กองทุนลดหย่อนภาษี — LTF ใช้ไม่ได้แล้ว ตอนนี้ซื้ออะไรแทน และคำนวณว่าประหยัดภาษีได้จริงเท่าไร

ซื้อกองทุน 100,000 บาท ประหยัดภาษีเท่าไร ขั้น 5% 5,000 ขั้น 15% 15,000 ขั้น 25% 25,000 ขั้น 35% 35,000 เงินก้อนเดียวกัน ประหยัดต่างกัน 7 เท่า LTF ใช้ลดหย่อนไม่ได้ตั้งแต่ปีภาษี 2563 กองทุนลดหย่อนภาษี LTF ใช้ไม่ได้แล้ว ซื้ออะไรแทน โดย คนเล่น Forex ประหยัดจริง = เงินซื้อ × ขั้นภาษี ไม่เท่ากันทุกคน ยิ่งขั้นสูง ยิ่งประหยัดมาก เพดานกลุ่มเกษียณ 500,000 หรือ 30% ของเงินได้ แล้วแต่ค่าใดต่ำกว่า อัปเดตเกณฑ์ล่าสุด
การวางแผนภาษี

กองทุนลดหย่อนภาษี — LTF หมดสิทธิไปตั้งแต่ปีภาษี 2563 ตอนนี้เหลืออะไรบ้าง และวิธีคำนวณว่าซื้อแล้วประหยัดภาษีจริงเท่าไร

ถ้ากำลังหาข้อมูลเรื่อง "ซื้อ LTF ลดหย่อนภาษี" ข่าวร้ายคือ LTF ใช้ลดหย่อนภาษีไม่ได้แล้วตั้งแต่ปีภาษี 2563 เป็นต้นมา — และกองทุน SSF ที่มาแทนก็สิ้นสุดสิทธิไปอีกรอบหนึ่ง · สิ่งที่ยังใช้ได้และสิ่งที่เข้ามาใหม่คือคนละชุดกับที่เคยรู้กัน · แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคือวิธีคิดว่าซื้อกองทุนแล้วประหยัดภาษีได้เท่าไร ซึ่งเป็นสูตรบรรทัดเดียวที่ใช้ได้กับกองทุนลดหย่อนทุกชนิดทุกยุค — เงินที่ประหยัดได้ = เงินที่ซื้อ × อัตราภาษีขั้นสูงสุดที่เราอยู่ · นั่นแปลว่าเงิน 100,000 บาทก้อนเดียวกัน คนที่อยู่ขั้น 5% ประหยัดได้ 5,000 บาท ส่วนคนที่อยู่ขั้น 35% ประหยัดได้ 35,000 บาท ต่างกัน 7 เท่า

!
อ่านตรงนี้ก่อนเงื่อนไขและเพดานของกองทุนลดหย่อนเปลี่ยนเกือบทุกปี และบางมาตรการเปิดให้ซื้อเฉพาะช่วงเวลาสั้น ๆ · ตัวเลขในหน้านี้ใช้เกณฑ์ที่ประกาศไว้สำหรับปีภาษี 2568 เพื่อแสดงวิธีคิด · ก่อนซื้อจริงต้องเช็กเกณฑ์ของปีภาษีนั้นจาก กรมสรรพากร หรือ บลจ. ที่ขายกองทุนเสมอ · บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือคำแนะนำทางภาษี
ปีภาษี 2563
ปีสุดท้ายที่ LTF ยังใช้ลดหย่อนได้ — หลังจากนั้นหมดสิทธิ
7 เท่า
ส่วนต่างที่คนขั้น 35% ประหยัดได้มากกว่าคนขั้น 5% จากเงินก้อนเดียวกัน
500,000
เพดานรวมของกลุ่มกองทุนเพื่อการเกษียณ หรือ 30% ของเงินได้ แล้วแต่ค่าใดต่ำกว่า
แผนภาพกลไกของกองทุนรวม ผู้ลงทุนนำเงินลงทุนผ่านกองทุนไปยังตลาดหลักทรัพย์และตลาดเงิน
กลไกของกองทุนรวมไม่เคยเปลี่ยน — เรานำเงินไปรวมกัน กองทุนเอาไปลงทุนต่อ แล้วส่งผลตอบแทนกลับมา · สิ่งที่เปลี่ยนบ่อยคือสิทธิลดหย่อนภาษีที่รัฐให้กับกองทุนแต่ละประเภท

สรุปสถานะ — กองทุนไหนยังใช้ลดหย่อนได้

กองทุนสถานะสิทธิลดหย่อนเพดาน (ปีภาษี 2568)เงื่อนไขถือครอง
LTFหมดสิทธิ ตั้งแต่ปีภาษี 2563
SSFหมดสิทธิ หลังปีภาษี 2567
RMFยังใช้ได้30% ของเงินได้ · รวมกลุ่มเกษียณไม่เกิน 500,000ถือยาวถึงอายุ 55 ปี และลงทุนต่อเนื่อง
Thai ESGยังใช้ได้30% ของเงินได้ · ไม่เกิน 300,000ถือ 5 ปี
Thai ESGXเปิดซื้อเฉพาะช่วงที่กำหนด30% ของเงินได้ · ไม่เกิน 300,000ถือ 5 ปี
ประกันบำนาญ · PVD · กบข. · กอช.ยังใช้ได้อยู่ในเพดานรวมกลุ่มเกษียณ 500,000ตามเงื่อนไขของแต่ละแบบ
เรื่อง LTF ที่ถือค้างอยู่ — การที่ LTF หมดสิทธิลดหย่อน ไม่ได้แปลว่ากองที่ถืออยู่เดิมหายไป · หน่วยลงทุนยังอยู่และขายได้ตามเงื่อนไขเดิมของกองนั้น · ที่หายไปคือสิทธิในการนำเงินซื้อใหม่มาหักลดหย่อน · เคยมีมาตรการเปิดให้สับเปลี่ยน LTF ไปเป็น Thai ESGX เพื่อรับสิทธิลดหย่อน แต่เป็นช่วงเวลาจำกัดและมีเงื่อนไขเข้มงวด (เช่นต้องสับเปลี่ยนทั้งหมด ไม่ใช่บางส่วน) — ถ้ายังถือ LTF อยู่ ให้เช็กกับ บลจ. โดยตรงว่ามีมาตรการอะไรเปิดอยู่ในปีนั้น

สูตรเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยน — ซื้อแล้วประหยัดภาษีเท่าไร

ตรงนี้คือส่วนที่ใช้ได้ตลอด ไม่ว่ากองทุนจะเปลี่ยนชื่อไปกี่รอบ · ค่าลดหย่อนไม่ได้หักออกจากภาษีโดยตรง แต่หักออกจากเงินได้ก่อนคำนวณภาษี ผลคือมันไปตัดเงินได้ที่อยู่ขั้นบนสุดของเราออก

เงินภาษีที่ประหยัดได้ = เงินที่ซื้อ × อัตราภาษีขั้นสูงสุดที่เราอยู่
ไม่ใช่ × อัตราเฉลี่ย และไม่ใช่ได้คืนเต็มจำนวนที่ซื้อ
ตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันไดของกรมสรรพากร
ตารางอัตราภาษีฉบับกรมสรรพากร — ใช้หาขั้นสูงสุดที่เราอยู่ โดยดูว่าเงินได้สุทธิของเราตกอยู่ในแถวไหน แล้วเอาอัตราของแถวนั้นไปคูณกับเงินที่จะซื้อกองทุน
เงินได้สุทธิขั้นภาษีสูงสุดที่อยู่ซื้อกองทุน 100,000 บาทประหยัดภาษีได้
250,0005%100,000 × 5%5,000 บาท
450,00010%100,000 × 10%10,000 บาท
700,00015%100,000 × 15%15,000 บาท
950,00020%100,000 × 20%20,000 บาท
1,500,00025%100,000 × 25%25,000 บาท
3,000,00030%100,000 × 30%30,000 บาท
6,000,00035%100,000 × 35%35,000 บาท
ซื้อกองทุน 100,000 บาทเท่ากัน · ประหยัดภาษีไม่เท่ากัน ขั้น 5% 5,000 ขั้น 10% 10,000 ขั้น 15% 15,000 ขั้น 20% 20,000 ขั้น 25% 25,000 ขั้น 35% 35,000 แถบล่างสุดยาวกว่าแถบบนสุด 7 เท่า — เพราะสิทธิลดหย่อนไปตัดเงินได้ที่ขั้นบนสุดของแต่ละคนออก
นี่คือเหตุผลที่คำแนะนำแบบ "ทุกคนควรซื้อกองทุนลดหย่อน" ใช้ไม่ได้กับทุกคน — ยิ่งฐานภาษีต่ำ ประโยชน์ทางภาษีก็ยิ่งน้อย จนบางกรณีไม่คุ้มกับการล็อกเงินไว้หลายปี

กรณีที่ซื้อไปก็ไม่ได้อะไร

เรื่องที่บทความชวนซื้อกองทุนมักไม่พูดถึงคือ ถ้าไม่มีภาษีต้องจ่ายอยู่แล้ว การซื้อกองทุนลดหย่อนไม่ได้ช่วยอะไรเลยในแง่ภาษี · ลองดูตัวอย่างคนที่มีเงินเดือนอย่างเดียว

เงินเดือนเงินได้ทั้งปีหักค่าใช้จ่าย 50% (ไม่เกิน 100,000) และลดหย่อนส่วนตัว 60,000เงินได้สุทธิภาษีซื้อกองทุนแล้วได้อะไร
15,000180,000−90,000 − 60,00030,0000ไม่ได้ประโยชน์ทางภาษี
25,000300,000−100,000 − 60,000140,0000ไม่ได้ประโยชน์ทางภาษี
35,000420,000−100,000 − 60,000260,0005,500ประหยัดได้ที่อัตรา 5%
60,000720,000−100,000 − 60,000560,00036,500ประหยัดได้ที่อัตรา 15%
!
สองแถวบนคือประเด็นสำคัญ — เงินได้สุทธิยังไม่ถึง 150,000 บาท จึงยังไม่มีภาษีต้องจ่ายตั้งแต่แรก · การซื้อกองทุนลดหย่อนในกรณีนี้ไม่ได้ประหยัดภาษีแม้แต่บาทเดียว เพราะไม่มีภาษีให้ประหยัด · จะซื้อก็ซื้อได้ แต่ต้องซื้อเพราะอยากลงทุนในกองนั้นจริง ๆ ไม่ใช่เพราะเรื่องภาษี · และต้องรับเงื่อนไขการถือครองระยะยาวที่มาพร้อมกันด้วย · ตัวเลขในตารางเป็นกรณีที่มีเฉพาะค่าลดหย่อนพื้นฐาน กรณีจริงของแต่ละคนจะมีมากกว่านี้ ทำให้ภาษียิ่งต่ำลง

เพดานที่ต้องระวัง

สิทธิลดหย่อนกลุ่มกองทุนเพื่อการเกษียณมีเพดานซ้อนกันสองชั้น — ชั้นแรกคือ 30% ของเงินได้พึงประเมิน ชั้นที่สองคือเพดานเงินบาท 500,000 สำหรับทั้งกลุ่มรวมกัน ต้องเอาค่าที่ต่ำกว่ามาใช้

เงินได้พึงประเมิน30% ของเงินได้เพดานเงินบาทใช้สิทธิได้จริงติดเพดานไหน
500,000150,000500,000150,000ติดเพดาน 30%
1,000,000300,000500,000300,000ติดเพดาน 30%
1,666,667500,000500,000500,000ติดพอดีทั้งสองชั้น
2,500,000750,000500,000500,000ติดเพดานเงินบาท
จุดที่คนพลาดบ่อย — เพดาน 500,000 เป็นเพดานรวมทั้งกลุ่ม ไม่ใช่ของ RMF อย่างเดียว · ถ้ามีเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) จากบริษัทอยู่แล้ว หรือมีประกันบำนาญ ยอดเหล่านั้นก็นับรวมอยู่ในเพดานเดียวกัน · ซื้อเกินเพดานไม่ได้สิทธิเพิ่ม แต่ยังต้องรับเงื่อนไขการถือครองอยู่ดี ดังนั้นควรรวมยอดทั้งหมดก่อนตัดสินใจซื้อเพิ่ม · ส่วน Thai ESG มีเพดานของตัวเองแยกจากกลุ่มเกษียณ

ต้นทุนที่ไม่ได้อยู่ในคำว่า "ประหยัดภาษี"

  • เงินถูกล็อกหลายปี — RMF ผูกกับอายุ 55 ปีและต้องลงทุนต่อเนื่อง ส่วน Thai ESG ถือ 5 ปี · เงินก้อนนั้นเอาออกมาใช้ระหว่างทางไม่ได้โดยไม่เสียสิทธิ
  • ผิดเงื่อนไขแล้วต้องคืนภาษี — ถ้าขายก่อนกำหนดหรือหยุดลงทุนผิดเงื่อนไข ต้องคืนภาษีที่เคยได้ลดหย่อนไป พร้อมเงินเพิ่ม ซึ่งอาจแพงกว่าที่เคยประหยัดได้
  • กองทุนขาดทุนได้ — สิทธิลดหย่อนเป็นเรื่องภาษี ไม่ได้การันตีผลตอบแทน · ประหยัดภาษีได้ 15,000 แต่กองทุนติดลบ 30,000 ก็ยังขาดทุนสุทธิ
  • ค่าธรรมเนียมกองทุน — คิดทุกปีตลอดที่ถืออยู่ ซึ่งในกองที่ถือยาวสิบกว่าปีสะสมได้มาก ควรดูค่าธรรมเนียมก่อนเลือกกอง
  • ต้องมีเอกสารยืนยันการซื้อ — บลจ. จะออกหนังสือรับรองให้ใช้ประกอบการยื่น ต้องเก็บไว้
"ลดหย่อนภาษี" ไม่ได้แปลว่าได้เงินคืนเต็มจำนวนที่ซื้อ
มันแปลว่าเงินก้อนนั้นถูกดึงออกจากฐานภาษี — ส่วนที่ได้คืนจริงคือเงินซื้อคูณอัตราขั้นบนสุดของเราเท่านั้น

สรุป — 4 คำถามก่อนกดซื้อ

  1. ปีนี้เรามีภาษีต้องจ่ายจริงเท่าไร — ถ้าคำตอบคือศูนย์ เรื่องภาษีจบตรงนี้ ไม่ต้องคิดต่อ
  2. เราอยู่ขั้นภาษีอะไร — เอาไปคูณกับเงินที่จะซื้อ จะได้ตัวเลขที่ประหยัดได้จริง แล้วค่อยชั่งกับข้อ 3
  3. รับเงื่อนไขถือครองไหวไหม — RMF ยาวถึงอายุ 55 ปี · Thai ESG 5 ปี · ถ้าเงินก้อนนั้นอาจต้องใช้ระหว่างทาง อย่าเอามาผูก
  4. รวมยอดทั้งกลุ่มแล้วเกินเพดานหรือยัง — นับ PVD · กบข. · ประกันบำนาญ เข้าไปด้วย ส่วนที่เกินไม่ได้สิทธิเพิ่ม

วิธีคำนวณภาษีขั้นบันไดแบบละเอียดพร้อมตัวอย่างหลายระดับ อยู่ที่ ภาษี Forex ต้องเสียไหม ซึ่งใช้ตารางอัตราเดียวกันทั้งหมด · ส่วนคนที่มีรายได้จากการเทรดด้วย ควรอ่านเรื่องเงินได้จากต่างประเทศในหน้านั้นประกอบ เพราะกระทบยอดเงินได้ที่ใช้คำนวณเพดาน 30% ด้วย

กองทุนลดหย่อนภาษีที่ดีที่สุด คือกองที่เราอยากถือมันอยู่แล้ว
สิทธิทางภาษีควรเป็นของแถม ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ซื้อ — เพราะสิทธิได้ครั้งเดียว แต่ต้องถือกองนั้นอีกหลายปี

แหล่งอ้างอิงหลัก — ตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของ กรมสรรพากร · ประกาศเกี่ยวกับสิทธิลดหย่อนกองทุน RMF · Thai ESG · Thai ESGX สำหรับปีภาษี 2568 · เงื่อนไขและเพดานเปลี่ยนได้ทุกปี ผู้อ่านต้องตรวจสอบเกณฑ์ของปีภาษีที่เกี่ยวข้องด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

คำชี้แจง — บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่ออธิบายวิธีคำนวณ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือคำแนะนำทางภาษี และไม่ได้แนะนำกองทุนใดเป็นการเฉพาะ · ตัวเลขทั้งหมดเป็นกรณีสมมติที่หักเฉพาะค่าลดหย่อนพื้นฐาน กรณีจริงของแต่ละคนต่างออกไป · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลกองทุนและหนังสือชี้ชวนก่อนตัดสินใจ

ความคิดเห็น

Related stories