QQE Indicator คืออะไร — สูตรจาก RSI + ATR ค่าตั้งจริง และวิธีอ่านเส้น Fast/Slow กับ Level 50

RSI ATR LEVEL 50 QQE (5) · สเกล 0–100 QQE Indicator คืออะไร RSI + ATR รวมเป็นเส้นเดียว โดย คนเล่น Forex ตัวคูณสองเส้น 2.618 / 4.236 ห่างกัน 1.618 เท่าพอดี เส้นแบ่งทิศทาง Level 50 อยู่บนสเกล RSI 0–100 ไม่ใช่สเกลราคา สูตรและค่าตั้งจริง
อินดิเคเตอร์

QQE Indicator คืออะไร — Quantitative Qualitative Estimation สร้างจากอะไร ตัวคูณ 2.618 / 4.236 มาจากไหน และอ่านยังไง

QQE (Quantitative Qualitative Estimation) คืออินดิเคเตอร์ที่เอา RSI มาทำให้เรียบ แล้วลากเส้นหยุดตามเทรนด์ (trailing stop) สองเส้นคร่อมมันไว้ โดยความกว้างของเส้นทั้งสองมาจาก ATR ที่คำนวณบนตัว RSI เอง ไม่ใช่บนราคา ⇒ ผลคือกราฟที่แกว่งช้ากว่า RSI ธรรมดามาก และให้สัญญาณเป็นจุดตัดของสองเส้น แทนที่จะเป็นการเข้าออกโซน 70/30

หน้านี้จะไล่ให้ครบสามอย่างที่คู่มือ QQE ภาษาไทยมักข้าม — สูตรว่ามันประกอบขึ้นจากอะไร · ตัวเลข 2.618 กับ 4.236 มาจากไหนและแปลว่าอะไร (สองค่านี้ไม่ได้สุ่มมา และมีความสัมพันธ์ที่คำนวณได้) · และ วิธีบอกว่าคุณกำลังใช้ QQE เวอร์ชันไหนอยู่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่คำว่า "ค่าตั้งที่ดีที่สุด" ที่คนค้นหากันมาก มักตอบไม่ตรงกันเลย

1.618
เส้น slow กว้างกว่าเส้น fast กี่เท่า — เพราะ 4.236 ÷ 2.618 = 1.618 พอดี
50
ระดับที่ใช้แบ่งทิศ — อยู่บนสเกล RSI 0–100 ไม่ใช่สเกลราคา
EMA 27
การทำให้เรียบแบบ Wilder ที่คาบ 14 เทียบเท่ากับ EMA คาบ 27
ภาพหน้าจอ MetaTrader 4 กราฟ USDJPY รายชั่วโมง พร้อมหน้าต่าง QQE (5) ด้านล่าง แสดงเส้นทึบสีฟ้าและเส้นประสีเหลือง กับเส้นระดับ 50
หน้าต่าง QQE ใต้กราฟราคา — เส้นทึบสีฟ้าคือ fast เส้นประสีเหลืองคือ slow และเส้นแนวนอนคือ level 50 · ป้ายมุมซ้ายเขียนว่า QQE (5) คือค่า SF ที่ตั้งไว้ในภาพนี้

QQE คืออะไร (คำตอบสั้น ๆ ก่อน)

QQE ย่อมาจาก Quantitative Qualitative Estimation เป็นออสซิลเลเตอร์ที่ทำงานบนสเกล 0–100 เหมือน RSI เพราะแกนกลางของมันคือ RSI ที่ผ่านการทำให้เรียบมาแล้ว

สิ่งที่ QQE เพิ่มเข้ามาจาก RSI ธรรมดามีอย่างเดียว แต่เปลี่ยนพฤติกรรมทั้งหมด: เส้นหยุดตามเทรนด์ที่วิ่งตาม RSI อยู่ห่าง ๆ เส้นนี้จะขยับตามเมื่อ RSI ไปในทางเดียวกัน แต่ไม่ถอยกลับเมื่อ RSI แกว่งสวนเล็กน้อย ⇒ สัญญาณจึงเกิดน้อยกว่าและช้ากว่าการดู RSI ตัดโซน 70/30 มาก

1

ฐานคือ RSI

ค่าที่เห็นทั้งหมดอยู่บนสเกล 0–100 ⇒ ทุกอย่างที่ QQE บอก เป็นเรื่องของโมเมนตัม ไม่ใช่ระยะทางของราคา

2

ทำให้เรียบก่อน

RSI ถูกทำให้เรียบด้วยค่าเฉลี่ยตามคาบที่ตั้งไว้ (ในภาพคือ SF = 5) เพื่อตัดฟันเลื่อยออกก่อนคำนวณต่อ

3

คร่อมด้วย trailing stop

ความกว้างมาจาก ATR ของ RSI ที่ทำให้เรียบแล้ว คูณด้วยตัวคูณคงที่ — จุดตัดของเส้นคือสัญญาณ


ATR ในสูตร QQE คำนวณบน RSI ไม่ใช่บนราคา

นี่คือจุดที่เข้าใจผิดกันมากที่สุด และเป็นจุดที่ทำให้หลายคนตั้งค่าผิดโดยไม่รู้ตัว — ATR ที่ QQE ใช้ ไม่ใช่ ATR ของราคา ที่วัดเป็น pip แบบที่เราคุ้นเคย แต่เป็นค่าความผันผวนของตัว RSI เอง คือดูว่าค่าของ RSI ที่ทำให้เรียบแล้ว เปลี่ยนไปเฉลี่ยครั้งละกี่หน่วยบนสเกล 0–100

!
ผลที่ตามมามีข้อเดียวแต่สำคัญมาก: ความกว้างของเส้น QQE มีหน่วยเป็น "จุด RSI" ไม่ใช่ pip ⇒ คุณแปลงมันเป็นระยะ Stop Loss ตรง ๆ ไม่ได้ · QQE บอกได้แค่ว่าโมเมนตัมเปลี่ยนทิศหรือยัง ส่วนจะวาง SL/TP ห่างเท่าไรเป็นคนละคำถาม และต้องตอบด้วยระยะบนกราฟราคากับต้นทุนของบัญชีคุณเอง

ลำดับการคำนวณทั้งหมดเป็นแบบนี้ และแต่ละขั้นทำต่อจากขั้นก่อนหน้าเสมอ

  1. คำนวณ RSI ตามคาบมาตรฐาน (โดยทั่วไปคือ 14)
  2. ทำให้ RSI เรียบ ด้วยค่าเฉลี่ยตามค่า SF ที่ตั้งไว้ — ในภาพของหน้านี้ป้ายเขียนว่า QQE (5) คือ SF = 5
  3. วัดว่า RSI ที่เรียบแล้วขยับเฉลี่ยครั้งละเท่าไร แล้วทำให้ค่านั้นเรียบอีกชั้นด้วยวิธีของ Wilder ⇒ ได้ "ATR ของ RSI"
  4. คูณด้วยตัวคูณ เพื่อให้ได้ความกว้างของแถบ — เส้น fast ใช้ 2.618 เส้น slow ใช้ 4.236
  5. ลากเป็นเส้นหยุดตามเทรนด์ คือเลื่อนตามได้ทางเดียว ไม่ถอยหลัง จนกว่า RSI จะทะลุกลับไปอีกฝั่ง
เกร็ดที่ตรวจได้: การทำให้เรียบแบบ Wilder ที่คาบ n เทียบเท่ากับ EMA ที่คาบ 2n − 1 เพราะ Wilder ใช้น้ำหนัก 1/n ส่วน EMA ใช้ 2/(N+1) ⇒ ตั้ง 2/(N+1) = 1/n ได้ N = 2n − 1Wilder คาบ 14 = EMA คาบ 27 · นี่คือเหตุผลที่ QQE ดู "ช้า" กว่าที่ตัวเลข 14 ทำให้รู้สึก

ตัวคูณ 2.618 กับ 4.236 มาจากไหน และห่างกันเท่าไร

สองตัวเลขนี้ไม่ได้สุ่มมา และไม่ใช่ค่าที่ผ่านการปรับจูนจากข้อมูล — มันคือกำลังของอัตราส่วนทองคำ ตัวเดียวกับที่ใช้ในเครื่องมือสาย Fibonacci

ตัวเลขที่มาค่าที่คำนวณได้
1.618φ (อัตราส่วนทองคำ)1.6180…
2.618 — ตัวคูณเส้น fastφ²2.6180…
4.236 — ตัวคูณเส้น slowφ³4.2361…
อัตราส่วนระหว่างสองเส้น4.236 ÷ 2.618 = φ1.618 เท่าเสมอ

ข้อสรุปที่ใช้ได้จริงจากตารางนี้มีข้อเดียว: ระยะห่างของเส้น slow กับ fast เป็นสัดส่วนคงที่ 1.618 เท่า เสมอ ไม่ว่าตลาดจะผันผวนแค่ไหน ⇒ ทั้งสองเส้นถ่างและหุบพร้อมกันตามความผันผวนของ RSI แต่ไม่มีทางสลับกัน และไม่มีทางเท่ากัน

ATR ของ RSI ถ่างขึ้น — แถบทั้งสองถ่างตาม แต่สัดส่วนไม่เปลี่ยน RSI (เรียบ) slow ×4.236 fast ×2.618 แถบ slow แถบ fast ทั้งสองแถบถ่างและหุบพร้อมกัน · สัดส่วนความกว้าง slow ต่อ fast = 1.618 เท่า คงที่ตลอดเวลา
แถบทั้งสองมาจากค่าเดียวกัน (ATR ของ RSI) คูณตัวคูณคนละตัว ⇒ เมื่อค่านั้นโตขึ้น แถบถ่างพร้อมกัน และอัตราส่วนยังเป็น 1.618 เท่าเดิม

ลองแทนตัวเลขดูก็เห็นชัด — สมมติ ATR ของ RSI ที่คำนวณได้ในขณะนั้นมีค่าตามคอลัมน์แรก (หน่วยเป็นจุดบนสเกล 0–100)

ATR ของ RSIความกว้างแถบ fast (×2.618)ความกว้างแถบ slow (×4.236)ส่วนต่างslow ÷ fast
1.0 จุด2.624.241.621.618
2.0 จุด5.248.473.241.618
3.0 จุด7.8512.714.851.618
5.0 จุด (ตลาดผันผวน)13.0921.188.091.618
คอลัมน์สุดท้าย เป็น 1.618 ทุกแถว — นั่นแปลว่าการ "ปรับให้ QQE ไวขึ้น" ทำได้ที่ค่า SF เท่านั้น ส่วนตัวคูณสองตัว ถูกล็อกความสัมพันธ์กันไว้แล้ว

อ่านสัญญาณ: จุดตัด และเส้น Level 50

QQE ให้สัญญาณสองชั้น และแหล่งส่วนใหญ่แนะนำให้ใช้คู่กัน ไม่ใช่ใช้ชั้นใดชั้นหนึ่งเดี่ยว ๆ

ชั้นฝั่งซื้อฝั่งขายบอกอะไร
1. จุดตัดของเส้นเส้นทึบ fast ตัดขึ้นเหนือเส้นประ slowเส้นทึบ fast ตัดลงใต้เส้นประ slowโมเมนตัมเพิ่งเปลี่ยนทิศ
2. ตำแหน่งเทียบ Level 50เส้น fast ยืนเหนือ 50เส้น fast อยู่ใต้ 50ทิศหลักของโมเมนตัมยืนยันแล้ว

ทำไมต้องเป็น 50 — เพราะ RSI เป็นการเทียบแรงขึ้นกับแรงลงในคาบเวลาหนึ่ง แล้วสเกลเป็น 0–100 ⇒ ค่า 50 คือจุดที่แรงทั้งสองฝั่งเท่ากันพอดี การยืนเหนือหรือใต้ 50 จึงเป็นการบอกว่าฝั่งไหนกำลังคุมอยู่ ไม่ใช่การบอกว่า "ซื้อมากไป" หรือ "ขายมากไป" แบบเส้น 70/30

กรณีตลาดออกข้าง (sideway): ต้นฉบับของหน้านี้แนะนำว่าให้ใช้เฉพาะชั้นที่ 1 (จุดตัด) ได้ · แต่ต้องรู้ตัวว่านั่นคือการถอดตัวกรองออกหนึ่งชั้น ⇒ จำนวนสัญญาณจะเพิ่มขึ้นมาก และเมื่อสัญญาณเพิ่ม ค่าใช้จ่ายต่อเดือนก็เพิ่มตามจำนวนไม้ตรง ๆ — วิธีคิดค่าใช้จ่ายตามความถี่อยู่ที่ Scalping คืออะไร

คุณกำลังใช้ QQE เวอร์ชันไหน — กับดักของคำว่า "ค่าตั้งที่ดีที่สุด"

คำที่คนค้นหามากที่สุดรอบ ๆ อินดิเคเตอร์ตัวนี้คือ "QQE settings" และ "QQE best settings" แต่คำตอบที่เจอมักขัดกันเอง — ไม่ใช่เพราะใครผิด แต่เพราะชื่อเดียวกันนี้ถูกใช้กับของหลายเวอร์ชัน ที่มีช่องให้ปรับไม่เหมือนกัน

เวอร์ชันเส้นที่เห็นบนจอช่องที่ปรับได้
QQE บน MT4 codebase (ตัวในภาพหน้านี้)เส้นทึบ fast + เส้นประ slow + เส้น 50SF ช่องเดียว (ในภาพตั้งไว้ 5) — ตัวคูณ 2.618 / 4.236 ฝังอยู่ในโค้ด
QQE ที่แพร่หลายบนแพลตฟอร์มกราฟออนไลน์มักมีเส้น RSI ที่เรียบแล้ว + trailing stop เส้นเดียวRSI Length · SF · QQE Factor (ค่าเริ่มต้นที่พบบ่อยคือ 4.236)
QQE MODเพิ่มแถบแบบ Bollinger คร่อมส่วนต่างของ QQEเพิ่มช่องความยาวและตัวคูณของแถบเข้ามาอีกชุด
!
ก่อนลอกค่าตั้งจากที่อื่นมาใช้ ให้ดูก่อนว่าเวอร์ชันตรงกันไหม — ถ้าที่คุณเปิดอยู่มีช่องให้กรอกช่องเดียว แต่ค่าตั้งที่ลอกมาระบุสามช่อง แปลว่าคนละตัว และการกรอกเลขข้ามเวอร์ชันจะได้เส้นคนละเส้น · วิธีเช็กเร็วที่สุดคือดูป้ายชื่อมุมซ้ายบนของหน้าต่างอินดิเคเตอร์ ว่ามันโชว์พารามิเตอร์กี่ตัว

ดาวน์โหลดตัวที่หน้านี้ใช้ได้จากคลังโค้ดทางการของ MetaTrader ที่ MQL5 Code Base (ลิงก์เดิมของหน้านี้ชี้ไป codebase.mql4.com ซึ่งตอนนี้ถูกเปลี่ยนเส้นทางมาที่หน้านี้แล้ว)


ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนเอาไปใช้

  • QQE เป็นอินดิเคเตอร์ตามหลัง — ทุกอย่างในสูตรคือค่าเฉลี่ยซ้อนค่าเฉลี่ย ⇒ สัญญาณจะมาหลังจากราคาเคลื่อนไปแล้วส่วนหนึ่งเสมอ นี่เป็นคุณสมบัติของเครื่องมือ ไม่ใช่ข้อบกพร่องที่ปรับค่าแล้วหายไปได้
  • ไม่บอกระยะ ไม่บอกจุดออก — ค่าที่อ่านได้เป็นจุดบนสเกล 0–100 ⇒ ต้องมีวิธีกำหนด SL/TP แยกต่างหาก และวิธีนั้นต้องนับต้นทุนเข้าไปด้วย
  • ลดสัญญาณหลอกได้ ไม่ได้ตัดทิ้ง — trailing stop ทำให้สัญญาณน้อยลงกว่า RSI ดิบมาก แต่ในตลาดออกข้างที่ RSI แกว่งรอบ 50 เส้นสองเส้นก็ยังตัดกันไปมาได้
  • ยังไม่มีตัวเลขผลการทดสอบในหน้านี้ — หน้านี้อธิบายว่าเครื่องมือทำงานยังไง ไม่ได้บอกว่ามันทำกำไรได้ · ถ้าจะเชื่อตัวเลขใด ต้องรู้ก่อนว่าวัดจากกี่ไม้ ช่วงเวลาไหน และหักต้นทุนไปหรือยัง

เรื่องต้นทุนไม่ใช่หมายเหตุท้ายบทความ — มันเปลี่ยนเกณฑ์ผ่านจริง ๆ · แผนที่ตั้งไว้ 1 : 2 เหลืออัตราส่วนจริง 1 : 1.68 ที่สเปรด 1.2 pip และเหลือ 1 : 1 พอดีที่สเปรด 5 pip · ตารางเต็มอยู่ที่ ระบบเทรดสั้น 5 นาที และวิธีแปลงสเปรดเป็นเงินอยู่ที่ ค่า spread คืออะไร


คำถามที่เจอบ่อย

  • QQE ต่างจาก RSI ยังไง — ฐานเดียวกัน แต่ RSI ให้สัญญาณจากการเข้าออกโซน 70/30 ส่วน QQE ให้สัญญาณจากจุดตัดของเส้นหยุดตามเทรนด์ ⇒ สัญญาณน้อยกว่าและช้ากว่า แลกกับความไวที่ลดลง
  • SF ควรตั้งเท่าไร — ค่าที่ใช้ในภาพของหน้านี้คือ 5 · SF น้อยลง = ไวขึ้น สัญญาณเยอะขึ้น · SF มากขึ้น = ช้าลง สัญญาณน้อยลง ⇒ ไม่มีค่าที่ "ดีที่สุด" ลอย ๆ เพราะมันขึ้นกับว่าคุณรับจำนวนไม้ต่อวันได้เท่าไร ซึ่งเป็นคำถามเรื่องค่าใช้จ่าย ไม่ใช่เรื่องความสวยของเส้น
  • ใช้ TF ไหนดี — ภาพในหน้านี้เป็นกราฟ H1 · TF เล็กลงทำให้สัญญาณเยอะขึ้นตามสัดส่วน และค่าใช้จ่ายต่อเดือนขึ้นตามจำนวนไม้ ⇒ เลือก TF แล้วต้องยอมรับจำนวนไม้ที่มากับมันด้วย
  • ทำไมตัวคูณถึงเป็นเลข Fibonacci — เพราะผู้พัฒนาเลือกไว้แบบนั้น ไม่ใช่เพราะมีข้อพิสูจน์ว่าเลขชุดนี้เหมาะกับตลาดที่สุด ⇒ ควรมองว่าเป็นค่าคงที่ที่ตกลงกันใช้ ไม่ใช่ความจริงของตลาด
  • QQE ใช้กับทองหรือคริปโตได้ไหม — ได้ เพราะสูตรทำงานบน RSI ซึ่งไม่มีหน่วยราคา · แต่ต้นทุนต่างกันมาก ⇒ สินค้าที่สเปรดกว้างจะดันเกณฑ์ผ่านขึ้นทันที ตามตารางในหน้าระบบเทรดสั้น 5 นาที

สรุป

QQE คือ RSI ที่ถูกทำให้เรียบ แล้วคร่อมด้วยเส้นหยุดตามเทรนด์สองเส้น ซึ่งความกว้างมาจาก ATR ที่คำนวณบน RSI เอง ไม่ใช่บนราคา ⇒ ทุกค่าที่อ่านได้อยู่บนสเกล 0–100 และแปลงเป็น pip ไม่ได้

ตัวคูณ 2.618 และ 4.236 คือ φ² และ φ³ ⇒ เส้น slow กว้างกว่าเส้น fast 1.618 เท่าเสมอ ไม่ว่าตลาดจะผันผวนแค่ไหน · สัญญาณอ่านสองชั้นคู่กัน คือจุดตัดของสองเส้น กับตำแหน่งเทียบ Level 50 · และช่องเดียวที่ปรับได้จริงในเวอร์ชันบน MT4 คือ SF

ถ้าอยากเห็นว่าเราประกาศเกณฑ์ผ่านและระยะเข้า-ออกของทุกสัญญาณไว้ล่วงหน้าให้ตรวจย้อนหลังได้ยังไง ดูได้ที่ AlphaSignals

บทความนี้เป็นเนื้อหาให้ความรู้ทางวิชาการเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่ได้รับรองความแม่นยำของเครื่องมือใด ๆ · การนำอินดิเคเตอร์ไปใช้ ต้องทดสอบกับระบบของท่านเองก่อนเสมอ · ความถูกต้องของสัญญาณเป็นไปตามที่ผู้พัฒนาเผยแพร่ใน MQL5 Code Base บล็อกนี้เป็นเพียงผู้เผยแพร่ต่อ ไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อความเสียหายจากการนำไปใช้ · การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน · เครื่องมือช่วยวิเคราะห์เพิ่มเติมดูได้ที่ alphasigs.net

ความคิดเห็น

Related stories