ภาษีคริปโต — มาตรการยกเว้นกำไร 5 ปี ใครเข้าเงื่อนไข ใครไม่เข้า และสิ่งที่ยังต้องเสียภาษีอยู่เหมือนเดิม
ข่าวใหญ่ที่เปลี่ยนภาพภาษีคริปโตของไทยคือ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2572 ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 399) พ.ศ. 2568 · แต่ไม่ได้แปลว่าคริปโตไม่เสียภาษีแล้วทุกกรณี — การยกเว้นนี้มีเงื่อนไขข้อเดียวที่สำคัญมาก คือต้องซื้อขายผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ในกำกับของ ก.ล.ต. ไทยเท่านั้น · หน้านี้จะแยกให้ชัดว่าอะไรได้ยกเว้น อะไรไม่ได้ กฎเดิมที่ยังอยู่คืออะไร และสิ่งที่ต้องเก็บหลักฐานไว้ตั้งแต่วันนี้
มาตรการยกเว้น 5 ปี คืออะไร
| เรื่อง | รายละเอียด |
|---|---|
| กฎหมายที่ออก | พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 399) พ.ศ. 2568 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 126 |
| ยกเว้นอะไร | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากการขายหรือโอนคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล |
| ช่วงเวลา | 1 มกราคม 2568 – 31 ธันวาคม 2572 เป็นช่วงเวลาตายตัว ไม่ใช่ 5 ปีนับจากวันที่แต่ละคนเริ่มลงทุน |
| เงื่อนไข | ทำธุรกรรมผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ในกำกับของ ก.ล.ต. — ได้แก่ Exchange · Broker · Dealer ที่ได้รับใบอนุญาตในไทย |
| ใครได้ | บุคคลธรรมดา เท่านั้น |
| เจตนาของมาตรการ | ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัล และดึงธุรกรรมเข้ามาอยู่ในระบบที่กำกับได้ |
มันไม่ใช่การยกเว้นภาษีคริปโตแบบเหมารวม แต่เป็นการให้แรงจูงใจกับธุรกรรมที่อยู่ในระบบ
อะไรได้ยกเว้น อะไรไม่ได้
| กรณี | เข้าเงื่อนไขยกเว้นไหม | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ซื้อ–ขายเหรียญบน exchange ไทยที่มีใบอนุญาต | เข้าเงื่อนไข | เฉพาะส่วนที่เป็นกำไรจากการขาย/โอน |
| ซื้อ–ขายบน exchange ต่างประเทศ | ไม่เข้าเงื่อนไข | อยู่นอกกำกับ ก.ล.ต. ไทย |
| ซื้อขายกันเองแบบ P2P นอกแพลตฟอร์ม | ไม่เข้าเงื่อนไข | ไม่ได้ผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต |
| รายได้จากการขุด (Mining) | ไม่ใช่กำไรจากการขาย | เป็นเงินได้คนละลักษณะ ต้องพิจารณาแยก |
| ผลตอบแทนจาก Staking / ฝากเหรียญรับดอกผล | ไม่ใช่กำไรจากการขาย | ใกล้เคียงส่วนแบ่งกำไรตามมาตรา 40(4)(ซ) |
| รับเหรียญเป็นค่าจ้างหรือค่าสินค้า | ไม่เข้าเงื่อนไข | เป็นเงินได้จากการทำงานหรือขายของ ไม่ใช่กำไรจากการขายสินทรัพย์ |
| นิติบุคคล / บริษัท | ไม่เข้าเงื่อนไข | มาตรการนี้ให้เฉพาะบุคคลธรรมดา |
กฎเดิมที่ยังอยู่ในตัวบทกฎหมาย
มาตรการยกเว้นเป็นเรื่องชั่วคราวที่มาทับกฎเดิม แต่ตัวบทเดิมยังอยู่ และจะกลับมามีผลเต็มที่เมื่อพ้นช่วงยกเว้น หรือกับกรณีที่ไม่เข้าเงื่อนไข · กฎเดิมมาจาก พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2561
| มาตรา | ครอบคลุมอะไร | ผล |
|---|---|---|
| 40(4)(ซ) | เงินส่วนแบ่งกำไรหรือผลประโยชน์อื่นในลักษณะเดียวกัน ที่ได้จากการถือหรือครอบครองโทเคนดิจิทัล | เป็นเงินได้พึงประเมิน |
| 40(4)(ฌ) | ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล เฉพาะส่วนที่ตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน | เป็นเงินได้พึงประเมิน |
| 50(ฉ) | กรณีเงินได้ตาม 40(4)(ซ) และ (ฌ) | หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% |
กรณีที่กำไรไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี
แม้จะเป็นกรณีที่ไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้น ก็ยังมีกลไกปกติของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ทำให้หลายคนไม่ต้องเสียอยู่ดี เพราะช่วงแรกของเงินได้สุทธิได้รับยกเว้น และมีค่าลดหย่อนพื้นฐาน
| สถานการณ์ | ที่มาของตัวเลข | ต้องยื่นไหม | ต้องเสียไหม |
|---|---|---|---|
| มีกำไรจากคริปโตอย่างเดียว ไม่เกิน 60,000 บาท/ปี | เกณฑ์ยื่นตามมาตรา 56 (กรณีโสด) | ไม่ต้อง | ไม่ต้อง |
| มีกำไรอย่างเดียว ไม่เกิน 210,000 บาท/ปี | 150,000 (ช่วงยกเว้น) + 60,000 (ลดหย่อนส่วนตัว) | ต้องยื่น | ไม่ต้อง |
| อายุ 65 ปีขึ้นไป หรือมีบัตรผู้พิการ กำไรไม่เกิน 400,000 บาท/ปี | 190,000 (ยกเว้นเพิ่ม) + 150,000 + 60,000 | ต้องยื่น | ไม่ต้อง |
เอกสารที่ควรเก็บ แม้อยู่ในช่วงยกเว้น
- ประวัติการซื้อทุกครั้ง — วันที่ ราคา จำนวนเหรียญ และค่าธรรมเนียม เพื่อพิสูจน์ว่า "ทุน" คือเท่าไร
- ประวัติการขายทุกครั้ง — ใช้คู่กับข้อบนเพื่อคำนวณกำไรที่แท้จริง
- Statement รายปีจากแพลตฟอร์ม — ดาวน์โหลดเก็บไว้ทุกปี เพราะบางแพลตฟอร์มเก็บย้อนหลังได้จำกัด และถ้าแพลตฟอร์มปิดตัว ข้อมูลอาจหายไปทั้งหมด
- หลักฐานว่าธุรกรรมทำผ่านแพลตฟอร์มไหน — ข้อนี้สำคัญเป็นพิเศษในช่วงยกเว้น เพราะเงื่อนไขผูกกับตัวแพลตฟอร์มโดยตรง
- สลิปฝาก–ถอนเงินบาท — เชื่อมโยงกับบัญชีธนาคาร ทำให้อธิบายที่มาของเงินได้
ข้อควรระวัง
มาตรการมีวันหมดอายุ
31 ธันวาคม 2572 คือวันสิ้นสุด ณ ตอนที่เขียน · จะต่ออายุหรือไม่เป็นเรื่องอนาคตที่ยังไม่มีใครตอบได้
แพลตฟอร์มต่างประเทศไม่เข้าเงื่อนไข
ต่อให้เป็นแพลตฟอร์มใหญ่ระดับโลก ถ้าไม่ได้อยู่ในกำกับ ก.ล.ต. ไทย ก็ไม่เข้าเงื่อนไขนี้
รายได้ประเภทอื่นยังเหมือนเดิม
ขุด · staking · airdrop · รับเป็นค่าจ้าง เป็นคนละเรื่องกับกำไรจากการขาย ต้องพิจารณาแยก
อย่าเชื่อสรุปสั้น ๆ ตามโซเชียล
เรื่องนี้ถูกเล่าต่อกันเป็น "คริปโตไม่เสียภาษีแล้ว" ซึ่งตัดเงื่อนไขสำคัญออกไปหมด
สรุป
สิ่งที่เปลี่ยนคือ กำไรจากการขายคริปโตผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่ ก.ล.ต. กำกับ ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วง 2568–2572 · สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือตัวบทกฎหมายเดิมยังอยู่ครบ ทั้งการจัดประเภทเงินได้ตามมาตรา 40(4)(ซ) และ (ฌ) และการหัก ณ ที่จ่าย 15% ตามมาตรา 50(ฉ) ซึ่งจะกลับมามีผลเต็มที่กับกรณีที่ไม่เข้าเงื่อนไข และเมื่อพ้นช่วงมาตรการ
คำถามที่ควรถามตัวเองมีข้อเดียว — ธุรกรรมของเราทำผ่านที่ไหน · ถ้าคำตอบคือแพลตฟอร์มในกำกับของไทย ช่วงนี้คือช่วงที่ได้เปรียบทางภาษีชัดเจน · ถ้าไม่ใช่ ก็ควรวางแผนบนสมมติฐานว่ากฎเดิมยังใช้อยู่ทั้งหมด · และไม่ว่ากรณีไหน การเก็บหลักฐานต้นทุนคือสิ่งที่ต้องทำตั้งแต่วันนี้ เพราะย้อนกลับไปเก็บทีหลังมักไม่ทัน
เรื่องภาษีของกำไรจากการเทรด Forex ซึ่งใช้คนละหลักกัน (เป็นเงินได้จากต่างประเทศตามมาตรา 41 วรรคสอง) อ่านต่อได้ที่ ภาษี Forex ต้องเสียไหม · ส่วนสถานะทางกฎหมายของการเทรดในไทยอยู่ที่ Forex กับกฎหมายไทย
ประโยคที่ถูกต้องคือ "กำไรจากการขายผ่านแพลตฟอร์มในกำกับ ก.ล.ต. ได้รับยกเว้นถึงสิ้นปี 2572"
แหล่งอ้างอิงหลัก — พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2561 มาตรา 40(4)(ซ) · 40(4)(ฌ) · 50(ฉ) · พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 399) พ.ศ. 2568 · มติคณะรัฐมนตรี 17 มิถุนายน 2568 · ผู้อ่านควรตรวจสอบตัวบทและประกาศฉบับล่าสุดจาก เว็บไซต์กรมสรรพากร ก่อนใช้อ้างอิง
คำชี้แจง — บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อทำความเข้าใจกรอบกฎหมาย ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี ทางกฎหมาย หรือทางการลงทุน และไม่สามารถใช้แทนการปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพได้ · กฎหมายและมาตรการทางภาษีเปลี่ยนแปลงได้ ผู้อ่านมีหน้าที่ตรวจสอบความเป็นปัจจุบันด้วยตนเอง · การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูงและอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น