Ichimoku คืออะไร — อ่านเมฆ Kumo, Tenkan, Kijun, Chikou และตัวเลขที่ซ่อนอยู่หลังเส้นทั้งห้า

Tenkan Kijun KUMO Ichimoku คืออะไร เมฆที่เห็นวันนี้ เก่าถึง 77 แท่ง โดย คนเล่น Forex KUMO AGE 77 แท่ง ข้อมูลเก่าสุดที่ใช้วาดเมฆ TENKAN / KIJUN 9 / 26 แท่งย้อนหลัง จุดกึ่งกลางกรอบ ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย ฉบับคำนวณจริง
อินดิเคเตอร์

Ichimoku คืออะไร — วิธีอ่านเมฆ Kumo กับเส้นทั้งห้า และเหตุผลที่เมฆบนจอวันนี้ถูกคำนวณไว้ตั้งแต่ 77 แท่งก่อน

Ichimoku Kinko Hyo (อิชิโมกุ คินโค เฮียว) คือระบบวิเคราะห์กราฟชุดเดียวที่ประกอบด้วยเส้น 5 เส้น ซึ่งบอกแนวโน้ม แนวรับแนวต้าน และตำแหน่งของราคาเทียบอดีตพร้อมกันในภาพเดียว — ชื่อของมันแปลตรงตัวว่า "กราฟสมดุลที่มองครั้งเดียวเข้าใจ" · จุดที่ทำให้มันต่างจากอินดิเคเตอร์อื่นไม่ใช่จำนวนเส้น แต่คือ เส้นทุกเส้นเป็น "จุดกึ่งกลางของกรอบราคา" ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของราคาปิด และ สองเส้นในนั้นถูกวาดล่วงหน้าไป 26 แท่ง ทำให้เมฆที่คุณเห็นตรงแท่งปัจจุบันเป็นตัวเลขที่คำนวณเสร็จไปแล้วตั้งแต่ 26 แท่งก่อน โดยใช้ข้อมูลย้อนไปได้ถึงแท่งที่ 77 · หน้านี้จะกางสูตร แทนค่า และคำนวณให้ดูทีละขั้นว่าตัวเลขพวกนี้แปลว่าอะไรบนจอจริง

77 แท่ง
อายุของข้อมูลที่เก่าที่สุดในเมฆตรงแท่งปัจจุบัน (26 แท่งที่เลื่อนมา + 52 แท่งที่ใช้คำนวณ)
3.8 จุด
ความหนาเมฆในตัวอย่างที่กรอบราคา 52 แท่งกว้างถึง 400 จุด — ความหนาไม่ได้บอกความกว้างของกรอบ
5.0%
สัดส่วนแท่งที่ผ่านครบ ถ้าเงื่อนไขเข้าออร์เดอร์ 5 ข้อผ่านข้อละ 55% และเป็นอิสระต่อกัน

Ichimoku คืออะไร

Ichimoku คืออินดิเคเตอร์ชุดหนึ่งที่มีเส้น 5 เส้นทำงานร่วมกัน ชื่อเต็มคือ Ichimoku Kinko Hyo (一目均衡表) แยกเป็น ichimoku = มองครั้งเดียว · kinko = สมดุล · hyo = ตาราง/กราฟ รวมกันคือ "กราฟสมดุลที่มองครั้งเดียวก็เห็นภาพ" ซึ่งอธิบายเจตนาของคนออกแบบได้ตรงที่สุด — เขาต้องการให้เปิดกราฟมาแล้วรู้ทันทีว่าตลาดอยู่ฝั่งไหน โดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างอินดิเคเตอร์เพิ่มอีกสามสี่ตัว

คนคิดคือ โกอิจิ โฮโซดะ (Goichi Hosoda) นักหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นที่ใช้นามปากกา Ichimoku Sanjin เขาเริ่มพัฒนาช่วงปลายทศวรรษ 1930 ให้ทีมงานคำนวณด้วยมือหลายปีก่อนจะเผยแพร่จริงในปี 1969 นั่นแปลว่าทุกตัวเลขในระบบนี้ถูกเลือกมาให้ คนคำนวณด้วยมือได้ — เป็นเหตุผลที่สูตรทุกเส้นมีแค่ "สูงสุดบวกต่ำสุดหารสอง" ไม่มีการถ่วงน้ำหนักแบบ EMA ที่ต้องคูณทศนิยมทุกแท่ง

กราฟที่ติดตั้งอินดิเคเตอร์ Ichimoku Cloud แสดงเส้น Tenkan Sen สีน้ำเงิน Kijun Sen สีแดง Chikou Span สีเขียว และเมฆ Kumo สีฟ้าอ่อน
ภาพชุดเดิมของบทความนี้ — เส้นน้ำเงินคือ Tenkan เส้นแดงคือ Kijun เส้นเขียวบาง ๆ ที่วิ่งอยู่คนละที่กับราคาคือ Chikou ส่วนแถบฟ้าอ่อนคือเมฆ Kumo
อ่านหน้านี้แล้วจะได้อะไร — บทความ Ichimoku ส่วนใหญ่จบที่ "ราคาเหนือเมฆคือขาขึ้น ใต้เมฆคือขาลง" ซึ่งถูก แต่ไม่ได้บอกว่าเมฆนั้นมาจากไหนและเก่าแค่ไหน · หน้านี้จะไล่ตั้งแต่สูตรดิบ → ตัวอย่างการแทนค่า → ผลที่ตามมาบนจอจริง เพื่อให้ตัดสินใจเองได้ว่าจะใช้เส้นไหน ไม่ใช่จำกฎมาใช้ทั้งชุด

เส้นทั้ง 5 ของ Ichimoku คืออะไร คำนวณยังไง

ทั้งห้าเส้นใช้วัตถุดิบเดียวกันคือ ราคาสูงสุดและต่ำสุดในช่วงที่กำหนด แล้วหาจุดกึ่งกลาง ต่างกันแค่ว่าใช้กี่แท่ง และวาดไว้ตรงไหนของแกนเวลา

เส้นความหมายของชื่อสูตรวาดไว้ตรงไหน
Tenkan-sen
(転換線)
เส้นเปลี่ยนทิศ(สูงสุด 9 แท่ง + ต่ำสุด 9 แท่ง) ÷ 2ตรงแท่งปัจจุบัน
Kijun-sen
(基準線)
เส้นมาตรฐาน / เส้นฐาน(สูงสุด 26 แท่ง + ต่ำสุด 26 แท่ง) ÷ 2ตรงแท่งปัจจุบัน
Senkou Span A
(先行スパンA)
ขอบเมฆเส้นนำที่ 1(Tenkan + Kijun) ÷ 2เลื่อนไปข้างหน้า 26 แท่ง
Senkou Span B
(先行スパンB)
ขอบเมฆเส้นนำที่ 2(สูงสุด 52 แท่ง + ต่ำสุด 52 แท่ง) ÷ 2เลื่อนไปข้างหน้า 26 แท่ง
Chikou Span
(遅行スパン)
เส้นตามหลังราคาปิดของแท่งปัจจุบันเลื่อนถอยหลัง 26 แท่ง

เมฆ (Kumo — 雲) คือพื้นที่ระหว่าง Senkou Span A กับ Senkou Span B ไม่ใช่เส้นที่หก แพลตฟอร์มแค่ระบายสีให้ว่าเส้นไหนอยู่บน — A อยู่บน B มักระบายเขียวหรือฟ้า (ฝั่งขาขึ้น) และ B อยู่บน A มักระบายแดงหรือส้ม (ฝั่งขาลง)

เส้นทั้งห้าไม่มีเส้นไหนเป็น "ค่าเฉลี่ยของราคาปิด" เลยสักเส้น — สี่เส้นเป็นจุดกึ่งกลางของกรอบสูงสุด-ต่ำสุด ส่วนอีกเส้นคือราคาปิดที่ถูกย้ายที่ ความต่างข้อนี้เปลี่ยนพฤติกรรมของเส้นทั้งหมด

ทำไม Tenkan กับ Kijun ถึงนิ่งเป็นขั้นบันได ไม่ลื่นเหมือนเส้นค่าเฉลี่ย

นี่คือจุดที่คนอ่านกราฟ Ichimoku ครั้งแรกมักงง — เปิดกราฟมาแล้วเส้นแดง (Kijun) แบนราบเป็นแนวนอนอยู่หลายแท่งติดกัน ทั้งที่ราคายังวิ่งขึ้นลงอยู่ตลอด ในขณะที่ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) จะขยับทุกแท่งเสมอ

เหตุผลอยู่ในสูตร: Tenkan และ Kijun สนใจแค่ค่าสูงสุดกับต่ำสุดในหน้าต่างเท่านั้น ราคาที่วิ่งอยู่ตรงกลางกรอบ ไม่ว่าจะปิดตรงไหน ก็ไม่ทำให้เส้นขยับแม้แต่จุดเดียว เส้นจะขยับเมื่อเกิดอย่างใดอย่างหนึ่งใน 2 กรณี — มีจุดสูงสุดหรือต่ำสุดใหม่ หรือ แท่งที่เคยเป็นจุดสูงสุด/ต่ำสุดหลุดออกจากหน้าต่างไป

แท่งที่สูงสุดของแท่งต่ำสุดของแท่งสูงสุด 9 แท่งต่ำสุด 9 แท่งTenkanขยับไหม
9 (ตั้งต้น)1.104501.099801.108001.092001.10000
101.104501.098501.108001.092001.10000ไม่ขยับ
111.10950 ← สูงใหม่1.101001.109501.092001.10075+7.5 จุด
121.107001.103001.109501.092001.10075ไม่ขยับ

สังเกตแท่งที่ 12 — ราคาขึ้นมาซื้อขายกันในกรอบ 1.10300-1.10700 ซึ่งสูงกว่าค่า Tenkan ที่ 1.10075 ทั้งแท่ง แต่ Tenkan ไม่ขยับเลย เพราะไม่ได้ทำจุดสูงใหม่ และจุดต่ำสุดเดิมที่ 1.09200 ก็ยังอยู่ในหน้าต่าง 9 แท่ง · ในช่วงสามแท่งนี้ Tenkan ขยับ 1 ครั้งจาก 3 แท่ง ส่วนเส้นค่าเฉลี่ยจะขยับทั้ง 3 ครั้ง

หน้าต่าง 9 แท่งเลื่อนไปทีละแท่ง — Tenkan ขยับเฉพาะตอนมีจุดสูง/ต่ำใหม่ แท่งสีเทาคือช่วงราคาสูงสุด-ต่ำสุด · กรอบสีส้มคือหน้าต่าง 9 แท่งที่ใช้คำนวณ · เส้นน้ำเงินคือ Tenkan สูงสุดเดิม 1.10800 ต่ำสุด 1.09200 สูงใหม่ 1.10950 Tenkan = 1.10000 — จุดตั้งต้น Tenkan = 1.10000 — แท่งใหม่อยู่ในกรอบเดิม เส้นไม่ขยับ Tenkan = 1.10075 — มีจุดสูงสุดใหม่ เส้นกระโดดขึ้น 7.5 จุด Tenkan = 1.10075 — ราคายังวิ่ง แต่ไม่มีจุดสูง/ต่ำใหม่ เส้นนิ่งอีกแท่ง ตัวเลขชุดเดียวกับตารางด้านบน · เส้นค่าเฉลี่ยที่ใช้ราคาปิดจะขยับทั้ง 4 จังหวะ
หน้าต่าง 9 แท่งเลื่อนไป 3 ครั้ง แต่ Tenkan ขยับแค่ครั้งเดียว — เพราะสูตรมองแค่ขอบบนกับขอบล่างของกรอบ ไม่สนใจว่าราคาปิดตรงไหน
⚠️
ผลที่ตามมาบนจอจริง — เส้นแบนของ Kijun ไม่ได้แปลว่า "ตลาดนิ่ง" มันแปลว่า ยังไม่มีจุดสูงสุดหรือต่ำสุดใหม่ในรอบ 26 แท่ง ราคาอาจกำลังแกว่งแรงอยู่ในกรอบเดิมก็ได้ · และเมื่อเส้นแบนอยู่ ระยะห่างระหว่างราคากับ Kijun จะกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งมีผลโดยตรงกับระยะสต็อป ถ้าคุณตั้งสต็อปอิงเส้นนี้ (ดูหัวข้อการคำนวณด้านล่าง)

เมฆ Kumo คืออะไร และเมฆที่เห็นวันนี้เก่าแค่ไหน

ขอบเมฆทั้งสองเส้นถูก เลื่อนไปข้างหน้า 26 แท่ง นั่นแปลว่าค่าที่วาดอยู่ตรงแท่งปัจจุบันไม่ได้คำนวณจากข้อมูลของวันนี้ แต่คำนวณเสร็จไปแล้วเมื่อ 26 แท่งก่อน · และเนื่องจาก Senkou Span B ใช้กรอบ 52 แท่ง ข้อมูลที่เก่าที่สุดที่ประกอบเป็นขอบเมฆตรงแท่งปัจจุบันจึงย้อนไปไกลถึง 26 + 52 − 1 = 77 แท่ง

ขอบเมฆตรงแท่งปัจจุบัน เดินทางมาจากไหน แกนนอนคือเวลา · ช่องสีเทาคือกรอบ 52 แท่งที่ใช้หาจุดกึ่งกลาง · เส้นประส้มคือการเลื่อนไปข้างหน้า 26 แท่ง t−77 t−26 t (แท่งปัจจุบัน) กรอบ 52 แท่ง → หาจุดกึ่งกลาง Senkou Span B เลื่อนไปข้างหน้า 26 แท่ง ขอบเมฆของแท่งปัจจุบัน ข้อมูลที่ใหม่ที่สุดในเมฆตรงแท่งปัจจุบัน = 26 แท่งก่อน · ข้อมูลที่เก่าที่สุด = 77 แท่งก่อน
เมฆไม่ได้ "ทำนายอนาคต" — มันคือค่าที่คำนวณเสร็จแล้วในอดีต แล้วถูกย้ายมาวางไว้ข้างหน้า ทำให้เห็นล่วงหน้าว่าอีก 26 แท่งข้างหน้าขอบเมฆจะอยู่ตรงไหน

ตัวเลข 77 แท่งจะแปลว่าเวลาเท่าไรขึ้นอยู่กับไทม์เฟรมที่เปิดอยู่ ซึ่งต่างกันมากจนต้องกางออกมาดู

ไทม์เฟรม26 แท่ง (ข้อมูลใหม่สุดในเมฆ)77 แท่ง (ข้อมูลเก่าสุดในเมฆ)
M156 ชั่วโมง 30 นาที19 ชั่วโมง 15 นาที
H126 ชั่วโมง ≈ 1.1 วันตลาด77 ชั่วโมง ≈ 3.2 วันตลาด
H4104 ชั่วโมง ≈ 4.3 วันตลาด308 ชั่วโมง ≈ 12.8 วันตลาด
D126 วันทำการ ≈ 5.2 สัปดาห์77 วันทำการ ≈ 15.4 สัปดาห์ (ราว 3 เดือนครึ่ง)
W126 สัปดาห์ = 6 เดือน77 สัปดาห์ ≈ 1 ปี 6 เดือน

เมื่อเห็นตารางนี้แล้ว ประโยคที่ว่า "ราคาทะลุเมฆขึ้นไปแล้ว เทรนด์เปลี่ยน" จะมีความหมายไม่เท่ากันเลยระหว่างไทม์เฟรม — บน H1 คุณกำลังเทียบราคาปัจจุบันกับกรอบราคาของ 3 วันก่อน ส่วนบน D1 คุณกำลังเทียบกับกรอบราคาของ 3 เดือนครึ่งก่อน · ไม่ใช่ว่าอันไหนถูกอันไหนผิด แต่ต้องรู้ว่ากำลังเทียบกับอะไร ถ้าอยากใช้หลายไทม์เฟรมพร้อมกัน อ่านวิธีจัดลำดับได้ที่ Multi Timeframe Analysis

ความหนาของเมฆไม่ได้บอกว่ากรอบราคากว้างแค่ไหน

อีกความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ "เมฆหนา = ตลาดผันผวน" ลองแทนค่าดูจริง ๆ จะเห็นว่าไม่จำเป็นเลย เพราะความหนาเมฆคือ ผลต่างของจุดกึ่งกลางสองอัน ไม่ใช่ความกว้างของกรอบราคา

ค่าตัวเลขที่มา
สูงสุด 52 แท่ง1.12000ขอบบนของกรอบ
ต่ำสุด 52 แท่ง1.08000ขอบล่างของกรอบ — กรอบกว้าง 400 จุด
Senkou Span B1.10000(1.12000 + 1.08000) ÷ 2
Tenkan / Kijun1.10075 / 1.10000จากตารางตัวอย่างข้างบน
Senkou Span A1.100375(1.10075 + 1.10000) ÷ 2
ความหนาเมฆ0.000375 = 3.8 จุด1.100375 − 1.10000

กรอบราคากว้าง 400 จุด แต่เมฆหนาแค่ 3.8 จุด เพราะจุดกึ่งกลางของกรอบ 9/26 แท่งบังเอิญไปตรงกับจุดกึ่งกลางของกรอบ 52 แท่งพอดี · เมฆบางแบบนี้แปลว่า "แนวรับแนวต้านที่เมฆให้อยู่ตรงจุดเดียว ไม่ใช่โซนกว้าง" และเป็นบริเวณที่ราคาทะลุผ่านได้ง่ายมาก ไม่ได้แปลว่าตลาดสงบ


ตัวเลข 9 / 26 / 52 มาจากไหน และควรเปลี่ยนไหม

ตอนที่โฮโซดะออกแบบระบบนี้ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดทำการ 6 วันต่อสัปดาห์ (รวมเช้าวันเสาร์) ตัวเลขทั้งสามจึงไม่ใช่ตัวเลขวิเศษ แต่เป็นการนับปฏิทินตรง ๆ — 9 ≈ หนึ่งสัปดาห์ครึ่ง · 26 ≈ หนึ่งเดือน · 52 ≈ สองเดือน ทุกวันนี้ตลาดทำการ 5 วันต่อสัปดาห์ ปฏิทินที่ตัวเลขเหล่านี้อ้างอิงจึงไม่มีอยู่แล้ว

ค่าเจตนาเดิมบนสัปดาห์ 6 วันเท่ากับกี่สัปดาห์บนสัปดาห์ 5 วันค่าที่ให้ช่วงเวลาเท่าเจตนาเดิม
91.5 สัปดาห์1.8 สัปดาห์7 – 8
264.3 สัปดาห์ ≈ 1 เดือน5.2 สัปดาห์21 – 22
528.7 สัปดาห์ ≈ 2 เดือน10.4 สัปดาห์43 – 44

ถ้ายึดเจตนาปฏิทินเดิมอย่างเคร่งครัด ค่าที่ตรงกว่าบนตลาดสมัยนี้คือราว 7 / 22 / 44 ซึ่งเป็นชุดที่เทรดเดอร์บางกลุ่มใช้จริง · แต่มีเหตุผลสองข้อที่ทำให้คนส่วนใหญ่ยังใช้ 9 / 26 / 52 อยู่

  1. คนอื่นก็ดูเส้นชุดเดียวกัน — ค่าเริ่มต้นนี้ถูกตั้งไว้ในแทบทุกแพลตฟอร์ม เส้นที่คนจำนวนมากเห็นตรงกันย่อมมีคนวางออร์เดอร์รออยู่แถวนั้นมากกว่า การเปลี่ยนค่าคือการย้ายตัวเองออกจากเส้นที่คนอื่นมองอยู่
  2. บนไทม์เฟรมย่อย เหตุผลเรื่องปฏิทินไม่เกี่ยวเลย — 26 แท่งบน M15 ไม่ได้แปลว่า "หนึ่งเดือน" อยู่แล้ว มันคือ 6 ชั่วโมงครึ่ง ตรรกะสัปดาห์ 6 วันจึงใช้ไม่ได้ตั้งแต่แรก การไล่หาค่าที่ "ถูกตามปฏิทิน" บนไทม์เฟรมเหล่านี้จึงไม่มีความหมาย
⚠️
อย่าไล่จูนตัวเลขเพื่อหาผลย้อนหลังที่สวยที่สุด — ยิ่งลองหลายชุด ยิ่งเจอชุดที่ผลสวยโดยบังเอิญ ถ้าลอง 20 ชุดโดยที่แต่ละชุดมีโอกาสให้ผลสวยแบบฟลุก 5% โอกาสที่จะเจออย่างน้อยหนึ่งชุดคือ 1 − 0.95^20 = 64.2% · การเปลี่ยนค่าพารามิเตอร์เปลี่ยนแค่ "ช่วงเวลาที่คุณกำลังวัด" ไม่ได้สร้างความได้เปรียบขึ้นมาใหม่

สัญญาณของ Ichimoku มีอะไรบ้าง

ระบบนี้มีเงื่อนไขที่คนใช้กันหลัก ๆ 5 ข้อ แต่ละข้อมาจากเส้นคนละกลุ่ม

1

Tenkan ตัด Kijun

ตัดขึ้นเรียกว่า golden cross ตัดลงเรียกว่า dead cross เป็นสัญญาณที่ไวที่สุดในระบบ เพราะมาจากเส้นที่ใช้หน้าต่างสั้นที่สุด (9 แท่ง) และด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ก็เป็นข้อที่ให้สัญญาณหลอกบ่อยที่สุด

2

ราคาอยู่เหนือหรือใต้เมฆ

ใช้เป็นตัวกรองทิศทาง — เหนือเมฆถือว่าฝั่งขึ้นได้เปรียบ ใต้เมฆถือว่าฝั่งลงได้เปรียบ อยู่ในเมฆถือว่ายังไม่ชัด · อย่าลืมว่าขอบเมฆที่ใช้ตัดสินคือข้อมูลอายุ 26-77 แท่งตามตารางข้างบน

3

ราคาอยู่คนละฝั่งกับ Kijun

Kijun ทำหน้าที่เป็นเส้นฐาน ราคาเหนือ Kijun แปลว่าราคาอยู่เหนือจุดกึ่งกลางของกรอบ 26 แท่ง ซึ่งเป็นนิยามหนึ่งของ "ยังไม่เสียโครงสร้างขาขึ้น"

4

Chikou Span พ้นแท่งราคา

Chikou คือราคาปิดของแท่งปัจจุบันที่ถูกวางไว้ 26 แท่งก่อน ถ้ามันลอยอยู่เหนือแท่งราคาช่วงนั้น แปลว่าราคาตอนนี้สูงกว่าราคาเมื่อ 26 แท่งก่อนโดยไม่มีอะไรขวาง · ข้อจำกัด: เส้นนี้ไม่มีค่าใน 26 แท่งล่าสุด จึงบอกอะไรเกี่ยวกับช่วงใกล้ปัจจุบันไม่ได้เลย

5

สีเมฆข้างหน้า (Kumo twist)

เนื่องจากขอบเมฆถูกวาดล่วงหน้า 26 แท่ง เราจึงเห็นล่วงหน้าว่าเมฆจะสลับสีเมื่อไร · จุดสลับสีคือจุดที่ Span A กับ Span B ตัดกัน และเป็นข้อมูลเดียวในระบบที่อยู่ข้างหน้าแท่งปัจจุบันจริง ๆ

กราฟแสดงจุดที่เส้น Tenkan Sen ตัดขึ้นเหนือเส้น Kijun Sen ซึ่งเรียกว่า golden cross พร้อมวงกลมเน้นจุดตัด
ภาพชุดเดิมของบทความนี้ — วงกลมคือจุดที่ Tenkan (น้ำเงิน) ตัดขึ้นเหนือ Kijun (แดง) สังเกตว่าตอนนั้นราคาเพิ่งขึ้นมาอยู่เหนือเมฆพอดี คือเงื่อนไขข้อ 1 กับข้อ 2 เกิดใกล้กัน
กราฟแสดงจุดที่เส้น Tenkan Sen ตัดลงใต้เส้น Kijun Sen ซึ่งเรียกว่า dead cross ในช่วงที่ราคาหลุดลงใต้เมฆ
ฝั่งตรงข้าม — Tenkan ตัดลงใต้ Kijun (dead cross) พร้อมกับราคาหลุดลงมาใต้เมฆ · สังเกตว่าเมฆยังลากต่อไปทางขวาหลังแท่งราคาสุดท้าย นั่นคือส่วนที่ถูกเลื่อนไปข้างหน้า 26 แท่ง

เลขคณิตของการซ้อนเงื่อนไข

คำแนะนำที่เจอบ่อยคือ "รอให้ครบทุกเงื่อนไขค่อยเข้า" ซึ่งฟังดูปลอดภัย แต่ควรรู้ราคาที่ต้องจ่ายก่อน — ทุกเงื่อนไขที่เพิ่มเข้าไปคือการคูณสัดส่วนแท่งที่ผ่านเกณฑ์ สมมติว่าแต่ละเงื่อนไขผ่านที่อัตราหนึ่ง และสมมติต่อว่าเงื่อนไขเป็นอิสระต่อกัน จะได้ตารางนี้

จำนวนเงื่อนไขที่บังคับให้ผ่านพร้อมกันถ้าแต่ละข้อผ่าน 55%ถ้าแต่ละข้อผ่าน 65%
1 ข้อ55.0%65.0%
2 ข้อ30.3%42.3%
3 ข้อ16.6%27.5%
4 ข้อ9.2%17.9%
5 ข้อ (ครบชุด)5.0%11.6%
ข้อควรระวังของตารางนี้ ซึ่งสำคัญพอ ๆ กับตัวเลข — เงื่อนไขทั้งห้าข้อคำนวณจากราคาชุดเดียวกัน จึงไม่เป็นอิสระต่อกันจริง ตัวเลขบนกราฟจริงจะสูงกว่าในตารางนี้ · แต่ความไม่เป็นอิสระนั้นตัดสองทาง — มันแปลว่าเงื่อนไขที่เพิ่มเข้ามาก็ไม่ได้ให้ข้อมูลใหม่มากเท่าที่รู้สึกเช่นกัน · ข้อสรุปที่ใช้ได้แน่คือ ก่อนจะบังคับเงื่อนไขครบทุกข้อ ให้ไปนับก่อนว่าเหลือสัญญาณกี่ครั้งในช่วงที่คุณเทรดจริง ถ้าเหลือ 3 ครั้งต่อปี ก็แปลว่าคุณจะไม่มีข้อมูลพอจะรู้เลยว่ามันใช้ได้หรือไม่

ตั้งค่า Ichimoku ใน MT4 / MT5 และบนแพลตฟอร์มอื่น

Ichimoku เป็นอินดิเคเตอร์มาตรฐานที่ติดมากับโปรแกรมอยู่แล้ว ไม่ต้องไปดาวน์โหลดไฟล์จากที่ไหน

  1. MT4 / MT5 — เมนู Insert → Indicators → Trend → Ichimoku Kinko Hyo · ช่องค่าจะมีสามช่องคือ Tenkan-sen, Kijun-sen และ Senkou Span B ตั้งไว้ที่ 9 / 26 / 52 · บนมือถือให้กดปุ่ม f ด้านบนแล้วเลือกหมวด Trend
  2. ตั้งสีให้แยกออกก่อนเริ่มอ่าน — ค่าเริ่มต้นของ MT4 ใช้สีที่กลืนกันมาก แนะนำให้แยกชัด ๆ อย่างน้อยระหว่าง Tenkan กับ Kijun เพราะสองเส้นนี้คือตัวให้สัญญาณเข้า ส่วน Chikou ควรใช้สีที่ต่างจากแท่งเทียนไปเลย ไม่งั้นจะแยกไม่ออกว่าเส้นไหนคือราคา
  3. เช็กว่าเมฆลากเลยแท่งสุดท้ายไปข้างหน้าจริง — ถ้าเมฆหยุดตรงแท่งปัจจุบันพอดี แปลว่ากราฟถูกตั้งให้ไม่มีพื้นที่ว่างทางขวา ให้เปิดโหมดเลื่อนกราฟ (chart shift) ก่อน ไม่งั้นจะมองไม่เห็นส่วนที่ถูกเลื่อนไปข้างหน้าเลย
หน้าต่างตั้งค่าอินดิเคเตอร์ Ichimoku Cloud แสดงรายการเส้น Tenkan Sen, Kijun Sen, Chikou Span, Senkou Span A และ Senkou Span B พร้อมช่องเลือกสีและความหนา
ภาพชุดเดิมของบทความนี้ — หน้าต่างตั้งค่ามีครบทั้งห้าเส้นบวกช่องระบายสีเมฆ · กรอบสีฟ้าเน้นสองเส้นที่ควรตั้งสีให้เด่นที่สุด เพราะเป็นตัวให้สัญญาณเข้า

ตั้งสต็อปอิง Kijun แล้วต้องชนะกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะเสมอตัว

วิธีวางสต็อปที่ใช้กันมากที่สุดกับระบบนี้คือ วางไว้อีกฝั่งของ Kijun-sen เพราะถ้าราคากลับมาข้ามเส้นฐาน เหตุผลที่เข้าไม้ก็หมดไปแล้ว · ข้อดีคือมันไม่ใช่ตัวเลขที่เดาเอา แต่ข้อเสียคือ ระยะสต็อปจะยาวหรือสั้นไม่ได้ขึ้นกับคุณ มันขึ้นกับว่าตอนนั้น Kijun อยู่ห่างจากราคาแค่ไหน ซึ่งอย่างที่เห็นในหัวข้อก่อนหน้า เส้นนี้แบนอยู่เฉย ๆ ได้หลายแท่งขณะที่ราคาวิ่งหนีไปเรื่อย ๆ

ลองแทนค่าจริง — เข้าซื้อที่ 1.10000 ขณะที่ Kijun อยู่ที่ 1.09600 ห่างกัน 40 จุด บวกกันชนอีก 10 จุด ได้ สต็อป 50 จุด · เกณฑ์ชนะขั้นต่ำที่ทำให้เสมอตัวคำนวณจาก 1 ÷ (1 + R:R)

เป้าหมายR:R (สต็อป 50 จุด)ต้องชนะกี่ % ถึงเสมอตัวเมื่อรวมสเปรด 1.5 จุด
25 จุด1 : 0.5066.7%68.7%
50 จุด1 : 1.0050.0%51.5%
75 จุด1 : 1.5040.0%41.2%
100 จุด1 : 2.0033.3%34.3%
150 จุด1 : 3.0025.0%25.8%

ช่องขวาสุดคำนวณโดยบวกสเปรดเข้าไปในสต็อปและหักออกจากเป้าหมาย (สต็อปจริง 51.5 จุด เป้าจริง เป้าเดิมลบ 1.5 จุด) · สังเกตว่าสเปรดเพียง 1.5 จุดดันเกณฑ์ผ่านขึ้นราว 1-2 เปอร์เซ็นต์จุด ในทุกแถว และกินหนักที่สุดในแถวที่เป้าหมายสั้น — ยิ่งเป้าใกล้ สเปรดยิ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ · รายละเอียดวิธีคิดอัตราส่วนนี้อยู่ที่ Risk Reward Ratio (R:R) คืออะไร

ระบบไม่ได้บอกว่าคุณจะชนะกี่เปอร์เซ็นต์ — มันบอกแค่ว่าคุณต้องชนะกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะไม่ขาดทุน และตัวเลขนั้นถูกล็อกไว้ตั้งแต่ตอนที่ Kijun อยู่ตรงไหน ก่อนที่คุณจะกดออร์เดอร์ด้วยซ้ำ

ถ้าอยากดูตัวอย่างสัญญาณที่ระบุจุดเข้า จุดหยุด และเป้ามาเป็นตัวเลขให้ครบจนคิด R:R ต่อได้ทันที ดูได้ที่ alphasigs.net


ข้อจำกัดของ Ichimoku ที่ควรรู้ก่อนใช้

  • ไม่มีเส้นไหนบอกความแรงของการเคลื่อนไหว — ทั้งห้าเส้นมาจากขอบกรอบราคาล้วน ๆ ไม่มีตัวไหนวัดโมเมนตัมหรือปริมาณ ถ้าอยากได้มิตินี้ต้องใช้เครื่องมืออื่นเสริม เช่น RSI และ Stochastic ในโซน Overbought-Oversold
  • ในตลาดที่ไม่มีเทรนด์ เมฆจะแบนและราคาจะวิ่งเข้าออกเมฆถี่มาก ทำให้เงื่อนไข "อยู่เหนือหรือใต้เมฆ" สลับไปมาแทบทุกแท่ง เป็นสภาพที่ระบบนี้ให้สัญญาณหลอกมากที่สุด
  • Chikou Span ไม่มีค่าใน 26 แท่งล่าสุด จึงใช้ยืนยันอะไรเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้ มันบอกได้แค่ความสัมพันธ์ระหว่างราคาตอนนี้กับราคาเมื่อ 26 แท่งก่อน
  • เมฆที่หนามากคือโซน ไม่ใช่เส้น — การบอกว่า "ราคาทะลุเมฆแล้ว" บนเมฆที่หนา 200 จุด ต้องระบุด้วยว่าทะลุขอบไหน เพราะระยะระหว่างขอบบนกับขอบล่างกินสต็อปทั้งไม้ได้สบาย ๆ
  • ทุกเส้นวาดจากราคาที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วนที่ยื่นไปข้างหน้าไม่ใช่การพยากรณ์ราคา แต่คือค่าที่คำนวณเสร็จแล้วถูกย้ายที่ไปวางเท่านั้น
อยากเจาะทีละเส้นแบบละเอียด — บล็อกนี้มีชุดบทเรียนเก่าที่แยกอธิบาย Tenkan Sen, Kijun Sen, Senkou Span และ Chikou Span ทีละหัวข้ออยู่ที่ การใช้ Ichimoku (ชุดบทเรียน) · หน้านี้ทำหน้าที่เป็นภาพรวมและส่วนคำนวณ ส่วนชุดนั้นลงรายละเอียดการอ่านแต่ละเส้นบนกราฟ

สรุป

Ichimoku คือระบบที่ใช้จุดกึ่งกลางของกรอบราคาสามช่วง (9, 26 และ 52 แท่ง) มาวาดเป็นเส้น 5 เส้น โดยเลื่อนสองเส้นไปข้างหน้า 26 แท่ง และอีกหนึ่งเส้นถอยหลัง 26 แท่ง ทำให้เห็นแนวโน้ม แนวรับแนวต้าน และตำแหน่งของราคาเทียบอดีตได้ในภาพเดียว

สามอย่างที่ควรจำจากหน้านี้ — (1) เส้นนิ่งไม่ได้แปลว่าตลาดนิ่ง แต่แปลว่ายังไม่มีจุดสูงหรือต่ำใหม่ (2) เมฆตรงแท่งปัจจุบันมีข้อมูลเก่าได้ถึง 77 แท่ง ซึ่งบน D1 คือราว 3 เดือนครึ่ง (3) ความหนาเมฆเป็นผลต่างของจุดกึ่งกลางสองอัน ไม่ใช่ความกว้างของกรอบราคา

สิ่งที่ควรทำต่อคือ เปิดกราฟที่คุณเทรดจริง แล้วนับดูว่าเงื่อนไขที่ตั้งใจจะใช้เกิดขึ้นกี่ครั้งในช่วง 6 เดือนหลัง ถ้าตัวเลขน้อยจนนับนิ้วได้ ให้ลดเงื่อนไขลงก่อน แล้วค่อยเอาไปเทียบกับคอลัมน์ "ต้องชนะกี่ %" ในตารางข้างบน · ถ้าอยากเทียบกับสัญญาณที่มีจุดเข้า จุดหยุด และเป้าเป็นตัวเลขครบอยู่แล้ว ดูได้ที่ alphasigs.net

บทความนี้เป็นเนื้อหาให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ตัวเลขทุกช่องในหน้านี้เป็นการแทนค่าในสูตรของ Ichimoku และสูตรจุดคุ้มทุน 1 ÷ (1 + R:R) ภายใต้สมมติฐานที่ระบุไว้ในแต่ละตาราง ไม่ใช่ผลการทดสอบย้อนหลังของกลยุทธ์ใด ๆ และไม่ได้บอกว่าสัญญาณแต่ละแบบจะได้ผลบ่อยแค่ไหน · การเทรดมีความเสี่ยงที่จะขาดทุน โปรดทดสอบด้วยบัญชีทดลองก่อนเสมอ

ความคิดเห็น

Related stories