Gap คืออะไร — ช่องว่างราคาเกิดตอนไหน ปิดแก๊ปคืออะไร และทำไม Gap ถึงกระโดดข้าม SL

เสาร์–อาทิตย์ ตลาดปิด ปิดศุกร์ 2,002.00 เปิดจันทร์ 1,993.00 SL 2,000.00 GAP 9.00 Gap คืออะไร ช่องว่างที่กระโดดข้าม SL โดย คนเล่น Forex SL ที่วางแผนไว้ −$100 ห่างจุดเข้า 10.00 · 0.10 lot XAUUSD · 1 lot = 100 ออนซ์ ปิดจริงหลังเปิดตลาด −$170 เกินแผน 70% · SL ไม่ทำงานที่ราคาที่ตั้งไว้ คำนวณให้ดูทุกช่อง
พื้นฐานกราฟ

Gap คืออะไร — ช่องว่างของราคาในกราฟ เกิดตอนไหน ปิดแก๊ปคืออะไร และวางสตอปยังไงไม่ให้โดนกระโดดข้าม

Gap (บางคนสะกดว่า "Gab" หรือเรียกเป็นไทยว่า ช่องว่างของราคา หรือ แก๊ป) คือช่วงราคาที่ไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้นเลย — ราคาปิดของแท่งเทียนหนึ่งกับราคาเปิดของแท่งถัดไปอยู่คนละระดับ ทำให้กราฟเกิดรอยขาดเป็นช่องว่าง ในตลาด Forex และทองคำ ช่องว่างแบบนี้แทบทั้งหมดเกิดที่จุดเดียวคือ ตอนตลาดเปิดเช้าวันจันทร์ เพราะราคาข้างนอกยังเดินต่อตลอดสุดสัปดาห์ที่ตลาดปิด

คำนิยามข้างบนหาอ่านที่ไหนก็ได้ แต่เกือบทุกที่จบตรงที่ "Gap ขึ้นคือสัญญาณขาขึ้น Gap ลงคือสัญญาณขาลง" ซึ่งเป็นข้อสรุปที่พิสูจน์ไม่ได้ด้วยตัวเลขในหน้าเดียว หน้านี้จึงเลือกพูดอีกด้านหนึ่งแทน — ด้านที่คำนวณล่วงหน้าได้ทั้งหมด ไม่ต้องเดาและไม่ต้องรอผลย้อนหลัง

เพราะสิ่งที่ Gap ทำกับพอร์ตของคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ "โอกาสที่พลาดไป" แต่คือ มันกระโดดข้าม Stop Loss ที่ตั้งไว้ คำสั่งตัดขาดทุนของคุณไม่ได้ทำงานที่ราคาที่คุณพิมพ์ลงไป มันทำงานที่ราคาแรกที่ตลาดเปิดมาให้ ซึ่งอาจอยู่ห่างออกไปอีกหลายจุด และส่วนต่างตรงนั้นบวกเข้าไปในขาดทุนของคุณเต็ม ๆ

กราฟ MT4 แสดง Gap ช่องว่างราคาที่เส้นแบ่งวัน ราคาเปิดต่ำกว่าราคาปิดของแท่งก่อนหน้า
ภาพประกอบเดิมของหน้านี้ — เส้นประคือรอยต่อของวัน ราคาเปิดหลังเส้นประอยู่ต่ำกว่าราคาปิดก่อนหน้าอย่างชัดเจน ช่วงที่ว่างอยู่ระหว่างสองระดับนั้นคือ Gap

1. Gap คืออะไร และทำไมกราฟ Forex ถึงเห็น Gap น้อยกว่ากราฟหุ้น

ให้นึกภาพง่าย ๆ ว่าแท่งเทียนแต่ละแท่งคือ "บันทึกการซื้อขายในช่วงเวลาหนึ่ง" ปกติแท่งใหม่จะเริ่มต้นที่ราคาเดียวกับที่แท่งเก่าปิดไป เพราะการซื้อขายมันต่อเนื่องกัน แต่ถ้าระหว่างสองแท่งนั้นตลาดปิดไปช่วงหนึ่ง แล้วมีข่าวหรือแรงซื้อขายเข้ามาในระหว่างนั้น พอเปิดกลับมาอีกที ราคาก็ไปโผล่คนละที่ — ช่วงที่ข้ามไปนั้นไม่มีใครซื้อขายกันเลยจริง ๆ นั่นคือ Gap

กราฟหุ้นจึงเห็น Gap ทุกวัน เพราะตลาดหุ้นเปิด–ปิดทุกวัน ส่วน Forex เปิดต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ ช่องว่างในกราฟจึงเหลืออยู่จุดเดียวเป็นหลัก คือรอยต่อระหว่างการปิดตลาดเย็นวันศุกร์กับการเปิดตลาดเช้าวันจันทร์

≈ 48 ชม.
ช่วงที่ตลาด Forex ปิด
ศุกร์เย็น → จันทร์เช้า
+70%
ขาดทุนที่เกินแผน
เมื่อ Gap 9.00 คร่อม SL ที่ห่าง 10.00
0.05 lot
ล็อตที่เหลือ ถ้าเผื่อ Gap 10.00
ในงบความเสี่ยงก้อนเดิม

ตัวเลขสองตัวหลังมาจากตารางในหัวข้อ 3 และ 4 ซึ่งเป็นเลขคณิตล้วน ๆ กดเครื่องคิดเลขตามได้ทุกช่อง


2. Forex เกิด Gap ตอนไหน — และ "เช้าวันจันทร์" ของโบรกคือกี่โมงเวลาไทย

ตลาด Forex ปิดเย็นวันศุกร์ตามเวลานิวยอร์ก แล้วเปิดอีกครั้งเย็นวันอาทิตย์ตามเวลานิวยอร์ก ซึ่งตรงกับเช้ามืดวันจันทร์ของเวลาไทย — แต่ตรงกับกี่โมงกันแน่นั้น เปลี่ยนปีละสองครั้ง เพราะสหรัฐฯ ใช้เวลาออมแสง (DST)

ช่วงของปีเวลานิวยอร์กตลาดปิด (เวลาไทย)ตลาดเปิด (เวลาไทย)
อาทิตย์ที่ 2 ของ มี.ค. → อาทิตย์แรกของ พ.ย. (มีเวลาออมแสง)UTC−4เสาร์ 04:00 น.จันทร์ 04:00 น.
อาทิตย์แรกของ พ.ย. → อาทิตย์ที่ 2 ของ มี.ค. (ไม่มีเวลาออมแสง)UTC−5เสาร์ 05:00 น.จันทร์ 05:00 น.

ที่ต้องรู้เรื่องนี้ไม่ใช่เพราะอยากตื่นมาดู แต่เพราะตารางเวลาที่ก๊อปกันต่อ ๆ มาในเน็ตส่วนใหญ่ระบุไว้แค่ค่าเดียว จึงผิดไปครึ่งปีเสมอ ถ้าคุณตั้งเวลาปิดออเดอร์อัตโนมัติหรือตั้งเตือนไว้ก่อนตลาดปิด การพลาดไปหนึ่งชั่วโมงหมายถึงออเดอร์ค้างข้ามสุดสัปดาห์โดยไม่ตั้งใจ

เวลาบนกราฟของคุณไม่ใช่เวลาไทย — โบรก MT4/MT5 ส่วนใหญ่ตั้งเวลาเซิร์ฟเวอร์ไว้ที่ GMT+2 ในฤดูหนาว และ GMT+3 ในฤดูร้อน เพื่อให้แท่ง Daily ปิดพอดีกับเวลาปิดตลาดนิวยอร์ก ผลคือแท่งเทียนวันจันทร์ในกราฟของคุณเริ่มนับตามเวลาโบรก ไม่ใช่ตามเที่ยงคืนของไทย · วิธีเช็กที่แน่นอนที่สุดคือเปิด Market Watch แล้วดูช่อง Time เทียบกับนาฬิกาในเครื่อง ไม่ใช่เชื่อตารางในบทความไหนก็ตาม รวมทั้งหน้านี้ · อ่านต่อเรื่องรอบเวลาตลาดได้ที่ ตลาด Forex เปิดกี่โมง เวลาไทย

นอกจากรอยต่อวันจันทร์แล้ว ยังมีอีกสองกรณีที่เห็นช่องว่างได้ คือ ข่าวแรงมากจนราคาวิ่งข้ามไปโดยไม่มีคนรับฝั่งตรงข้าม (ทางเทคนิคไม่ใช่ Gap แท้ ๆ แต่ผลกับออเดอร์เหมือนกันทุกอย่าง) และ ช่วงสภาพคล่องบางตอนตี 3–5 ซึ่งมักมาพร้อมสเปรดที่ถ่างออก อ่านเรื่องนั้นต่อได้ที่ Spread ถ่าง คืออะไร


3. ราคาที่แท้จริงของ Gap คือมันกระโดดข้าม Stop Loss ของคุณ

นี่คือหัวใจของหน้านี้ และเป็นเรื่องที่ไม่ต้องเดาเลยแม้แต่นิดเดียว Stop Loss ไม่ใช่คำสัญญาว่าคุณจะเสียเท่านั้น มันคือคำสั่งที่จะกลายเป็นออเดอร์ตลาดทันทีที่ราคาแตะระดับที่ตั้งไว้ — และเมื่อตลาดเปิดมาที่ราคาซึ่งเลยระดับนั้นไปแล้ว คำสั่งจะทำงานที่ราคาแรกที่มีจริง ไม่ใช่ราคาที่คุณพิมพ์

จุดเข้า Buy 2,010.00 · 0.10 lot ปิดศุกร์ 2,002.00 SL ที่ตั้งไว้ 2,000.00 เปิดจันทร์ 1,993.00 เสาร์–อาทิตย์ ตลาดปิด GAP 9.00 SL ไม่ได้ปิดที่ 2,000.00 ปิดจริงที่ 1,993.00 → −$170 ขาดทุนตามแผน (2,010.00 − 2,000.00) × 10 ออนซ์ = $100 · ขาดทุนจริง (2,010.00 − 1,993.00) × 10 ออนซ์ = $170
ราคาเดินผ่านสุดสัปดาห์โดยไม่มีใครซื้อขาย พอเปิดมาที่ 1,993.00 คำสั่ง SL ที่ 2,000.00 ก็ทำงานทันทีที่ราคาแรกที่มีจริง — ส่วนต่าง 7.00 ที่กระโดดข้ามไปกลายเป็นขาดทุนเพิ่มเต็มจำนวน

ตัวอย่างข้างบนตั้งไว้แบบเดียวกันทั้งตาราง: ซื้อ XAUUSD 0.10 lot ที่ 2,010.00 ตั้ง SL ไว้ที่ 2,000.00 (สัญญามาตรฐาน 1 lot = 100 ออนซ์ ⇒ 0.10 lot = 10 ออนซ์ ⇒ ราคาขยับ 1.00 = 10 ดอลลาร์) ราคาปิดวันศุกร์อยู่ที่ 2,002.00 คือยังไม่โดน SL ที่เหลือคือดูว่าถ้าวันจันทร์เปิดมาแต่ละราคา ผลจะต่างกันแค่ไหน

ราคาเปิดวันจันทร์Gap จากราคาปิดศุกร์ 2,002.00SL ถูกปิดจริงที่ขาดทุนจริงเกินแผน
2,002.00 (ไม่มี Gap)0.002,000.00$100—
1,999.00−3.001,999.00$110+10%
1,997.00−5.001,997.00$130+30%
1,993.00−9.001,993.00$170+70%
1,988.00−14.001,988.00$220+120%
1,980.00−22.001,980.00$300+200%
1,970.00−32.001,970.00$400+300%

คิดตามได้ทุกช่อง: ขาดทุน = (2,010.00 − ราคาที่ปิดจริง) × 10 ออนซ์ · สังเกตว่าตัวเลขไม่ได้โตทีละนิด — Gap ที่ดูไม่มากอย่าง 14.00 (ซึ่งทองคำเคลื่อนได้ในวันธรรมดาสบาย ๆ) ทำให้ขาดทุนมากกว่าที่วางแผนไว้เท่าตัวกว่า และไม่มีทางป้องกันหลังจากตลาดเปิดไปแล้ว

Stop Loss ไม่ได้รับประกันว่าคุณจะเสียเท่าไร มันรับประกันแค่ว่าเมื่อไรมันจะเริ่มขาย — ส่วน "ขายได้ที่ราคาเท่าไร" ตลาดเป็นคนตอบ ไม่ใช่คุณ

นี่คือเหตุผลที่การวัดผลระบบเทรดควรวัดเป็น R (จำนวนเท่าของความเสี่ยงต่อไม้) แล้วดูค่าที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ค่าที่ตั้งใจไว้ อ่านเรื่องนี้ต่อได้ที่ Risk : Reward Ratio (R:R) คืออะไร


4. ต้องลดล็อตเท่าไร ถึงจะเผื่อ Gap ไหว

ถ้ายอมรับว่า SL อาจถูกกระโดดข้าม ทางแก้ก็มีอยู่ทางเดียวที่ทำได้ล่วงหน้า คือ คิดขนาดไม้จากระยะที่แย่ที่สุดที่ยอมรับได้ ไม่ใช่จากระยะ SL บนหน้าจอ วิธีคิดคือบวก "ระยะเผื่อ Gap" เข้าไปในระยะ SL ก่อน แล้วค่อยหารด้วยงบความเสี่ยง

สมมติงบความเสี่ยงต่อไม้ $100 ระยะ SL 10.00 เท่าเดิม สูตรคือ จำนวนออนซ์ = งบเสี่ยง ÷ (ระยะ SL + ระยะเผื่อ Gap) แล้วแปลงเป็นล็อตด้วยการหาร 100

เผื่อ Gap ไว้ระยะที่ใช้คิดออนซ์ที่คำนวณได้ล็อตที่ใช้จริง (ปัดลง)ขาดทุนสูงสุดถ้า Gap มาจริง
ไม่เผื่อเลย10.0010.000.10$100 (เกินทันทีถ้ามี Gap)
3.0013.007.690.07$91
5.0015.006.670.06$90
10.0020.005.000.05$100
20.0030.003.330.03$90
30.0040.002.500.02$80

อ่านตารางนี้ให้ตรง: การเผื่อ Gap ไม่ได้ทำให้คุณปลอดภัยขึ้นแบบได้เปล่า — มันคือการยอมกำไรน้อยลงในทุกไม้ที่ไม่มี Gap เพื่อแลกกับการที่ไม้ที่เจอ Gap ไม่พาพอร์ตหลุดกรอบ ที่เผื่อ 10.00 ล็อตเหลือครึ่งเดียวจาก 0.10 เป็น 0.05 หมายความว่ากำไรทุกไม้ก็เหลือครึ่งเดียวด้วย นี่เป็นการแลก ไม่ใช่ของฟรี และคนที่ต้องตัดสินใจว่าคุ้มไหมคือคุณ ไม่ใช่บทความ

⚠️
ตัวเลข "เผื่อเท่าไรถึงพอ" ไม่มีคำตอบสำเร็จรูป — ขนาด Gap ขึ้นกับสินทรัพย์ ช่วงเวลาของปี และเหตุการณ์ที่เกิดในสุดสัปดาห์นั้น ๆ ใครที่บอกคุณว่า "เผื่อ X จุดพอแล้วทุกกรณี" กำลังพูดเกินกว่าที่ข้อมูลใด ๆ ยืนยันได้ · วิธีที่ตรวจสอบได้คือย้อนดูกราฟของสินทรัพย์ที่คุณเทรดจริง แล้วจดขนาด Gap เช้าวันจันทร์ย้อนหลังอย่างน้อย 30 สัปดาห์ด้วยตัวเอง ตัวเลขจากพอร์ตของคุณเชื่อถือได้กว่าตัวเลขจากบทความไหนก็ตาม

ถ้ายังไม่คุ้นกับการคำนวณล็อตจากงบความเสี่ยง เริ่มที่ วิธีคำนวณ Lot Size และ Money Management คืออะไร ก่อน แล้วค่อยกลับมาบวกระยะเผื่อ Gap เข้าไปทีหลัง


5. ออร์เดอร์รอที่ค้างข้ามสุดสัปดาห์ ถูก fill ที่ราคาไหน

เรื่องเดียวกันนี้เกิดกับ ออร์เดอร์รอ (Pending Order) ด้วย และคนมักลืมมากกว่า SL เสียอีก เพราะออร์เดอร์รอมันนั่งเงียบ ๆ อยู่บนกราฟข้ามสัปดาห์โดยไม่มีอะไรเตือน

ปิดศุกร์ 2,002.00 Buy Stop ตั้งไว้ 2,005.00 ตลาดเปิดวันจันทร์ เปิดจันทร์ 2,012.00 GAP ขึ้น 10.00 Buy Stop ไม่ได้เข้าที่ 2,005.00 เข้าจริงที่ 2,012.00 → แพงขึ้น 7.00 ระยะถึง TP สั้นลง · ระยะถึง SL ยาวขึ้น คำสั่งประเภท Stop จะกลายเป็นออเดอร์ตลาดทันทีที่ถูกกระตุ้น จึงได้ราคาแรกที่ตลาดเปิดมาให้เสมอ
Buy Stop ที่ 2,005.00 ถูกกระตุ้นตั้งแต่วินาทีแรกที่ตลาดเปิดที่ 2,012.00 — จุดเข้าเลื่อนไป 7.00 ทั้งที่ยังไม่ได้ดูกราฟเลยสักครั้ง
ออร์เดอร์รอตั้งไว้ที่ราคาเปิดวันจันทร์ถูก fill ที่ต่างจากที่ตั้งไว้ผลต่อคุณ
Buy Stop2,005.002,012.00 (Gap ขึ้น)2,012.00แพงขึ้น 7.00แย่ลง
Sell Stop1,995.001,988.00 (Gap ลง)1,988.00ถูกลง 7.00แย่ลง
Buy Limit2,005.001,993.00 (Gap ลง)1,993.00ถูกลง 12.00ดีขึ้น
Sell Limit1,995.002,012.00 (Gap ขึ้น)2,012.00แพงขึ้น 17.00ดีขึ้น

สองแถวบนเป็นกฎตายตัว: คำสั่งตระกูล Stop (รวมถึง Stop Loss) กลายเป็นออเดอร์ตลาดทันทีที่ถูกกระตุ้น จึงรับราคาที่ตลาดมีให้เสมอ ส่วนสองแถวล่างเป็นตระกูล Limit ซึ่งตามหลักต้องได้ราคาที่ตั้งไว้หรือดีกว่า — แต่รายละเอียดการ fill ตรงจังหวะเปิดตลาดต่างกันได้ตามนโยบายของแต่ละโบรก ให้เปิดเงื่อนไขการดำเนินคำสั่งของโบรกคุณอ่านเอง อย่าเชื่อตารางนี้แทนสัญญาจริง · ทบทวนความต่างของออร์เดอร์ทั้งสี่แบบได้ที่ Buy Stop / Buy Limit / Sell Stop / Sell Limit คืออะไร


6. Gap 4 แบบตามตำรา — และข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนเอามาใช้กับ Forex

ตำราวิเคราะห์ทางเทคนิคแบ่ง Gap ออกเป็นสี่ชนิดตามตำแหน่งที่มันเกิดในแนวโน้ม ชื่อพวกนี้ใช้ร่วมกันทั้งวงการ จึงควรรู้ไว้เพื่ออ่านบทความอื่นรู้เรื่อง

1

Common Gap — ช่องว่างธรรมดา

เกิดตอนราคาไม่มีทิศทางชัด อยู่ในกรอบแคบ ๆ ขนาดมักเล็กและมักถูกไล่กลับมาปิดในไม่ช้า ตำราถือว่าไม่มีนัยสำคัญ ใช้ยืนยันอะไรไม่ได้

2

Breakaway Gap — ช่องว่างที่ทะลุกรอบ

เกิดตอนราคากระโดดออกจากกรอบสะสมหรือทะลุแนวรับแนวต้านไปเลย ตำราถือว่าเป็นชนิดที่มีน้ำหนักที่สุด เพราะมันเปลี่ยนโครงสร้างราคาไปจริง ๆ

3

Runaway Gap — ช่องว่างกลางทาง

เกิดกลางแนวโน้มที่วิ่งอยู่แล้ว ตำราใช้เป็นตัวยืนยันว่าแนวโน้มยังมีแรง แต่จุดเข้าตรงนั้นเสียเปรียบ เพราะราคาวิ่งมาไกลจากจุดอ้างอิงแล้ว

4

Exhaustion Gap — ช่องว่างหมดแรง

เกิดที่ปลายแนวโน้ม เป็นการกระโดดครั้งสุดท้ายก่อนหมดแรง ถ้าตามด้วยการกระโดดกลับทางตรงข้าม จะเห็นราคากลุ่มหนึ่งลอยอยู่โดด ๆ เรียกว่า Island Reversal

กราฟตัวอย่างแสดง Breakaway Gap และ Runaway Gap พร้อมแท่ง Volume ที่พุ่งสูงในตลาดหุ้น
ภาพประกอบเดิมของหน้านี้ — สังเกตว่าเป็นกราฟที่มี Volume จริง อยู่ด้านล่าง และคำอธิบายทั้งหมดอ้างอิงจากแท่ง Volume ที่พุ่งขึ้น นั่นคือประเด็นของหัวข้อถัดไป
⚠️
สี่ชื่อนี้มาจากตำราตลาดหุ้น และตำรายืนยันด้วย Volume — วิธีแยก Breakaway ออกจาก Common ในตำราคือดูว่าปริมาณซื้อขายพุ่งขึ้นด้วยหรือไม่ แต่ค่า Volume ในกราฟ Forex บน MT4/MT5 ไม่ใช่ปริมาณการซื้อขายจริง มันคือจำนวนครั้งที่ราคาขยับ (tick) ของโบรกรายนั้นรายเดียว · โบรกคนละเจ้าให้ค่าคนละตัวบนแท่งเดียวกัน ⇒ เครื่องมือยืนยันที่ตำราใช้ หายไปทั้งชิ้นเมื่อย้ายมาที่ Forex เหลือแค่การเดาจากตำแหน่งอย่างเดียว · เป็นข้อจำกัดตัวเดียวกับที่พูดถึงในข้อ 5 ของ ทฤษฎีดาว (Dow Theory)

ในทางปฏิบัติจึงควรใช้ชื่อเหล่านี้เป็นคำอธิบายย้อนหลัง มากกว่าเป็นสัญญาณล่วงหน้า — เพราะกว่าจะรู้ว่าอันไหนคือ Exhaustion ก็ต่อเมื่อแนวโน้มกลับไปแล้ว · ถ้าต้องการรายละเอียดของแต่ละแบบเพิ่มเติม มีอยู่ในหน้า รูปแบบ Gap ในตลาด (ตอนที่ 2) และ รูปแบบและการเทรด Gap


7. "ปิดแก๊ป" (Gap Fill) คืออะไร และทำไมห้ามเชื่อเปอร์เซ็นต์ที่เห็นในเน็ต

การปิดแก๊ป หมายถึงราคาย้อนกลับมาผ่านช่องว่างที่เว้นไว้จนครบ — ในตัวอย่างของเรา คือราคาเดินกลับขึ้นจาก 1,993.00 ไปแตะ 2,002.00 อีกครั้ง ระดับที่เกิด Gap มักถูกใช้เป็นแนวรับแนวต้านชั่วคราว เพราะเป็นราคาที่ตลาดไม่เคยซื้อขายกันจริง จึงยังมีคำสั่งค้างอยู่รอบ ๆ

คุณจะเจอตัวเลขแบบ "Gap ปิดกลับ 90%" หรือ "ส่วนใหญ่ปิดภายในสัปดาห์เดียว" อยู่ทั่วอินเทอร์เน็ต หน้านี้จะไม่ยกตัวเลขพวกนั้นมาอ้าง เพราะเปอร์เซ็นต์แบบนั้นเปลี่ยนไปหมดตามนิยามที่ใช้วัด และแทบไม่มีที่ไหนบอกนิยามที่ใช้เลย

  1. นับ Gap ขนาดเท่าไรขึ้นไป — ถ้านับรวม Gap ขนาด 0.20 ด้วย เปอร์เซ็นต์จะสูงลิ่วโดยอัตโนมัติ เพราะช่องเล็กขนาดนั้นราคาปกติก็เดินผ่านอยู่แล้วภายในไม่กี่นาที
  2. ให้เวลาปิดนานแค่ไหน — "ปิดภายในวันจันทร์" กับ "ปิดภายในสามเดือน" ให้คำตอบคนละโลก และถ้าไม่จำกัดเวลาเลย เกือบทุก Gap ก็ "ปิด" ในที่สุด
  3. วัดกับสินทรัพย์อะไร ช่วงไหน — ทองคำกับคู่เงินหลักมีพฤติกรรมสุดสัปดาห์ไม่เหมือนกัน และผลของช่วงตลาดนิ่งกับช่วงวิกฤตก็คนละเรื่อง
  4. กลุ่มตัวอย่างใหญ่พอไหม — สุดสัปดาห์มีปีละ 52 ครั้ง ถ้าเก็บมาแค่ปีเดียวแล้วยังกรองด้วยเงื่อนไขอีกชั้น จำนวนที่เหลืออาจไม่ถึง 30 ครั้ง ซึ่งน้อยเกินกว่าจะพูดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้
  5. ปิดแล้วได้กำไรจริงหรือเปล่า — ข้อนี้สำคัญที่สุดและมักถูกข้าม เพราะ "ราคากลับมาแตะ" ไม่ได้แปลว่าคุณถือรอดถึงตอนนั้น ระหว่างทางอาจโดน SL ไปก่อนแล้วก็ได้
ถ้าอยากได้ตัวเลขของตัวเองจริง ๆ ทำแบบนี้ — เปิดกราฟ Daily ของสินทรัพย์ที่คุณเทรด ไล่ย้อนหลัง ตั้งแต่ 52 สุดสัปดาห์ขึ้นไป จดสามช่องต่อสัปดาห์: ราคาปิดศุกร์ · ราคาเปิดจันทร์ · ราคาสูงสุด/ต่ำสุดของสัปดาห์ถัดไป จากนั้นกำหนดนิยาม "ปิดแก๊ป" ให้ชัดก่อนเริ่มนับ (เช่น "แตะราคาปิดศุกร์ภายใน 5 วันทำการ") แล้วค่อยนับ · กำหนดนิยามก่อนดูข้อมูลเสมอ ไม่งั้นจะเผลอเลือกนิยามที่ทำให้ตัวเลขออกมาสวยโดยไม่รู้ตัว

งานลักษณะนี้ — ตั้งกฎให้ชัดก่อน แล้วค่อยวัดผลย้อนหลังโดยไม่แอบเปลี่ยนกฎกลางทาง — คือวิธีทำงานเดียวกับที่เราใช้กับสัญญาณทุกตัวใน AlphaSignals เพราะไม่อย่างนั้นตัวเลขที่ได้จะเป็นแค่ภาพสะท้อนของนิยามที่เราเลือกเอง ไม่ใช่ของตลาด


8. เช็กลิสต์ก่อนปล่อยออเดอร์ค้างข้ามเสาร์–อาทิตย์

ห้าข้อนี้ทำได้ก่อนตลาดปิด และเป็นทั้งหมดที่คุณควบคุมได้จริง — หลังตลาดปิดไปแล้วไม่มีอะไรทำได้อีกเลย

  • รู้เวลาปิดที่แน่นอนของสัปดาห์นี้ — 04:00 หรือ 05:00 น. เวลาไทย ขึ้นกับว่าตอนนี้อยู่ในช่วงเวลาออมแสงหรือไม่ (ดูตารางในหัวข้อ 2)
  • คิดขนาดไม้จาก "ระยะ SL + ระยะเผื่อ Gap" ไม่ใช่จากระยะ SL เปล่า ๆ ถ้าไม่ยอมลดล็อต ก็แปลว่าเลือกที่จะรับความเสี่ยงที่เกินงบไว้แล้ว
  • เคลียร์ออร์เดอร์รอที่ไม่ได้ตั้งใจให้ค้าง — โดยเฉพาะ Buy Stop / Sell Stop ที่วางไว้ตั้งแต่ต้นสัปดาห์แล้วลืม เพราะมันจะเข้าที่ราคาเปิด ไม่ใช่ราคาที่ตั้ง
  • ดูปฏิทินข่าวของสุดสัปดาห์และเช้าวันจันทร์ — การประชุม การเลือกตั้ง หรือเหตุการณ์ทางการเมือง เกิดตอนตลาดปิดได้เต็ม ๆ และเป็นต้นเหตุของ Gap ใหญ่ ๆ เกือบทุกครั้ง
  • อย่าลืมค่าสวอปของสามวัน — โบรกส่วนใหญ่คิดค่าสวอปสามเท่าในคืนวันพุธ ไม่ใช่วันศุกร์ แต่ตำแหน่งที่ค้างยาวก็สะสมต้นทุนขึ้นทุกวันอยู่ดี ตรวจในสเปกของสัญลักษณ์ที่คุณเทรด

ข้อสุดท้ายที่ไม่ได้อยู่ในลิสต์เพราะมันไม่ใช่เทคนิค: ถ้าขนาดไม้ทำให้คุณนอนไม่หลับในคืนวันศุกร์ ไม้นั้นใหญ่เกินไปแล้ว ไม่ว่าตัวเลขในตารางจะบอกว่าอะไร


9. สรุป — Gap คืออะไร ในหนึ่งย่อหน้า

Gap คือช่องว่างของราคาที่เกิดจากช่วงที่ไม่มีการซื้อขาย ในตลาด Forex และทองคำเกือบทั้งหมดเกิดตอนเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ สิ่งที่มันทำกับพอร์ตไม่ใช่การให้สัญญาณทิศทาง แต่คือการทำให้คำสั่งของคุณทำงานที่ราคาอื่นที่ไม่ใช่ราคาที่ตั้งไว้ — SL ถูกกระโดดข้าม ออร์เดอร์รอถูกเปิดที่ราคาเปิดตลาด และผลต่างนั้นบวกเข้าไปในบัญชีเต็มจำนวน · สิ่งเดียวที่ทำได้ล่วงหน้าคือคิดขนาดไม้จากระยะที่เผื่อ Gap ไว้แล้ว ซึ่งเป็นการแลกกำไรที่น้อยลงกับความเสียหายที่คุมได้ ไม่ใช่ของฟรี

ส่วนชื่อเรียก Gap สี่แบบและตัวเลขการปิดแก๊ปที่เห็นกันทั่วไป ให้ถือเป็นคำศัพท์ไว้อ่านบทความอื่นรู้เรื่อง อย่าเพิ่งเอาไปเป็นเหตุผลในการเข้าออเดอร์จนกว่าคุณจะวัดกับสินทรัพย์ของตัวเองแล้ว · ถ้าสนใจแนวทางที่ตั้งกฎให้ชัดแล้ววัดผลย้อนหลังแบบเปิดตัวเลขให้ดู ลองดูที่ AlphaSignals ได้

อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรง: False Breakout คืออะไร · Spread ถ่าง คืออะไร · วิธีคำนวณ Lot Size

บทความนี้เป็นเนื้อหาให้ความรู้เรื่องโครงสร้างราคาและการบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขทุกช่องในหน้านี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อแสดงวิธีคำนวณ ไม่ใช่ผลการเทรดจริงและไม่ใช่การคาดการณ์ราคา · การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ผู้อ่านควรตรวจสอบสเปกสัญญาและเงื่อนไขการดำเนินคำสั่งกับโบรกเกอร์ของตนเองก่อนตัดสินใจเสมอ

ความคิดเห็น

Related stories