บทที่ 2: ปัจจัยพื้นฐานของทองคำ
โดย คนเล่น Forex · อัปเดต 2026 · ศาสตร์ที่นักลงทุนทองคำต้องรู้
แปลกใจกันบ้างหรือไม่ว่า ทำไมนักวิเคราะห์จึงเชื่ออย่างหัวปักหัวปำว่า ทองคำจะขึ้นไปถึง 2,000 เหรียญ หรือกว่านั้น? ถ้าได้อ่านบทที่ 1 ถึงความสัมพันธ์ระหว่างทองคำกับดอลล่าร์แล้ว คงพอจะเข้าใจกันบ้างแล้วว่า ทองคำคงไม่ลดมูลค่าง่ายๆ ตราบเท่าที่สหรัฐยังคงพิมพ์แบงค์ออกมาใช้เองไม่หยุด
แล้วจริงหรือเปล่า? ทำไมสิ่งที่เห็นอยู่ ไม่เห็นจะเกี่ยวกับเงินเฟ้อเท่าไหร่เลย เห็นทองคำวิ่งตามดอลล่าร์บ้าง น้ำมันบ้าง จนเวียนหัวไปหมด งานวิจัยมันบอกชัดเจนว่า ความเบี่ยงเบนเหล่านั้น มันจะวนกลับเข้ามาหาความเป็นจริง เพียงแต่ว่า ในมุมมองการลงทุนของเรา กลับต้องมาศึกษาไอ้ปัจจัยเบี่ยงเบนพวกนี้ เพราะคือตัวแปรสำคัญตราบเท่าที่ราคาทองคำมันยังไม่เข้าหาความจริง
ปัจจัยเบี่ยงเบนราคาทองคำที่เราต้องรู้
ใครๆ ก็พูดว่า ราคาทองคำมาจากปัจจัยคือ ดีมานด์การใช้งานจริง กับ ดีมานด์การลงทุน แต่นั่นมันปัจจัยพื้นฐานจริงๆ ที่ไม่มีมือมืดมาเกี่ยวข้อง แล้วทำไมราคาทองคำมันยังอยู่ห่างจากความเป็นจริงมากขนาดนั้น? ใครพอจำได้ ทองคำเคยโดนกดราคาลงถึงแค่ 256 เหรียญในปี 1999
The Central Bank Gold Agreement (CBGA)
นั่นเป็นเพราะมีภาพมายาที่ถูกสร้างขึ้น เพราะทองคำถือเป็นศัตรูตัวฉกาจกับระบบการเงินนวัตกรรมใหม่ของสหรัฐ ความร่วมมือกันของเหล่าธนาคารกลางที่รวมหัวประชุมกันที่กรุงวอชิงตัน เกิดเป็นข้อตกลงที่รู้จักกันในชื่อ Central Bank Gold Agreement – CBGA
กลุ่มธนาคารกลางนำโดยอังกฤษ เริ่มทยอยขายทองคำสำรองที่มีในคลัง นัยว่าเลิกใช้ทองคำเป็นทุนสำรอง ส่งผลให้ราคาทองคำรูดลงอย่างรวดเร็ว จาก 300 กว่าเหรียญ เหลือแค่ 250 กว่าเหรียญ
การกระทำอย่างต่อเนื่องตามข้อตกลง CGBA ทำให้ราคาทองคำซึมอยู่หลายปี แต่ความพยายามดังกล่าวเป็นการฝืนความจริง สุดท้าย ทองคำก็กลับมาทวงสิทธิ์ของตัวเองคืน
The Manipulation Of The Gold Market
The Gold Anti-Trust Action Committee (GATA)
ทางฝั่งผู้บริโภค มีการตั้งองค์กรขึ้นมาในปี 1999 เช่นเดียวกัน เรียกว่า The Gold Anti-Trust Action Committee – GATA เพื่อสนับสนุนและรับหน้าที่สืบสวนการควบคุมราคาทองคำโดยธนาคารกลาง แม้จะถูกมองข้ามในช่วงแรก แต่ GATA ได้สะสมหลักฐานที่ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับการจัดการราคาทองคำโดยสถาบันการเงินขนาดใหญ่
ผู้เล่นในตลาดทองคำ: COT Report
ราคาทองคำเป็นวัฏจักรครับ แต่ตัวขับเคลื่อนหลักในเวลานี้ คือ ความต้องการในการลงทุนมากกว่า ยิ่งราคาสูง ความต้องการใช้งานจริงมีแต่จะลดลง ขณะที่ความต้องการเพื่อลงทุนกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มที่เข้ามาเกี่ยวข้อง แบ่งได้ 3 กลุ่มหลัก:
นโยบายเฟด: ตัวแปรสำคัญที่สุดในยุคนี้
ปัจจัยความต้องการเพื่อการลงทุนนี้ จะอ่อนไหวกับทิศทางตลาดโดยรวมค่อนข้างมาก โดยในปัจจุบัน ทิศทางของปัจจัยนี้ ถูกกำหนดโดยนโยบายของเฟด หรือ ธนาคารกลางสหรัฐ เป็นส่วนสำคัญมากที่สุด ทั้งในเทอมดอกเบี้ยและนโยบายที่มีต่อเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทุกวัน มาตรการผ่อนปรนทางการเงิน (QE) และดอกเบี้ยต่ำ ล้วนส่งผลให้ทองคำน่าสนใจมากขึ้น
ความรุนแรงทางการเมืองโลก
ความรุนแรงทางการเมืองโลก จากการที่สหรัฐวางตัวเป็นเจ้าโลกและคุกคามประเทศอื่นๆ ที่ไม่ยอมตน เพื่อเข้าไปยึดครอบครองทรัพยากร ระเบิดเวลาที่ทิ้งไว้ในทุกๆ แห่งที่เข้าไป เหล่านี้ล้วนสร้างความผันผวนและทำให้ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์หลบภัย (Safe Haven) ที่ทุกคนแห่หาในยามวิกฤต
นวัตกรรมทางการเงิน: ดาบสองคมของสหรัฐ
นวัตกรรมทางการเงินตามแนวทางสหรัฐ เวลานี้กำลังย้อนกลับมาเล่นงานผู้คิดค้น ทั้งกรณีฉีกข้อตกลงเบรตันวูดส์ พิมพ์แบงค์ใช้ไม่อั้น อนุพันธ์ทางการเงินเพื่อสร้างความมั่งคั่งที่ให้ผู้อื่นเชื่อทำตาม การสร้างระบบเก็งกำไร เหล่านี้ล้วนช่วยสร้างเศรษฐกิจสหรัฐให้ขึ้นมาอยู่ชั้นแนวหน้าพร้อมๆ กับการเผชิญความเสี่ยงมหันต์ที่ตามเป็นเงามานาน และกำลังเริ่มแผลงฤทธิ์อีกครั้ง — ราคาน้ำมัน โภคภัณฑ์ต่างๆ และทองคำ คือตัวแทนเงามืดที่ตามสหรัฐมานานนั่นเอง
"ปัจจัยพื้นฐาน เป็นตัวบอกว่า ราคาจะไปทางไหน
ส่วนปัจจัยเทคนิค จะบอกว่า จะไปได้แค่ไหน"
📌 สรุปบทที่ 2
ปูพื้นฐานปัจจัยพื้นฐานกันแล้ว งวดต่อไปคงเริ่มเข้าเรื่องสิ่งที่พวกเรารอ คือ ปัจจัยเทคนิค เสียที — ติดตามได้ใน บทที่ 3
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น