = 20 แท่ง · ฟัน 7+5 = 12 แท่ง · ริมฝีปาก 4+3 = 7 แท่ง
ความหน่วงสองก้อนที่บวกกัน ไม่ใช่หักล้างกัน แกนนอน = จำนวนแท่งที่ตามหลังราคาปัจจุบัน (ยิ่งยาวยิ่งช้า) ริมฝีปาก 5 ฟัน 8 กราม 13 0510 1520 7 แท่ง 12 แท่ง 20 แท่ง ความหน่วงจากการเฉลี่ย (N−1) ความหน่วงจากการเลื่อนไปข้างหน้า
แท่งเขียวคือความหน่วงที่มาจากการเฉลี่ย แท่งเหลืองคือความหน่วงที่การเลื่อนเพิ่มเข้าไป — การเลื่อนไม่ได้ทำให้เส้นเร็วขึ้น มันทำให้เส้นช้าลงอย่างจงใจ เพื่อให้สามเส้นแยกลำดับกันชัดและไม่ตัดกันไปมาในช่วงราคาสวิง

ฟังดูเหมือนข้อเสีย แต่มันคือสิ่งที่ Bill Williams ตั้งใจ — ถ้าไม่เลื่อน สามเส้นจะตัดกันไปมาถี่มากในช่วงราคาแกว่ง การเลื่อนแบบไล่ระดับ (8 > 5 > 3) เป็นตัวบังคับให้ลำดับของเส้นคงที่นานขึ้น ปากจระเข้จึงอ้าค้างได้ตลอดเทรนด์แทนที่จะกะพริบปิดเปิด

แล้ว 20 แท่งนี่นานแค่ไหนในชีวิตจริง ขึ้นอยู่กับไทม์เฟรมที่คุณเปิด

ไทม์เฟรมริมฝีปาก (7 แท่ง)ฟัน (12 แท่ง)กราม (20 แท่ง)
M151 ชม. 45 นาที3 ชั่วโมง5 ชั่วโมง
M303 ชม. 30 นาที6 ชั่วโมง10 ชั่วโมง
H17 ชั่วโมง12 ชั่วโมง20 ชั่วโมง
H428 ชั่วโมง2 วัน3 วัน 8 ชั่วโมง
D17 วันทำการ12 วันทำการ20 วันทำการ ≈ 1 เดือน
⚠️
ผลที่ตามมาโดยตรง: Alligator บอกจุดสูงสุดหรือต่ำสุดไม่ได้เลย เมื่อเส้นกรามบน D1 สะท้อนราคาของราวหนึ่งเดือนก่อน ต่อให้ราคากลับตัววันนี้ เส้นกรามก็จะยังชี้ทิศเดิมไปอีกหลายสัปดาห์ ใครที่รอให้ "สามเส้นเรียงกลับด้าน" ก่อนค่อยออก ต้องรู้ตัวเลขนี้ไว้ล่วงหน้าว่ากำลังยอมคืนกำไรไปเท่าไหร่

สถานะปากจระเข้ 4 แบบ — หลับ ตื่น กิน อิ่ม

สิ่งที่เราอ่านจาก Alligator ไม่ใช่ค่าตัวเลขของเส้น แต่คือ ระยะห่างกับลำดับการเรียงตัว ของทั้งสามเส้น ซึ่งแบ่งได้ 4 สถานะ

1

จระเข้หลับ — สามเส้นพันกันแน่น

เส้นทั้งสามวิ่งขนานชิดกันหรือตัดกันไปมา ไม่มีลำดับที่คงที่ ราคาสับขาหลอกข้ามเส้นบ่อย นี่คือสถานะที่ Bill Williams บอกให้ อยู่เฉย และเป็นสถานะที่ตลาดอยู่เป็นส่วนใหญ่

2

จระเข้ตื่น — เส้นเริ่มถ่างและเรียงลำดับ

ริมฝีปากแยกตัวออกจากอีกสองเส้นก่อน แล้วฟันตามมา จนได้ลำดับ ริมฝีปาก–ฟัน–กราม ที่ไม่สลับกันอีก ราคายืนอยู่ฝั่งเดียวกับริมฝีปาก นี่คือจุดที่เครื่องมือเปลี่ยนสถานะจาก "ห้าม" เป็น "อนุญาตให้พิจารณา"

3

จระเข้กิน — ปากอ้ากว้างและกว้างขึ้นเรื่อย ๆ

ระยะห่างระหว่างเส้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราคาไม่ย้อนกลับมาแตะเส้นฟัน นี่คือช่วงที่เทรนด์ทำงาน และเป็นช่วงเดียวที่เครื่องมือตัวนี้ให้ข้อมูลที่ใช้ได้จริง

4

จระเข้อิ่ม — ปากเริ่มหุบ

ระยะห่างเริ่มแคบลง ริมฝีปากหักกลับเข้าหาฟัน ราคาแกว่งข้ามเส้นฟันไปมา เป็นสัญญาณว่าเทรนด์กำลังหมดแรง และกำลังจะกลับไปสถานะที่ 1

กราฟ EUR/USD แนวโน้มขาขึ้น เส้น Alligator เรียงลำดับริมฝีปากอยู่บน ฟันอยู่กลาง กรามอยู่ล่าง
แนวโน้มขาขึ้น: ลำดับจากบนลงล่างคือ ริมฝีปาก (เขียว) → ฟัน (แดง) → กราม (น้ำเงิน) และราคายืนเหนือทั้งสามเส้น — สังเกตว่าลำดับนี้คงที่ยาวหลายเดือน นั่นคือผลของการเลื่อนเส้นที่อธิบายไว้ข้างบน
กราฟ EUR/USD แนวโน้มขาลง เส้น Alligator เรียงลำดับกลับด้าน กรามอยู่บน ริมฝีปากอยู่ล่าง
แนวโน้มขาลง: ลำดับกลับด้านทั้งหมด กราม (น้ำเงิน) ขึ้นไปอยู่บนสุด ริมฝีปาก (เขียว) ลงมาอยู่ล่างสุด — ฝั่งขวาของภาพเดียวกันคือช่วงที่เส้นกลับมาพันกัน นั่นคือสถานะ "หลับ" อีกครั้ง
สิ่งที่เราอ่านคือ "ระยะห่าง" ไม่ใช่ค่าของเส้น หลับ · ห้ามใช้เป็นสัญญาณ อ้าปาก · เทรนด์ทำงาน ระยะห่างกว้างขึ้น แคบและสลับลำดับไปมา ริมฝีปาก 5 ฟัน 8 กราม 13
ฝั่งซ้ายคือสถานะหลับ — สามเส้นอยู่ห่างกันไม่กี่จุดและสลับลำดับกันไปมา ฝั่งขวาคือปากอ้า ระยะห่างเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและลำดับไม่สลับ สิ่งที่เปลี่ยนคือระยะห่าง ไม่ใช่ตัวเลขบนเส้น

Alligator บอกอะไรไม่ได้ — ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนเอาไปใช้

อินดิเคเตอร์ตัวนี้มีจุดอ่อนที่ชัดเจนและวัดได้ ไม่ใช่เรื่องความเห็น

  • มันตามหลังเสมอ ไม่มีข้อยกเว้น — ตัวเลข 20 / 12 / 7 แท่งข้างบนคือขีดจำกัดเชิงคณิตศาสตร์ ไม่ใช่เรื่องการตั้งค่า ต่อให้ลดคาบลงก็แค่ย้ายปัญหาไปเป็นสัญญาณหลอกที่ถี่ขึ้น
  • ในช่วงไร้ทิศทาง มันให้สัญญาณผิดถี่ที่สุด — ซึ่งน่าขันตรงที่มันถูกสร้างมาเพื่อกรองช่วงนี้ออกพอดี แต่ "ตื่นแล้วหลับใหม่ทันที" คือรูปแบบที่เจอได้บ่อยมากในกรอบแคบ
  • มันไม่รู้จักข่าว ไม่รู้จักแนวรับแนวต้าน ไม่รู้จักโครงสร้างราคา — เส้นทั้งสามคำนวณจากราคากลางย้อนหลังอย่างเดียว ไม่มีอินพุตอื่นเลย
  • มันไม่ได้บอกขนาดไม้ ไม่ได้บอกจุดตัดขาดทุน — สองอย่างนี้เป็นตัวตัดสินผลลัพธ์ระยะยาวมากกว่าสัญญาณเข้า และอินดิเคเตอร์ไม่มีคำตอบให้
กราฟ EUR/USD รายชั่วโมง กรอบสี่เหลี่ยมแดงชี้ช่วงที่เส้น Alligator พันกันในกรอบแคบ
ช่วงในกรอบแดงคือสถานะหลับบนกราฟ H1 — สามเส้นตัดกันไปมาหลายรอบภายในไม่กี่วัน ใครที่เข้าตามทุกครั้งที่เส้นตัดกันในช่วงนี้ จะโดนเก็บค่าสเปรดกับค่าสวอปซ้ำ ๆ โดยไม่ได้อะไรกลับมาเลย
กราฟเดียวกันที่ขีดกากบาททับช่วงพันกัน และติ๊กถูกที่ช่วงเส้นถ่างออกเป็นเทรนด์ลง
ภาพเดียวกัน ขีดกากบาททับช่วงที่ควรข้าม และติ๊กถูกที่ช่วงเส้นถ่างออกจริง — การใช้เครื่องมือนี้ให้ถูกวิธี ส่วนใหญ่แล้วคือการ "ไม่ทำอะไร" ซึ่งเป็นส่วนที่ยากที่สุด
เรื่องช่วงไร้ทิศทางโดยเฉพาะ อ่านต่อที่ Sideway & Swing Trade ใครว่าเทรดยาก · ส่วนการวัดจุดตัดขาดทุนกับเป้าหมายให้เป็นสัดส่วนที่คำนวณได้ อ่าน Risk Reward Ratio (R:R) คืออะไร — วิธีคำนวณ และตารางอัตราชนะที่ต้องทำให้ได้ในแต่ละ R:R ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต้องวางคู่กับทุกคำอ้างเรื่องอัตราชนะเสมอ

เช็กลิสต์ก่อนใช้เส้นจระเข้เป็นตัวกรอง

ถ้าจะใช้ Alligator ให้ตรงกับที่มันถูกออกแบบมา ใช้เป็นตัวกรองสภาพตลาด ไม่ใช่ตัวให้สัญญาณเข้า ลำดับที่ใช้ได้จริงเป็นแบบนี้

  1. เปิดไทม์เฟรมที่ใหญ่กว่าที่จะเทรดหนึ่งขั้น แล้วดูว่าปากอ้าหรือหุบ — ถ้าหุบ จบตรงนี้ ไม่ต้องไปต่อ ไม่ว่ากราฟเล็กจะดูน่าเข้าแค่ไหน
  2. ถ้าปากอ้า ให้เช็กว่าลำดับเส้นเรียงตรงกับทิศที่คุณจะเข้าหรือไม่ — ขาขึ้นต้องเป็น ริมฝีปาก–ฟัน–กราม จากบนลงล่าง ขาลงต้องกลับด้าน ถ้าลำดับยังสลับกันอยู่ แปลว่ายังไม่ตื่นจริง
  3. หาจุดเข้าจากเครื่องมืออื่น ไม่ใช่จาก Alligator — เพราะเมื่อเส้นตัดกันให้เห็น ราคาวิ่งไปแล้วอย่างน้อย 7 แท่งตามตารางข้างบน ใช้โครงสร้างราคา แนวรับแนวต้าน หรือ Swing High / Swing Low ทำหน้าที่นี้แทน
  4. กำหนดจุดตัดขาดทุนเป็นตัวเลขก่อนเข้า ไม่ใช่ "รอเส้นกลับด้าน" — เพราะเส้นกรามบน D1 ใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะกลับด้าน ถ้าจะใช้เส้นเป็นจุดออก ให้ใช้เส้นฟันซึ่งช้ากว่าราคา 12 แท่ง และรู้ตัวว่ากำลังยอมคืนกำไรเท่าไหร่
  5. ทดสอบบนบัญชีทดลองให้ครบทั้งช่วงมีเทรนด์และช่วงไร้ทิศทาง — เครื่องมือนี้จะดูดีมากถ้าคุณเลือกดูแต่ช่วงที่มีเทรนด์ ซึ่งเป็นกับดักที่ทำให้คนตั้งความคาดหวังผิดตั้งแต่ต้น
ถ้าอยากเห็นว่าสัญญาณจากอินดิเคเตอร์ชุดหนึ่ง ๆ ให้ผลยังไงเมื่อวัดย้อนหลังแบบเปิดเผยตัวเลขทั้งหมด รวมทั้งช่วงที่มันแพ้ ลองดูวิธีบันทึกและวัดผลอย่างเป็นระบบที่ AlphaSignals — ประเด็นไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือไหนดีกว่า แต่อยู่ที่ว่าคุณมีตัวเลขไว้เถียงกับตัวเองหรือเปล่า

Alligator ต่างจาก Moving Average ธรรมดาตรงไหน

คำถามนี้ถูกถามบ่อย และคำตอบตรง ๆ คือ Alligator ก็คือ Moving Average สามเส้น ไม่มีเวทมนตร์อะไร แต่มันต่างจากการวาง MA สามเส้นเองใน 3 จุด

ประเด็นMA สามเส้นทั่วไปAlligator
ชนิดค่าเฉลี่ยส่วนใหญ่ใช้ SMA หรือ EMAใช้ SMMA เท่านั้น (ค่าถ่วงน้ำหนัก 1÷N)
ราคาที่ใช้คำนวณส่วนใหญ่ใช้ราคาปิดใช้ราคากลาง (High+Low)÷2
การเลื่อนเส้นไม่เลื่อน หรือเลื่อนเท่ากันทุกเส้นเลื่อนไม่เท่ากัน 8 / 5 / 3 ไล่ตามคาบ
สิ่งที่ตั้งใจให้อ่านจุดตัดระหว่างเส้นระยะห่างและลำดับของเส้น

ข้อที่สามคือข้อที่สร้างความต่างจริง ๆ การเลื่อนแบบไล่ระดับทำให้จุดตัดของเส้นเกิดยากขึ้น ซึ่งแลกมาด้วยความหน่วงที่เพิ่มขึ้นตามตารางข้างบน — เป็นการแลกที่ตรงไปตรงมา ไม่มีของฟรี

กราฟ EUR/USD รายวันแนวโน้มขาลง เส้น Alligator เรียงลำดับกลับด้านตลอดขาลงแล้วกลับมาพันกัน
ขาลงยาวบน EUR/USD รายวัน ลำดับเส้นคงที่ตลอดทาง — แต่สังเกตว่าเส้นเริ่มเรียงตัวชัดหลังจากราคาลงไปแล้วพอสมควร นั่นคือหน้าตาของความหน่วง 20 แท่งบนกราฟจริง

คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Alligator Indicator

Alligator ใช้กับไทม์เฟรมไหนดีที่สุด
ไม่มีไทม์เฟรม "ดีที่สุด" เพราะความหน่วงคิดเป็นจำนวนแท่งเท่ากันทุกไทม์เฟรม สิ่งที่เปลี่ยนคือความหน่วงนั้นคิดเป็นเวลาจริงเท่าไหร่ (ดูตารางข้างบน) เลือกจากว่าคุณยอมรับความหน่วงเป็นชั่วโมงหรือเป็นสัปดาห์ได้

ทำไมเส้นบนกราฟของฉันยื่นเลยแท่งเทียนสุดท้ายไปทางขวา
เพราะการเลื่อนไปข้างหน้า 8 / 5 / 3 แท่ง ส่วนที่ยื่นออกไปนั้นไม่ใช่การพยากรณ์ — มันคือค่าที่คำนวณจากราคาในอดีตที่ถูกวาดไว้ล่วงหน้าเฉย ๆ และมันจะไม่เปลี่ยนอีกแล้ว

เส้นตัดกันถือเป็นสัญญาณซื้อขายได้ไหม
ใช้เป็นสัญญาณเข้าเดี่ยว ๆ ไม่เหมาะ เพราะเมื่อเส้นตัดกันให้เห็น ราคาเคลื่อนไปแล้วอย่างน้อยหลายแท่ง และในช่วงไร้ทิศทางจะตัดกันถี่มาก ใช้เป็นตัวกรองว่า "ตอนนี้มีเทรนด์หรือไม่" ตรงกับที่มันถูกออกแบบมามากกว่า

ตั้งค่า 13/8/5 กับ 21/13/8 เลือกอันไหน
ถ้าใช้ MT4/MT5 ค่าเริ่มต้น 13/8/5 คือค่าที่ผู้สร้างกำหนด ส่วน 21/13/8 ให้เส้นช้ากว่าราว 1.4 เท่าตามตาราง เหมาะกับคนที่ต้องการสัญญาณน้อยลงและยอมรับความหน่วงมากขึ้น ไม่ว่าจะเลือกชุดไหน ควรใช้ชุดเดียวยาว ๆ แล้ววัดผล ไม่ใช่สลับไปมา

ใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์ตัวอื่นได้ไหม
ได้ และเป็นวิธีที่ตรงกับเจตนาของเครื่องมือมากกว่า เพราะ Alligator ตอบได้แค่คำถามเดียวคือ "มีเทรนด์ไหม" ส่วนคำถาม "เข้าตรงไหน" และ "ออกตรงไหน" ต้องมาจากที่อื่น ดูตัวอย่างการจับคู่กับ Bollinger Bands ได้ที่ คัมภีร์อินดิเคเตอร์ Forex: Alligator และ Bollinger Bands และถ้าอยากรู้จักแนวคิดของผู้สร้าง อ่าน Bill Williams ชีวประวัติและแนวคิดการเทรด


สรุปสั้น ๆ

  • Alligator คือ SMMA สามเส้นบนราคากลาง คาบ 13 · 8 · 5 เลื่อนหน้า 8 · 5 · 3
  • การเลื่อนไม่ได้ทำให้เส้นเร็วขึ้น มันเพิ่มความหน่วง — กราม 20 แท่ง · ฟัน 12 แท่ง · ริมฝีปาก 7 แท่ง เทียบกับแท่งปัจจุบัน
  • สิ่งที่อ่านคือระยะห่างและลำดับของเส้น ไม่ใช่ค่าตัวเลข
  • หน้าที่จริงของมันคือบอกว่าช่วงไหน "ไม่ควรเทรด" ส่วนจุดเข้าและจุดออกต้องมาจากเครื่องมืออื่น
  • ไม่มีค่าตั้งที่ทำให้มันเลิกตามหลังราคาได้ เพราะความหน่วงเป็นผลของสูตร ไม่ใช่ของการตั้งค่า

ถ้าคุณกำลังเก็บบันทึกว่าตัวกรองแบบไหนช่วยลดจำนวนไม้ที่ไม่ควรเข้าได้จริงบ้าง เครื่องมือบันทึกและวัดผลอย่างเป็นระบบช่วยได้มากกว่าการจำเอา — ดูแนวทางได้ที่ alphasigs.net

บทความนี้เป็นเนื้อหาให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีคำนวณและข้อจำกัดของอินดิเคเตอร์เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่ได้รับรองผลตอบแทนใด ๆ การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ตัวเลขความหน่วงทั้งหมดในหน้านี้เป็นผลจากสูตรทางคณิตศาสตร์ของ SMMA และระยะเลื่อน ไม่ใช่ผลการทดสอบย้อนหลังของกลยุทธ์ใด ๆ ผู้อ่านควรทดสอบบนบัญชีทดลองและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

ความคิดเห็น

Related stories