Pivot Point คืออะไร — คำนวณเองอย่างไร ตั้งบน MT4 อย่างไร และความเข้าใจผิดที่ทำให้เส้นเพี้ยนไป 33 pip
Pivot Point คือระดับราคาอ้างอิงของวัน ที่คำนวณจากราคาสูงสุด ต่ำสุด และราคาปิดของเมื่อวาน ด้วยสูตร P = (H + L + C) ÷ 3 — จุดเด่นของมันไม่ใช่ความแม่น แต่คือการที่มันเป็นระดับเดียวในบรรดาเครื่องมือหาแนวรับแนวต้าน ที่ทุกคนใส่ตัวเลขชุดเดียวกันแล้วได้คำตอบเดียวกันเสมอ ไม่ขึ้นกับว่าใครลาก · หน้านี้จะพาแทนค่าทีละขั้นจนได้เส้นครบ 7 เส้น สอนวิธีตั้งบน MT4 และจะชี้ให้เห็นความเข้าใจผิดที่แพร่หลายมาก — คนจำนวนมากเชื่อว่าจุดพิวอตคือระดับ 50% ของ Fibonacci ซึ่งไม่จริง บนตัวเลขตัวอย่างในหน้านี้ สองระดับนั้นห่างกัน 33 pip และจะเท่ากันก็ต่อเมื่อราคาปิดพอดีที่กึ่งกลางกรอบเท่านั้น
Pivot Point คืออะไร
พิวอตคือ ราคาเฉลี่ยของเมื่อวานที่ถ่วงด้วยราคาปิด — เอาราคาสูงสุด ต่ำสุด และราคาปิดมาบวกกันแล้วหารสาม ผลที่ได้คือระดับหนึ่งระดับที่ใช้เป็นเส้นอ้างอิงกลางของวันนี้ ถ้าราคาวันนี้ยืนอยู่เหนือเส้นนี้ ถือว่าวันนี้ยังแข็งกว่าค่าเฉลี่ยของเมื่อวาน ถ้าอยู่ใต้เส้น ก็แปลกลับกัน
| สิ่งที่ต้องรู้ | รายละเอียด |
|---|---|
| ใช้ข้อมูลอะไร | H · L · C ของแท่งเทียน Daily แท่งก่อนหน้า เท่านั้น |
| คำนวณเมื่อไร | ครั้งเดียวตอนเปิดวันใหม่ แล้วใช้ทั้งวัน ไม่ขยับตามราคา |
| เป็นปรนัยไหม | เป็น — ใส่เลขชุดเดียวกัน ทุกคนได้คำตอบเดียวกัน |
| บอกอะไรได้จริง | บอกว่า "วันนี้ราคาอยู่เหนือหรือใต้ค่าเฉลี่ยของเมื่อวาน" |
| บอกอะไรไม่ได้ | ไม่ได้บอกว่าราคาจะกลับตัวตรงนั้น — เป็นระดับอ้างอิง ไม่ใช่สัญญาณ |
แต่คือการที่มันเถียงกันไม่ได้ — เทรดเดอร์สองคนที่ใช้สูตรเดียวกัน จะมองเส้นเดียวกันเสมอ ต่างจากการลากเส้นด้วยสายตา
สูตรคำนวณ Pivot Point และการแทนค่าทีละขั้น
เริ่มจากเปิดกราฟ Daily แล้วเอาเมาส์ชี้ที่แท่งเทียนของเมื่อวาน จะมีกล่องข้อมูลบอกราคา Open · High · Low · Close ออกมา เราใช้แค่สามตัวหลัง
สมมติอ่านค่าออกมาได้ H = 1.2577 · L = 1.2353 · C = 1.2367 แทนค่าทีละขั้นได้แบบนี้
| ขั้น | สูตร | แทนค่า | ได้ |
|---|---|---|---|
| 1. หาจุดพิวอต | P = (H + L + C) ÷ 3 | (1.2577 + 1.2353 + 1.2367) ÷ 3 | 1.2432 |
| 2. หาความกว้างกรอบ | H − L | 1.2577 − 1.2353 | 0.0224 (224 pip) |
| 3. แนวต้าน 1 | R1 = P + 0.382(H−L) | 1.2432 + 0.0086 | 1.2518 |
| 4. แนวต้าน 2 | R2 = P + 0.500(H−L) | 1.2432 + 0.0112 | 1.2544 |
| 5. แนวต้าน 3 | R3 = P + 0.618(H−L) | 1.2432 + 0.0138 | 1.2571 |
| 6. แนวรับ 1 | S1 = P − 0.382(H−L) | 1.2432 − 0.0086 | 1.2347 |
| 7. แนวรับ 2 | S2 = P − 0.500(H−L) | 1.2432 − 0.0112 | 1.2320 |
| 8. แนวรับ 3 | S3 = P − 0.618(H−L) | 1.2432 − 0.0138 | 1.2294 |
ความเข้าใจผิดข้อใหญ่ — พิวอตไม่ใช่ระดับ 50% ของ Fibonacci
วิธีตั้งพิวอตบน MT4 ที่แพร่หลายที่สุดคือลาก Fibonacci Retracement คร่อมกรอบราคาของเมื่อวาน แล้วเรียกระดับ 50% ว่า "Pivot" วิธีนี้สะดวกจริง แต่มันตั้งชื่อผิด เพราะสองระดับนี้คำนวณคนละแบบ
| จุดพิวอต | ระดับ 50% ของ Fibonacci | |
|---|---|---|
| สูตร | (H + L + C) ÷ 3 | (H + L) ÷ 2 |
| ใช้ราคาปิดไหม | ใช้ | ไม่ใช้เลย |
| แทนค่าตัวอย่างเดียวกัน | 1.2432 | 1.2465 |
| ผลต่าง | 33 pip — คนละเส้น ไม่ใช่เส้นเดียวกัน | |
| เท่ากันเมื่อไร | เมื่อ C = (H + L) ÷ 2 เท่านั้น คือราคาปิดตกกลางกรอบพอดี | |
ที่มันต่างกันเพราะระดับ 50% สนใจแค่กรอบสูงสุด–ต่ำสุด ส่วนพิวอตเอาราคาปิดมาถ่วงด้วย ในตัวอย่างนี้ราคาปิดที่ 1.2367 ซึ่งอยู่แค่ 6.2% จากขอบล่างของกรอบ — ปิดต่ำมาก พิวอตจึงถูกดึงลงมาต่ำกว่ากึ่งกลางไปมาก
ส่วนต่างนี้คำนวณได้ตรง ๆ ด้วยสูตร ส่วนต่าง = (H−L) × (2q − 1) ÷ 6 โดย q คือตำแหน่งที่ราคาปิดตกในกรอบ ลองไล่ดูบนกรอบกว้าง 224 pip เท่าเดิม
| ราคาปิดอยู่ตรงไหนของกรอบ | พิวอตอยู่ตรงไหนเทียบกับระดับ 50% | ห่างกัน |
|---|---|---|
| ปิดที่ก้นกรอบพอดี (0%) | ต่ำกว่า | 37 pip |
| ปิดที่ 25% ของกรอบ | ต่ำกว่า | 19 pip |
| ปิดกลางกรอบพอดี (50%) | ตรงกันเป๊ะ | 0 pip |
| ปิดที่ 75% ของกรอบ | สูงกว่า | 19 pip |
| ปิดที่ยอดกรอบพอดี (100%) | สูงกว่า | 37 pip |
| ตัวอย่างในหน้านี้ (6.2%) | ต่ำกว่า | 33 pip |
(H+L+C)÷3 แล้วใส่เป็น Horizontal Line ตรง ๆ ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงนาทีวิธีตั้งค่ากราฟ MT4 ให้เห็นกรอบราคาของเมื่อวาน
ก่อนจะวัดอะไรได้ ต้องรู้ก่อนว่าวันเมื่อวานเริ่มและจบตรงไหนบนกราฟ วิธีที่ง่ายที่สุดคือเปิดเส้นแบ่งวันขึ้นมา
=%$ ต่อท้ายข้อความในช่อง Description ของทุกระดับ เพื่อให้กราฟแสดงราคาของระดับนั้นออกมาด้วยPivot=%$ ที่ช่องระดับ 50 ซึ่งจะทำให้กราฟขึ้นคำว่า Pivot ที่ระดับที่ไม่ใช่พิวอต ตามที่อธิบายไปข้างบน · แนะนำให้พิมพ์ว่า 50%=%$ ตามตรง แล้วเพิ่ม Horizontal Line อีกเส้นหนึ่งที่ราคาพิวอตจริงที่คำนวณเอง จะได้เห็นทั้งสองระดับพร้อมกัน และเห็นด้วยตาเองว่าห่างกันแค่ไหนในแต่ละวันเอาเส้นพิวอตไปใช้อย่างไร
เมื่อได้เส้นแล้ว สิ่งที่พิวอตให้เราคือโครงของวัน — รู้ว่าตอนนี้ราคาอยู่โซนไหน และเส้นถัดไปทั้งขึ้นและลงอยู่ห่างกี่ pip ซึ่งเป็นข้อมูลที่เอาไปคิด R:R ต่อได้ทันที
ใช้แบ่งฝั่งก่อน
ราคาอยู่เหนือพิวอต = โฟกัสฝั่งซื้อ · อยู่ใต้พิวอต = โฟกัสฝั่งขาย ประโยชน์คือตัดของให้ตัดสินใจเหลือครึ่งเดียว
ใช้เป็นเป้าหมายที่วัดได้
เส้นถัดไปคือระดับที่มีตัวเลขชัดเจน เอาไปคำนวณระยะทำกำไรได้ทันทีโดยไม่ต้องเดา
ใช้วัดว่าวันนี้เหวี่ยงแค่ไหน
ระยะ S3 ถึง R3 คือ 1.236 เท่าของกรอบเมื่อวาน ถ้ากรอบเมื่อวานแคบ เส้นทั้งชุดก็จะกระจุก
อย่าใช้เป็นสัญญาณเดี่ยว ๆ
การที่ราคาแตะเส้นไม่ได้แปลว่าจะกลับตัว ควรมีเงื่อนไขอื่นยืนยันก่อนเสมอ
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนใช้จริง
- "เมื่อวาน" ของแต่ละโบรกไม่ตรงกัน — เวลาปิดวันขึ้นกับเซิร์ฟเวอร์ของโบรก บางเจ้าปิดตี 4 บางเจ้าปิดเที่ยงคืน ทำให้ H · L · C คนละชุด และได้พิวอตคนละค่า แม้จะใช้สูตรเดียวกัน
- เส้นทั้งชุดขึ้นกับกรอบของเมื่อวานล้วน ๆ — วันที่เมื่อวานแคบผิดปกติ (เช่นวันหยุดต่างประเทศ) เส้นจะกระจุกกันจนไร้ประโยชน์ ควรดูความกว้างกรอบก่อนใช้
- ใช้ได้กับกรอบเวลาอื่นด้วย — เปลี่ยนจาก "เมื่อวาน" เป็น "สัปดาห์ที่แล้ว" ก็ได้พิวอตรายสัปดาห์ที่กว้างกว่าและเปลี่ยนช้ากว่า
- ระยะระหว่างเส้นไม่เท่ากันเสมอไปในสูตรอื่น — สูตรฟีโบให้ระยะสมมาตรทั้งสองฝั่ง แต่สูตรคลาสสิกไม่สมมาตร เพราะผูกกับ H และ L คนละด้าน (ดูรายละเอียดในหน้า แนวรับแนวต้าน)
- อย่าลืมต้นทุน — ระยะจากราคาปัจจุบันถึงเส้นถัดไปคือกำไรก่อนหักสเปรด ถ้าเส้นอยู่ห่างแค่ 10 pip แล้วสเปรด 1.5 pip นั่นคือ 15% ของเป้าหมายหายไปตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
วิธีแปลงระยะเป็นขนาดล็อตและประเมินว่าคุ้มไหม อ่านต่อได้ที่ เครื่องคำนวณขนาดล็อต MT4 และ วิธีคำนวณ Risk Reward Ratio
สรุป
พิวอตเป็นเครื่องมือที่เรียบง่ายจนน่าตกใจ — ตัวเลขสามตัวกับการหารหนึ่งครั้ง ได้ระดับอ้างอิงที่ใช้ได้ทั้งวัน และคุณค่าหลักของมันคือความเป็นปรนัย ไม่ใช่ความแม่น เราจะไม่มีวันเถียงกับใครว่าเส้นควรอยู่ตรงไหน เพราะมันคำนวณมา
สิ่งที่ควรระวังที่สุดจากหน้านี้มีข้อเดียว — ถ้าตั้งด้วย Fibonacci แล้วเรียกระดับ 50% ว่าพิวอต เรากำลังดูเส้นที่ไม่ตรงกับที่คนอื่นดู และในตัวอย่างนี้คลาดเคลื่อนไป 33 pip ซึ่งมากพอจะเปลี่ยนทั้งจุดเข้าและ Stop Loss · ใช้เวลาอีกสิบวินาทีคำนวณ (H+L+C)÷3 แล้ววางเป็นเส้นแยกอีกเส้น จะแก้ปัญหานี้ได้ทั้งหมด · ถ้าอยากดูตัวอย่างแผนเทรดที่ระบุจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายเป็นราคาไว้ครบ ลองเทียบดูได้ที่ AlphaSigs
มันแค่เถียงกันไม่ได้ — และนั่นทำให้เก็บสถิติย้อนหลังได้จริง ซึ่งเส้นที่ลากด้วยสายตาทำไม่ได้
เนื้อหาต้นฉบับของหน้านี้เรียบเรียงจากบทความของ pipsrunner · ฉบับนี้ปรับปรุงโครงสร้าง เพิ่มการแทนค่าทีละขั้น และแก้ข้อความที่ระบุว่าจุดพิวอตคือระดับ 50% ของ Fibonacci ซึ่งไม่ถูกต้อง
คำชี้แจง — บทความนี้เป็นเนื้อหาให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีคำนวณและวิธีตั้งค่าเครื่องมือ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่ได้รับประกันผลตอบแทนใด ๆ ตัวเลขราคาที่ใช้เป็นตัวอย่างเพื่อแสดงวิธีแทนค่า ไม่ใช่ผลการทดสอบย้อนหลังของกลยุทธ์ใด · การเทรด Forex มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ควรทดสอบในบัญชีทดลองก่อนตัดสินใจ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น