FTMO คืออะไร — บัญชีจำลอง กติกา Drawdown และตัวเลขที่ควรคำนวณก่อนจ่ายค่าสอบ
FTMO คือบริษัท prop firm ที่ให้คนทั่วไปจ่ายค่าสมัครเพื่อเข้าสอบวัดฝีมือบน บัญชีจำลอง ถ้าทำกำไรถึงเป้าโดยไม่ชนเพดานขาดทุนที่กำหนด จะได้ถือ "FTMO Account" แล้วรับส่วนแบ่งจากกำไรที่ทำได้บนบัญชีนั้น — สูงสุด 90% ตามที่บริษัทประกาศไว้เอง
หน้านี้ไม่ได้ชวนสมัครและไม่มีลิงก์สมัคร สิ่งที่ทำคือ หยิบกติกาที่ FTMO ประกาศไว้บนหน้าเว็บของเขาเอง มากางเป็นตัวเลข แล้วคำนวณให้เห็นว่ากติกาแต่ละข้อบีบวิธีเทรดอย่างไร เพราะจุดที่คนส่วนใหญ่พลาดไม่ใช่ "ไม่รู้ว่า FTMO คืออะไร" แต่คือ อ่านกติกาแล้วไม่ได้แปลงเป็นตัวเลขว่าตัวเองเสี่ยงต่อไม้ได้เท่าไร
FTMO คืออะไร และต่างจาก "กองทุน" อย่างไร
FTMO เป็นบริษัทเอกชน ไม่ใช่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) และไม่ได้รับฝากเงินจากนักลงทุนไปบริหาร ความแตกต่างข้อนี้สำคัญกว่าที่คิด เพราะมันเปลี่ยนคำตอบของคำถามว่า "เงินที่เราเทรดคือเงินใคร"
โมเดลของ prop firm ยุคใหม่ทำงานเป็นสามขั้น
- จ่ายค่าสมัครเพื่อเข้าสอบ — เลือกขนาดบัญชีจำลองที่ต้องการ FTMO เปิดให้เลือก 5 ขนาดคือ $10,000 · $25,000 · $50,000 · $100,000 และ $200,000 โดยค่าสมัครแพงขึ้นตามขนาดบัญชี
- สอบให้ผ่านตามเป้าและเพดานที่กำหนด — ทำกำไรถึงเป้าโดยไม่ชนเพดานขาดทุนรายวันและเพดานขาดทุนรวม ซึ่งเป็นหัวใจของทั้งบทความนี้
- ได้ถือ FTMO Account แล้วรับส่วนแบ่งกำไร — บริษัทระบุว่าให้ส่วนแบ่ง "up to 90%" ของกำไรจำลอง และคืนค่าสมัครเต็มจำนวนพร้อมการถอนรางวัลครั้งแรก
ต่างจากการระดมทุนเทรดหรือฝากเทรดตรงที่ไม่มีใครเอาเงินมาให้เราดูแล และไม่มีคำสัญญาผลตอบแทนให้ใคร ความเสี่ยงทางกฎหมายจึงเป็นคนละเรื่องกันอย่างสิ้นเชิง
ข้อที่ต้องเข้าใจก่อนอย่างอื่น — บัญชีที่ได้เป็นบัญชีจำลอง
บนหน้าเว็บของ FTMO เองมีข้อความกำกับไว้ตรง ๆ ว่าบัญชีทุกบัญชีที่ให้ลูกค้าเป็น demo account ที่ใช้เงินสมมติ และการเทรดทั้งหมดอยู่ในสภาพแวดล้อมจำลองเท่านั้น ประโยคนี้ไม่ได้ซ่อนอยู่ที่ไหน มันอยู่ในส่วนคำชี้แจงของหน้าหลัก
ผลที่ตามมามีสามข้อ และทั้งสามข้อเป็นเรื่องที่ควรรู้ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตกใจ
- คุณไม่มีทางติดลบเกินค่าสมัคร — ขาดทุนสูงสุดที่เกิดกับคุณได้คือค่าสอบที่จ่ายไปแล้ว ไม่มีการเรียกเก็บเพิ่ม
- ผลการเทรดของคุณไม่ได้ไปกระทบตลาดจริง — และแปลว่าสภาพคล่องกับการจับคู่คำสั่งที่คุณเห็น เป็นของผู้ให้บริการฟีดราคา ไม่ใช่ของตลาดจริงเสมอไป
- "เงินรางวัล" มาจากกระแสเงินสดของบริษัท — ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากค่าสมัครของคนที่สอบไม่ผ่าน ข้อนี้ไม่ได้แปลว่าบริษัทไม่จ่าย แต่แปลว่าความยั่งยืนของโมเดลผูกอยู่กับสัดส่วนคนสอบตก ไม่ใช่กับผลงานเทรดของบริษัท
กติกาของ FTMO มีอะไรบ้าง — 1-Step กับ 2-Step ต่างกันตรงไหน
ปัจจุบัน FTMO เปิดให้เลือกสองเส้นทาง ตารางนี้เทียบกติกาหลักแบบต่อข้อ
| เงื่อนไข | 2-Step (Challenge → Verification) | 1-Step |
|---|---|---|
| เป้ากำไร | ด่าน 1: 10% · ด่าน 2: 5% ของทุนตั้งต้น | 10% ของทุนตั้งต้น (ด่านเดียว) |
| เพดานขาดทุนต่อวัน | 5% ของทุนตั้งต้น | 3% ของทุนตั้งต้น |
| เพดานขาดทุนรวม | 10% แบบ คงที่ (วัดจากทุนตั้งต้นเสมอ) | 10% แบบ ไล่ตาม (คิดใหม่ทุกสิ้นวัน) |
| จำนวนวันเทรดขั้นต่ำ | อย่างน้อย 4 วันเทรด ทั้งสองด่าน | ไม่ได้ระบุไว้ในหน้าเงื่อนไข |
| กติกาวันที่ดีที่สุด | ไม่มี | มี — กำไรของวันที่ดีที่สุดต้องไม่เกิน 50% ของกำไรรวมจากวันที่เป็นบวก |
| ฐานที่ใช้วัด drawdown | ทั้งคู่ใช้ equity = balance + กำไรขาดทุนของออร์เดอร์ที่ยังเปิดอยู่ ± swap − commission | |
| เวลาที่รีเซ็ตเพดานรายวัน | ทั้งคู่คิดใหม่ทุกวันเวลา 00:00 CET | |
เพดานขาดทุนรายวัน แปลว่าเสี่ยงต่อไม้ได้เท่าไร
นี่คือการแปลงกติกาเป็นตัวเลขที่ใช้ได้จริงที่สุด สมมติว่าคุณเสี่ยงเท่ากันทุกไม้ (ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่คำนวณล่วงหน้าได้) คำถามคือ แพ้ติดกันได้กี่ไม้ก่อนที่วันนั้นจะจบ
| เสี่ยงต่อไม้ | 2-Step: แพ้ติดกันได้ | ไม้ที่ทำให้ชนเพดาน 5% | 1-Step: แพ้ติดกันได้ | ไม้ที่ทำให้ชนเพดาน 3% |
|---|---|---|---|---|
| 0.25% | 19 ไม้ (−4.75%) | ไม้ที่ 20 → −5.00% | 11 ไม้ (−2.75%) | ไม้ที่ 12 → −3.00% |
| 0.5% | 9 ไม้ (−4.50%) | ไม้ที่ 10 → −5.00% | 5 ไม้ (−2.50%) | ไม้ที่ 6 → −3.00% |
| 1% | 4 ไม้ (−4.00%) | ไม้ที่ 5 → −5.00% | 2 ไม้ (−2.00%) | ไม้ที่ 3 → −3.00% |
| 1.5% | 3 ไม้ (−4.50%) | ไม้ที่ 4 → −6.00% | 1 ไม้ (−1.50%) | ไม้ที่ 2 → −3.00% |
| 2% | 2 ไม้ (−4.00%) | ไม้ที่ 3 → −6.00% | 1 ไม้ (−2.00%) | ไม้ที่ 2 → −4.00% |
| 3% | 1 ไม้ (−3.00%) | ไม้ที่ 2 → −6.00% | 0 ไม้ | ไม้แรก → −3.00% |
แถวล่างสุดคือแถวที่ควรจ้องนานที่สุด — ในแบบ 1-Step การเสี่ยง 3% ต่อไม้แปลว่าไม้แรกที่แพ้จบวันทันที ไม่ใช่เพราะเทรดไม่เก่ง แต่เพราะขนาดไม้ชนกติกาพอดีตั้งแต่ยังไม่เริ่ม · และที่ 2% ในแบบ 1-Step คุณมีสิทธิ์แพ้ได้วันละไม้เดียวเท่านั้น
ถ้ายังไม่เคยแปลง "เสี่ยงกี่เปอร์เซ็นต์" เป็น "กี่ล็อต" ให้อ่านวิธีคำนวณขนาดล็อตก่อน เพราะทุกอย่างในหน้านี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าคุณคุมขนาดไม้ได้จริง และหลักการเบื้องหลังอยู่ในMoney Management 4 ข้อ
Drawdown วัดที่ equity ไม่ใช่ balance — สต็อป 20 pip แต่เพดานอยู่ที่ 30 pip
นิยามที่ FTMO ใช้คือ equity = balance + กำไรขาดทุนของออร์เดอร์ที่เปิดอยู่ ± swap − commission คำว่า "ออร์เดอร์ที่เปิดอยู่" คือหัวใจ — ขาดทุนลอยตัวนับด้วย ระบบไม่ได้รอให้ออร์เดอร์ปิดก่อนแล้วค่อยคิด
แปลว่าเพดานของคุณไม่ได้อยู่ที่จุดตัดขาดทุน แต่อยู่ที่ ไส้เทียนที่ลึกที่สุดระหว่างที่ออร์เดอร์ยังเปิดอยู่ ลองแทนค่าจริง
| รายการ | ค่า | ที่มา |
|---|---|---|
| ขนาดบัญชีจำลอง | $100,000 | สมมติ |
| ขนาดไม้ EURUSD | 10 ล็อต = $100 ต่อ pip | 1 ล็อตมาตรฐาน = $10 ต่อ pip |
| ระยะสต็อป | 20 pip → ขาดทุน $2,000 | 20 × $100 |
| ความเสี่ยงที่ตั้งใจ | 2.00% ของบัญชี | $2,000 ÷ $100,000 |
| เพดานรายวันแบบ 1-Step (3%) | $3,000 = 30 pip | $3,000 ÷ $100 |
| ส่วนเผื่อเหนือสต็อป | 10 pip | 30 − 20 |
| หักคอมมิชชั่น $6 ต่อล็อต ไป-กลับ | $60 → เหลือ 29.40 pip | ($3,000 − $60) ÷ $100 |
| ส่วนเผื่อจริงหลังหักคอม | 9.40 pip | 29.40 − 20 |
ในแบบ 2-Step เพดาน 5% ให้พื้นที่ 50 pip กับไม้เดียวกัน คือเผื่อเหนือสต็อปได้ 29.4 pip หลังหักคอม — มากกว่าแบบ 1-Step ราว 3 เท่า ทั้งที่ขนาดไม้เท่ากันเป๊ะ
Best Day Rule — กติกาที่ทำให้ "วันเดียวจบ" ผ่านไม่ได้ทางคณิตศาสตร์
เฉพาะแบบ 1-Step มีกติกาที่ FTMO เรียกว่า Best Day Rule คือ กำไรของวันที่ดีที่สุด ต้องไม่เกิน 50% ของกำไรรวมจากวันที่เป็นบวกทั้งหมด
ลองเขียนเป็นสมการ ถ้ากำไรรวมจากวันบวกคือ P และวันที่ดีที่สุดคือ B เงื่อนไขคือ B ≤ 0.5P ซึ่งจัดรูปได้เป็น B ≤ P − B แปลเป็นภาษาคนคือ วันที่ดีที่สุดต้องไม่มากกว่าวันบวกอื่น ๆ รวมกัน — ดังนั้นต้องมีวันบวกอย่างน้อย 2 วันเสมอ
| รูปแบบการทำกำไรถึงเป้า 10% | กำไรรวมวันบวก | วันที่ดีที่สุด | คิดเป็น | ผลตามกติกา |
|---|---|---|---|---|
| วันเดียว +10% | 10% | 10% | 100% | ไม่ผ่าน |
| สามวัน +7% / +2% / +1% | 10% | 7% | 70% | ไม่ผ่าน |
| สองวัน +6% / +4% | 10% | 6% | 60% | ไม่ผ่าน |
| สองวัน +5% / +5% | 10% | 5% | 50% | ผ่าน (พอดีเส้น) |
| สามวัน +4% / +3% / +3% | 10% | 4% | 40% | ผ่าน |
สรุปเป็นสูตรได้ว่า เพดานของวันที่ดีที่สุด = ครึ่งหนึ่งของกำไรวันบวกที่ต้องทำรวม และเนื่องจากวันที่ขาดทุนไปหักออกจากยอดสะสม กำไรวันบวกจึงต้องมากขึ้นตามไปด้วย
| เป้าที่ต้องถึง | วันขาดทุนรวมระหว่างทาง | กำไรวันบวกต้องรวม | วันที่ดีที่สุดไม่เกิน |
|---|---|---|---|
| +10% | 0% | 10% | 5.00% |
| +10% | −2% | 12% | 6.00% |
| +10% | −4% | 14% | 7.00% |
เพดานคงที่ กับ เพดานไล่ตาม — ทำไม 1-Step ถึงแคบกว่าที่เห็น
ทั้งสองแบบเขียนว่า "10%" เหมือนกัน แต่วัดจากคนละจุด
- 2-Step ใช้เพดานคงที่ — เส้นตายอยู่ที่ 90% ของทุนตั้งต้นตลอดการสอบ ไม่ว่าคุณจะเคยขึ้นไปสูงแค่ไหน
- 1-Step ใช้เพดานไล่ตาม — คิดใหม่ทุกสิ้นวันโดยอิงยอด equity ปิดวันที่ดีที่สุด แปลว่ากำไรที่ทำได้จะดันเส้นตายขึ้นตามไปด้วย
ถ้าคุณใช้ trailing stop อยู่แล้วจะคุ้นกับกลไกนี้ทันที — เพดานไล่ตามก็คือ trailing stop ที่บริษัทตั้งไว้บนพอร์ตของคุณทั้งพอร์ต ระยะ 10% และขยับทุกสิ้นวัน
โอกาสสอบผ่านของคนที่ไม่มีความได้เปรียบเลย
ข้อนี้ตอบได้ด้วยเลขคณิตล้วน ไม่ต้องจำลอง สำหรับการเดินสุ่มที่ไม่มีความได้เปรียบทั้งสองฝั่ง โอกาสที่จะไปแตะ +T ก่อนแตะ −L คือ
| ด่าน | เป้า T | เพดาน L | โอกาสผ่านเมื่อไม่มีเอดจ์ |
|---|---|---|---|
| 2-Step ด่าน 1 (Challenge) | 10% | 10% | 50.0% |
| 2-Step ด่าน 2 (Verification) | 5% | 10% | 66.7% |
| 2-Step รวมทั้งสองด่าน | 50.0% × 66.7% | 33.3% | |
| 1-Step (คิดเฉพาะเพดานรวม) | 10% | 10% | 50.0% |
ผลที่ได้บอกสองอย่างพร้อมกัน อย่างแรกคือ ด่าน Verification ง่ายกว่าด่านแรกอย่างมีนัย เพราะเป้าเหลือครึ่งเดียวแต่เพดานเท่าเดิม อย่างที่สองคือข้อที่แรงกว่า
ค่าสอบที่จ่ายจริง เมื่อคิดว่าอาจต้องสอบหลายรอบ
FTMO ระบุว่าคืนค่าสมัครเต็มจำนวน "พร้อมการถอนรางวัลครั้งแรก" — เงื่อนไขนี้อ่านผ่านแล้วเหมือนว่าค่าสอบเป็นศูนย์ แต่มันคืน ครั้งเดียว ในขณะที่ค่าสอบจ่าย ทุกครั้งที่สอบ
ถ้าโอกาสผ่านต่อรอบคือ p จำนวนรอบเฉลี่ยจนกว่าจะผ่านคือ 1 ÷ p และค่าสอบสุทธิที่จ่ายไป (นับเป็นเท่าของค่าสอบหนึ่งครั้ง) คือ 1÷p − 1
| โอกาสผ่านต่อรอบ | รอบเฉลี่ยจนผ่าน | ค่าสอบที่จ่ายรวม | ได้คืน | จ่ายสุทธิ |
|---|---|---|---|---|
| 10% | 10.00 รอบ | 10.00 เท่า | 1 เท่า | 9.00 เท่า |
| 20% | 5.00 รอบ | 5.00 เท่า | 1 เท่า | 4.00 เท่า |
| 30% | 3.33 รอบ | 3.33 เท่า | 1 เท่า | 2.33 เท่า |
| 50% | 2.00 รอบ | 2.00 เท่า | 1 เท่า | 1.00 เท่า |
| 90% | 1.11 รอบ | 1.11 เท่า | 1 เท่า | 0.11 เท่า |
ตารางนี้ยังใจดีเกินจริง ด้วยซ้ำ เพราะสมมติว่าผ่านแล้วได้ถอนรางวัลแน่นอน ความจริงคือหลังผ่านยังต้องทำกำไรบนบัญชีนั้นให้ได้ก่อนจึงจะมีรางวัลให้ถอน ถ้าโอกาสไปถึงจุดนั้นคือ r ค่าสอบสุทธิจะเป็น 1÷p − r เช่นที่ p = 30% และ r = 50% ค่าสอบสุทธิคือ 2.83 เท่า ไม่ใช่ 2.33 เท่า
p ของตัวเองจากความรู้สึก ให้เอาสถิติจากสมุดบันทึกการเทรดของตัวเองมาประเมิน ถ้ายังไม่มีสถิติ แปลว่ายังไม่มีข้อมูลพอจะประเมิน p ได้เลย ซึ่งเป็นคำตอบที่มีประโยชน์กว่าการเดาตัวเลขสวย ๆ ขึ้นมาหนึ่งตัวFTMO เหมาะกับใคร และคำถามที่ควรตอบให้ได้ก่อน
สิ่งที่ prop firm ให้จริง ๆ ไม่ใช่ "ทุน" แต่คือ การขยายผลของระบบที่มีอยู่แล้ว ถ้าไม่มีระบบที่วัดผลได้ มันจะไม่ให้อะไรเลยนอกจากใบเสร็จ
มีสถิติของตัวเองแล้วกี่ไม้
คุณเทรดระบบนี้มาแล้วกี่ไม้ และรู้อัตราชนะกับ R:R ของมันหรือยัง ถ้าตอบไม่ได้ การจ่ายค่าสอบคือการซื้อข้อมูลด้วยราคาที่แพงกว่าการเก็บสถิติเองบนบัญชีทดลอง
ขนาดไม้ของคุณอยู่แถวไหนในตารางเพดานรายวัน
เปิดตารางเสี่ยงต่อไม้ข้างบนแล้วหาแถวของตัวเอง ถ้าอยู่แถว 2-3% ในแบบ 1-Step แปลว่ากติกาจะตัดสินคุณก่อนที่ฝีมือจะได้แสดงออก
ระบบของคุณทำกำไรกระจายหรือกระจุก
Best Day Rule ลงโทษระบบที่กำไรมาจากไม้ใหญ่ไม้เดียว ถ้าสถิติของคุณบอกว่ากำไรทั้งเดือนมาจาก 1-2 ไม้ แบบ 1-Step ไม่เหมาะกับคุณตั้งแต่ต้น
คุณต้องถือผ่านข่าวหรือเปล่า
เพราะ drawdown วัดที่ equity สเปรดที่ถ่างระหว่างข่าวจึงนับเข้าเพดานทันที ระบบที่ต้องถือผ่านข่าวจะกินส่วนเผื่อไปโดยที่ยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลย
ถ้าสอบตกสามรอบติด คุณจะสรุปว่าอะไร
ตอบข้อนี้ก่อนจ่ายเงินรอบแรก เพราะถ้าไม่มีเกณฑ์ไว้ล่วงหน้า คนส่วนใหญ่จะสรุปว่า "เกือบแล้ว" แล้วจ่ายรอบที่สี่ ซึ่งเป็นจุดที่ค่าสอบสุทธิเริ่มโตเร็วกว่ารางวัลที่คาดหวัง
ถ้าอยากดูว่าชุดสัญญาณที่เปิดสถิติย้อนหลังให้ตรวจได้หน้าตาเป็นอย่างไร ก่อนจะไปสร้างระบบของตัวเอง ลองดูตัวอย่างที่ AlphaSigs — จุดที่ควรดูคือวิธีที่เขานับผลลัพธ์ ไม่ใช่ตัวเลขสรุปหน้าแรก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ FTMO
| คำถาม | คำตอบสั้น |
|---|---|
| FTMO ให้เงินจริงมาเทรดไหม | ไม่ — บัญชีที่ให้เป็นบัญชีจำลองตามที่บริษัทระบุไว้เอง ส่วนแบ่งที่ได้รับเป็น "รางวัล" ที่คำนวณจากผลบนบัญชีจำลองนั้น |
| สอบตกแล้วเสียเงินเท่าไร | เสียเท่าค่าสมัครที่จ่ายไป ไม่มีการเรียกเก็บเพิ่ม เพราะไม่ได้มีเงินจริงเสียหาย |
| เพดาน 10% วัดจากอะไร | 2-Step วัดจากทุนตั้งต้นตายตัว · 1-Step วัดจากยอด equity ปิดวันที่ดีที่สุด แล้วคิดใหม่ทุกสิ้นวัน |
| ขาดทุนลอยตัวนับเข้าเพดานไหม | นับ — นิยาม equity ของบริษัทรวมกำไรขาดทุนของออร์เดอร์ที่เปิดอยู่ บวกสวอป ลบคอมมิชชั่น |
| เพดานรายวันรีเซ็ตกี่โมง | 00:00 CET ซึ่งตรงกับ 06:00 น. เวลาไทยในช่วงฤดูหนาว และ 05:00 น. ในช่วง DST ของยุโรป — ตรวจกับปฏิทินของปีนั้นก่อนวางแผน |
| ต้องเทรดขั้นต่ำกี่วัน | แบบ 2-Step กำหนดอย่างน้อย 4 วันเทรดในแต่ละด่าน ส่วนแบบ 1-Step ไม่ได้ระบุไว้ในหน้าเงื่อนไข |
| FTMO กับ MFF ต่างกันอย่างไร | เป็นคนละบริษัทที่ใช้โมเดลเดียวกันแต่ตั้งพารามิเตอร์คนละชุด — เทียบไว้ในหน้า FTMO & MFF เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร |
สรุปให้สั้นที่สุด
- FTMO คือการซื้อสิทธิ์เข้าสอบบนบัญชีจำลอง ไม่ใช่การได้รับทุน — สิ่งที่จ่ายคือค่าสอบ สิ่งที่ได้คือโอกาสรับส่วนแบ่งจากผลงานจำลอง
- กติกาที่ตัดสินคุณเร็วที่สุดคือ เพดานรายวัน และมันแปลงเป็นตัวเลขได้ทันที: เสี่ยง 1% ต่อไม้ แพ้ติดกันได้ 4 ไม้ในแบบ 2-Step และ 2 ไม้ในแบบ 1-Step
- เพราะวัดที่ equity ระยะสต็อปของคุณไม่ใช่ขีดจำกัดจริง — ตัวอย่างในหน้านี้เหลือส่วนเผื่อเหนือสต็อปแค่ 9.4 pip หลังหักคอมมิชชั่น
- แบบ 1-Step มีด่านเดียวก็จริง แต่แคบกว่าทุกแกน: เพดานวัน 3% เพดานรวมแบบไล่ตาม และ Best Day Rule ที่ทำให้วันเดียวจบ 10% ผ่านไม่ได้
- คนที่ไม่มีความได้เปรียบเลยยังผ่าน 2 ด่านได้ราว 33.3% ตามเลขคณิตล้วน ⇒ ใบผ่านการสอบไม่ใช่หลักฐานว่าระบบใช้ได้ สิ่งที่เป็นหลักฐานคือสถิติของคุณเองที่ยาวพอ
ถ้าอยากอ่านต่อว่าทำไมระบบที่มีความได้เปรียบจริงก็ยังสอบตกได้ ให้ไปที่ สอบ prop firm ไม่ผ่านเพราะอะไร — เลขคณิตของกฎ Drawdown ซึ่งจำลองไว้ 200,000 รอบ และแยกให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่ตายที่กฎรายวันก่อนกฎรวมเสมอ · และถ้าอยากเทียบเครื่องมือวัดผลสัญญาณกับของตัวเอง ดูได้ที่ AlphaSigs
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่ใช่การชักชวนให้สมัครบริการใด ๆ · กติกาที่อ้างถึงคัดมาจากหน้าเงื่อนไขของ FTMO เมื่อ 29 สิงหาคม 2026 และผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ให้ตรวจกับต้นทางก่อนตัดสินใจเสมอ · ตัวเลขคำนวณทุกชุดในหน้านี้เป็นการแทนค่าตามสมมติฐานที่ระบุไว้ในแต่ละตาราง ไม่ใช่การรับประกันผลใด ๆ · การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น