ภาษี Forex ต้องเสียไหม — เทรดเดอร์ไทยเสียภาษีอย่างไร คำนวณเท่าไร และกฎเงินได้ต่างประเทศที่เปลี่ยนตั้งแต่ปี 2567

อัตราขั้นบันได · จ่ายเฉพาะส่วนที่เกินแต่ละขั้น 0% 5% 10% 15% 20% 25% กำไร 1.5 ล้าน → จ่ายจริง 15.0% ภาษี Forex ต้องเสียไหม เสียเท่าไร โดย คนเล่น Forex กฎเปลี่ยน 1 ม.ค. 2567 ถอนข้ามปี ไม่ช่วยให้พ้นภาษีอีกแล้ว 3 เงื่อนไขต้องครบ 180 วัน + เงินได้นอก + นำเข้าไทย อัปเดตกฎปี 2567
กฎหมายกับ Forex

ภาษี Forex ต้องเสียไหม — 3 เงื่อนไขที่ต้องครบ วิธีคำนวณพร้อมตัวอย่าง และกฎเงินได้ต่างประเทศที่เปลี่ยนไปตั้งแต่ 1 มกราคม 2567

คำตอบสั้นที่สุดคือ "เสีย ถ้าครบสามเงื่อนไข" — ต้องเป็นผู้อยู่ในไทยถึง 180 วันในปีภาษีนั้น · มีเงินได้เกิดขึ้นในต่างประเทศ · และนำเงินนั้นเข้ามาในประเทศไทย · ขาดข้อใดข้อหนึ่งก็ยังไม่เข้าเงื่อนไขตามหลักที่กรมสรรพากรใช้อยู่ · แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปและทำให้คู่มือเก่าใช้ไม่ได้แล้วคือ — ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 การรอถอนข้ามปีไม่ช่วยให้พ้นภาษีอีกต่อไป ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.161/2566 และ ป.162/2566 · หน้านี้จะไล่ให้ครบทั้งเงื่อนไข วิธีคำนวณพร้อมตัวเลขจริงสามระดับ เอกสารที่ต้องเก็บ และจุดที่ยังไม่มีคำตอบตายตัว ซึ่งบทความภาษี Forex ส่วนใหญ่ตอบไปแล้วทั้งที่ยังไม่ควรตอบ

!
อ่านตรงนี้ก่อน — บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อทำความเข้าใจกรอบกฎหมาย ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี ผู้เขียนไม่ใช่ผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษี · กฎหมายภาษีเปลี่ยนได้และมีรายละเอียดที่ขึ้นกับสถานการณ์ของแต่ละคน · เรื่องที่มีเงินก้อนใหญ่เกี่ยวข้อง ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือสอบถามกรมสรรพากรโดยตรงเสมอ (สายด่วน 1161 หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่) และควรตรวจสอบว่ากฎที่อ้างถึงในหน้านี้ยังเป็นปัจจุบันอยู่หรือไม่ในวันที่คุณอ่าน
180 วัน
จำนวนวันที่อยู่ในไทยซึ่งทำให้เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี
1 ม.ค. 2567
วันที่กฎเงินได้ต่างประเทศเปลี่ยน — ถอนข้ามปีไม่พ้นภาษีแล้ว
15.0%
อัตราที่จ่ายจริงเมื่อกำไรนำเข้า 1.5 ล้าน — ไม่ใช่ 25% อย่างที่หลายคนเข้าใจ
ภาพประกอบเรื่องภาษีสำหรับเทรดเดอร์
คำถามเรื่องภาษี Forex ถูกตอบกันไปคนละทางมานาน ส่วนหนึ่งเพราะกฎเกณฑ์เปลี่ยนจริงในปี 2567 บทความที่เขียนไว้ก่อนหน้านั้นจึงยังบอกหลักการเดิมอยู่

3 เงื่อนไขที่ต้องครบถึงจะเข้าข่ายเสียภาษี

หลักที่ใช้พิจารณาเงินได้จากต่างประเทศอยู่ใน มาตรา 41 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งกำหนดสามเงื่อนไขที่ต้องเกิดขึ้นพร้อมกัน

1

เป็นผู้อยู่ในไทยถึง 180 วัน

นับรวมทั้งปีภาษีนั้น ไม่จำเป็นต้องติดต่อกัน · ถ้าอยู่ไม่ถึง 180 วันในปีนั้น เงินได้ต่างประเทศจะไม่เข้าเงื่อนไขข้อนี้

2

เงินได้เกิดขึ้นในต่างประเทศ

โบรกเกอร์ Forex ส่วนใหญ่จดทะเบียนนอกไทย กำไรจึงมักถือเป็นเงินได้จากแหล่งต่างประเทศ

3

นำเงินเข้ามาในประเทศไทย

โอนเข้าบัญชีธนาคารไทย หรือด้วยวิธีใดก็ตาม · ถ้าเงินยังอยู่ในบัญชีโบรกหรือบัญชีต่างประเทศ ยังไม่ครบเงื่อนไขข้อนี้

ผังตรวจสามเงื่อนไข — ต้องผ่านครบทั้งสามข้อ อยู่ในไทยถึง 180 วัน ในปีภาษีนั้นไหม เงินได้เกิดขึ้น ในต่างประเทศไหม นำเงินเข้ามา ในประเทศไทยไหม ใช่ ใช่ เข้าเงื่อนไข ต้องนำไปรวมยื่นภาษีเงินได้ ยังไม่เข้าเงื่อนไข ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่ ผังนี้เป็นการสรุปกรอบตามมาตรา 41 วรรคสอง เพื่อความเข้าใจเบื้องต้น รายละเอียดรายกรณีต้องสอบถามกรมสรรพากร
สามกล่องนี้ต้องผ่านครบทุกข้อ ขาดข้อใดข้อหนึ่งก็ยังไม่เข้าเงื่อนไข — แต่ระวังว่า "ยังไม่เข้าเงื่อนไข" ไม่เท่ากับ "ไม่ต้องเสียตลอดไป" เพราะเงื่อนไขข้อ 3 อาจเกิดขึ้นในปีหลัง ๆ ได้เสมอ

สิ่งที่เปลี่ยนไปตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 — และเป็นจุดที่คู่มือเก่าผิดไปแล้ว

เดิมทีคำแนะนำที่แพร่หลายมากในวงการเทรดคือ "เทรดปีนี้ ถอนปีหน้า ก็ไม่ต้องเสียภาษี" ซึ่งเคยถูกต้องจริงตามแนวปฏิบัติเดิม เพราะเงินได้ต่างประเทศจะเสียภาษีเฉพาะกรณีที่นำเข้ามาในปีเดียวกับที่เกิดเงินได้ · แต่คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.161/2566 และ ป.162/2566 เปลี่ยนแนวปฏิบัตินี้ โดยมีผลกับเงินได้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

 แนวปฏิบัติเดิม (ก่อนปี 2567)แนวปฏิบัติใหม่ (ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567)
นำเข้าปีเดียวกับที่ได้กำไรเสียภาษีเสียภาษี
นำเข้าปีถัดไปหรือหลังจากนั้นไม่เสียเสียภาษี — ในปีภาษีที่นำเข้ามา
ผลในทางปฏิบัติรอข้ามปีแล้วพ้นภาระได้การรอข้ามปีไม่ช่วยอีกต่อไป
เงินได้ที่เกิดก่อนปี 2567ยังใช้เกณฑ์เดิม — นำกลับเข้ามาภายหลังได้โดยไม่เข้าเกณฑ์ใหม่
แถวที่สองคือทั้งหมดของการเปลี่ยนแปลง
สิ่งที่หายไปคือ "ช่องว่างของการรอข้ามปี" ส่วนหลักที่ว่าเสียภาษีเมื่อนำเงินเข้าไทยนั้นไม่ได้เปลี่ยน
เรื่องที่ยังต้องตามต่อ — มีข่าวว่ากระทรวงการคลังและกรมสรรพากรพิจารณาผ่อนปรนให้เงินได้ต่างประเทศที่นำกลับเข้าไทยภายในปีที่เกิดเงินได้หรือปีถัดไปได้รับยกเว้นภาษี เพื่อจูงใจให้นำเงินกลับมาลงทุนในประเทศ · 🔑 แต่หน้านี้จะไม่ยืนยันว่ามีผลบังคับใช้แล้วหรือยัง เพราะสถานะทางกฎหมายของเรื่องนี้ต้องตรวจจากประกาศทางการเท่านั้น · ถ้าเรื่องนี้กระทบกับคุณโดยตรง ให้เช็กที่ rd.go.th หรือโทร 1161 ก่อนตัดสินใจ อย่าอ้างอิงบทความใด ๆ รวมถึงหน้านี้เป็นคำตอบสุดท้าย

กำไร Forex เป็นเงินได้ประเภทไหน — จุดที่ยังไม่มีคำตอบตายตัว

ประมวลรัษฎากรแบ่งเงินได้พึงประเมินเป็น 8 ประเภทตามมาตรา 40 และประเภทที่ต่างกันมีวิธีหักค่าใช้จ่ายต่างกัน ซึ่งกระทบยอดภาษีโดยตรง · คำถามว่ากำไรจากการเทรด Forex อยู่ประเภทไหนยังเป็นเรื่องที่ตอบต่างกันไป และนี่คือจุดที่บทความภาษี Forex ส่วนใหญ่ตอบอย่างมั่นใจเกินกว่าที่ควร

มุมมองเหตุผลที่ยกมาอ้างผลต่อการหักค่าใช้จ่าย
มาตรา 40(4)
เงินได้ประเภทที่ 4
มองว่าเป็นผลตอบแทนจากการลงทุนในลักษณะเดียวกับดอกเบี้ยหรือส่วนแบ่งกำไรหักค่าใช้จ่ายไม่ได้
มาตรา 40(8)
เงินได้ประเภทที่ 8
มองว่าเป็นเงินได้จากการอื่นที่ไม่เข้าประเภท 1–7 ซึ่งเป็นถังรวมของเงินได้ที่ไม่มีหมวดเฉพาะอาจหักค่าใช้จ่ายได้ตามเงื่อนไข
ขึ้นกับข้อเท็จจริงรายกรณีความถี่ในการเทรด · ทำเป็นอาชีพหรือลงทุนส่วนตัว · ลักษณะสัญญาที่เทรดต้องพิจารณาเป็นราย ๆ
!
ฉบับก่อนหน้าของหน้านี้ระบุว่าเป็น "เงินได้ประเภทที่ 4" อย่างมั่นใจ — ฉบับนี้ขอแก้เป็นยังไม่ฟันธง เพราะแม้แต่แหล่งข้อมูลด้านภาษีเองก็ระบุว่าไม่ควรสรุปแบบตายตัวว่าเป็นประเภทเดียวกันทุกกรณี และการจัดประเภทผิดมีผลต่อยอดภาษีจริง · วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือถามกรมสรรพากรพร้อมเล่าข้อเท็จจริงของตัวเองให้ครบ — ปริมาณการเทรด แหล่งที่มาของเงินทุน โบรกเกอร์อยู่ประเทศไหน และทำเป็นอาชีพหลักหรือไม่ · การมีคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าหน้าที่มีค่ามากกว่าการเดาตามบทความ

ต้องยื่นเมื่อไร ยื่นแบบไหน และเกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องยื่น

เรื่องรายละเอียด
แบบที่ใช้ภ.ง.ด.90 (สำหรับผู้มีเงินได้หลายประเภท หรือเงินได้ที่ไม่ใช่เงินเดือนอย่างเดียว)
ปีภาษีปีปฏิทิน 1 มกราคม – 31 ธันวาคม
กำหนดยื่นยื่นแบบกระดาษภายใน 31 มีนาคม ของปีถัดไป · ยื่นออนไลน์มักได้ขยายเวลาออกไปอีกราวหนึ่งสัปดาห์ ต้องเช็กประกาศของปีนั้น
เกณฑ์ต้องยื่น (มาตรา 56)โสด เงินได้พึงประเมินเกิน 60,000 บาท · มีคู่สมรส รวมกันเกิน 120,000 บาท (เกณฑ์นี้ใช้กับเงินได้ที่ไม่ใช่เงินเดือนอย่างเดียว)
ยื่นแล้วต้องเสียเสมอไหมไม่เสมอ — "ต้องยื่น" กับ "ต้องเสีย" เป็นคนละเรื่อง อาจยื่นแล้วภาษีเป็นศูนย์ก็ได้
จุดที่คนสับสนมากที่สุด — หลายคนคิดว่า "กำไรไม่ถึงเกณฑ์ก็ไม่ต้องยื่น" แต่เกณฑ์ยื่นกับเกณฑ์เสียเป็นคนละตัวเลข · เกณฑ์ยื่นดูจากเงินได้พึงประเมิน (ยอดรวมก่อนหักอะไร) ส่วนเกณฑ์เสียดูจากเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว ซึ่งช่วง 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น · การยื่นแล้วเสียศูนย์เป็นเรื่องปกติ และดีกว่าการไม่ยื่นเลย

อัตราภาษีขั้นบันได และตัวอย่างคำนวณจริง

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทยเป็นอัตราก้าวหน้าแบบขั้นบันได ซึ่งหมายความว่าเราไม่ได้เสียอัตราเดียวกับทั้งก้อน แต่เสียทีละขั้นเฉพาะส่วนที่เข้าไปอยู่ในขั้นนั้น

เงินได้สุทธิ (บาท)อัตราภาษีของขั้นนั้นภาษีสูงสุดของขั้น
0 – 150,000ยกเว้น0
150,001 – 300,0005%7,500
300,001 – 500,00010%20,000
500,001 – 750,00015%37,500
750,001 – 1,000,00020%50,000
1,000,001 – 2,000,00025%250,000
2,000,001 – 5,000,00030%900,000
5,000,001 ขึ้นไป35%—
ตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันไดของกรมสรรพากร
ตารางอัตราภาษีฉบับของกรมสรรพากร — คอลัมน์ขวาสุดคือภาษีสะสมสูงสุดของขั้น ซึ่งช่วยให้คำนวณเร็วขึ้นมาก เช่น เงินได้สุทธิ 640,000 บาท คิดจากสะสมของขั้นก่อนหน้า 27,500 บวกส่วนที่เกิน 500,000 คูณ 15% ได้ 48,500 บาท

ลองแทนค่าจริง — สมมติกรณีที่ง่ายที่สุด คือมีเงินได้จากการเทรดอย่างเดียว หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาทเท่านั้น ไม่มีค่าใช้จ่ายหรือค่าลดหย่อนอื่น (กรณีจริงของแต่ละคนจะมีมากกว่านี้ ทำให้ภาษีต่ำลง)

กำไรที่นำเข้าไทยเงินได้สุทธิคำนวณทีละขั้นภาษีที่ต้องเสียคิดเป็นสัดส่วนของกำไร
300,000240,00090,000 × 5%4,5001.5%
700,000640,0007,500 + 20,000 + 21,00048,5006.9%
1,500,0001,440,0007,500 + 20,000 + 37,500 + 50,000 + 110,000225,00015.0%
3,000,0002,940,0007,500 + 20,000 + 37,500 + 50,000 + 250,000 + 282,000647,00021.6%
ขั้นสูงสุดที่แตะ vs อัตราที่จ่ายจริง แถบจาง = อัตราของขั้นสูงสุดที่เงินได้ไปแตะ · แถบเข้ม = ภาษีจริงหารด้วยกำไรทั้งก้อน กำไร 300,000 ขั้น 5% จ่ายจริง 1.5% กำไร 700,000 ขั้น 15% จ่ายจริง 6.9% กำไร 1,500,000 ขั้น 25% จ่ายจริง 15.0% กำไร 3,000,000 ขั้น 30% จ่ายจริง 21.6%
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ "กำไรเกินล้าน แปลว่าโดน 25% ทั้งก้อน" — ไม่จริง · กำไร 1.5 ล้านแตะขั้น 25% ก็จริง แต่จ่ายจริง 15.0% ของกำไร เพราะส่วนล่าง ๆ ยังเสียในอัตราต่ำกว่า และ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น

"กำไร" ที่ต้องแจ้ง หมายถึงอะไรกันแน่

นี่เป็นคำถามที่ทำให้คนสับสนมากที่สุด และเป็นจุดที่ต้องระวัง เพราะการเข้าใจผิดทำให้แจ้งตัวเลขผิดได้ทั้งสองทาง

  • ไม่ใช่ยอดที่ถอนออกมาทั้งก้อน — ถ้าฝากไป 200,000 แล้วถอนกลับ 250,000 เงินที่เป็นผลกำไรคือ 50,000 ไม่ใช่ 250,000 เพราะ 200,000 นั้นคือเงินต้นของเราเองที่โอนออกไปตั้งแต่แรก · แต่ต้องพิสูจน์ได้ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมหลักฐานการโอนขาออกจึงสำคัญไม่แพ้ขาเข้า
  • ไม่ใช่กำไรของแต่ละไม้แยกกัน — สิ่งที่ดูคือผลรวมของรอบปี ไม่ใช่การนับเฉพาะไม้ที่ชนะ
  • เงินที่ยังไม่ได้นำเข้าไทย ยังไม่ครบเงื่อนไขข้อ 3 — กำไรที่ค้างอยู่ในบัญชีโบรกยังไม่เข้าเงื่อนไขการนำเข้า แต่อย่าเข้าใจว่ามันหายไป เพราะวันที่โอนเข้ามาจริงก็จะเข้าเงื่อนไขในปีนั้น
  • กำไรที่ยังไม่ปิดสถานะ (Floating) — โดยทั่วไปยังไม่ถือเป็นเงินได้ที่เกิดขึ้นจริง แต่ประเด็นนี้มีรายละเอียดที่ควรถามให้ชัด ไม่ควรสรุปเอง
  • 🔑 ถ้าไม่มีเอกสาร ภาระการพิสูจน์อยู่ที่เรา — ในทางปฏิบัติ ถ้าอธิบายที่มาของเงินที่โอนเข้าบัญชีไม่ได้ ความเสี่ยงคือถูกมองว่าทั้งก้อนเป็นเงินได้ ไม่ใช่แค่ส่วนที่เป็นกำไร
เอกสารที่ควรเก็บเก็บจากไหนใช้พิสูจน์อะไร
รายงานบัญชีเทรดรายปี (Account Statement)พอร์ตของโบรกเกอร์กำไรขาดทุนรวมของปีนั้น
ประวัติการฝาก–ถอนโบรกเกอร์ + ธนาคารแยกเงินต้นออกจากกำไร
สลิปโอนเงินขาออกธนาคารไทยยืนยันว่าเงินต้นมาจากเราจริง
สลิปรับเงินขาเข้าธนาคารไทยวันที่นำเงินเข้าไทย (สำคัญมาก เพราะกำหนดปีภาษี)
หลักฐานภาษีที่ถูกหักในต่างประเทศโบรกเกอร์ (ถ้ามี)ใช้ขอเครดิตภาษีตามอนุสัญญาภาษีซ้อน
อนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) — ไทยมีความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนกับหลายประเทศ ถ้าเงินได้ก้อนเดียวกันถูกเก็บภาษีในต่างประเทศไปแล้ว อาจนำมาเป็นเครดิตหักออกจากภาษีไทยได้ตามเงื่อนไขของอนุสัญญาแต่ละฉบับ · แต่ละประเทศเงื่อนไขไม่เหมือนกัน และต้องมีหลักฐานการเสียภาษีนั้นจริง · รายชื่อประเทศและตัวบทอยู่บนเว็บไซต์กรมสรรพากร

ถ้าไม่ยื่นหรือยื่นช้า เกิดอะไรขึ้น

การเตรียมเอกสารและยื่นแบบแสดงรายการภาษีออนไลน์
ปัจจุบันยื่นแบบออนไลน์ผ่านระบบของกรมสรรพากรได้ และมักได้ขยายเวลามากกว่าการยื่นแบบกระดาษ — แต่ต้องเช็กประกาศของปีนั้น เพราะไม่ได้ขยายเท่ากันทุกปี
กรณีผลที่ตามมา
ยื่นช้ากว่ากำหนดเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ของภาษีที่ต้องชำระ (เศษของเดือนนับเป็นหนึ่งเดือน) และอาจมีค่าปรับอาญากรณีไม่ยื่นแบบ
ยื่นแต่แจ้งไม่ครบอาจถูกประเมินเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับตามที่กฎหมายกำหนด
ไม่ยื่นเลยกรมสรรพากรมีอำนาจประเมินย้อนหลังได้ และดอกเบี้ยเดินไปเรื่อย ๆ ตามจำนวนเดือน

ลองดูว่าเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนคิดเป็นเงินเท่าไรจากตัวอย่างข้างบน

ภาษีที่ต้องเสียช้า 3 เดือนช้า 6 เดือนช้า 12 เดือน
4,500+203+405+810
48,500+2,183+4,365+8,730
225,000+10,125+20,250+40,500

คิดเป็น 18% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ทั่วไปมาก และไม่มีเพดาน — ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งโต


คำถามที่พบบ่อย

1

ขาดทุนต้องยื่นไหม

ถ้าไม่มีเงินได้ถึงเกณฑ์ก็ไม่เข้าเงื่อนไขต้องยื่นจากส่วนนี้ · ส่วนคำถามว่านำผลขาดทุนไปหักกลบกับกำไรปีอื่นได้หรือไม่ ขึ้นกับการจัดประเภทเงินได้ ควรถามให้ชัด

2

เทรดในบัญชีทดลองล่ะ

บัญชีเดโมไม่มีเงินจริง จึงไม่มีเงินได้เกิดขึ้น ไม่เข้าเงื่อนไขข้อใดเลย

3

ถ้าเก็บเงินไว้ต่างประเทศตลอด

ยังไม่ครบเงื่อนไขข้อ 3 · แต่วันที่โอนเข้ามาจริงก็จะเข้าเงื่อนไขในปีภาษีนั้น ไม่ได้หายไป

4

โบรกไม่ได้ส่งข้อมูลให้สรรพากร แปลว่าปลอดภัยไหม

เป็นคนละเรื่องกับหน้าที่ตามกฎหมาย · และปัจจุบันมีกลไกแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการเงินระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

5

จดเป็นนิติบุคคลดีกว่าไหม

เป็นคำถามที่ตอบแทนกันไม่ได้ ขึ้นกับขนาดกำไร ค่าใช้จ่ายที่พิสูจน์ได้ และต้นทุนการทำบัญชี ควรให้ผู้ทำบัญชีคำนวณเทียบให้

6

Forex ผิดกฎหมายไทยไหม

เป็นคนละคำถามกับเรื่องภาษี และมีรายละเอียดแยกต่างหาก · อ่านได้ที่หน้าเรื่องกฎหมายการเทรดของบล็อกนี้

เรื่องสถานะทางกฎหมายของการเทรด Forex ในไทยซึ่งเป็นคนละประเด็นกับภาษี อ่านต่อได้ที่ กฎหมายการเทรดกับการเสียภาษี · ส่วนภาษีของสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งมีกฎเฉพาะของตัวเอง อยู่ที่ ภาษีของนักเทรดคริปโต


สรุป — เช็กลิสต์ 5 ข้อ

  1. นับวันที่อยู่ในไทยของปีนั้น — ถึง 180 วันไหม ถ้าถึง ก็เข้าเงื่อนไขข้อแรกแล้ว
  2. ดูว่าปีนี้โอนเงินจากโบรกเข้าบัญชีไทยไปเท่าไร — วันที่โอนเข้าคือสิ่งที่กำหนดปีภาษี ไม่ใช่วันที่ทำกำไร
  3. แยกเงินต้นออกจากกำไรให้ได้ พร้อมหลักฐาน — ข้อนี้สำคัญที่สุดในทางปฏิบัติ เพราะถ้าแยกไม่ได้ อาจถูกมองว่าทั้งก้อนเป็นเงินได้
  4. โหลด Statement รายปีจากโบรกเก็บไว้ตั้งแต่ตอนนี้ — โบรกบางเจ้าเก็บย้อนหลังได้จำกัด รอถึงเวลายื่นแล้วค่อยหาอาจไม่ทัน
  5. ถ้ายอดใหญ่พอที่จะกังวล ให้ปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือถามสรรพากรโดยตรง — ค่าปรึกษาถูกกว่าเงินเพิ่ม 18% ต่อปีมาก และการจัดประเภทเงินได้ผิดมีผลกับยอดภาษีจริง
เรื่องภาษีไม่ได้ยากที่การคำนวณ
มันยากที่การพิสูจน์ว่าเงินก้อนไหนเป็นเงินต้น เงินก้อนไหนเป็นกำไร — และนั่นคือสิ่งที่ต้องเริ่มเก็บหลักฐานตั้งแต่ก่อนจะมีกำไร

สำหรับคนที่กำลังไล่จัดระบบการเทรดของตัวเองอยู่ การมีบันทึกที่ครบตั้งแต่ต้นช่วยได้ทั้งเรื่องภาษีและเรื่องการวัดผลของตัวเอง — วิธีตั้งสมุดบันทึกอยู่ที่ Trading Journal คืออะไร · และถ้าอยากดูตัวอย่างการบันทึกสัญญาณที่ระบุจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และผลย้อนหลังไว้ครบ ดูได้ที่ AlphaSigs

เครดิตภาพ — ตารางอัตราภาษีจาก กรมสรรพากร · ภาพประกอบบางส่วนจาก Freepik

แหล่งอ้างอิงหลัก — ประมวลรัษฎากร มาตรา 41 วรรคสอง และมาตรา 56 · คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.161/2566 และ ป.162/2566 · ตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของ กรมสรรพากร · ผู้อ่านควรตรวจสอบตัวบทและประกาศฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนใช้อ้างอิง

คำชี้แจง — บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อทำความเข้าใจกรอบกฎหมายภาษี ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีหรือทางกฎหมาย และไม่สามารถใช้แทนการปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพได้ · ตัวเลขในตัวอย่างการคำนวณเป็นกรณีสมมติที่หักเฉพาะค่าลดหย่อนส่วนตัว กรณีจริงของแต่ละคนจะต่างออกไป · กฎหมายและแนวปฏิบัติเปลี่ยนแปลงได้ ผู้อ่านมีหน้าที่ตรวจสอบความเป็นปัจจุบันด้วยตนเอง · การเทรด Forex มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน

ความคิดเห็น

  1. ประเด็นคือ ไม่เคยถอนเลยครับ เติมแล้วก็ล้าง วนเวียนอยู่อย่างนี้ เลิกก็ไม่ได้ มันเป็นความหวัง ดูจะดีกว่าซื้อหวย รัฐจะเยียวยาคนเจ๊งไหมครับ เพราะเวลาได้ไปขอแบ่งเขาน่ะ เทรด 10 positions ชนะ 2 แพ้ 8 เขาจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายภาษีครับ

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

Related stories