Pivot Point คืออะไร — สูตรคำนวณ วิธีตั้งบน MT4 และเหตุผลที่พิวอตไม่ใช่ระดับ 50% ของ Fibonacci

R3 R2 R1 S1 S2 S3 PIVOT 1.2432 Fibonacci 50% 1.2465 33 pip Pivot Point คืออะไร คำนวณเอง ใช้บน MT4 โดย คนเล่น Forex P = (H + L + C) ÷ 3 1.2432 ใส่เลข 3 ตัว ได้คำตอบเดียว พิวอต ≠ ฟีโบ 50% 33 pip ที่คนเข้าใจผิด เท่ากันเฉพาะตอนปิดกลางกรอบ ฉบับคำนวณจริง
การวิเคราะห์ทางเทคนิค

Pivot Point คืออะไร — คำนวณเองอย่างไร ตั้งบน MT4 อย่างไร และความเข้าใจผิดที่ทำให้เส้นเพี้ยนไป 33 pip

Pivot Point คือระดับราคาอ้างอิงของวัน ที่คำนวณจากราคาสูงสุด ต่ำสุด และราคาปิดของเมื่อวาน ด้วยสูตร P = (H + L + C) ÷ 3 — จุดเด่นของมันไม่ใช่ความแม่น แต่คือการที่มันเป็นระดับเดียวในบรรดาเครื่องมือหาแนวรับแนวต้าน ที่ทุกคนใส่ตัวเลขชุดเดียวกันแล้วได้คำตอบเดียวกันเสมอ ไม่ขึ้นกับว่าใครลาก · หน้านี้จะพาแทนค่าทีละขั้นจนได้เส้นครบ 7 เส้น สอนวิธีตั้งบน MT4 และจะชี้ให้เห็นความเข้าใจผิดที่แพร่หลายมาก — คนจำนวนมากเชื่อว่าจุดพิวอตคือระดับ 50% ของ Fibonacci ซึ่งไม่จริง บนตัวเลขตัวอย่างในหน้านี้ สองระดับนั้นห่างกัน 33 pip และจะเท่ากันก็ต่อเมื่อราคาปิดพอดีที่กึ่งกลางกรอบเท่านั้น

1.2432
จุดพิวอตที่คำนวณได้จาก H 1.2577 · L 1.2353 · C 1.2367
33 pip
ระยะที่จุดพิวอตห่างจากระดับ 50% ของ Fibonacci บนข้อมูลชุดเดียวกัน
7 เส้น
จำนวนเส้นที่ได้จากตัวเลขแค่ 3 ตัว — P · R1–R3 · S1–S3
ภาพรวมการใช้ Pivot Point และ Fibonacci บนกราฟราคา
ภาพรวมของการวางจุดพิวอตและระดับฟีโบนักชีบนกราฟ — สองสิ่งนี้ถูกใช้ร่วมกันบ่อยจนหลายคนเข้าใจว่าเป็นระดับเดียวกัน ซึ่งเป็นคนละเรื่องอย่างที่จะเห็นในหัวข้อถัด ๆ ไป

Pivot Point คืออะไร

พิวอตคือ ราคาเฉลี่ยของเมื่อวานที่ถ่วงด้วยราคาปิด — เอาราคาสูงสุด ต่ำสุด และราคาปิดมาบวกกันแล้วหารสาม ผลที่ได้คือระดับหนึ่งระดับที่ใช้เป็นเส้นอ้างอิงกลางของวันนี้ ถ้าราคาวันนี้ยืนอยู่เหนือเส้นนี้ ถือว่าวันนี้ยังแข็งกว่าค่าเฉลี่ยของเมื่อวาน ถ้าอยู่ใต้เส้น ก็แปลกลับกัน

สิ่งที่ต้องรู้รายละเอียด
ใช้ข้อมูลอะไรH · L · C ของแท่งเทียน Daily แท่งก่อนหน้า เท่านั้น
คำนวณเมื่อไรครั้งเดียวตอนเปิดวันใหม่ แล้วใช้ทั้งวัน ไม่ขยับตามราคา
เป็นปรนัยไหมเป็น — ใส่เลขชุดเดียวกัน ทุกคนได้คำตอบเดียวกัน
บอกอะไรได้จริงบอกว่า "วันนี้ราคาอยู่เหนือหรือใต้ค่าเฉลี่ยของเมื่อวาน"
บอกอะไรไม่ได้ไม่ได้บอกว่าราคาจะกลับตัวตรงนั้น — เป็นระดับอ้างอิง ไม่ใช่สัญญาณ
ข้อได้เปรียบจริงของพิวอตไม่ใช่ความแม่น
แต่คือการที่มันเถียงกันไม่ได้ — เทรดเดอร์สองคนที่ใช้สูตรเดียวกัน จะมองเส้นเดียวกันเสมอ ต่างจากการลากเส้นด้วยสายตา

สูตรคำนวณ Pivot Point และการแทนค่าทีละขั้น

เริ่มจากเปิดกราฟ Daily แล้วเอาเมาส์ชี้ที่แท่งเทียนของเมื่อวาน จะมีกล่องข้อมูลบอกราคา Open · High · Low · Close ออกมา เราใช้แค่สามตัวหลัง

กล่องข้อมูลราคา Open High Low Close ของแท่งเทียนรายวันใน MetaTrader
กล่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่ขึ้นมาคือค่า O · H · L · C ของแท่งนั้น — สามตัวที่เราต้องใช้คือ High · Low · Close

สมมติอ่านค่าออกมาได้ H = 1.2577 · L = 1.2353 · C = 1.2367 แทนค่าทีละขั้นได้แบบนี้

ขั้นสูตรแทนค่าได้
1. หาจุดพิวอตP = (H + L + C) ÷ 3(1.2577 + 1.2353 + 1.2367) ÷ 31.2432
2. หาความกว้างกรอบH − L1.2577 − 1.23530.0224 (224 pip)
3. แนวต้าน 1R1 = P + 0.382(H−L)1.2432 + 0.00861.2518
4. แนวต้าน 2R2 = P + 0.500(H−L)1.2432 + 0.01121.2544
5. แนวต้าน 3R3 = P + 0.618(H−L)1.2432 + 0.01381.2571
6. แนวรับ 1S1 = P − 0.382(H−L)1.2432 − 0.00861.2347
7. แนวรับ 2S2 = P − 0.500(H−L)1.2432 − 0.01121.2320
8. แนวรับ 3S3 = P − 0.618(H−L)1.2432 − 0.01381.2294
ตัวเลข 0.382 · 0.500 · 0.618 มาจากไหน — เป็นสัดส่วนฟีโบนักชี ซึ่งทำให้สูตรชุดนี้ถูกเรียกว่า Pivot แบบฟีโบนักชี · 🔑 แต่นี่เป็นเพียงหนึ่งในหลายสูตร ยังมีสูตรคลาสสิกที่คำนวณคนละแบบและให้เส้นคนละที่ ซึ่งเทียบให้ดูทีละเส้นไว้แล้วที่ แนวรับแนวต้าน คืออะไร (เส้น R3 ของสองสูตรห่างกันถึง 113 pip) · จุดที่ต้องจำคือ เลือกสูตรเดียวแล้วใช้สูตรนั้นตลอด

ความเข้าใจผิดข้อใหญ่ — พิวอตไม่ใช่ระดับ 50% ของ Fibonacci

วิธีตั้งพิวอตบน MT4 ที่แพร่หลายที่สุดคือลาก Fibonacci Retracement คร่อมกรอบราคาของเมื่อวาน แล้วเรียกระดับ 50% ว่า "Pivot" วิธีนี้สะดวกจริง แต่มันตั้งชื่อผิด เพราะสองระดับนี้คำนวณคนละแบบ

 จุดพิวอตระดับ 50% ของ Fibonacci
สูตร(H + L + C) ÷ 3(H + L) ÷ 2
ใช้ราคาปิดไหมใช้ไม่ใช้เลย
แทนค่าตัวอย่างเดียวกัน1.24321.2465
ผลต่าง33 pip — คนละเส้น ไม่ใช่เส้นเดียวกัน
เท่ากันเมื่อไรเมื่อ C = (H + L) ÷ 2 เท่านั้น คือราคาปิดตกกลางกรอบพอดี

ที่มันต่างกันเพราะระดับ 50% สนใจแค่กรอบสูงสุด–ต่ำสุด ส่วนพิวอตเอาราคาปิดมาถ่วงด้วย ในตัวอย่างนี้ราคาปิดที่ 1.2367 ซึ่งอยู่แค่ 6.2% จากขอบล่างของกรอบ — ปิดต่ำมาก พิวอตจึงถูกดึงลงมาต่ำกว่ากึ่งกลางไปมาก

ส่วนต่างนี้คำนวณได้ตรง ๆ ด้วยสูตร ส่วนต่าง = (H−L) × (2q − 1) ÷ 6 โดย q คือตำแหน่งที่ราคาปิดตกในกรอบ ลองไล่ดูบนกรอบกว้าง 224 pip เท่าเดิม

ราคาปิดอยู่ตรงไหนของกรอบพิวอตอยู่ตรงไหนเทียบกับระดับ 50%ห่างกัน
ปิดที่ก้นกรอบพอดี (0%)ต่ำกว่า37 pip
ปิดที่ 25% ของกรอบต่ำกว่า19 pip
ปิดกลางกรอบพอดี (50%)ตรงกันเป๊ะ0 pip
ปิดที่ 75% ของกรอบสูงกว่า19 pip
ปิดที่ยอดกรอบพอดี (100%)สูงกว่า37 pip
ตัวอย่างในหน้านี้ (6.2%)ต่ำกว่า33 pip
กรอบเดียวกัน 224 pip · ราคาปิดต่างที่ · พิวอตเลื่อน แต่เส้น 50% ไม่เลื่อน High Low 50% ปิดที่ก้นกรอบ ปิดกลางกรอบ ปิดที่ยอดกรอบ Close Pivot 37 Close ตรงกันพอดี Close Pivot 37
เส้นประเหลือง (ระดับ 50%) อยู่ที่เดิมทั้งสามกรณี เพราะมันไม่สนใจราคาปิด ส่วนเส้นฟ้า (พิวอต) เลื่อนตามราคาปิด — ทั้งสองจะทับกันเฉพาะกรณีกลางเท่านั้น
!
แล้ววิธีตั้งด้วย Fibonacci บน MT4 ยังใช้ได้ไหม — ใช้ได้ ถ้ารู้ว่ากำลังดูอะไรอยู่ ระดับ 50% ของกรอบเมื่อวานเป็นระดับอ้างอิงที่มีความหมายของตัวมันเอง แต่ห้ามเรียกมันว่าพิวอต และห้ามเอาไปเทียบกับตัวเลขพิวอตที่คนอื่นคำนวณมา เพราะจะไม่ตรงกัน · ถ้าต้องการพิวอตจริง ให้คำนวณ (H+L+C)÷3 แล้วใส่เป็น Horizontal Line ตรง ๆ ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงนาที

วิธีตั้งค่ากราฟ MT4 ให้เห็นกรอบราคาของเมื่อวาน

ก่อนจะวัดอะไรได้ ต้องรู้ก่อนว่าวันเมื่อวานเริ่มและจบตรงไหนบนกราฟ วิธีที่ง่ายที่สุดคือเปิดเส้นแบ่งวันขึ้นมา

เปิดหน้าต่าง Properties ของกราฟใน MetaTrader 4
ขั้นที่ 1 — คลิกขวาบนกราฟ แล้วเลือก Properties
ติ๊กตัวเลือกในแท็บ Common เพื่อแสดงเส้นแบ่งช่วงเวลาบนกราฟ
ขั้นที่ 2 — ไปที่แท็บ Common แล้วติ๊กตัวเลือกให้แสดงเส้นแบ่งช่วงเวลา จากนั้นกด OK
กราฟไทม์เฟรม 15 นาทีที่มีเส้นประแนวตั้งแบ่งวัน
ขั้นที่ 3 — เปลี่ยนไทม์เฟรมเป็น 15 นาที จะเห็นเส้นประแนวตั้งคั่นแต่ละวัน ทำให้อ่านกรอบสูงสุด–ต่ำสุดของเมื่อวานได้ชัด
ลาก Fibonacci Retracement คร่อมกรอบราคาของเมื่อวาน
ขั้นที่ 4 — Insert → Fibonacci → Retracement แล้วลากจากจุดสูงสุดลงมาจุดต่ำสุดของวันเมื่อวาน (ในกรอบเส้นประ)
เปิดหน้าต่าง Fibonacci Properties เพื่อแก้ไขระดับ
ขั้นที่ 5 — คลิกขวาที่เส้นฟีโบ เลือก Fibonacci Properties (หรือคลิกขวาบนกราฟ → Objects List → เลือก Fibo → Edit)
ตั้งค่า Fibo Levels ให้แสดงราคาของแต่ละระดับ
ขั้นที่ 6 — ที่แท็บ Fibo Levels เติม =%$ ต่อท้ายข้อความในช่อง Description ของทุกระดับ เพื่อให้กราฟแสดงราคาของระดับนั้นออกมาด้วย
ปรับจากต้นฉบับหนึ่งจุด — คู่มือเดิมแนะนำให้พิมพ์ Pivot=%$ ที่ช่องระดับ 50 ซึ่งจะทำให้กราฟขึ้นคำว่า Pivot ที่ระดับที่ไม่ใช่พิวอต ตามที่อธิบายไปข้างบน · แนะนำให้พิมพ์ว่า 50%=%$ ตามตรง แล้วเพิ่ม Horizontal Line อีกเส้นหนึ่งที่ราคาพิวอตจริงที่คำนวณเอง จะได้เห็นทั้งสองระดับพร้อมกัน และเห็นด้วยตาเองว่าห่างกันแค่ไหนในแต่ละวัน

เอาเส้นพิวอตไปใช้อย่างไร

เมื่อได้เส้นแล้ว สิ่งที่พิวอตให้เราคือโครงของวัน — รู้ว่าตอนนี้ราคาอยู่โซนไหน และเส้นถัดไปทั้งขึ้นและลงอยู่ห่างกี่ pip ซึ่งเป็นข้อมูลที่เอาไปคิด R:R ต่อได้ทันที

1

ใช้แบ่งฝั่งก่อน

ราคาอยู่เหนือพิวอต = โฟกัสฝั่งซื้อ · อยู่ใต้พิวอต = โฟกัสฝั่งขาย ประโยชน์คือตัดของให้ตัดสินใจเหลือครึ่งเดียว

2

ใช้เป็นเป้าหมายที่วัดได้

เส้นถัดไปคือระดับที่มีตัวเลขชัดเจน เอาไปคำนวณระยะทำกำไรได้ทันทีโดยไม่ต้องเดา

3

ใช้วัดว่าวันนี้เหวี่ยงแค่ไหน

ระยะ S3 ถึง R3 คือ 1.236 เท่าของกรอบเมื่อวาน ถ้ากรอบเมื่อวานแคบ เส้นทั้งชุดก็จะกระจุก

4

อย่าใช้เป็นสัญญาณเดี่ยว ๆ

การที่ราคาแตะเส้นไม่ได้แปลว่าจะกลับตัว ควรมีเงื่อนไขอื่นยืนยันก่อนเสมอ

ตัวอย่างกราฟที่ราคาไต่ขึ้นไปหาระดับพิวอตของวัน
ตัวอย่างวันที่ราคาไต่ขึ้นไปหาระดับพิวอตแล้วไม่ผ่าน — สังเกตว่าสิ่งที่เห็นได้จริงคือ "ราคามาถึงระดับที่คำนวณไว้ล่วงหน้า" ไม่ใช่ "ระดับนั้นทำให้ราคากลับตัว"
ตัวอย่างราคาที่กลับตัวบริเวณระดับพิวอต
อีกตัวอย่างที่ราคาทำงานสอดคล้องกับระดับที่คำนวณไว้
ตัวอย่างราคากลับมาทดสอบระดับพิวอตสองครั้ง
ตัวอย่างที่ราคากลับมาทดสอบระดับเดิมสองครั้ง — ภาพแบบนี้ควรอ่านเป็น "ตัวอย่างหนึ่งวัน" ไม่ใช่หลักฐานว่าวิธีนี้ใช้ได้กี่เปอร์เซ็นต์
!
ปรับข้อความจากต้นฉบับตรงนี้ด้วย — คู่มือเดิมเขียนว่า "ถ้าราคาไม่สามารถทะลุ Pivot ขึ้นไป ให้เปิด Sell ได้ทันที" และ "ถ้าราคาทดสอบบริเวณพิวอต ให้คิดไว้เลยว่าไม่นานมันจะกลับตัว" · สองประโยคนี้เป็นการทำนาย ซึ่งหน้านี้ไม่มีหลักฐานมารองรับ และภาพตัวอย่างข้างบนก็เป็นภาพที่ถูกเลือกมาแล้วว่าใช้ได้ · สิ่งที่ยืนยันได้จากตัวสูตรล้วน ๆ มีข้อเดียวคือ เส้นเหล่านี้คำนวณล่วงหน้าได้และทุกคนได้เลขเดียวกัน ส่วนคำถามว่าเทรดตามแล้วได้กำไรไหม ต้องเก็บสถิติเอง

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนใช้จริง

  • "เมื่อวาน" ของแต่ละโบรกไม่ตรงกัน — เวลาปิดวันขึ้นกับเซิร์ฟเวอร์ของโบรก บางเจ้าปิดตี 4 บางเจ้าปิดเที่ยงคืน ทำให้ H · L · C คนละชุด และได้พิวอตคนละค่า แม้จะใช้สูตรเดียวกัน
  • เส้นทั้งชุดขึ้นกับกรอบของเมื่อวานล้วน ๆ — วันที่เมื่อวานแคบผิดปกติ (เช่นวันหยุดต่างประเทศ) เส้นจะกระจุกกันจนไร้ประโยชน์ ควรดูความกว้างกรอบก่อนใช้
  • ใช้ได้กับกรอบเวลาอื่นด้วย — เปลี่ยนจาก "เมื่อวาน" เป็น "สัปดาห์ที่แล้ว" ก็ได้พิวอตรายสัปดาห์ที่กว้างกว่าและเปลี่ยนช้ากว่า
  • ระยะระหว่างเส้นไม่เท่ากันเสมอไปในสูตรอื่น — สูตรฟีโบให้ระยะสมมาตรทั้งสองฝั่ง แต่สูตรคลาสสิกไม่สมมาตร เพราะผูกกับ H และ L คนละด้าน (ดูรายละเอียดในหน้า แนวรับแนวต้าน)
  • อย่าลืมต้นทุน — ระยะจากราคาปัจจุบันถึงเส้นถัดไปคือกำไรก่อนหักสเปรด ถ้าเส้นอยู่ห่างแค่ 10 pip แล้วสเปรด 1.5 pip นั่นคือ 15% ของเป้าหมายหายไปตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

วิธีแปลงระยะเป็นขนาดล็อตและประเมินว่าคุ้มไหม อ่านต่อได้ที่ เครื่องคำนวณขนาดล็อต MT4 และ วิธีคำนวณ Risk Reward Ratio


สรุป

พิวอตเป็นเครื่องมือที่เรียบง่ายจนน่าตกใจ — ตัวเลขสามตัวกับการหารหนึ่งครั้ง ได้ระดับอ้างอิงที่ใช้ได้ทั้งวัน และคุณค่าหลักของมันคือความเป็นปรนัย ไม่ใช่ความแม่น เราจะไม่มีวันเถียงกับใครว่าเส้นควรอยู่ตรงไหน เพราะมันคำนวณมา

สิ่งที่ควรระวังที่สุดจากหน้านี้มีข้อเดียว — ถ้าตั้งด้วย Fibonacci แล้วเรียกระดับ 50% ว่าพิวอต เรากำลังดูเส้นที่ไม่ตรงกับที่คนอื่นดู และในตัวอย่างนี้คลาดเคลื่อนไป 33 pip ซึ่งมากพอจะเปลี่ยนทั้งจุดเข้าและ Stop Loss · ใช้เวลาอีกสิบวินาทีคำนวณ (H+L+C)÷3 แล้ววางเป็นเส้นแยกอีกเส้น จะแก้ปัญหานี้ได้ทั้งหมด · ถ้าอยากดูตัวอย่างแผนเทรดที่ระบุจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายเป็นราคาไว้ครบ ลองเทียบดูได้ที่ AlphaSigs

เส้นที่คำนวณมาไม่ได้แม่นกว่าเส้นที่ลากด้วยมือ
มันแค่เถียงกันไม่ได้ — และนั่นทำให้เก็บสถิติย้อนหลังได้จริง ซึ่งเส้นที่ลากด้วยสายตาทำไม่ได้

เนื้อหาต้นฉบับของหน้านี้เรียบเรียงจากบทความของ pipsrunner · ฉบับนี้ปรับปรุงโครงสร้าง เพิ่มการแทนค่าทีละขั้น และแก้ข้อความที่ระบุว่าจุดพิวอตคือระดับ 50% ของ Fibonacci ซึ่งไม่ถูกต้อง

คำชี้แจง — บทความนี้เป็นเนื้อหาให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีคำนวณและวิธีตั้งค่าเครื่องมือ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่ได้รับประกันผลตอบแทนใด ๆ ตัวเลขราคาที่ใช้เป็นตัวอย่างเพื่อแสดงวิธีแทนค่า ไม่ใช่ผลการทดสอบย้อนหลังของกลยุทธ์ใด · การเทรด Forex มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ควรทดสอบในบัญชีทดลองก่อนตัดสินใจ

ความคิดเห็น

Related stories