กราฟสามเหลี่ยม (Triangle Pattern) คืออะไร — Symmetrical, Ascending, Descending

ฐาน จุดเบรก เป้าหมาย = ความสูงฐาน Apex กราฟสามเหลี่ยมคืออะไร Triangle Pattern ทั้ง 3 แบบ โดย คนเล่น Forex MEASURED MOVE 120 pip ความสูงฐาน = ระยะเป้าหมาย RISK : REWARD 1 : 4.00 เสมอตัวที่ 20.0% · เบรกที่ 75% ฉบับวัดเป็นตัวเลข
รูปแบบกราฟ

กราฟสามเหลี่ยมคืออะไร — Triangle Pattern ทั้ง 3 แบบ และวิธีวัดเป้าหมายให้เป็นตัวเลข

กราฟสามเหลี่ยม (Triangle Pattern) คือช่วงที่ราคาแกว่งแคบลงเรื่อย ๆ จนเส้นแนวโน้มด้านบนกับด้านล่างวิ่งเข้าหากันเป็นรูปสามเหลี่ยม มันบอกอย่างเดียวว่า ความผันผวนกำลังหด และตลาดกำลังสะสมแรงรอเบรกออกด้านใดด้านหนึ่ง — ไม่ได้บอกว่าจะเบรกไปทางไหน

แบ่งเป็น 3 แบบหลักตามความชันของเส้นสองเส้น: Symmetrical (สมมาตร) · Ascending (ขาขึ้น) · Descending (ขาลง) บทความนี้อธิบายวิธีลากกรอบให้ถูก วิธีวัดเป้าหมายจากความสูงของฐาน และตารางที่แสดงว่า "เบรกตรงไหนของสามเหลี่ยม" เปลี่ยนอัตราส่วนเสี่ยงต่อผลตอบแทนไปมากแค่ไหน


กราฟสามเหลี่ยมคืออะไร — เกิดจากอะไร

สามเหลี่ยมเกิดเมื่อราคาทำจุดสูงสุดใหม่ที่ต่ำลงกว่าจุดสูงสุดเดิม และทำจุดต่ำสุดใหม่ที่สูงขึ้นกว่าจุดต่ำสุดเดิม พร้อมกัน ลากเส้นเชื่อมยอดได้เส้นหนึ่ง ลากเส้นเชื่อมก้นได้อีกเส้นหนึ่ง สองเส้นนี้จะวิ่งเข้าหากันจนบรรจบที่ปลาย เรียกจุดนั้นว่า Apex

ความหมายที่แท้จริงตรงไปตรงมามาก: ฝั่งซื้อกล้าซื้อที่ราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ ฝั่งขายก็ยอมขายที่ราคาต่ำลงเรื่อย ๆ ช่วงราคาที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับจึงแคบลงทุกที ความผันผวนหดตัว และประวัติศาสตร์ของตลาดบอกว่าความผันผวนที่หดตัวมักตามด้วยความผันผวนที่ขยายตัว

สามเหลี่ยมบอกว่า "กำลังจะมีอะไรเกิดขึ้น" ไม่ได้บอกว่า "จะเกิดไปทางไหน" — คนที่เดาทิศทางจากรูปทรงคือคนที่เข้าใจแพทเทิร์นนี้ผิดตั้งแต่ต้น
แผนภาพเปรียบเทียบกราฟสามเหลี่ยม 3 แบบ Symmetrical Triangle, Ascending Triangle และ Descending Triangle
สามเหลี่ยม 3 แบบเรียงกัน — ต่างกันที่ความชันของเส้นบนและเส้นล่างเท่านั้น

สามเหลี่ยม 3 แบบ ต่างกันตรงไหน

แยกด้วยคำถามเดียว: เส้นไหนแบน เส้นไหนเอียง เท่านี้ก็จบ

แบบเส้นบนเส้นล่างอ่านว่าอะไรมักเกิดตอนไหน
Symmetrical
สามเหลี่ยมสมมาตร
เอียงลงเอียงขึ้นสองฝั่งบีบเข้าหากันเท่า ๆ กัน ไม่มีฝั่งไหนได้เปรียบกลางเทรนด์ หรือช่วงพักตัว
Ascending
สามเหลี่ยมขาขึ้น
แบนเอียงขึ้นก้นยกสูงขึ้นชนเพดานเดิมซ้ำ ๆ = ฝั่งซื้อกดดันแนวต้านอยู่ในเทรนด์ขาขึ้นเป็นส่วนใหญ่
Descending
สามเหลี่ยมขาลง
เอียงลงแบนยอดกดต่ำลงชนพื้นเดิมซ้ำ ๆ = ฝั่งขายกดดันแนวรับอยู่ในเทรนด์ขาลงเป็นส่วนใหญ่
⚠️
"มักเกิดตอนไหน" ไม่เท่ากับ "จะเบรกไปทางนั้น" — Ascending triangle เบรกลงได้ และ Descending triangle เบรกขึ้นได้ เกิดขึ้นจริงบ่อยพอที่จะทำให้คนที่วางออเดอร์ล่วงหน้าตามชื่อแพทเทิร์นเสียหายซ้ำ ๆ ทิศทางต้องรอให้ราคายืนยัน ไม่ใช่อ่านจากชื่อ
อย่าสับสนกับรูปทรงใกล้เคียงชายธง (Pennant) คือสามเหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เกิดหลังราคาวิ่งแรงมาก่อน กินเวลาสั้นกว่ามาก (ไม่กี่แท่ง) · สามเหลี่ยมปากอ้า (Broadening) คือภาพกลับด้าน เส้นสองเส้นถ่างออกแทนที่จะบีบเข้า ซึ่งแปลว่าความผันผวนกำลังขยาย ไม่ใช่หด — คนละเรื่องกันคนละทิศ

วิธีลากกรอบสามเหลี่ยมให้ถูก

คนส่วนใหญ่ลากเส้นให้ "ผ่านสวย ๆ" แล้วได้กรอบที่ไม่ตรงกับจุดที่ราคาเคยไปถึงจริง กติกาที่ใช้ได้มี 4 ข้อ

  1. ต้องมีจุดสัมผัสอย่างน้อยข้างละ 2 จุด — เส้นบนแตะยอด 2 ครั้ง เส้นล่างแตะก้น 2 ครั้ง รวมเป็น 4 จุดขึ้นไป ถ้าน้อยกว่านี้ยังไม่ใช่สามเหลี่ยม เป็นแค่การแกว่งธรรมดา
  2. ลากที่ไส้เทียน ไม่ใช่ที่ตัวแท่ง — ไส้คือระดับที่ราคาไปถึงจริง กรอบที่ลากตามตัวแท่งจะแคบกว่าความจริง ทำให้เห็น "เบรก" ทั้งที่ราคายังไม่ออกจากกรอบ
  3. ยิ่งเข้าใกล้ Apex ยิ่งต้องระวัง — เมื่อสองเส้นเกือบชนกันแล้ว แรงที่สะสมมักถูกปล่อยไปแล้ว โดยทั่วไปการเบรกที่มีน้ำหนักจะเกิดก่อนถึงปลายสามเหลี่ยม ไม่ใช่ที่ปลายพอดี
  4. ยืนยันด้วยแท่งที่ปิดนอกกรอบ — ไส้ที่แหย่ออกไปแล้วดึงกลับเข้ามาไม่นับเป็นการเบรก ต้องเห็นราคาปิดอยู่นอกกรอบจริง
แผนภาพโครงสร้างสามเหลี่ยมสมมาตร แสดงเส้นแนวโน้มด้านบนที่เอียงลงและเส้นแนวโน้มด้านล่างที่เอียงขึ้น
โครงของ Symmetrical Triangle — เส้นบนเอียงลง เส้นล่างเอียงขึ้น จุดสัมผัสสลับกันไปมาจนกรอบแคบลง

เป้าหมายวัดจากอะไร — ความสูงของฐาน

วิธีวัดเป้าหมายมาตรฐานของแพทเทิร์นนี้เรียกว่า measured move และมีขั้นตอนเดียว: วัดความสูงของสามเหลี่ยมตรงฐานที่กว้างที่สุด แล้วเอาระยะเท่านั้นไปทาบจากจุดที่ราคาเบรกออก

ตัวอย่างสมมติบน EURUSD ที่ใช้ทั้งบทความนี้ (ตัวเลขสมมติเพื่อให้คำนวณตามได้):

รายการวิธีคิดค่า
ยอดแรกของสามเหลี่ยมจุดสัมผัสเส้นบนจุดแรก1.09500
ก้นแรกของสามเหลี่ยมจุดสัมผัสเส้นล่างจุดแรก1.08300
ความสูงของฐาน1.09500 − 1.08300120 pip
ราคาเบรกออกด้านบน = ราคาเข้าปิดเหนือเส้นบน1.09100
จุดตัดขาดทุน (ที่เส้นล่างตรงจุดเบรก)1.08800
ระยะเสี่ยง1.09100 − 1.0880030 pip
เป้าหมาย1.09100 + 120 pip1.10300
ระยะกำไรเท่ากับความสูงฐาน120 pip
อัตราส่วนเสี่ยงต่อผลตอบแทน120 ÷ 301 : 4.00
อัตราชนะที่ต้องมีถึงจะเสมอตัว1 ÷ (1 + 4.00)20.0%
120
ความสูงฐาน = ระยะเป้าหมาย (pip)
1 : 4.00
อัตราส่วนเสี่ยงต่อผลตอบแทน
20.0%
อัตราชนะที่ทำให้เสมอตัว
ทำไมต้องมีตัวเลขที่สามเสมอ — "1 : 4" ฟังดูดี แต่สิ่งที่มันบอกจริง ๆ คือ ถ้าชนะน้อยกว่า 20.0% ของครั้งที่เทรด ก็ยังขาดทุน อัตราส่วนที่สูงไม่ได้แปลว่ากำไร มันแค่ลดเพดานอัตราชนะที่ต้องทำให้ได้ลงมาเท่านั้น

เบรกเร็วหรือเบรกลึก — ตัวเลขเปลี่ยนไปมากกว่าที่คิด

จุดที่คนมองข้ามที่สุดของแพทเทิร์นนี้คือ เป้าหมายไม่เปลี่ยนตามจุดเบรก แต่ระยะเสี่ยงเปลี่ยน เพราะ measured move ใช้ความสูงของฐาน ซึ่งคงที่เสมอ ส่วนจุดตัดขาดทุนอยู่ที่อีกฟากของกรอบ ซึ่งแคบลงเรื่อย ๆ เมื่อเข้าใกล้ Apex

ถ้าเรียก "เบรกที่ตำแหน่งไหนของสามเหลี่ยม" ว่า p (p = 0 คือที่ฐาน, p = 1 คือที่ Apex) ความกว้างของกรอบตรงจุดเบรกจะเท่ากับ ความสูงฐาน × (1 − p) ⇒ ความสัมพันธ์ทั้งหมดยุบเหลือสูตรเดียว

เมื่อเป้าหมายคงที่เท่ากับความสูงฐานเสมอ · R:R = 1 ÷ (1 − p) — เบรกที่ 75% ของทาง ได้อัตราส่วนดีกว่าเบรกที่ 25% ถึงสามเท่า โดยที่รูปแบบเป็นอันเดียวกัน
เบรกยิ่งลึก กรอบยิ่งแคบ — เป้าหมายเท่าเดิมเสมอ 120 pip เส้นบน เส้นล่าง ฐาน 120 pip Apex จุดเบรก เบรกที่ 25% ของทาง → กรอบกว้าง 90 pip → R:R 1 : 1.33 → เสมอตัว 42.9% เบรกที่ 50% ของทาง → กรอบกว้าง 60 pip → R:R 1 : 2.00 → เสมอตัว 33.3% เบรกที่ 65% ของทาง → กรอบกว้าง 42 pip → R:R 1 : 2.86 → เสมอตัว 25.9% เบรกที่ 75% ของทาง → กรอบกว้าง 30 pip → R:R 1 : 4.00 → เสมอตัว 20.0% เบรกที่ 85% ของทาง → กรอบกว้าง 18 pip → R:R 1 : 6.67 → เสมอตัว 13.0% เบรกที่ 90% ของทาง → กรอบกว้าง 12 pip → R:R 1 : 10.00 → เสมอตัว 9.1% แถบเหลือง = ความกว้างของกรอบตรงจุดเบรก ซึ่งคือระยะเสี่ยง · เป้าหมายคงที่ 120 pip ทุกเฟรม
จุดเบรกเลื่อนเข้าหา Apex — กรอบแคบลง ระยะเสี่ยงสั้นลง อัตราส่วนดีขึ้น แต่ดูคอลัมน์สุดท้ายของตารางข้างล่างประกอบเสมอ
เบรกที่ตำแหน่งกรอบกว้างระยะเสี่ยงเป้าหมายR:Rอัตราชนะที่เสมอตัวสเปรด 1.0 pip คิดเป็นกี่ % ของความเสี่ยง
25%90 pip90 pip120 pip1 : 1.3342.9%1.1%
50%60 pip60 pip120 pip1 : 2.0033.3%1.7%
65%42 pip42 pip120 pip1 : 2.8625.9%2.4%
75%30 pip30 pip120 pip1 : 4.0020.0%3.3%
85%18 pip18 pip120 pip1 : 6.6713.0%5.6%
90%12 pip12 pip120 pip1 : 10.009.1%8.3%

ทุกแถวคำนวณจากความสูงฐาน 120 pip · จุดตัดขาดทุนที่อีกฟากของกรอบตรงจุดเบรก · สเปรดสมมติ 1.0 pip ⇒ ตรวจตามได้ทุกช่อง

⚠️
อย่าอ่านตารางนี้ว่า "รอให้ลึกที่สุดแล้วค่อยเข้า" — คอลัมน์สุดท้ายเดินสวนทางกับ R:R เสมอ ที่ 90% สเปรดกินไป 8.3% ของความเสี่ยงทั้งก้อน เทียบกับ 1.1% ที่ 25% และกรอบกว้างแค่ 12 pip คือระยะที่ราคาแกว่งผ่านได้ในไม่กี่นาที ⇒ ยิ่งลึก ยิ่งโดนสะกิดออกถี่ขึ้น ใช้ตารางนี้เพื่อคัดออก ไม่ใช่เพื่อไล่หาแถวล่างสุด

False Breakout — กับดักที่แพงที่สุดของแพทเทิร์นนี้

สามเหลี่ยมเป็นแพทเทิร์นที่คนเห็นพร้อมกันเยอะมาก แปลว่าคำสั่งตัดขาดทุนไปกองอยู่ที่อีกฟากของกรอบพร้อมกันเยอะเช่นกัน ราคาที่แหย่ออกนอกกรอบสั้น ๆ แล้วดึงกลับ จึงเป็นสิ่งที่เกิดเป็นปกติ ไม่ใช่ความผิดปกติ

  • รอแท่งปิดนอกกรอบ ไม่ใช่รอไส้แหย่ — ข้อเดียวนี้ตัดการเบรกหลอกออกไปได้มากที่สุด แลกกับการเข้าช้าลงหนึ่งแท่ง
  • รอย่อกลับมาทดสอบกรอบเดิม — เส้นที่เคยเป็นแนวต้านควรกลายเป็นแนวรับ ถ้าย่อกลับมาแล้วทะลุกลับเข้าไปในสามเหลี่ยมได้ง่าย ๆ แปลว่าการเบรกนั้นไม่มีของจริงรองรับ
  • เบรกที่สวนเทรนด์ใหญ่ต้องการหลักฐานมากกว่า — Ascending triangle ที่เบรกลงกลางเทรนด์ขาขึ้นใหญ่ เป็นเคสที่พลาดง่ายที่สุด
  • ระวังการเบรกช่วงข่าว — กรอบที่แคบอยู่แล้วบวกกับสเปรดที่ถ่างตอนข่าว ทำให้ราคาออกนอกกรอบได้โดยไม่ต้องมีแรงซื้อขายจริงเลย
กราฟแท่งเทียนจริงแสดงสามเหลี่ยมขาขึ้นที่ราคาเบรกออกด้านบน พร้อมระดับจุดตัดขาดทุนและเป้าหมายทำกำไรที่ทำเครื่องหมายไว้บนกราฟ
ตัวอย่างบนกราฟจริง — สังเกตว่าจุดเบรกอยู่ค่อนไปทางปลายสามเหลี่ยม กรอบตรงนั้นจึงแคบ และระยะจุดตัดขาดทุนสั้นตามไปด้วย

ถ้าอยากเห็นว่าเงื่อนไขแบบนี้ถูกเขียนเป็นสัญญาณที่มีระยะเสี่ยงและอัตราส่วนกำกับไว้ตั้งแต่ต้นอย่างไร ดูตัวอย่างได้ที่ AlphaSigs


กับดักอื่นที่ทำให้สามเหลี่ยมใช้ไม่ได้ผล

1

ลากเส้นให้เข้ากับสิ่งที่อยากเห็น

ถ้าต้องขยับเส้นให้พ้นไส้เทียนสองสามอันเพื่อให้กรอบสวย แปลว่ากรอบนั้นไม่มีอยู่จริง สามเหลี่ยมที่ต้องเพ่งถึงจะเห็น มักไม่ใช่สามเหลี่ยม

2

วางออเดอร์ล่วงหน้าตามชื่อแพทเทิร์น

ตั้ง Buy Stop ไว้เหนือ Ascending triangle ตั้งแต่ยังไม่เบรก = เดาทิศทางจากชื่อ ไม่ใช่จากราคา

3

ใช้ความสูงตรงจุดเบรกเป็นเป้าหมาย

เป้าหมายวัดจากฐานที่กว้างที่สุด ไม่ใช่จากความกว้างตรงจุดที่เบรก การใช้ผิดจุดทำให้เป้าหมายสั้นกว่าที่ควรมาก

4

เทรดสามเหลี่ยมที่ยืดเยื้อเกินไป

กรอบที่ลากยาวเป็นสิบ ๆ แท่งจนเกือบแบน ไม่ได้สะสมแรงอะไรแล้ว มันกลายเป็นช่วงตลาดเงียบธรรมดา

5

ไม่ดูว่าอยู่ตรงไหนของภาพใหญ่

สามเหลี่ยมกลางกรอบ Sideway ใหญ่ ๆ กับสามเหลี่ยมที่ชนแนวต้านสำคัญของไทม์เฟรมใหญ่ เป็นคนละสถานการณ์กันโดยสิ้นเชิง

6

ลืมว่าเป้าหมายเป็นแค่ระยะทาง

measured move บอกระยะที่ราคาอาจเดินทาง ไม่ใช่ระยะที่ราคาต้องเดินทาง ถ้ามีแนวต้านสำคัญขวางอยู่ก่อนถึงเป้า ให้ยึดแนวต้านนั้นเป็นเป้าจริง


เช็กลิสต์ก่อนกดออเดอร์

  1. มีจุดสัมผัสครบข้างละ 2 จุดไหม — ถ้าไม่ครบ ยังไม่ใช่สามเหลี่ยม
  2. ลากที่ไส้เทียนหรือยัง — ไม่ใช่ที่ตัวแท่ง
  3. ราคาปิดนอกกรอบแล้วหรือยัง — ไส้แหย่ไม่นับ
  4. วัดความสูงฐานได้เท่าไร — จดตัวเลขไว้ก่อน เพราะมันคือเป้าหมายทั้งหมด
  5. จดตัวเลขสี่ตัวก่อนกด — ราคาเข้า · จุดตัดขาดทุน · เป้าหมาย · อัตราชนะที่เสมอตัว ถ้าตัวสุดท้ายสูงเกินกว่าที่ทำได้จริง ให้ข้ามไป
  6. มีแนวต้านสำคัญขวางก่อนถึงเป้าไหม — ถ้ามี ให้ใช้แนวนั้นเป็นเป้าแทน แล้วคำนวณอัตราส่วนใหม่
  7. ขนาดสถานะมาจากระยะเสี่ยง — กรอบแคบไม่ได้แปลว่าใส่ไม้ใหญ่ได้ มันแปลว่าโดนสะกิดง่ายขึ้นด้วย

สรุป

กราฟสามเหลี่ยม (Triangle Pattern) คือภาพของความผันผวนที่กำลังหดตัว แบ่งเป็น Symmetrical · Ascending · Descending ตามความชันของเส้นบนและเส้นล่าง มันบอกว่ากำลังจะมีการเคลื่อนไหว แต่ไม่ได้บอกทิศทาง — ทิศทางต้องรอให้ราคาปิดออกนอกกรอบยืนยัน

เป้าหมายวัดจากความสูงของฐานที่กว้างที่สุด ทาบจากจุดเบรก ซึ่งแปลว่าเป้าหมายคงที่เสมอ ส่วนระยะเสี่ยงเปลี่ยนตามว่าเบรกลึกแค่ไหน ⇒ R:R = 1 ÷ (1 − ตำแหน่งที่เบรก) เบรกที่ 25% ของทางได้ 1 : 1.33 (ต้องชนะ 42.9% ถึงเสมอตัว) ส่วนเบรกที่ 75% ได้ 1 : 4.00 (ต้องชนะ 20.0%) — แต่ยิ่งลึก สเปรดยิ่งกินสัดส่วนความเสี่ยงมากขึ้นและยิ่งโดนสะกิดง่าย จึงต้องอ่านสองคอลัมน์นี้คู่กันเสมอ

อ่านต่อเรื่องการเบรกหลอกโดยละเอียดได้ที่ False Breakout คืออะไร · และถ้าต้องการตัวช่วยที่แสดงระยะเสี่ยงกับอัตราส่วนของทุกสัญญาณไว้ให้ตั้งแต่ต้น ดูได้ที่ AlphaSigs

บทความนี้เป็นเนื้อหาให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้คำนวณตามได้ ไม่ใช่ผลตอบแทนที่รับรอง การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาและตัดสินใจด้วยตนเอง

ความคิดเห็น

Related stories