Ichimoku คืออะไร — วิธีอ่านเมฆ Kumo กับเส้นทั้งห้า และเหตุผลที่เมฆบนจอวันนี้ถูกคำนวณไว้ตั้งแต่ 77 แท่งก่อน
Ichimoku Kinko Hyo (อิชิโมกุ คินโค เฮียว) คือระบบวิเคราะห์กราฟชุดเดียวที่ประกอบด้วยเส้น 5 เส้น ซึ่งบอกแนวโน้ม แนวรับแนวต้าน และตำแหน่งของราคาเทียบอดีตพร้อมกันในภาพเดียว — ชื่อของมันแปลตรงตัวว่า "กราฟสมดุลที่มองครั้งเดียวเข้าใจ" · จุดที่ทำให้มันต่างจากอินดิเคเตอร์อื่นไม่ใช่จำนวนเส้น แต่คือ เส้นทุกเส้นเป็น "จุดกึ่งกลางของกรอบราคา" ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของราคาปิด และ สองเส้นในนั้นถูกวาดล่วงหน้าไป 26 แท่ง ทำให้เมฆที่คุณเห็นตรงแท่งปัจจุบันเป็นตัวเลขที่คำนวณเสร็จไปแล้วตั้งแต่ 26 แท่งก่อน โดยใช้ข้อมูลย้อนไปได้ถึงแท่งที่ 77 · หน้านี้จะกางสูตร แทนค่า และคำนวณให้ดูทีละขั้นว่าตัวเลขพวกนี้แปลว่าอะไรบนจอจริง
Ichimoku คืออะไร
Ichimoku คืออินดิเคเตอร์ชุดหนึ่งที่มีเส้น 5 เส้นทำงานร่วมกัน ชื่อเต็มคือ Ichimoku Kinko Hyo (一目均衡表) แยกเป็น ichimoku = มองครั้งเดียว · kinko = สมดุล · hyo = ตาราง/กราฟ รวมกันคือ "กราฟสมดุลที่มองครั้งเดียวก็เห็นภาพ" ซึ่งอธิบายเจตนาของคนออกแบบได้ตรงที่สุด — เขาต้องการให้เปิดกราฟมาแล้วรู้ทันทีว่าตลาดอยู่ฝั่งไหน โดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างอินดิเคเตอร์เพิ่มอีกสามสี่ตัว
คนคิดคือ โกอิจิ โฮโซดะ (Goichi Hosoda) นักหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นที่ใช้นามปากกา Ichimoku Sanjin เขาเริ่มพัฒนาช่วงปลายทศวรรษ 1930 ให้ทีมงานคำนวณด้วยมือหลายปีก่อนจะเผยแพร่จริงในปี 1969 นั่นแปลว่าทุกตัวเลขในระบบนี้ถูกเลือกมาให้ คนคำนวณด้วยมือได้ — เป็นเหตุผลที่สูตรทุกเส้นมีแค่ "สูงสุดบวกต่ำสุดหารสอง" ไม่มีการถ่วงน้ำหนักแบบ EMA ที่ต้องคูณทศนิยมทุกแท่ง
เส้นทั้ง 5 ของ Ichimoku คืออะไร คำนวณยังไง
ทั้งห้าเส้นใช้วัตถุดิบเดียวกันคือ ราคาสูงสุดและต่ำสุดในช่วงที่กำหนด แล้วหาจุดกึ่งกลาง ต่างกันแค่ว่าใช้กี่แท่ง และวาดไว้ตรงไหนของแกนเวลา
| เส้น | ความหมายของชื่อ | สูตร | วาดไว้ตรงไหน |
|---|---|---|---|
| Tenkan-sen (転換線) | เส้นเปลี่ยนทิศ | (สูงสุด 9 แท่ง + ต่ำสุด 9 แท่ง) ÷ 2 | ตรงแท่งปัจจุบัน |
| Kijun-sen (基準線) | เส้นมาตรฐาน / เส้นฐาน | (สูงสุด 26 แท่ง + ต่ำสุด 26 แท่ง) ÷ 2 | ตรงแท่งปัจจุบัน |
| Senkou Span A (先行スパンA) | ขอบเมฆเส้นนำที่ 1 | (Tenkan + Kijun) ÷ 2 | เลื่อนไปข้างหน้า 26 แท่ง |
| Senkou Span B (先行スパンB) | ขอบเมฆเส้นนำที่ 2 | (สูงสุด 52 แท่ง + ต่ำสุด 52 แท่ง) ÷ 2 | เลื่อนไปข้างหน้า 26 แท่ง |
| Chikou Span (遅行スパン) | เส้นตามหลัง | ราคาปิดของแท่งปัจจุบัน | เลื่อนถอยหลัง 26 แท่ง |
เมฆ (Kumo — 雲) คือพื้นที่ระหว่าง Senkou Span A กับ Senkou Span B ไม่ใช่เส้นที่หก แพลตฟอร์มแค่ระบายสีให้ว่าเส้นไหนอยู่บน — A อยู่บน B มักระบายเขียวหรือฟ้า (ฝั่งขาขึ้น) และ B อยู่บน A มักระบายแดงหรือส้ม (ฝั่งขาลง)
ทำไม Tenkan กับ Kijun ถึงนิ่งเป็นขั้นบันได ไม่ลื่นเหมือนเส้นค่าเฉลี่ย
นี่คือจุดที่คนอ่านกราฟ Ichimoku ครั้งแรกมักงง — เปิดกราฟมาแล้วเส้นแดง (Kijun) แบนราบเป็นแนวนอนอยู่หลายแท่งติดกัน ทั้งที่ราคายังวิ่งขึ้นลงอยู่ตลอด ในขณะที่ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) จะขยับทุกแท่งเสมอ
เหตุผลอยู่ในสูตร: Tenkan และ Kijun สนใจแค่ค่าสูงสุดกับต่ำสุดในหน้าต่างเท่านั้น ราคาที่วิ่งอยู่ตรงกลางกรอบ ไม่ว่าจะปิดตรงไหน ก็ไม่ทำให้เส้นขยับแม้แต่จุดเดียว เส้นจะขยับเมื่อเกิดอย่างใดอย่างหนึ่งใน 2 กรณี — มีจุดสูงสุดหรือต่ำสุดใหม่ หรือ แท่งที่เคยเป็นจุดสูงสุด/ต่ำสุดหลุดออกจากหน้าต่างไป
| แท่งที่ | สูงสุดของแท่ง | ต่ำสุดของแท่ง | สูงสุด 9 แท่ง | ต่ำสุด 9 แท่ง | Tenkan | ขยับไหม |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 9 (ตั้งต้น) | 1.10450 | 1.09980 | 1.10800 | 1.09200 | 1.10000 | — |
| 10 | 1.10450 | 1.09850 | 1.10800 | 1.09200 | 1.10000 | ไม่ขยับ |
| 11 | 1.10950 ← สูงใหม่ | 1.10100 | 1.10950 | 1.09200 | 1.10075 | +7.5 จุด |
| 12 | 1.10700 | 1.10300 | 1.10950 | 1.09200 | 1.10075 | ไม่ขยับ |
สังเกตแท่งที่ 12 — ราคาขึ้นมาซื้อขายกันในกรอบ 1.10300-1.10700 ซึ่งสูงกว่าค่า Tenkan ที่ 1.10075 ทั้งแท่ง แต่ Tenkan ไม่ขยับเลย เพราะไม่ได้ทำจุดสูงใหม่ และจุดต่ำสุดเดิมที่ 1.09200 ก็ยังอยู่ในหน้าต่าง 9 แท่ง · ในช่วงสามแท่งนี้ Tenkan ขยับ 1 ครั้งจาก 3 แท่ง ส่วนเส้นค่าเฉลี่ยจะขยับทั้ง 3 ครั้ง
เมฆ Kumo คืออะไร และเมฆที่เห็นวันนี้เก่าแค่ไหน
ขอบเมฆทั้งสองเส้นถูก เลื่อนไปข้างหน้า 26 แท่ง นั่นแปลว่าค่าที่วาดอยู่ตรงแท่งปัจจุบันไม่ได้คำนวณจากข้อมูลของวันนี้ แต่คำนวณเสร็จไปแล้วเมื่อ 26 แท่งก่อน · และเนื่องจาก Senkou Span B ใช้กรอบ 52 แท่ง ข้อมูลที่เก่าที่สุดที่ประกอบเป็นขอบเมฆตรงแท่งปัจจุบันจึงย้อนไปไกลถึง 26 + 52 − 1 = 77 แท่ง
ตัวเลข 77 แท่งจะแปลว่าเวลาเท่าไรขึ้นอยู่กับไทม์เฟรมที่เปิดอยู่ ซึ่งต่างกันมากจนต้องกางออกมาดู
| ไทม์เฟรม | 26 แท่ง (ข้อมูลใหม่สุดในเมฆ) | 77 แท่ง (ข้อมูลเก่าสุดในเมฆ) |
|---|---|---|
| M15 | 6 ชั่วโมง 30 นาที | 19 ชั่วโมง 15 นาที |
| H1 | 26 ชั่วโมง ≈ 1.1 วันตลาด | 77 ชั่วโมง ≈ 3.2 วันตลาด |
| H4 | 104 ชั่วโมง ≈ 4.3 วันตลาด | 308 ชั่วโมง ≈ 12.8 วันตลาด |
| D1 | 26 วันทำการ ≈ 5.2 สัปดาห์ | 77 วันทำการ ≈ 15.4 สัปดาห์ (ราว 3 เดือนครึ่ง) |
| W1 | 26 สัปดาห์ = 6 เดือน | 77 สัปดาห์ ≈ 1 ปี 6 เดือน |
เมื่อเห็นตารางนี้แล้ว ประโยคที่ว่า "ราคาทะลุเมฆขึ้นไปแล้ว เทรนด์เปลี่ยน" จะมีความหมายไม่เท่ากันเลยระหว่างไทม์เฟรม — บน H1 คุณกำลังเทียบราคาปัจจุบันกับกรอบราคาของ 3 วันก่อน ส่วนบน D1 คุณกำลังเทียบกับกรอบราคาของ 3 เดือนครึ่งก่อน · ไม่ใช่ว่าอันไหนถูกอันไหนผิด แต่ต้องรู้ว่ากำลังเทียบกับอะไร ถ้าอยากใช้หลายไทม์เฟรมพร้อมกัน อ่านวิธีจัดลำดับได้ที่ Multi Timeframe Analysis
ความหนาของเมฆไม่ได้บอกว่ากรอบราคากว้างแค่ไหน
อีกความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ "เมฆหนา = ตลาดผันผวน" ลองแทนค่าดูจริง ๆ จะเห็นว่าไม่จำเป็นเลย เพราะความหนาเมฆคือ ผลต่างของจุดกึ่งกลางสองอัน ไม่ใช่ความกว้างของกรอบราคา
| ค่า | ตัวเลข | ที่มา |
|---|---|---|
| สูงสุด 52 แท่ง | 1.12000 | ขอบบนของกรอบ |
| ต่ำสุด 52 แท่ง | 1.08000 | ขอบล่างของกรอบ — กรอบกว้าง 400 จุด |
| Senkou Span B | 1.10000 | (1.12000 + 1.08000) ÷ 2 |
| Tenkan / Kijun | 1.10075 / 1.10000 | จากตารางตัวอย่างข้างบน |
| Senkou Span A | 1.100375 | (1.10075 + 1.10000) ÷ 2 |
| ความหนาเมฆ | 0.000375 = 3.8 จุด | 1.100375 − 1.10000 |
กรอบราคากว้าง 400 จุด แต่เมฆหนาแค่ 3.8 จุด เพราะจุดกึ่งกลางของกรอบ 9/26 แท่งบังเอิญไปตรงกับจุดกึ่งกลางของกรอบ 52 แท่งพอดี · เมฆบางแบบนี้แปลว่า "แนวรับแนวต้านที่เมฆให้อยู่ตรงจุดเดียว ไม่ใช่โซนกว้าง" และเป็นบริเวณที่ราคาทะลุผ่านได้ง่ายมาก ไม่ได้แปลว่าตลาดสงบ
ตัวเลข 9 / 26 / 52 มาจากไหน และควรเปลี่ยนไหม
ตอนที่โฮโซดะออกแบบระบบนี้ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดทำการ 6 วันต่อสัปดาห์ (รวมเช้าวันเสาร์) ตัวเลขทั้งสามจึงไม่ใช่ตัวเลขวิเศษ แต่เป็นการนับปฏิทินตรง ๆ — 9 ≈ หนึ่งสัปดาห์ครึ่ง · 26 ≈ หนึ่งเดือน · 52 ≈ สองเดือน ทุกวันนี้ตลาดทำการ 5 วันต่อสัปดาห์ ปฏิทินที่ตัวเลขเหล่านี้อ้างอิงจึงไม่มีอยู่แล้ว
| ค่า | เจตนาเดิมบนสัปดาห์ 6 วัน | เท่ากับกี่สัปดาห์บนสัปดาห์ 5 วัน | ค่าที่ให้ช่วงเวลาเท่าเจตนาเดิม |
|---|---|---|---|
| 9 | 1.5 สัปดาห์ | 1.8 สัปดาห์ | 7 – 8 |
| 26 | 4.3 สัปดาห์ ≈ 1 เดือน | 5.2 สัปดาห์ | 21 – 22 |
| 52 | 8.7 สัปดาห์ ≈ 2 เดือน | 10.4 สัปดาห์ | 43 – 44 |
ถ้ายึดเจตนาปฏิทินเดิมอย่างเคร่งครัด ค่าที่ตรงกว่าบนตลาดสมัยนี้คือราว 7 / 22 / 44 ซึ่งเป็นชุดที่เทรดเดอร์บางกลุ่มใช้จริง · แต่มีเหตุผลสองข้อที่ทำให้คนส่วนใหญ่ยังใช้ 9 / 26 / 52 อยู่
- คนอื่นก็ดูเส้นชุดเดียวกัน — ค่าเริ่มต้นนี้ถูกตั้งไว้ในแทบทุกแพลตฟอร์ม เส้นที่คนจำนวนมากเห็นตรงกันย่อมมีคนวางออร์เดอร์รออยู่แถวนั้นมากกว่า การเปลี่ยนค่าคือการย้ายตัวเองออกจากเส้นที่คนอื่นมองอยู่
- บนไทม์เฟรมย่อย เหตุผลเรื่องปฏิทินไม่เกี่ยวเลย — 26 แท่งบน M15 ไม่ได้แปลว่า "หนึ่งเดือน" อยู่แล้ว มันคือ 6 ชั่วโมงครึ่ง ตรรกะสัปดาห์ 6 วันจึงใช้ไม่ได้ตั้งแต่แรก การไล่หาค่าที่ "ถูกตามปฏิทิน" บนไทม์เฟรมเหล่านี้จึงไม่มีความหมาย
1 − 0.95^20 = 64.2% · การเปลี่ยนค่าพารามิเตอร์เปลี่ยนแค่ "ช่วงเวลาที่คุณกำลังวัด" ไม่ได้สร้างความได้เปรียบขึ้นมาใหม่สัญญาณของ Ichimoku มีอะไรบ้าง
ระบบนี้มีเงื่อนไขที่คนใช้กันหลัก ๆ 5 ข้อ แต่ละข้อมาจากเส้นคนละกลุ่ม
Tenkan ตัด Kijun
ตัดขึ้นเรียกว่า golden cross ตัดลงเรียกว่า dead cross เป็นสัญญาณที่ไวที่สุดในระบบ เพราะมาจากเส้นที่ใช้หน้าต่างสั้นที่สุด (9 แท่ง) และด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ก็เป็นข้อที่ให้สัญญาณหลอกบ่อยที่สุด
ราคาอยู่เหนือหรือใต้เมฆ
ใช้เป็นตัวกรองทิศทาง — เหนือเมฆถือว่าฝั่งขึ้นได้เปรียบ ใต้เมฆถือว่าฝั่งลงได้เปรียบ อยู่ในเมฆถือว่ายังไม่ชัด · อย่าลืมว่าขอบเมฆที่ใช้ตัดสินคือข้อมูลอายุ 26-77 แท่งตามตารางข้างบน
ราคาอยู่คนละฝั่งกับ Kijun
Kijun ทำหน้าที่เป็นเส้นฐาน ราคาเหนือ Kijun แปลว่าราคาอยู่เหนือจุดกึ่งกลางของกรอบ 26 แท่ง ซึ่งเป็นนิยามหนึ่งของ "ยังไม่เสียโครงสร้างขาขึ้น"
Chikou Span พ้นแท่งราคา
Chikou คือราคาปิดของแท่งปัจจุบันที่ถูกวางไว้ 26 แท่งก่อน ถ้ามันลอยอยู่เหนือแท่งราคาช่วงนั้น แปลว่าราคาตอนนี้สูงกว่าราคาเมื่อ 26 แท่งก่อนโดยไม่มีอะไรขวาง · ข้อจำกัด: เส้นนี้ไม่มีค่าใน 26 แท่งล่าสุด จึงบอกอะไรเกี่ยวกับช่วงใกล้ปัจจุบันไม่ได้เลย
สีเมฆข้างหน้า (Kumo twist)
เนื่องจากขอบเมฆถูกวาดล่วงหน้า 26 แท่ง เราจึงเห็นล่วงหน้าว่าเมฆจะสลับสีเมื่อไร · จุดสลับสีคือจุดที่ Span A กับ Span B ตัดกัน และเป็นข้อมูลเดียวในระบบที่อยู่ข้างหน้าแท่งปัจจุบันจริง ๆ
เลขคณิตของการซ้อนเงื่อนไข
คำแนะนำที่เจอบ่อยคือ "รอให้ครบทุกเงื่อนไขค่อยเข้า" ซึ่งฟังดูปลอดภัย แต่ควรรู้ราคาที่ต้องจ่ายก่อน — ทุกเงื่อนไขที่เพิ่มเข้าไปคือการคูณสัดส่วนแท่งที่ผ่านเกณฑ์ สมมติว่าแต่ละเงื่อนไขผ่านที่อัตราหนึ่ง และสมมติต่อว่าเงื่อนไขเป็นอิสระต่อกัน จะได้ตารางนี้
| จำนวนเงื่อนไขที่บังคับให้ผ่านพร้อมกัน | ถ้าแต่ละข้อผ่าน 55% | ถ้าแต่ละข้อผ่าน 65% |
|---|---|---|
| 1 ข้อ | 55.0% | 65.0% |
| 2 ข้อ | 30.3% | 42.3% |
| 3 ข้อ | 16.6% | 27.5% |
| 4 ข้อ | 9.2% | 17.9% |
| 5 ข้อ (ครบชุด) | 5.0% | 11.6% |
ตั้งค่า Ichimoku ใน MT4 / MT5 และบนแพลตฟอร์มอื่น
Ichimoku เป็นอินดิเคเตอร์มาตรฐานที่ติดมากับโปรแกรมอยู่แล้ว ไม่ต้องไปดาวน์โหลดไฟล์จากที่ไหน
- MT4 / MT5 — เมนู
Insert → Indicators → Trend → Ichimoku Kinko Hyo· ช่องค่าจะมีสามช่องคือ Tenkan-sen, Kijun-sen และ Senkou Span B ตั้งไว้ที่ 9 / 26 / 52 · บนมือถือให้กดปุ่มfด้านบนแล้วเลือกหมวด Trend - ตั้งสีให้แยกออกก่อนเริ่มอ่าน — ค่าเริ่มต้นของ MT4 ใช้สีที่กลืนกันมาก แนะนำให้แยกชัด ๆ อย่างน้อยระหว่าง Tenkan กับ Kijun เพราะสองเส้นนี้คือตัวให้สัญญาณเข้า ส่วน Chikou ควรใช้สีที่ต่างจากแท่งเทียนไปเลย ไม่งั้นจะแยกไม่ออกว่าเส้นไหนคือราคา
- เช็กว่าเมฆลากเลยแท่งสุดท้ายไปข้างหน้าจริง — ถ้าเมฆหยุดตรงแท่งปัจจุบันพอดี แปลว่ากราฟถูกตั้งให้ไม่มีพื้นที่ว่างทางขวา ให้เปิดโหมดเลื่อนกราฟ (chart shift) ก่อน ไม่งั้นจะมองไม่เห็นส่วนที่ถูกเลื่อนไปข้างหน้าเลย
ตั้งสต็อปอิง Kijun แล้วต้องชนะกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะเสมอตัว
วิธีวางสต็อปที่ใช้กันมากที่สุดกับระบบนี้คือ วางไว้อีกฝั่งของ Kijun-sen เพราะถ้าราคากลับมาข้ามเส้นฐาน เหตุผลที่เข้าไม้ก็หมดไปแล้ว · ข้อดีคือมันไม่ใช่ตัวเลขที่เดาเอา แต่ข้อเสียคือ ระยะสต็อปจะยาวหรือสั้นไม่ได้ขึ้นกับคุณ มันขึ้นกับว่าตอนนั้น Kijun อยู่ห่างจากราคาแค่ไหน ซึ่งอย่างที่เห็นในหัวข้อก่อนหน้า เส้นนี้แบนอยู่เฉย ๆ ได้หลายแท่งขณะที่ราคาวิ่งหนีไปเรื่อย ๆ
ลองแทนค่าจริง — เข้าซื้อที่ 1.10000 ขณะที่ Kijun อยู่ที่ 1.09600 ห่างกัน 40 จุด บวกกันชนอีก 10 จุด ได้ สต็อป 50 จุด · เกณฑ์ชนะขั้นต่ำที่ทำให้เสมอตัวคำนวณจาก 1 ÷ (1 + R:R)
| เป้าหมาย | R:R (สต็อป 50 จุด) | ต้องชนะกี่ % ถึงเสมอตัว | เมื่อรวมสเปรด 1.5 จุด |
|---|---|---|---|
| 25 จุด | 1 : 0.50 | 66.7% | 68.7% |
| 50 จุด | 1 : 1.00 | 50.0% | 51.5% |
| 75 จุด | 1 : 1.50 | 40.0% | 41.2% |
| 100 จุด | 1 : 2.00 | 33.3% | 34.3% |
| 150 จุด | 1 : 3.00 | 25.0% | 25.8% |
ช่องขวาสุดคำนวณโดยบวกสเปรดเข้าไปในสต็อปและหักออกจากเป้าหมาย (สต็อปจริง 51.5 จุด เป้าจริง เป้าเดิมลบ 1.5 จุด) · สังเกตว่าสเปรดเพียง 1.5 จุดดันเกณฑ์ผ่านขึ้นราว 1-2 เปอร์เซ็นต์จุด ในทุกแถว และกินหนักที่สุดในแถวที่เป้าหมายสั้น — ยิ่งเป้าใกล้ สเปรดยิ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ · รายละเอียดวิธีคิดอัตราส่วนนี้อยู่ที่ Risk Reward Ratio (R:R) คืออะไร
ถ้าอยากดูตัวอย่างสัญญาณที่ระบุจุดเข้า จุดหยุด และเป้ามาเป็นตัวเลขให้ครบจนคิด R:R ต่อได้ทันที ดูได้ที่ alphasigs.net
ข้อจำกัดของ Ichimoku ที่ควรรู้ก่อนใช้
- ไม่มีเส้นไหนบอกความแรงของการเคลื่อนไหว — ทั้งห้าเส้นมาจากขอบกรอบราคาล้วน ๆ ไม่มีตัวไหนวัดโมเมนตัมหรือปริมาณ ถ้าอยากได้มิตินี้ต้องใช้เครื่องมืออื่นเสริม เช่น RSI และ Stochastic ในโซน Overbought-Oversold
- ในตลาดที่ไม่มีเทรนด์ เมฆจะแบนและราคาจะวิ่งเข้าออกเมฆถี่มาก ทำให้เงื่อนไข "อยู่เหนือหรือใต้เมฆ" สลับไปมาแทบทุกแท่ง เป็นสภาพที่ระบบนี้ให้สัญญาณหลอกมากที่สุด
- Chikou Span ไม่มีค่าใน 26 แท่งล่าสุด จึงใช้ยืนยันอะไรเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้ มันบอกได้แค่ความสัมพันธ์ระหว่างราคาตอนนี้กับราคาเมื่อ 26 แท่งก่อน
- เมฆที่หนามากคือโซน ไม่ใช่เส้น — การบอกว่า "ราคาทะลุเมฆแล้ว" บนเมฆที่หนา 200 จุด ต้องระบุด้วยว่าทะลุขอบไหน เพราะระยะระหว่างขอบบนกับขอบล่างกินสต็อปทั้งไม้ได้สบาย ๆ
- ทุกเส้นวาดจากราคาที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วนที่ยื่นไปข้างหน้าไม่ใช่การพยากรณ์ราคา แต่คือค่าที่คำนวณเสร็จแล้วถูกย้ายที่ไปวางเท่านั้น
สรุป
Ichimoku คือระบบที่ใช้จุดกึ่งกลางของกรอบราคาสามช่วง (9, 26 และ 52 แท่ง) มาวาดเป็นเส้น 5 เส้น โดยเลื่อนสองเส้นไปข้างหน้า 26 แท่ง และอีกหนึ่งเส้นถอยหลัง 26 แท่ง ทำให้เห็นแนวโน้ม แนวรับแนวต้าน และตำแหน่งของราคาเทียบอดีตได้ในภาพเดียว
สามอย่างที่ควรจำจากหน้านี้ — (1) เส้นนิ่งไม่ได้แปลว่าตลาดนิ่ง แต่แปลว่ายังไม่มีจุดสูงหรือต่ำใหม่ (2) เมฆตรงแท่งปัจจุบันมีข้อมูลเก่าได้ถึง 77 แท่ง ซึ่งบน D1 คือราว 3 เดือนครึ่ง (3) ความหนาเมฆเป็นผลต่างของจุดกึ่งกลางสองอัน ไม่ใช่ความกว้างของกรอบราคา
สิ่งที่ควรทำต่อคือ เปิดกราฟที่คุณเทรดจริง แล้วนับดูว่าเงื่อนไขที่ตั้งใจจะใช้เกิดขึ้นกี่ครั้งในช่วง 6 เดือนหลัง ถ้าตัวเลขน้อยจนนับนิ้วได้ ให้ลดเงื่อนไขลงก่อน แล้วค่อยเอาไปเทียบกับคอลัมน์ "ต้องชนะกี่ %" ในตารางข้างบน · ถ้าอยากเทียบกับสัญญาณที่มีจุดเข้า จุดหยุด และเป้าเป็นตัวเลขครบอยู่แล้ว ดูได้ที่ alphasigs.net
บทความนี้เป็นเนื้อหาให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ตัวเลขทุกช่องในหน้านี้เป็นการแทนค่าในสูตรของ Ichimoku และสูตรจุดคุ้มทุน 1 ÷ (1 + R:R) ภายใต้สมมติฐานที่ระบุไว้ในแต่ละตาราง ไม่ใช่ผลการทดสอบย้อนหลังของกลยุทธ์ใด ๆ และไม่ได้บอกว่าสัญญาณแต่ละแบบจะได้ผลบ่อยแค่ไหน · การเทรดมีความเสี่ยงที่จะขาดทุน โปรดทดสอบด้วยบัญชีทดลองก่อนเสมอ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น