ทำไมบางโบรกให้ 1:30 บางโบรกให้ 1:2000 — เพดานตามกฎหมาย และเลเวอเรจที่ถูกลดอัตโนมัติ
ตัวเลขเลเวอเรจที่โบรกเกอร์เสนอไม่ได้สะท้อนว่าเจ้าไหนใจดีกว่ากัน แต่สะท้อนว่าบัญชีนั้นอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของใคร เขตที่กำกับเข้มจำกัดรายย่อยไว้ที่ 1:30 หรือ 1:25 ส่วนตัวเลขระดับ 1:1000 ขึ้นไปมักมาจากนิติบุคคลที่จดทะเบียนนอกเขตเหล่านั้น
หน้านี้ไม่มีลิงก์สมัครและไม่แนะนำผู้ให้บริการรายใด
เพดานเลเวอเรจสำหรับรายย่อยในแต่ละเขตกำกับดูแล
หลังปี 2018 หน่วยงานกำกับหลายแห่งออกกฎจำกัดเลเวอเรจสำหรับลูกค้ารายย่อย (retail) โดยให้เหตุผลว่าสัดส่วนบัญชีรายย่อยที่ขาดทุนสูงเกินไป ตารางนี้เป็นภาพรวมของเพดานที่ประกาศไว้
| เขตกำกับดูแล | คู่เงินหลัก | คู่รอง / ทองคำ | หุ้นรายตัว | คริปโต |
|---|---|---|---|---|
| สหภาพยุโรป (ESMA) | 1:30 | 1:20 | 1:5 | 1:2 |
| สหราชอาณาจักร (FCA) | 1:30 | 1:20 | 1:5 | ห้ามขายรายย่อย |
| ออสเตรเลีย (ASIC) | 1:30 | 1:20 | 1:5 | 1:2 |
| ญี่ปุ่น (FSA) | 1:25 | 1:25 | — | 1:2 |
| สหรัฐฯ (CFTC/NFA) | 1:50 | 1:20 | — | — |
| นิติบุคคลนอกเขตข้างต้น | ไม่มีเพดานบังคับ — จึงเห็นตัวเลข 1:500 · 1:1000 · 1:2000 ในกลุ่มนี้ | |||
เลเวอเรจที่ถูกลดอัตโนมัติ — เรื่องที่กระทบพอร์ตมากกว่าตัวเลขบนหน้าโฆษณา
สิ่งที่คนมองข้ามคือ เลเวอเรจที่เขียนไว้ในบัญชีไม่ใช่เลเวอเรจที่ใช้ตลอดเวลา ผู้ให้บริการหลายรายลดเลเวอเรจลงอัตโนมัติในสถานการณ์เหล่านี้ ซึ่งแปลว่าเงินประกันที่ถูกล็อกเพิ่มขึ้นทันทีโดยที่ราคายังไม่ขยับ
- ช่วงข่าวแรง — ลดเลเวอเรจล่วงหน้าก่อนตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ และคืนให้หลังข่าวผ่านไป
- ช่วงปิดตลาดสุดสัปดาห์ — สถานะที่ถือข้ามวันศุกร์มักถูกเรียกเงินประกันเพิ่ม เพราะความเสี่ยงราคากระโดดตอนเปิดวันจันทร์
- เมื่อยอดเงินในบัญชีโตขึ้น — บางรายลดเลเวอเรจเป็นขั้นบันไดตามขนาดบัญชี เช่น บัญชีเกินระดับหนึ่งจะไม่ได้เลเวอเรจสูงสุดอีกต่อไป
- ช่วงวันหยุดยาวหรือเหตุการณ์พิเศษ — เช่นการเลือกตั้งใหญ่หรือการประกาศนโยบายที่คาดว่าจะทำให้ราคาผันผวนมาก
ตัวเลขจริงของการถูกลดเลเวอเรจ
นี่คือกรณีที่ทำให้บัญชีถูกปิดออเดอร์โดยที่เจ้าของยังไม่ทันรู้ตัว สมมติถือ EURUSD ขนาด 1.00 lot ที่ราคา 1.1000 ซึ่งมีมูลค่าสัญญา $110,000
| เลเวอเรจที่มีผล ณ ขณะนั้น | เงินประกันที่ถูกล็อก | Margin Level ถ้าพอร์ตมี $1,000 | สถานะ |
|---|---|---|---|
| 1:500 (ปกติ) | $220.00 | 455% | ปลอดภัย |
| 1:200 | $550.00 | 182% | ยังไหว |
| 1:100 (ถูกลดช่วงสุดสัปดาห์) | $1,100.00 | 91% | ต่ำกว่าเกณฑ์ Margin Call ทันที |
| 1:30 | $3,666.67 | 27% | เข้าเขต Stop Out |
วิธีตรวจว่าบัญชีของคุณเข้าข่ายหรือไม่ ให้ดูสามอย่างในเอกสารเงื่อนไข
- ตารางเลเวอเรจแบบขั้นบันไดตามขนาดบัญชี — ค้นคำว่า leverage tiers หรือ dynamic leverage ในหน้าเงื่อนไข ถ้ามี ให้ดูว่าเงินในบัญชีของคุณอยู่ขั้นไหน
- ประกาศเรื่องเงินประกันช่วงสุดสัปดาห์และช่วงข่าว — มักอยู่ในหน้าประกาศหรืออีเมลแจ้งลูกค้า ไม่ได้อยู่ในหน้าโฆษณา
- ระดับ Margin Call และ Stop Out เป็นกี่เปอร์เซ็นต์ — ตัวเลขนี้ต่างกันมากในแต่ละราย และเป็นตัวที่ตัดสินว่าออเดอร์จะถูกปิดตอนไหน อ่านต่อที่ Margin Call คืออะไร
สรุป
- เพดานเลเวอเรจรายย่อยในเขตกำกับเข้มอยู่ที่ 1:30 (ยุโรป อังกฤษ ออสเตรเลีย) และ 1:25 (ญี่ปุ่น) ตัวเลขที่สูงกว่านั้นมากมาจากนิติบุคคลนอกเขตเหล่านี้
- เพดานที่คุณได้จริงขึ้นกับนิติบุคคลที่เปิดบัญชีด้วย ไม่ใช่ชื่อแบรนด์ — โบรกเกอร์รายเดียวมักมีหลายนิติบุคคล
- เลเวอเรจในบัญชีไม่คงที่ — ถูกลดได้ช่วงข่าว สุดสัปดาห์ หรือเมื่อบัญชีโตขึ้น
- การถูกลดเลเวอเรจทำให้เงินประกันเพิ่มทันทีโดยราคาไม่ต้องขยับ — ตัวอย่างในหน้านี้ทำให้ Margin Level ตกจาก 455% เหลือ 91% ในทันที
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่ใช่การชักชวนให้เปิดบัญชีกับผู้ให้บริการรายใด · เพดานเลเวอเรจตามกฎหมายในตารางเป็นภาพรวมที่หน่วยงานกำกับประกาศไว้ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาและมีข้อยกเว้นรายกรณี ให้ตรวจกับประกาศของหน่วยงานและเงื่อนไขของผู้ให้บริการเองก่อนตัดสินใจเสมอ · ตัวเลขคำนวณแทนค่าจากสมมติฐาน EURUSD ที่ 1.1000 และเกณฑ์ Margin Call 100% ซึ่งต่างกันไปตามผู้ให้บริการ · การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น