บัญชี PAMM คืออะไร — กลไกการแบ่งเปอร์เซ็นต์ ค่าธรรมเนียมผลตอบแทน และความต่างระหว่าง PAMM · MAM · LAMM · Copy Trade
PAMM ย่อมาจาก Percent Allocation Management Module คือบัญชีเทรดที่เอาเงินของหลายคนมารวมเป็นกองเดียว แล้วให้คนคนเดียวเป็นผู้ส่งคำสั่งซื้อขาย ผลของทุกออเดอร์ — ทั้งกำไรและขาดทุน — จะถูกแบ่งกลับไปหาแต่ละคนตามสัดส่วนเงินที่ใส่เข้ามา ไม่ใช่ตามการตกลงเป็นตัวเงินคงที่ นั่นคือความหมายของคำว่า "Percent Allocation" และเป็นจุดที่ต้องเข้าใจก่อนอย่างอื่นทั้งหมด
หน้านี้ไม่ได้ตอบแค่ "PAMM คืออะไร" เพราะคำถามที่ตามมาทันทีคือ แล้วเงินถูกแบ่งยังไง · ผู้จัดการได้ส่วนแบ่งเท่าไร · ต่างจาก MAM ตรงไหน — ทั้งหมดนี้ตอบด้วยเลขคณิตได้ และหน้านี้จะคำนวณให้ดูทีละขั้นด้วยตัวเลขที่คุณเอาไปกดเครื่องคิดเลขตามได้เอง
1. PAMM ทำงานอย่างไร — ใครเป็นใคร และเงินอยู่ตรงไหน
โครงสร้างของ PAMM มีสามฝ่ายเสมอ และการรู้ว่าใครถือเงินจริงคือเรื่องสำคัญที่สุดในหน้านี้
| ฝ่าย | ทำอะไร | ควบคุมอะไรได้บ้าง |
|---|---|---|
| ผู้จัดการ (Manager) | ส่งคำสั่งซื้อขายทั้งหมดจากบัญชีเดียว และมักใส่เงินตัวเองร่วมในกองด้วย | เปิด-ปิดออเดอร์ · เลือกขนาดล็อต · เลือกเลเวอเรจที่ใช้จริง |
| นักลงทุน (Investor) | โอนเงินเข้ากอง แล้วดูรายงานผล | ฝากเพิ่ม · ถอนออกตามรอบ เท่านั้น — เปิดหรือปิดออเดอร์เองไม่ได้ |
| โบรกเกอร์ / ผู้ให้บริการระบบ | ถือบัญชีจริง คำนวณสัดส่วน หักค่าธรรมเนียม และออกรายงาน | เป็นผู้ถือเงินและเป็นตัวกลางที่บังคับให้การแบ่งเป็นไปตามสูตร |
2. "แบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์" แปลว่าอะไร — คำนวณให้ดูทีละบาท
สมมติกองหนึ่งมีเงินรวม $500 ประกอบด้วยเงินของผู้จัดการเอง $300 และนักลงทุนสามคน $100 · $60 · $40 สัดส่วนของแต่ละคนคำนวณจากเงินที่ใส่หารด้วยเงินทั้งกอง
สังเกตว่ากำไรของนักลงทุน ก คือ $10 บนเงิน $100 = +10% เท่ากับเปอร์เซ็นต์ของบัญชีพอดี — ตราบใดที่ยังไม่หักค่าธรรมเนียม ทุกคนในกองได้เปอร์เซ็นต์เท่ากันหมด ความต่างเป็นตัวเงินมาจากขนาดเงินต้นเท่านั้น หัวข้อถัดไปคือจุดที่เปอร์เซ็นต์เริ่มไม่เท่ากัน
3. ค่าธรรมเนียมผลตอบแทน (Performance Fee) กินเท่าไรจริง ๆ
ผู้จัดการได้ค่าตอบแทนจาก ส่วนแบ่งของกำไรที่ทำให้นักลงทุน ไม่ใช่จากเงินต้น อัตราที่พบบ่อยอยู่ที่ราว 20–50% ของกำไร ในตัวอย่างนี้ใช้ 30% แล้วคิดจากกำไรที่แบ่งได้ในหัวข้อที่แล้ว
| ใคร | เงินต้น | ส่วนแบ่งกำไร | ค่าธรรมเนียม 30% | ได้จริง | ผลตอบแทนสุทธิ |
|---|---|---|---|---|---|
| นักลงทุน ก | $100 | $10.00 | −$3.00 | $7.00 | +7.0% |
| นักลงทุน ข | $60 | $6.00 | −$1.80 | $4.20 | +7.0% |
| นักลงทุน ค | $40 | $4.00 | −$1.20 | $2.80 | +7.0% |
| ผู้จัดการ | $300 | $30.00 | +$6.00 (รับเข้า) | $36.00 | +12.0% |
ตัวเลข +7% ในตารางคือสิ่งที่ต้องเอาไปเทียบกับทางเลือกอื่น ไม่ใช่ตัวเลข +10% ที่หน้ารายงานของกองมักโชว์ไว้ตัวใหญ่ที่สุด เวลาอ่านสถิติของกอง PAMM ให้ถามเสมอว่าตัวเลขที่โชว์เป็นก่อนหรือหลังหักค่าธรรมเนียม
4. High-Water Mark คืออะไร และทำไมมันคือบรรทัดที่สำคัญที่สุดในสัญญา
High-Water Mark (HWM) คือระดับมูลค่าสูงสุดที่พอร์ตของคุณเคยไปถึงหลังหักค่าธรรมเนียมครั้งก่อน กติกาคือ ผู้จัดการจะเก็บค่าธรรมเนียมได้ก็ต่อเมื่อพอร์ตขึ้นเหนือเส้นนั้นเท่านั้น ถ้าไม่มีกติกานี้ ผู้จัดการจะถูกเก็บเงินซ้ำจากกำไรก้อนเดิมที่แค่เด้งกลับจากการขาดทุน
| เดือน | ผลของบัญชี | มูลค่าก่อนหัก | HWM เดิม | กำไรเหนือ HWM | ค่าธรรมเนียม 30% | มูลค่าคงเหลือ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | +20% | $120.00 | $100.00 | $20.00 | −$6.00 | $114.00 |
| 2 | −25% | $85.50 | $114.00 | — | $0.00 | $85.50 |
| 3 | +20% | $102.60 | $114.00 | — | $0.00 | $102.60 |
ผลรวมของบัญชีสามเดือนคือ 1.20 × 0.75 × 1.20 − 1 = +8.0% แต่เงินของนักลงทุนโตจาก $100 ไปแค่ $102.60 คือ +2.6% — ส่วนต่าง 5.4 จุดเปอร์เซ็นต์หายไปกับค่าธรรมเนียมของเดือนแรกที่เก็บไปแล้วและไม่คืน แม้พอร์ตจะลงมาต่ำกว่าจุดนั้นในเดือนถัดมา
กล่องที่สามมาจากการคิดเงื่อนไขเดียวกันแต่ตัด HWM ออก คือเก็บค่าธรรมเนียมทุกเดือนที่มีกำไรเทียบกับต้นเดือน: เดือน 3 พอร์ตขึ้นจาก $85.50 เป็น $102.60 เท่ากับกำไร $17.10 ถูกหัก 30% = $5.13 เหลือ $97.47 — บัญชีบวก 8% แต่นักลงทุนติดลบ 2.5% นี่คือเหตุผลว่าทำไมคำว่า High-Water Mark ต้องอยู่ในเอกสารก่อนโอนเงิน ไม่ใช่ไปถามทีหลัง
1 ÷ 0.75 = 1.333) ความไม่สมมาตรนี้ไม่หายไปเพราะมีคนอื่นเทรดให้ — อ่านเลขคณิตเต็ม ๆ ได้ที่ Drawdown คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ5. PAMM · MAM · LAMM · Copy Trade ต่างกันตรงไหน
สี่คำนี้ถูกใช้ปนกันจนแทบไม่มีความหมาย ทั้งที่กลไกการจัดสรรออเดอร์ต่างกันจริง และความต่างนั้นเปลี่ยนความเสี่ยงของพอร์ตเล็กอย่างมีนัยสำคัญ
| รูปแบบ | ชื่อเต็ม | เงินอยู่ที่ไหน | จัดสรรออเดอร์อย่างไร | ข้อจำกัดที่ต้องรู้ |
|---|---|---|---|---|
| PAMM | Percent Allocation Management Module | รวมเป็นกองเดียว | แบ่งผลลัพธ์ตาม % ของเงินในกอง | ฝาก-ถอนได้เฉพาะตามรอบที่ระบบกำหนด เพราะการเปลี่ยนเงินกลางทางทำให้สัดส่วนต้องคำนวณใหม่ |
| MAM | Multi-Account Manager | บัญชีของแต่ละคนแยกกัน | ผู้จัดการส่งคำสั่งจากหน้าจอเดียว แล้วระบบกระจายลงบัญชีย่อย ตั้งได้ทั้งแบบตามสัดส่วนและแบบล็อตคงที่ | ยืดหยุ่นกว่า แต่ต้องใช้ทุนสูงกว่า เพราะล็อตย่อยที่สุดที่โบรกรับได้เป็นตัวจำกัด |
| LAMM | Lot Allocation Management Module | บัญชีแยกกัน | คัดลอกขนาดล็อตเท่ากันลงทุกบัญชี ไม่สนใจว่าทุนใครมากน้อย | 🔴 อันตรายกับพอร์ตเล็กที่สุดในสี่แบบ — ดูตัวเลขด้านล่าง |
| Copy Trade | — | บัญชีของเราเอง | คัดลอกตามสัดส่วนหรืออัตราส่วนที่เราตั้งเอง | เราปิดออเดอร์เองได้ทุกเมื่อ = คุมความเสียหายได้ด้วยตัวเอง |
ทำไม LAMM ถึงต้องระวังเป็นพิเศษ ลองคิดเป็นเงิน: ผู้จัดการเปิด EURUSD ขนาด 0.10 ล็อต โดยตั้งจุดตัดขาดทุน 50 จุด ความเสียหายต่อไม้เท่ากับ 0.10 × $1 ต่อจุด × 50 = $50 เท่ากันทุกบัญชี แต่ความหมายไม่เท่ากันเลย
| ทุนในบัญชี | ล็อตที่ได้รับ | เสียหายต่อไม้ | คิดเป็น % ของพอร์ต |
|---|---|---|---|
| $5,000 | 0.10 | $50 | 1.0% |
| $1,000 | 0.10 | $50 | 5.0% |
| $500 | 0.10 | $50 | 10.0% |
คนสามคนเทรดกลยุทธ์เดียวกัน ไม้เดียวกัน วินาทีเดียวกัน แต่รับความเสี่ยงต่างกัน สิบเท่า — ถ้าผู้จัดการเสียติดกัน 5 ไม้ พอร์ต $5,000 ลง 5% ส่วนพอร์ต $500 ลง 50% เรื่องนี้ต่อยอดได้ที่ Copy Trade คืออะไร — ค่าคอม Master กินเท่าไร และกับดักของพอร์ตเล็ก และวิธีคำนวณล็อตให้พอดีทุนอยู่ที่ Money Management — สูตรคำนวณล็อตและกฎ 1%
6. PAMM ไม่ใช่กองทุนรวม — และไม่ใช่ทุกอย่างที่เรียกตัวเองว่า PAMM จะเป็น PAMM
คำอธิบายที่พบบ่อยคือ "เหมือนซื้อกองทุนรวม" ซึ่งช่วยให้เห็นภาพคร่าว ๆ แต่ผิดในจุดที่สำคัญที่สุดสี่จุด
| ประเด็น | กองทุนรวมที่จดทะเบียนในไทย | บัญชี PAMM ทั่วไป |
|---|---|---|
| ผู้กำกับดูแล | มีหน่วยงานกำกับ และผู้จัดการกองทุนต้องมีใบอนุญาต | ขึ้นกับว่าโบรกเกอร์อยู่ภายใต้การกำกับของที่ใด — ผู้จัดการมักไม่ต้องมีใบอนุญาตใด ๆ |
| ผู้เก็บทรัพย์สิน | มีผู้รับฝากทรัพย์สินแยกจากบริษัทจัดการ | เงินอยู่กับโบรกเกอร์ ไม่มีบุคคลที่สามแยกออกมาในกรณีทั่วไป |
| เลเวอเรจ | ถูกจำกัดตามนโยบายของกองทุนที่เปิดเผยไว้ | ผู้จัดการเลือกเองในแต่ละไม้ และมักไม่ปรากฏในรายงานผล |
| การเปิดเผยข้อมูล | รายงานตามรอบตามเกณฑ์ที่กำหนด | ผู้ให้บริการเป็นคนกำหนดเองว่าจะโชว์อะไร — ส่วนใหญ่โชว์ % สะสม ไม่โชว์ drawdown รายวัน |
ถ้าอยากเทียบกับของจริงฝั่งกองทุน อ่านได้ที่ กองทุนรวมคืออะไร — ใครดูแลเงินเรา และค่าธรรมเนียมกินผลตอบแทนไปเท่าไร
7. เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ — คำถามที่ต้องได้คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร
ใครถือเงิน
เงินต้องอยู่ในบัญชีที่เปิดในชื่อของเราเองที่โบรกเกอร์ ไม่ใช่โอนเข้าบัญชีส่วนตัวของผู้จัดการหรือคนกลาง ถ้าคำตอบคือ "โอนมาที่ผมก่อน" ให้จบตรงนั้น
มี High-Water Mark ไหม
ถ้าไม่มี ค่าธรรมเนียมจะถูกเก็บซ้ำจากกำไรก้อนเดิมทุกครั้งที่พอร์ตเด้ง ตามที่คำนวณให้ดูในหัวข้อ 4 ถามด้วยว่า HWM รีเซ็ตเมื่อไร
ขอ drawdown สูงสุด
ตัวเลข % สะสมบอกอะไรไม่ได้ถ้าไม่รู้ว่าระหว่างทางเคยติดลบลึกสุดเท่าไร และติดลบนานสุดกี่เดือน ขอเป็นกราฟเส้นเงิน ไม่ใช่ตัวเลขเดียว
ผู้จัดการใส่เงินตัวเองกี่ %
เป็นตัวชี้วัดที่ตรงไปตรงมาที่สุดว่าคนสั่งเทรดเจ็บด้วยไหม ถ้าเขาถือ 0% เขารับเฉพาะส่วนแบ่งกำไร แต่ไม่รับส่วนแบ่งขาดทุน
ถอนได้เมื่อไร ใช้เวลาเท่าไร
ทดสอบด้วยการถอนจำนวนเล็กก่อนเสมอ และจดเวลาที่ใช้จริง เงื่อนไขที่เขียนไว้กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงมักไม่ตรงกัน
มีการรับประกันผลตอบแทนไหม
ถ้ามีคำว่า "การันตี" หรือ "ผลตอบแทนคงที่ต่อเดือน" อยู่ในข้อเสนอ นั่นขัดกับกลไกของ PAMM โดยตรง เพราะ PAMM แบ่งผลตามจริง ไม่มีอะไรให้การันตีได้
สรุป — สามบรรทัดที่ควรจำจากหน้านี้
- PAMM แบ่งทุกอย่างด้วยสัดส่วนเดียวกัน ทั้งกำไรและขาดทุน ไม่มีกลไกไหนที่ทำให้ขาลงเบากว่าขาขึ้น
- ตัวเลขผลตอบแทนที่ต้องดูคือตัวหลังหักค่าธรรมเนียม ในตัวอย่างของหน้านี้บัญชีทำได้ +8.0% แต่นักลงทุนได้ +2.6% และถ้าไม่มี High-Water Mark จะกลายเป็น −2.5%
- PAMM ต่างจาก MAM และ LAMM ที่วิธีจัดสรรออเดอร์ — LAMM ที่ให้ล็อตเท่ากันทุกบัญชีทำให้พอร์ต $500 กับ $5,000 รับความเสี่ยงต่างกันสิบเท่าจากไม้เดียวกัน
อยากอ่านต่อฝั่งการคุมความเสี่ยงของพอร์ตตัวเอง แนะนำ เครื่องคำนวณขนาดล็อต MT4 และ Risk Reward Ratio — วิธีคำนวณและอัตราชนะที่ต้องทำให้ได้ในแต่ละ R:R ส่วนใครที่อยากได้บทวิเคราะห์รายวันพร้อมตัวเลขกำกับไปใช้ตัดสินใจเอง ดูได้ที่ alphasigs.net
คำเตือน: บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนและไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตัวเลขทั้งหมดในหน้านี้เป็นตัวอย่างสมมติที่ตรวจสอบสูตรตามได้เอง ไม่ใช่ผลการดำเนินงานจริงของกองใด และไม่ได้บอกว่าผลในอนาคตจะเป็นอย่างไร เงื่อนไขค่าธรรมเนียม รอบการถอน และการมีหรือไม่มี High-Water Mark ต่างกันไปในแต่ละผู้ให้บริการ ต้องอ่านเอกสารของผู้ให้บริการนั้นเองก่อนตัดสินใจเสมอ การเทรดและการมอบเงินให้ผู้อื่นบริหารมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินต้น
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น