Retail Sales คืออะไร — อ่านข่าวยอดค้าปลีกสหรัฐ Retail Sales m/m และ Core Retail Sales ให้เป็น พร้อมตัวเลขจริงย้อนหลัง 34 ปี
Retail Sales คือรายงานยอดขายปลีกรายเดือนของสหรัฐอเมริกา ที่สำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐ (U.S. Census Bureau) ประกาศราวกลางเดือนถัดไป ตัวเลขที่ขึ้นในปฏิทินข่าวคือ Retail Sales m/m = ยอดขายเดือนนี้เปลี่ยนไปกี่ % จากเดือนก่อน ส่วน Core Retail Sales คือตัวเลขเดียวกันแต่ตัดยอดขายรถยนต์และชิ้นส่วนออก เพราะเป็นหมวดที่แกว่งแรงที่สุด
ที่ต้องรู้เพิ่มจากคำนิยามมีสองข้อ และเป็นสองข้อที่หน้าเดิมของบล็อกนี้เองก็เคยเขียนพลาด: ตัวเลขนี้ยังไม่ได้หักเงินเฟ้อ และ Headline กับ Core สวนทิศกันได้บ่อยกว่าที่คิด — ทั้งสองข้อวัดจากข้อมูลทางการย้อนหลัง 415 เดือนให้ดูในหน้านี้
ทุกครั้งที่คนอเมริกันจ่ายเงินที่หน้าร้าน ร้านออนไลน์ ปั๊มน้ำมัน หรือร้านอาหาร ยอดนั้นจะไปอยู่ในตัวเลข Retail Sales ของเดือนนั้น (ภาพ: Freepik)
Retail Sales คืออะไร — ใครประกาศ ประกาศเมื่อไร
ชื่อเต็มของรายงานคือ Advance Monthly Retail Trade Survey เป็นการสำรวจยอดขายจากร้านค้าปลีกตัวอย่างทั่วสหรัฐ แล้วประมาณออกมาเป็นยอดขายรวมทั้งประเทศของเดือนที่แล้ว ตัวเลขที่ออกมาถูก ปรับฤดูกาลแล้ว (ไม่อย่างนั้นเดือนธันวาคมจะพุ่งทุกปีเพราะช่วงเทศกาล) แต่ ยังไม่ได้ปรับเงินเฟ้อ — เรื่องนี้สำคัญพอที่จะแยกไปอธิบายเป็นหัวข้อของมันเอง
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้ประกาศ | U.S. Census Bureau (กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ) |
| ความถี่ | รายเดือน — ประกาศยอดของเดือนที่แล้ว ราวกลางเดือนถัดไป |
| เวลาประกาศ | 08:30 น. เวลานิวยอร์ก = 19:30 น. เวลาไทย ช่วงเวลาออมแสง (มี.ค.–พ.ย.) และ 20:30 น. ช่วงฤดูหนาว |
| หน่วย | ล้านดอลลาร์ต่อเดือน (ส.ค. 2026 = 773,947 ล้านดอลลาร์) แต่ปฏิทินข่าวแสดงเป็น % เปลี่ยนจากเดือนก่อน |
| ปรับฤดูกาล | ปรับแล้ว |
| ปรับเงินเฟ้อ | ไม่ได้ปรับ — เป็นยอดขายเป็นตัวเงิน (nominal) |
| ความสำคัญในปฏิทินข่าว | ข่าวแรงระดับสูงของดอลลาร์ อยู่กลุ่มเดียวกับ CPI และ Non-Farm Payrolls |
Retail Sales m/m คืออะไร — คำนวณจากตัวเลขจริงให้ดู
m/m ย่อมาจาก month-over-month (บางเว็บเขียน MoM) คือ % ที่ยอดขายเดือนนี้เปลี่ยนไปจากเดือนก่อนหน้า สูตรมีบรรทัดเดียว:
| เดือน | ยอดขายรวม (ล้าน $) | Retail Sales m/m | Core (ไม่รวมรถยนต์) m/m |
|---|---|---|---|
| มิ.ย. 2026 | 768,587 | +0.31% | −0.17% |
| ก.ค. 2026 | 764,462 | −0.54% | −0.25% |
| ส.ค. 2026 | 773,947 | +1.24% | +1.39% |
สังเกตเดือนมิถุนายน: ยอดขายรวมเพิ่ม 0.31% แต่ Core ลด 0.17% แปลว่ายอดที่เพิ่มมาทั้งหมดมาจากรถยนต์ ส่วนการใช้จ่ายของอย่างอื่นหดตัว — คนที่ดูแค่บรรทัดแรกจะอ่านเดือนนี้ผิดทิศ
แล้วตัวเลขแบบไหนถือว่า "ปกติ" ตารางนี้คำนวณจากข้อมูลทางการทุกเดือนตั้งแต่ปี 1992 (ตัดช่วง ก.พ. 2020 – มิ.ย. 2021 ออก เพราะโควิดทำให้มีเดือนที่ −14.4% และ +19.3% ซึ่งจะบิดค่าทั้งหมด)
| ตัวเลข (398 เดือน) | มัธยฐาน | ต่ำ 10% ล่าง | สูง 10% บน | เดือนที่ติดลบ |
|---|---|---|---|---|
| Retail Sales (Headline) | +0.41% | −0.76% | +1.26% | 30.2% |
| Core Retail Sales (ไม่รวมรถยนต์) | +0.36% | −0.51% | +1.14% | 24.9% |
| Control Group | +0.44% | −0.65% | +1.37% | 28.1% |
อ่านตารางนี้ได้ว่า เดือนที่ Retail Sales ออกมา +1.3% ขึ้นไป หรือ −0.8% ลงไป เป็นเดือนที่เกิดไม่ถึง 1 ใน 10 ครั้ง ส่วนตัวเลขแถว ๆ +0.2% ถึง +0.6% คือเดือนธรรมดาที่สุด และสังเกตว่า Core แกว่งแคบกว่า Headline ชัดเจน — นั่นคือเหตุผลที่มันถูกแยกออกมาตั้งแต่แรก
Core Retail Sales คืออะไร และ Control Group ที่นักวิเคราะห์ดูกันคืออะไร
Retail Sales มีตัวเลขหลายชั้น แต่ละชั้นตัดหมวดที่แกว่งแรงหรือไม่เกี่ยวกับกำลังซื้อจริงออกไปเรื่อย ๆ ภาพด้านล่างใช้สัดส่วนยอดขายจริงของเดือน ส.ค. 2026
Core ตัดแค่รถยนต์ (18.4% ของยอดทั้งหมด) ส่วน Control Group ตัดเพิ่มอีก 3 หมวดจนเหลือราวครึ่งเดียว — คำนวณจากชุดข้อมูล RSAFS · RSFSXMV · RSGCS · RSBMGESD · RSFSDP ของ FRED
Headline Retail Sales
ยอดขายรวมทุกหมวด เป็นตัวเลขที่ขึ้นบรรทัดแรกของปฏิทินข่าว แต่ก็เป็นตัวที่ถูก "ลากไป" ง่ายที่สุด เพราะรถยนต์ชิ้นเดียวราคาเท่ากับของใช้หลายร้อยชิ้น และยอดปั๊มน้ำมันขยับตามราคาน้ำมันดิบโดยที่คนไม่ได้เติมมากขึ้นเลย
Core Retail Sales (ex Autos)
ตัดรถยนต์และชิ้นส่วนออก ในปฏิทินข่าวจะเขียนว่า Core Retail Sales m/m หรือ Retail Sales ex Autos เป็นตัวที่นิยมใช้ยืนยันว่ากำลังซื้อ "ทั่วไป" ไปทางไหน
Control Group
ตัดรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และร้านอาหารออก เหลือเฉพาะหมวดที่ใช้คำนวณการบริโภคใน GDP ตรง ๆ ปฏิทินข่าวไทยไม่ค่อยแสดง แต่เป็นตัวที่นักวิเคราะห์สถาบันดูเป็นหลัก
ทำไม Retail Sales กับ Core Retail Sales ถึงสวนทางกันได้
เพราะสองตัวเลขนี้ต่างกันแค่หมวดรถยนต์ เดือนไหนที่ยอดขายรถแกว่งแรง (มีโปรโมชันใหญ่ ภาษีนำเข้าจะขึ้น พายุทำให้คนต้องซื้อรถใหม่) Headline ก็จะวิ่งไปคนละทางกับ Core ได้ นับจากข้อมูลจริง:
- 60 จาก 415 เดือน (14.5%) Headline กับ Core มีเครื่องหมายตรงข้ามกัน — ประมาณปีละ 1–2 ครั้ง
- ถ้าเทียบ Headline กับ Control Group ตัวเลขนี้ขึ้นเป็น 70 เดือน (16.9%)
- ช่องว่างระหว่าง Headline กับ Core มัธยฐานอยู่ที่ 0.26 จุด % แต่ 1 ใน 10 เดือนห่างกันเกิน 0.84 จุด % ซึ่งกว้างกว่าช่วงปกติของตัวเลขเองเสียอีก
- ใน 12 เดือนล่าสุดเกิดชัด ๆ 3 ครั้ง: ต.ค. 2025 (−0.16% กับ +0.16%) · ม.ค. 2026 (−0.03% กับ +0.14%) · มิ.ย. 2026 (+0.31% กับ −0.17%) — ยังไม่นับ ธ.ค. 2025 ที่ Headline ติดลบแค่ 1 ล้านดอลลาร์ (734,718 → 734,717) ซึ่งปฏิทินข่าวจะแสดงเป็น 0.0%
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย: Retail Sales ไม่ได้หักเงินเฟ้อ
หลายเว็บ (รวมถึงบทความเวอร์ชันเก่าของหน้านี้เอง) เขียนว่า Retail Sales "ปรับชดเชยเงินเฟ้อแล้ว" — ไม่ถูก ตัวเลขที่ประกาศคือยอดขายเป็นเงินดอลลาร์ ถ้าของทุกอย่างแพงขึ้น 0.4% แล้วคนซื้อของจำนวนเท่าเดิม Retail Sales ก็จะออกมา +0.4% ทั้งที่ไม่มีใครซื้อของมากขึ้นเลย
เดือน ส.ค. 2026 ตัวเลขประกาศ +1.24% แต่ราคาของแพงขึ้น 0.40% ในเดือนเดียวกัน ปริมาณที่ซื้อจริงจึงเพิ่มราว 0.84% (คิดแบบละเอียด 1.0124 ÷ 1.0040 − 1 = 0.837%) — ข้อมูล: RSAFS และ CPIAUCSL ของ FRED
เรื่องนี้ไม่ใช่รายละเอียดเล็ก ๆ ตัวเลขจากข้อมูลจริงบอกว่า:
| คำถาม | คำตอบจากข้อมูล |
|---|---|
| กี่เดือนที่ Retail Sales เป็นบวก แต่พอหัก CPI แล้วติดลบ | 46 เดือน = 15.9% ของเดือนที่เป็นบวกทั้งหมด (11.1% ของทุกเดือน) |
| ยอดขายเพิ่มขึ้นเท่าไรตั้งแต่ ธ.ค. 2019 ถึง ส.ค. 2026 | ตัวเงิน +50.0% |
| ราคาสินค้า (CPI) ช่วงเดียวกัน | +29.2% |
| ปริมาณที่ซื้อจริงหลังหักเงินเฟ้อ | เหลือแค่ +16.1% — หนึ่งในสามของตัวเลขที่เห็น |
ในช่วงที่เงินเฟ้อสูง ตลาดจึงมักอ่าน Retail Sales คู่กับ CPI และ Core CPI ที่ประกาศในสัปดาห์เดียวกันเสมอ ยอดขายโต 0.5% ในเดือนที่ CPI ขึ้น 0.6% แปลว่าคนซื้อของน้อยลง ไม่ใช่มากขึ้น
Retail Sales เป็น 70% ของ GDP จริงไหม
ประโยค "Retail Sales คิดเป็น 70% ของ GDP" ถูกคัดลอกต่อกันทั่วไป แต่มันผสมสองตัวเลขเข้าด้วยกัน สิ่งที่เป็นราว 68–70% ของ GDP สหรัฐคือ การบริโภคของภาคครัวเรือนทั้งหมด (Personal Consumption Expenditures) ซึ่งรวมค่าเช่าบ้าน ค่ารักษาพยาบาล ค่าประกัน ค่าเรียน ค่าบริการการเงิน — สิ่งเหล่านี้ไม่มีอยู่ใน Retail Sales เลย
สรุปคือ Retail Sales วัด การใช้จ่ายด้านสินค้าและร้านอาหาร ซึ่งเป็นราว 2 ใน 5 ของการบริโภค ไม่ใช่ทั้งหมด ข้อดีของมันคือออกเร็ว — ประกาศก่อนตัวเลขการบริโภคใน GDP หลายสัปดาห์ ตลาดจึงใช้มันเป็นตัวบอกล่วงหน้าว่าการบริโภคไตรมาสนี้จะออกมาทางไหน
ของในรถเข็นซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ในหมวด Control Group ครบทุกชิ้น — ส่วนค่าเช่าบ้านหรือค่าหมอของครอบครัวเดียวกันไม่อยู่ใน Retail Sales เลย (ภาพ: Freepik)
ข่าว Retail Sales ส่งผลต่อดอลลาร์และทองคำยังไง
หลักการเหมือนข่าวเศรษฐกิจทุกตัว: ราคาไม่ได้ขยับตามว่าตัวเลขเป็นบวกหรือลบ แต่ขยับตามว่ามันต่างจากที่ตลาดคาดไว้แค่ไหน ตัวเลข +0.3% อาจทำให้ดอลลาร์อ่อนได้ ถ้าตลาดคาดไว้ +0.8%
| สิ่งที่เกิดขึ้น | ตลาดตีความว่า | ทิศทางที่มักเห็นในทฤษฎี |
|---|---|---|
| Actual สูงกว่า Forecast ทั้ง Headline และ Core | คนยังใช้จ่ายแข็ง เศรษฐกิจยังไม่ต้องการดอกเบี้ยต่ำ | ดอลลาร์แข็ง · ทองคำและ EURUSD มักถูกกด |
| Actual ต่ำกว่า Forecast ทั้งสองตัว | การบริโภคชะลอ เพิ่มโอกาสที่ FOMC จะลดดอกเบี้ย | ดอลลาร์อ่อน · ทองคำมักได้แรงหนุน |
| Headline กับ Core ขัดกัน | ต้องรอดูว่าตลาดให้น้ำหนักตัวไหน | มักสะบัดสองทาง ไม่มีทิศชัด |
| ตัวเลขเดือนนี้ตรงคาด แต่เดือนก่อนถูกแก้แรง | ภาพรวมเปลี่ยนแม้ตัวเลขใหม่จะธรรมดา | ราคาอาจวิ่งตามการแก้ย้อนหลัง ไม่ใช่ตามตัวเลขใหม่ |
สำหรับทองคำ Retail Sales ส่งผลทางอ้อมผ่านความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์ ไม่ได้ส่งผลตรง ๆ แบบตัวเลขเงินเฟ้อ — รายละเอียดเรื่องปัจจัยที่ขับราคาทองอยู่ใน ปัจจัยพื้นฐานของทองคำ
เช็กลิสต์ 5 ข้อ ก่อนและหลังข่าว Retail Sales ออก
- ดูเวลาประกาศเป็นเวลาไทยให้ถูก — 19:30 น. ช่วง มี.ค.–พ.ย. และ 20:30 น. ช่วงฤดูหนาว ถ้ามีไม้ค้างอยู่ ให้ตัดสินใจก่อนเวลานั้นว่าจะถือผ่านข่าวหรือไม่ ไม่ใช่ตัดสินใจตอนราคากำลังกระโดด
- จด Forecast ของทั้ง Headline และ Core ไว้ก่อน — สิ่งที่ขยับราคาคือส่วนต่าง Actual ลบ Forecast ไม่ใช่ตัวเลขเปล่า ๆ
- พอตัวเลขออก ให้อ่าน Core ทุกครั้ง — ถ้า Headline กับ Core คนละทิศ (เกิดราว 1 ใน 7 เดือน) ให้ถือว่าวันนั้นไม่มีข้อสรุปชัด
- ดูบรรทัด Previous ว่าถูกแก้หรือเปล่า — ตัวเลขเดือนก่อนที่ถูกแก้ขึ้นหรือลงแรง ๆ บางครั้งสำคัญกว่าตัวเลขใหม่
- เทียบกับ CPI เดือนเดียวกัน — ยอดขายโตน้อยกว่าเงินเฟ้อ = ปริมาณที่ซื้อจริงลดลง ถึงตัวเลขจะเป็นบวกก็ตาม
ยอดขายร้านขายของชำเป็นหมวดที่นิ่งที่สุดใน Retail Sales เพราะคนต้องกินทุกเดือน — เดือนที่หมวดนี้ขยับแรงมักเป็นผลของราคาอาหาร ไม่ใช่ปริมาณ (ภาพ: Freepik)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Retail Sales
- Retail Sales แปลว่าอะไร
แปลตรงตัวว่า "ยอดค้าปลีก" หรือ "ยอดขายปลีก" คือมูลค่าที่ร้านค้าปลีกขายให้ผู้บริโภคในเดือนนั้น - Retail Sales m/m กับ Retail Sales MoM ต่างกันไหม
ไม่ต่าง เป็นตัวย่อของ month-over-month เหมือนกัน คือ % เปลี่ยนจากเดือนก่อน บางเว็บแสดง y/y (เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน) ด้วย ส.ค. 2026 y/y = +6.0% ในขณะที่ CPI y/y = +3.35% - Core Retail Sales เขียว คืออะไร
ในปฏิทินข่าวส่วนใหญ่ ตัวเลข Actual สีเขียวแปลว่าออกมาดีกว่า Forecast (ดีต่อค่าเงินดอลลาร์) สีแดงแปลว่าแย่กว่า Forecast — สีไม่ได้บอกว่าตัวเลขเป็นบวกหรือลบ - ค่าปกติของ Retail Sales m/m คือเท่าไร
มัธยฐาน +0.41% ต่อเดือน 8 ใน 10 เดือนอยู่ระหว่าง −0.76% ถึง +1.26% (ข้อมูล 1992–2026 ไม่นับช่วงโควิด) - ประเทศอื่นมี Retail Sales ไหม
มี อังกฤษ ยูโรโซน ออสเตรเลีย แคนาดา จีน ต่างประกาศของตัวเอง แต่ที่ขยับตลาดโลกมากที่สุดคือของสหรัฐ และทุกประเทศมีหน่วยและการปรับไม่เหมือนกัน ต้องเช็กทีละประเทศ
สรุป
Retail Sales คือยอดขายปลีกรายเดือนของสหรัฐ ตัวเลขในปฏิทินข่าวคือ % เปลี่ยนจากเดือนก่อน (m/m) ซึ่งเดือนธรรมดาอยู่แถว +0.4% ส่วน Core Retail Sales ตัดรถยนต์ออกเพื่อให้เห็นกำลังซื้อทั่วไปชัดขึ้น สองเรื่องที่คนอ่านข่าวนี้พลาดบ่อยคือ ตัวเลขยังไม่หักเงินเฟ้อ (ตั้งแต่ปลายปี 2019 ยอดขายโต 50% แต่ปริมาณจริงโตแค่ 16.1%) และ Headline กับ Core สวนทางกันได้ราว 1 ใน 7 เดือน
ถ้าจะใช้ข่าวนี้ประกอบการตัดสินใจ สิ่งที่ต้องดูคือส่วนต่างจาก Forecast ของทั้งสองตัว ไม่ใช่ตัวเลขบรรทัดแรกอย่างเดียว อ่านข่าวแรงตัวอื่นต่อได้ที่ Non-Farm Payrolls และถ้าต้องการเครื่องมือฝั่งวิเคราะห์กราฟประกอบวันข่าว ดูได้ที่ AlphaSignals
ข้อมูลในบทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขทั้งหมดคำนวณจากข้อมูลทางการของ U.S. Census Bureau และ Bureau of Labor Statistics ผ่านฐานข้อมูล FRED (ชุด RSAFS, RSFSXMV, RSGCS, RSBMGESD, RSFSDP, RSNSR, CPIAUCSL, PCE) ช่วง ม.ค. 1992 – ส.ค. 2026 ดึงข้อมูลเมื่อ 23 ก.ย. 2026 ตัวเลขล่าสุดอาจถูกแก้ย้อนหลังในรายงานเดือนถัดไป ข้อมูล CPI เดือน ต.ค.–พ.ย. 2025 ไม่มีในฐานข้อมูลจึงไม่นับในการคำนวณแบบหักเงินเฟ้อ ทิศทางราคาในตารางเป็นกลไกทางทฤษฎี ไม่ได้รับประกันว่าราคาจะเคลื่อนไหวตามนั้น การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน · ภาพถ่ายประกอบจาก Freepik
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น