RBR คืออะไร? Rally Base Rally และ DBD ฉบับวัดโซนเป็นตัวเลข

BASE = DEMAND ZONE โซนที่ราคาพักก่อนไปต่อ RALLY BASE RALLY RBR คืออะไร Rally Base Rally และ DBD โดย คนเล่น Forex ZONE HEIGHT 6.0 จุด ความสูงของโซน Base RISK : REWARD 1 : 3.9 เสมอตัวที่ 20.5% · XAUUSD M15 ฉบับวัดเป็นตัวเลข
Supply & Demand

RBR (Rally Base Rally) และ DBD คืออะไร — วิธีตีกรอบโซน Demand/Supply ให้เป็นตัวเลข

RBR คือ Rally Base Rally — รูปแบบที่ราคาวิ่งขึ้น (Rally) แล้วหยุดพักสร้างฐาน (Base) แล้ววิ่งขึ้นต่อ (Rally) ฐานที่ราคาทิ้งไว้ตรงกลางคือ โซน Demand ส่วน DBD คือ Drop Base Drop ซึ่งเป็นภาพกลับด้านกันทุกอย่าง และฐานตรงกลางคือ โซน Supply

ทั้งสองรูปแบบเป็นรูปแบบ ไปต่อตามเทรนด์ (continuation) ไม่ใช่รูปแบบกลับตัว บทความนี้อธิบายวิธีตีกรอบโซนให้ถูกจุด ตารางเปรียบเทียบทั้ง 4 รูปแบบของตระกูลนี้ และตัวเลขที่ต้องคำนวณก่อนกดออเดอร์ — เพราะความสูงของ Base คือสิ่งที่กำหนดความเสี่ยงทั้งหมด ไม่ใช่ความสวยของรูปแบบ


RBR คืออะไร — แยกคำว่า Rally / Base / Drop ให้ออกก่อน

ทั้งสามคำนี้อธิบาย "พฤติกรรมของราคา" คนละแบบ ถ้าแยกไม่ออกก็จะตีกรอบโซนผิดตั้งแต่ต้น

R

Rally — ราคาวิ่งขึ้นเร็ว

แท่งเทียนตัวยาว ไปทางเดียว แรงซื้อชนะแรงขายชัดเจน ช่วงนี้คือช่วง ไม่สมดุล (imbalance)

B

Base — ราคาพัก สร้างฐาน

แท่งเทียนสั้น ตัวเล็ก แกว่งแคบ แรงซื้อกับแรงขายพอ ๆ กัน ช่วงนี้คือช่วง สมดุล (balance) และคือจุดที่คำสั่งซื้อขายค้างสะสมอยู่

D

Drop — ราคาวิ่งลงเร็ว

ภาพกลับด้านของ Rally แท่งเทียนตัวยาวลง แรงขายชนะแรงซื้อ

เอามาต่อกันเป็นลำดับ จะได้ความหมายทันที: Rally → Base → Rally แปลว่าราคาขึ้นมา หยุดพักที่ตรงนี้ แล้วขึ้นต่อได้ นั่นบอกว่าที่ฐานตรงนั้นมีแรงซื้อเหลืออยู่ — จึงเรียกฐานนั้นว่า โซน Demand

Rally Base Rally (RBR) — ฐานที่ราคาทิ้งไว้คือโซน Demand ตัวอย่างสมมติบน XAUUSD — ราคาขึ้นจาก 1,918.0 พักที่ 1,940.0-1,946.0 แล้วไปต่อ 1,975.01,946.0 1,940.01,918.0 RALLY 1 BASE RALLY 2 โซน Demand — สูง 6.0 จุด
ลำดับของ RBR — ขาขึ้น แล้วพัก แล้วขึ้นต่อ ฐานตรงกลางจะกลายเป็นแนวรับที่มีนัยในอนาคต
ทำไมฐานถึงสำคัญ — ช่วงที่ราคาพักคือช่วงที่มีคำสั่งซื้อขายเข้ามาสะสมโดยที่ราคาแทบไม่ขยับ พอราคาหลุดออกจากฐานไปข้างเดียวได้ แปลว่ายังมีคำสั่งฝั่งนั้นค้างอยู่ในโซนที่ยังไม่ได้ทำงาน ถ้าราคากลับมาแตะอีกครั้ง ก็มีโอกาสที่คำสั่งค้างเหล่านั้นจะทำงาน — เป็นโอกาส ไม่ใช่ความแน่นอน

Base คือหัวใจ — วิธีตีกรอบโซนให้ตรงจุด

คนส่วนใหญ่ตีกรอบโซนแบบกะเอา แล้วได้โซนที่กว้างเกินจริง ซึ่งทำให้จุดตัดขาดทุนไกลออกไปโดยไม่จำเป็น กติกาที่ใช้ได้จริงมีแค่ 3 ข้อ

  1. นับเฉพาะแท่งที่เป็นฐานจริง — แท่งตัวเล็กที่แกว่งแคบติดกัน โดยทั่วไป 1-5 แท่ง ถ้าเกิน 6-8 แท่งขึ้นไป มันเริ่มเป็นช่วงสะสมยาว ไม่ใช่ฐานที่คมแล้ว
  2. ขอบบนของโซน (proximal) = ราคาสูงสุดของตัวแท่งในฐาน ส่วนขอบล่าง (distal) = ราคาต่ำสุดรวมไส้เทียน — ขอบล่างต้องกินไส้ เพราะไส้คือจุดที่ราคาเคยไปถึงจริง
  3. ขาที่ออกจากฐานต้องแรง — แท่งที่วิ่งออกจากฐานควรยาวกว่าแท่งในฐานอย่างชัดเจน ถ้าออกแบบเอื่อย ๆ แปลว่าฐานนั้นไม่ได้มีแรงค้างอยู่จริง
ตัวอย่างรูปแบบ Rally Base Rally บนกราฟจริง แสดงโซน Demand ที่เกิดจากฐานราคา
RBR บนกราฟจริง — ฐานตรงกลางกลายเป็นโซน Demand ที่ราคากลับมาทดสอบ
⚠️
โซนที่ถูกแตะไปแล้วไม่เท่าเดิม — ทุกครั้งที่ราคากลับมาแตะโซน คำสั่งที่ค้างอยู่จะถูกใช้ไปบางส่วน โซนที่ถูกทดสอบครั้งที่ 3-4 จึงไม่ใช่โซนเดียวกับตอนที่มันยังสด ๆ อีกต่อไป ให้ถือว่าโซนที่ยังไม่เคยถูกแตะเลยเป็นโซนที่มีน้ำหนักที่สุด

RBR / DBD ต่างจาก DBR / RBD อย่างไร

ตระกูลนี้มี 4 รูปแบบ แบ่งง่าย ๆ ด้วยคำถามเดียว: ขาก่อนเข้าฐาน กับ ขาที่ออกจากฐาน ไปทางเดียวกันหรือคนละทาง

รูปแบบขาเข้าฐานขาออกโซนที่ได้ความหมาย
RBRRally ขึ้นBaseRally ขึ้นDemandไปต่อขาขึ้น (continuation)
DBDDrop ลงBaseDrop ลงSupplyไปต่อขาลง (continuation)
DBRDrop ลงBaseRally ขึ้นDemandกลับตัวขึ้น (reversal)
RBDRally ขึ้นBaseDrop ลงSupplyกลับตัวลง (reversal)

สังเกตว่า ทิศของขาที่ออกจากฐาน คือตัวบอกว่าฐานนั้นเป็นโซนอะไร ออกขึ้น = Demand · ออกลง = Supply ส่วนขาที่เข้าฐานเป็นตัวบอกว่ามันคือรูปแบบไปต่อหรือกลับตัว

บทความนี้เจาะเฉพาะสองรูปแบบไปต่อคือ RBR และ DBD ส่วนอีกสองรูปแบบที่เป็นการกลับตัว อ่านต่อได้ที่ Drop Base Rally (DBR) และ Rally Base Drop (RBD) คืออะไร

ตัวอย่างรูปแบบ Drop Base Drop บนกราฟจริง แสดงโซน Supply ที่เกิดจากฐานราคา
DBD — ภาพกลับด้านของ RBR ทุกอย่าง ฐานตรงกลางกลายเป็นโซน Supply

เข้าเทรดอย่างไร — รอราคากลับมาแตะ หรือ ตามการเบรก

มีสองแนวทางหลัก และทั้งสองแบบมีข้อแลกเปลี่ยนคนละอย่าง ไม่มีแบบไหนดีกว่าอีกแบบในทุกสถานการณ์

แนวทางจุดเข้าข้อดีข้อเสีย
รอกลับมาแตะโซน
(retest / limit order)
ขอบบนของโซน หรือกลางโซนระยะตัดขาดทุนสั้น อัตราส่วนกำไรต่อความเสี่ยงดีกว่ามากราคาอาจไม่กลับมาเลยจึงไม่ได้เข้า และถ้ากลับมา ก็อาจทะลุผ่านไปเลย
ตามการเบรก
(breakout)
หลังราคาปิดเหนือหรือใต้กรอบฐานได้เข้าเมื่อมีแรงยืนยันแล้ว ไม่ต้องรอระยะตัดขาดทุนไกลกว่า และเจอเบรกหลอกบ่อยในกรอบแคบ

ข้อสังเกตที่สำคัญกว่าการเลือกแนวทาง คือ โซนไม่ได้บอกทิศทาง มันบอกแค่ว่าราคาระดับนี้เคยมีคำสั่งค้างอยู่ ถ้าเทรนด์ใหญ่ในกรอบเวลาที่สูงกว่าสวนทางกับโซนที่เห็นในกรอบเวลาเล็ก โอกาสที่โซนนั้นจะเอาอยู่ก็ต่ำลงมาก

โซน Demand/Supply เป็นจุดที่น่าสนใจ ไม่ใช่สัญญาณเข้าออเดอร์ — สิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์ระยะยาวคือระยะตัดขาดทุนและขนาดไม้ ไม่ใช่ความสวยของรูปแบบ

ตัวเลขที่ต้องคำนวณก่อนกดออเดอร์

นี่คือส่วนที่ทำให้ RBR ใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ และเป็นส่วนที่บทความส่วนใหญ่ข้ามไป — ความสูงของฐานเป็นตัวกำหนดระยะตัดขาดทุนโดยตรง เป้าหมายเท่าเดิม แต่ฐานกว้างขึ้น อัตราส่วนกำไรต่อความเสี่ยงจะแย่ลงทันที

ใช้ตัวอย่างสมมติบน XAUUSD ชุดเดียวกันทั้งตาราง: จุดเข้าที่ขอบบนโซน 1,946.0 · เป้าหมายที่แนวต้านถัดไป 1,975.0 (ระยะกำไร 29.0) · จุดตัดขาดทุนวางใต้ขอบล่างโซนลงไปอีก 1.5 เป็นระยะกันชน

ฐานยิ่งกว้าง อัตราส่วนกำไรต่อความเสี่ยงยิ่งแย่ จุดเข้าและเป้าหมายเท่าเดิมทั้งคู่ เปลี่ยนแค่ความสูงของฐาน เป้าหมาย 1,975.0 จุดเข้า 1,946.0 จุดตัดขาดทุน กำไร 29.0 เสี่ยง ฐานสูง 6.0 จุด → จุดตัดขาดทุน 1,938.5 ระยะเสี่ยง 7.5 · กำไรต่อความเสี่ยง 1 : 3.87 · เสมอตัวที่ชนะ 20.5% ฐานสูง 16.0 จุด → จุดตัดขาดทุน 1,928.5 ระยะเสี่ยง 17.5 · กำไรต่อความเสี่ยง 1 : 1.66 · เสมอตัวที่ชนะ 37.6%
ฐานกว้างขึ้นจาก 6.0 เป็น 16.0 ทำให้อัตราส่วนกำไรต่อความเสี่ยงตกจาก 1 : 3.87 เหลือ 1 : 1.66
ความสูงของฐานจุดตัดขาดทุนระยะเสี่ยงระยะกำไรกำไรต่อความเสี่ยงต้องชนะกี่ % จึงเสมอตัว
3.01,941.54.529.01 : 6.4413.4%
6.01,938.57.529.01 : 3.8720.5%
10.01,934.511.529.01 : 2.5228.4%
16.01,928.517.529.01 : 1.6637.6%
24.01,920.525.529.01 : 1.1446.8%

ช่องขวาสุดคำนวณจากสูตรตรงไปตรงมา คือ 1 ÷ (1 + อัตราส่วนกำไรต่อความเสี่ยง) เช่นแถวที่ได้ 1 : 3.87 → 1 ÷ 4.87 = 0.205 หรือ 20.5% แปลว่าถ้าเทรดรูปแบบนี้ 100 ครั้งด้วยเงื่อนไขเดิม ต้องถูกทางอย่างน้อย 21 ครั้งจึงจะไม่ขาดทุน

6.0 → 24.0
ฐานกว้างขึ้น 4 เท่า
3.87 → 1.14
กำไรต่อความเสี่ยงตกลง
20.5% → 46.8%
อัตราถูกทางที่ต้องมีเพื่อเสมอตัว

สิ่งที่ตารางนี้บอกจริง ๆ ไม่ใช่ว่าฐานแคบแล้วจะกำไร แต่คือ ฐานที่กว้างเกินไปทำให้ต้องแม่นขึ้นเป็นเท่าตัวเพียงเพื่อจะเสมอตัว ถ้าตีกรอบโซนแล้วได้ฐานสูง 24.0 จุด นั่นคือเหตุผลให้ข้ามรูปแบบนั้นไป ไม่ใช่เหตุผลให้ขยับจุดตัดขาดทุนเข้ามาเพื่อให้ตัวเลขดูดีขึ้น

⚠️
ตัวเลขข้างบนยังไม่รวมต้นทุน — ถ้าสเปรดบวกค่าธรรมเนียมรวมเป็น 0.35 ระยะเสี่ยงจริงของแถว 6.0 จะกลายเป็น 7.85 และระยะกำไรเหลือ 28.65 อัตราส่วนตกจาก 1 : 3.87 เป็น 1 : 3.65 และอัตราถูกทางที่ต้องมีขยับจาก 20.5% เป็น 21.5% ยิ่งระยะตัดขาดทุนสั้น ต้นทุนยิ่งกินสัดส่วนมาก

กับดักที่ทำให้ RBR และ DBD ใช้ไม่ได้ผล

  • นับฐานยาวเกินไป — เอาแท่งที่แกว่งกว้างมารวมเป็นฐานด้วย ทำให้โซนบวมและจุดตัดขาดทุนไกลโดยไม่จำเป็น
  • ตีขอบล่างโดยไม่กินไส้เทียน — ทำให้จุดตัดขาดทุนอยู่ในระยะที่ราคาเคยไปถึงมาแล้ว โดนเขี่ยออกก่อนราคาจะไปตามทาง
  • เทรดสวนกรอบเวลาใหญ่ — เจอโซน Demand ใน M15 แต่ H4 ยังลงเป็นขั้นบันได โซนเล็กมักไม่เอาอยู่
  • ใช้โซนที่ถูกทดสอบมาหลายรอบแล้ว — คำสั่งที่ค้างอยู่ถูกใช้ไปแล้วในรอบก่อน ๆ
  • เข้าเพราะเห็นรูปแบบ ไม่ใช่เพราะตัวเลขผ่าน — รูปแบบสวยแต่ฐานกว้าง 24 จุด ยังไงก็เป็นการเทรดที่แพง
  • ขยับจุดตัดขาดทุนเข้ามาให้ตัวเลขดูสวย — เป็นการเปลี่ยนตัวเลขบนกระดาษ ไม่ได้เปลี่ยนความเสี่ยงจริงบนกราฟ

ที่ AlphaSignals เราเผยแพร่บทวิเคราะห์ที่ระบุจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายไว้ครบตั้งแต่ต้น พร้อมบันทึกผลย้อนหลังแบบไม่ตัดไม้ที่แพ้ออก เพราะตัวเลขที่ตรวจสอบย้อนหลังได้มีค่ากว่าตัวเลขที่ดูสวย


เช็กลิสต์ก่อนกดออเดอร์

  1. ขาที่ออกจากฐาน ยาวกว่า แท่งในฐานอย่างชัดเจนหรือยัง
  2. ฐานมีกี่แท่ง — ถ้าเกิน 6-8 แท่ง ให้ถือว่าไม่ใช่ฐานที่คมแล้ว
  3. วัดความสูงของโซนออกมาเป็นตัวเลข แล้วคำนวณระยะเสี่ยงจริงหลังบวกระยะกันชนและสเปรด
  4. อัตราส่วนกำไรต่อความเสี่ยงหลังหักต้นทุนยังผ่านเกณฑ์ที่ตัวเองตั้งไว้หรือไม่ ถ้าไม่ผ่าน ให้ข้าม
  5. เทรนด์ในกรอบเวลาที่ใหญ่กว่าไปทางเดียวกับโซนหรือเปล่า
  6. โซนนี้เคยถูกแตะมาแล้วกี่ครั้ง
  7. ขนาดไม้คำนวณจากระยะตัดขาดทุนจริง ไม่ใช่ตั้งขนาดเดิมทุกครั้ง

สรุป

RBR คือ Rally Base Rally — ขึ้น พัก ขึ้นต่อ ฐานตรงกลางคือโซน Demand · DBD คือ Drop Base Drop — ลง พัก ลงต่อ ฐานตรงกลางคือโซน Supply ทั้งคู่เป็นรูปแบบไปต่อตามเทรนด์ ไม่ใช่รูปแบบกลับตัว

สิ่งที่แยกคนที่ใช้รูปแบบนี้ได้ออกจากคนที่ใช้ไม่ได้ ไม่ใช่การจำรูปแบบ แต่คือการวัดความสูงของฐานออกมาเป็นตัวเลข แล้วยอมข้ามรูปแบบที่ตัวเลขไม่ผ่าน — ดูแนวทางการวางความเสี่ยงต่อไม้เพิ่มเติมได้ที่นี่

ตัวเลขทั้งหมดในบทความเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อแสดงวิธีคำนวณ ไม่ใช่ผลการเทรดจริง และไม่ได้บอกว่ารูปแบบนี้ให้ผลกำไร · ที่มาภาพประกอบ: howtotradeblog.com, tradingfxhub.com, freepik.com

บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน

ความคิดเห็น

Related stories