Momentum คืออะไร — สูตรของอินดิเคเตอร์ Momentum วิธีอ่านเส้น 100 และค่า n ที่ซ่อนระยะสต็อปไว้
Momentum คืออินดิเคเตอร์ที่เอาราคาปัจจุบันไปเทียบกับราคาเมื่อ n แท่งก่อน เท่านั้น — ไม่มีการเฉลี่ย ไม่มีการถ่วงน้ำหนัก ไม่มีการปรับให้อยู่ในกรอบ 0-100 · สูตรมีสองแบบที่ใช้กันคือ MOM = C − C[n] และ MOM = (C ÷ C[n]) × 100 ซึ่ง MT4/MT5 ใช้แบบหลัง
ความเรียบง่ายของสูตรนี้คือทั้งจุดแข็งและกับดัก เพราะมันแปลว่า ค่าที่อ่านได้ขึ้นกับราคาเมื่อ n แท่งก่อน พอ ๆ กับขึ้นกับราคาวันนี้ · บทความนี้จะคำนวณให้เห็นสามเรื่องที่ตามมา คือ สองสูตรให้ผลคนละทิศบนข้อมูลชุดเดียวกัน · ค่า n เป็นตัวกำหนดระยะสต็อปโดยที่คนตั้งไม่รู้ตัว · และ divergence ของ Momentum เกิดขึ้นเองได้จากหน้าต่างการคำนวณ
Momentum คืออะไร และมันไม่ใช่เส้นค่าเฉลี่ย
ขอเริ่มด้วยการแก้ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด รวมทั้งในฉบับก่อนหน้าของหน้านี้เอง — Momentum ไม่ใช่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเฉลี่ยเลย
| เครื่องมือ | ใช้ข้อมูลกี่แท่ง | ทำอะไรกับข้อมูล | มีกรอบบน-ล่างไหม |
|---|---|---|---|
| เส้นค่าเฉลี่ย (MA) | n แท่งทั้งหมด | บวกทุกแท่งแล้วหารด้วย n | ไม่มี (เดินตามราคา) |
| Momentum | 2 แท่ง คือแท่งปัจจุบันกับแท่งที่ n ก่อนหน้า | ลบกัน หรือหารกัน | ไม่มี |
| RSI | n แท่งทั้งหมด | เฉลี่ยขนาดของการขึ้นเทียบกับการลง | มี 0-100 |
| Stochastic | n แท่งทั้งหมด | ตำแหน่งราคาปิดในกรอบสูงสุด-ต่ำสุด | มี 0-100 |
ข้อนี้ต่างจาก RSI ที่เฉลี่ยขนาดการขึ้นลงตลอดหน้าต่าง อย่างสิ้นเชิง และเป็นเหตุผลที่ Momentum ตอบสนองเร็วกว่าแต่ก็สั่นกว่า
สองสูตรที่ใช้กันอยู่ ให้ผลคนละทิศบนข้อมูลชุดเดียวกัน
ลองเอาข้อมูลที่ง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้มาแทนค่า — ราคาเริ่มที่ 100 แล้วขึ้นเท่ากันเป๊ะทุกแท่ง แท่งละ +1.00 ไม่มีความอ่อนแรงใด ๆ ทั้งสิ้น ใช้ n = 10
| แท่งที่ | ราคา | MOM แบบผลต่างC − C[10] | MOM แบบอัตราส่วน(C ÷ C[10]) × 100 |
|---|---|---|---|
| 10 | 110 | 10.00 | 110.000 |
| 13 | 113 | 10.00 | 109.709 |
| 16 | 116 | 10.00 | 109.434 |
| 20 | 120 | 10.00 | 109.091 |
| 25 | 125 | 10.00 | 108.696 |
แบบผลต่างคงที่ที่ 10.00 ตลอด ซึ่งตรงกับความจริงว่าตลาดขึ้นสม่ำเสมอ · แต่ แบบอัตราส่วนลดลงเรื่อย ๆ จาก 110.0 เหลือ 108.7 ทั้งที่ราคาขึ้นเท่ากันทุกแท่ง
110 ÷ 100 แต่ที่แท่ง 25 คือ 125 ÷ 115 ซึ่งเป็นเศษส่วนที่เล็กลงทั้งที่ส่วนต่างเท่ากัน · นี่ไม่ใช่บั๊กของอินดิเคเตอร์ แต่เป็นสิ่งที่สูตรอัตราส่วนบอกจริง ๆ คือ "ขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์" ไม่ใช่ "ขึ้นกี่จุด" · ปัญหาอยู่ที่คนอ่านเส้นแล้วสรุปว่า "โมเมนตัมอ่อนแรง" ซึ่งไม่จริงในกรณีนี้เส้น 100 (หรือเส้นศูนย์) แปลว่าอะไรจริง ๆ
คนจำนวนมากอ่านเส้นกลางของ Momentum เหมือนเส้น 50 ของ RSI คือ "กลาง ๆ" ซึ่งไม่ใช่ ความหมายที่แท้จริงตรงไปตรงมากว่านั้นมาก
ผลที่ตามมาซึ่งสำคัญกว่าตัวนิยาม คือ สัญญาณ "ตัดกลับ" ต้องรอให้ราคาย่อคืนเท่ากับกำไรที่สะสมมาตลอด n แท่ง ลองแทนค่า
| ความชันของเทรน (ต่อแท่ง) | n = 5 | n = 10 | n = 14 | n = 20 |
|---|---|---|---|---|
| 0.5 จุด | 2.5 จุด | 5.0 จุด | 7.0 จุด | 10.0 จุด |
| 1.0 จุด | 5.0 จุด | 10.0 จุด | 14.0 จุด | 20.0 จุด |
| 2.0 จุด | 10.0 จุด | 20.0 จุด | 28.0 จุด | 40.0 จุด |
ตัวเลขในตารางคือ ระยะที่ราคาต้องย่อกลับภายใน n แท่ง กว่าที่ Momentum จะตัดเส้นกลางลง ซึ่งเท่ากับ ความชัน × n พอดี
เมื่อ n เป็นตัวกำหนดระยะสต็อป มันจึงกำหนดสัดส่วนที่ต้นทุนกินของแต่ละไม้ต่อไปด้วย
| n | ระยะสต็อป (ที่ความชัน 1.0 จุดต่อแท่ง) | ต้นทุน 1.5 จุด คิดเป็นสัดส่วนของ R | อัตราชนะคุ้มทุนที่ R:R 1:2 |
|---|---|---|---|
| ไม่คิดต้นทุน | — | 0% | 33.33% |
| 5 | 5 จุด | 30.00% | 43.33% |
| 10 | 10 จุด | 15.00% | 38.33% |
| 14 | 14 จุด | 10.71% | 36.90% |
| 20 | 20 จุด | 7.50% | 35.83% |
| 25 | 25 จุด | 6.00% | 35.33% |
สูตรของคอลัมน์สุดท้ายคือ (1 + c) ÷ 3 เมื่อ c คือต้นทุนคิดเป็นสัดส่วนของ R · การเปลี่ยน n จาก 20 เป็น 5 ทำให้อัตราชนะที่ต้องทำให้ได้ขยับจาก 35.83% เป็น 43.33% — ต่างกัน 7.5 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยที่ระบบ ตลาด และฝีมือไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย
Divergence ของ Momentum ที่เกิดจากหน้าต่าง ไม่ใช่จากตลาด
สัญญาณที่คนใช้ Momentum มากที่สุดคือ divergence — ราคาทำจุดสูงใหม่แต่อินดิเคเตอร์ทำจุดสูงต่ำลง · ลองสร้างข้อมูลที่ ไม่มีอะไรผิดปกติเลย แล้วดูว่าสัญญาณนี้โผล่มาเองได้หรือไม่
ข้อมูลชุดนี้มีสามช่วง: ขึ้นชัน +3.0 ต่อแท่ง · ย่อ −1.0 ต่อแท่ง · แล้วขึ้นต่อแต่ช้าลงที่ +1.3 ต่อแท่ง โดยขึ้นไปทำจุดสูงใหม่ได้จริง (n = 10)
| แท่งที่ | ราคา | MOM (ผลต่าง) | ช่วง |
|---|---|---|---|
| 13 | 112.0 | 12.0 | ขึ้นชัน +3.0 |
| 16 | 121.0 | 21.0 ← ยอดลูกที่ 1 | จบช่วงขึ้นชัน |
| 19 | 118.0 | 18.0 | ย่อ −1.0 |
| 24 | 113.0 | −2.0 | จบช่วงย่อ |
| 32 | 123.4 | 8.4 | ขึ้นช้า +1.3 |
| 36 | 128.6 | 13.0 ← ยอดลูกที่ 2 | ราคาสูงกว่าเดิม 7.6 จุด |
ผลคือ ราคาทำจุดสูงใหม่ (128.6 > 121.0) แต่ Momentum ทำยอดต่ำลง (13.0 < 21.0) ซึ่งตำราจะเรียกว่า bearish divergence เต็มรูปแบบ · แต่ข้อมูลชุดนี้ไม่มีการอ่อนแรงแบบที่คนคิดเลย ราคายังขึ้นทุกแท่งอย่างสม่ำเสมอตลอดช่วงหลัง
ความชัน × n พอดี · ช่วงแรกชัน 3.0 ต่อแท่ง ช่วงหลังชัน 1.3 ต่อแท่ง ⇒ ยอด Momentum จึงต้องต่ำลงตามคณิตศาสตร์ ไม่ว่าตลาดจะแข็งแรงหรือไม่ก็ตาม · สิ่งที่ divergence บอกได้จริงคือ "เทรนช้าลง" ซึ่งเป็นข้อเท็จจริง แต่ "ช้าลง" กับ "กำลังจะกลับตัว" เป็นคนละเรื่องกัน และเทรนขาขึ้นจำนวนมากก็ช้าลงแล้วขึ้นต่อไปอีกนานถ้าต้องการเจาะเรื่อง divergence โดยเฉพาะ อ่านต่อที่ Divergence และ Convergence คืออะไร · วิธีอ่าน Divergence จาก Momentum Indicator · และ Stochastic Divergence พร้อมวิธีตั้งค่าใน MT4
ทำไมคัดลอกเกณฑ์ "โอเวอร์โบท" ของ Momentum ข้ามสินทรัพย์ไม่ได้
เพราะ Momentum ไม่มีขอบบนและขอบล่าง ค่าที่ถือว่า "สูง" จึงขึ้นกับทั้งราคาและความผันผวนของสินทรัพย์นั้น ไม่ใช่ตัวเลขสากลแบบ RSI 70/30
| สินทรัพย์ | ราคา | ขยับใน 10 แท่ง | คิดเป็น % | MOM อัตราส่วน | MOM ผลต่าง |
|---|---|---|---|---|---|
| XAUUSD | 2000 | 20 | 1.000% | 101.000 | 20 |
| BTCUSD | 60000 | 600 | 1.000% | 101.000 | 600 |
| USDJPY | 150.00 | 0.30 | 0.200% | 100.200 | 0.30 |
| EURUSD | 1.0800 | 0.0020 | 0.185% | 100.185 | 0.002 |
สองแถวบนขยับ เท่ากันเป๊ะในเชิงสัดส่วน (1.000%) จึงให้ค่า MOM อัตราส่วนเท่ากันคือ 101.000 · แต่ MOM แบบผลต่างต่างกัน 30 เท่า (20 กับ 600) และเทียบกับ EURUSD แล้วต่างกันเป็นแสนเท่า
Momentum Trading คืออะไร — ตามเทรนหรือสวนเทรน
ต้องตอบให้ชัดเพราะฉบับก่อนของหน้านี้เขียนไว้ผิด — Momentum Trading คือการเทรดตามเทรน ไม่ใช่สวนเทรน แนวคิดพื้นฐานของมันคือสิ่งที่กำลังวิ่งแรงมีแนวโน้มจะวิ่งต่อในระยะสั้น จึงเข้าตามทิศทางที่ราคากำลังไป ไม่ใช่เข้าสวน
| หัวข้อ | Momentum (ตามเทรน) | Mean Reversion (สวนเทรน) |
|---|---|---|
| สมมติฐาน | สิ่งที่วิ่งแรงจะวิ่งต่อ | สิ่งที่วิ่งไกลจะกลับเข้าค่ากลาง |
| จังหวะเข้า | เมื่อแรงยืนยันแล้ว (จึงเข้าช้ากว่าจุดกลับตัว) | เมื่อราคาห่างค่ากลางมาก |
| รูปหน้าตาของผลลัพธ์ | ชนะน้อยครั้งแต่ไม้ที่ชนะใหญ่ | ชนะบ่อยแต่ไม้ที่แพ้ใหญ่ |
| สิ่งที่ฆ่ากลยุทธ์ | ตลาดออกข้าง สัญญาณหลอกถี่ | เทรนแรงยาว ๆ ที่ไม่กลับเข้าค่ากลาง |
| อ่านค่า Momentum อย่างไร | ค่าสูงและกำลังสูงขึ้น = สนใจฝั่งซื้อ | ค่าสูงมาก = สนใจฝั่งขาย (ตรงข้ามกัน) |
โครงของระบบ Momentum ที่ตรวจสอบได้จริงต้องระบุครบสี่ข้อ และทุกข้อต้องเป็นตัวเลข
- สูตรและค่า n ที่ใช้ — แบบผลต่างหรืออัตราส่วน และ n เท่าไร (ซึ่งตามหัวข้อข้างบนคือการเลือกระยะสต็อปไปแล้วครึ่งหนึ่ง)
- เงื่อนไขเข้าที่เป็นตัวเลข — เช่น MOM ตัดขึ้นเหนือเส้นกลาง และค่าปัจจุบันสูงกว่าค่าเมื่อ 3 แท่งก่อน · ห้ามใช้คำว่า "แรงดี" เพราะวัดไม่ได้
- สต็อปที่ตั้งจากราคา ไม่ใช่จากอินดิเคเตอร์ — เพราะ Momentum ไม่มีระดับราคาให้อ้าง ต้องใช้จุดต่ำล่าสุดหรือระยะคงที่ แล้วแปลงเป็นขนาดล็อตด้วยวิธีคำนวณขนาดล็อต
- เกณฑ์ออกที่เขียนไว้ล่วงหน้า — ออกเมื่อ MOM ตัดกลับ หรือออกที่เป้าคงที่ · สองแบบนี้ให้ผลต่างกันมากและต้องเลือกก่อนเริ่ม ไม่ใช่ตัดสินตอนถือไม้อยู่
อยากดูรายชื่ออินดิเคเตอร์ในตระกูลโมเมนตัมและความต่างของแต่ละตัว อ่านที่ Momentum Indicators มีอะไรบ้าง · ส่วนการเทียบสองตัวที่คนใช้บ่อยที่สุดอยู่ที่ RSI vs Stochastic · และถ้าอยากเห็นตัวอย่างชุดสัญญาณที่เปิดสถิติดิบให้ตรวจย้อนหลังได้ ดูวิธีนับผลลัพธ์ที่ AlphaSigs
สิ่งที่ฉบับก่อนของหน้านี้เขียนไว้ และเหตุผลที่แก้
หน้านี้เคยเป็นบทความสั้น ๆ ชื่อ "Momentum Trading คืออะไร ?" เขียนเมื่อพฤษภาคม 2022 · การเขียนใหม่รอบนี้แก้ข้อเท็จจริงหลายจุด จึงควรระบุให้ชัดว่าแก้อะไรเพราะอะไร
| สิ่งที่เคยเขียน | เหตุผลที่แก้ |
|---|---|
| "โมเมนตัมก็คือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่นั่นแหละ" | 🔴 ไม่ถูกต้อง — Momentum ใช้ข้อมูลแค่ 2 แท่งและไม่มีการเฉลี่ยเลย ส่วนเส้นค่าเฉลี่ยใช้ทุกแท่งในหน้าต่าง · ความต่างนี้เปลี่ยนพฤติกรรมของเส้นทั้งหมด จึงต้องแก้ |
| "กลยุทธ์การเทรดด้วยโมเมนตัม เป็นการเทรดที่มีทิศทางตรงกันข้ามกัน หรือสวนเทรน" | 🔴 ไม่ถูกต้อง และขัดกับย่อหน้าก่อนหน้าในบทความเดิมเอง ซึ่งอธิบายว่าเทรดเดอร์เข้าตามแรงที่ยืนยันแล้ว · Momentum Trading เป็นกลยุทธ์ตามเทรน ส่วนการสวนเทรนคือ Mean Reversion ซึ่งเป็นคนละแนวคิด |
| "ลองไปหาดาวน์โหลดอินดิเคเตอร์โมเมนตัมมาใช้" | ไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดอะไรเลย — Momentum เป็นอินดิเคเตอร์มาตรฐานที่มีอยู่แล้วใน MT4/MT5 · การชวนไปดาวน์โหลดไฟล์จากแหล่งที่ไม่ระบุเป็นความเสี่ยงที่ไม่มีเหตุผลรองรับ |
| ลิงก์ชวนส่งเพชรใน Blockdit ท้ายบทความ | เนื้อหาที่ CTA อ้างถึงไม่ตรงกับฉบับใหม่แล้ว · ถ้าเจ้าของต้องการให้ใส่กลับ บอกได้ |
| ภาพประกอบที่ให้เครดิตไว้ว่ามาจากเว็บโบรกเกอร์รายหนึ่ง | เปลี่ยนเป็นภาพที่วาดเองในบทความ เพื่อไม่ใช้ภาพของบุคคลที่สามต่อ และเพราะภาพที่วาดเองอธิบายตัวเลขในตารางได้ตรงกว่า |
| คำอธิบายว่า Momentum วัดความแข็งแกร่งของการเคลื่อนไหวล่าสุด | ไม่ได้แก้ — ถูกต้องในภาพรวม เพียงแต่ขยายต่อว่า "ล่าสุด" หมายถึงเทียบกับแท่งที่ n ก่อนหน้าโดยเฉพาะ ไม่ใช่ทั้งช่วง |
สรุปให้สั้นที่สุด
- Momentum คือการเทียบราคาปัจจุบันกับราคาเมื่อ n แท่งก่อน ด้วยข้อมูลแค่ 2 แท่ง — ไม่ใช่เส้นค่าเฉลี่ย และไม่มีกรอบ 0-100
- สองสูตรให้ผลคนละทิศ — บนราคาที่ขึ้นเท่ากันทุกแท่ง แบบผลต่างคงที่ 10.00 แต่แบบอัตราส่วน (ที่ MT4/MT5 ใช้) ลดจาก 110.0 เหลือ 108.7
- เส้นกลางแปลว่า "ราคาเท่ากับเมื่อ n แท่งก่อน" เท่านั้น ไม่ได้แปลว่ากลาง ๆ หรือซื้อมากไป
- ค่า n คือสต็อปที่ซ่อนอยู่ — ระยะคืนกำไรก่อนสัญญาณตัดกลับ = ความชัน × n · และมันดันอัตราชนะคุ้มทุนจาก 35.83% (n=20) เป็น 43.33% (n=5)
- divergence ของ Momentum เกิดเองได้จากความชันที่ลดลง — ในตัวอย่างนี้ราคาขึ้นทุกแท่งตลอดช่วงหลัง แต่ MOM ยังทำยอดต่ำลง เพราะยอดของมันเท่ากับความชัน × n
- เกณฑ์ตัวเลขคัดลอกข้ามสินทรัพย์ไม่ได้ ถ้าใช้สูตรผลต่าง — การขยับ 1.00% เท่ากันให้ค่า 20 บนทอง แต่ 600 บนบิตคอยน์
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ตัวเลขทุกชุดเป็นการแทนค่าตามสมมติฐานที่ระบุไว้ในแต่ละตาราง เพื่อแสดงพฤติกรรมของสูตร ไม่ใช่ผลที่วัดจากตลาดจริง และไม่ใช่การรับประกันผลใด ๆ · อินดิเคเตอร์ไม่ได้ให้ความได้เปรียบโดยอัตโนมัติ ต้องวัดกับตลาดและไทม์เฟรมที่ใช้จริงเสมอ · การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น