BUFFETT’S ALPHA : เผยความลับในการเอาชนะตลาดหุ้นของ วอร์เรน บัฟเฟตต์

Buffett’s alpha : วอร์เรน บัฟเฟตต์ สามารถสร้างผลตอบแทนของเขาได้อย่างไร!? อะไรคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ สามารถเอาชนะตลาดหุ...

warren-buffett-just-made-a-huge-bet-on-the-us-housing-market

Buffett’s alpha : วอร์เรน บัฟเฟตต์ สามารถสร้างผลตอบแทนของเขาได้อย่างไร!?

อะไรคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ สามารถเอาชนะตลาดหุ้นมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี และผลตอบแทนของเขามาจากการเป็นนักลงทุนผู้เก่งกาจ หรือความเป็นนักธุรกิจที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถกันแน่!?
ในวันนี้เราจะมาหาคำตอบกันจากสุดยอดผลงานวิจัยที่ชื่อว่า Buffett’s Alpha กัน ซึ่งมันจะเปิดเผยให้เราเห็นถึงความลับต่างๆในการลงทุนของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ อย่างเป็นวิทยาศาสตร์จับต้องได้กันครับ!!

Buffett’s Alpha บทพิสูจน์กลยุทธ์การลงทุนของบัฟเฟตต์

แน่นอนครับว่าในอดีตที่ผ่านมามีหนังสือและบทความมากมายที่พยายามจะถอดรหัสวิธีการลงทุนของบัฟเฟตต์เอาไว้กันมานักต่อนัก อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปส่วนใหญ่ของพวกมันมักเกิดขึ้นจากวิจารณญาณส่วนตัว, ข้อสังเกตส่วนบุคคล หรือความเชื่อเกี่ยวกับบัฟเฟตต์ที่ถ่ายทอดต่อๆกันมากันแทบทั้งสิ้น นั่นจึงทำให้เราขาดหลักฐานที่จะชี้ชัดได้ว่าบัฟเฟตต์ทำมันได้อย่างไรอย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้
ข่าวดีก็คือ … ในที่สุดเมื่อปลายปี 2013 ที่ผ่านมานั้น นักวิชาการและนักลงทุนเชิงปริมาณหรือที่เรามักเรียกกันว่า Quants นำโดยคุณ Andrea Frazzini, David Kabiller และ Lasse Heje Pederson ได้พยายามที่จะหาคำตอบและสามารถพิสูจน์มันออกมา ด้วยการเก็บข้อมูลและทำการจำลองรวมถึงวิเคราะห์ผลทางสถิติย้อนหลังออกมาจนๆได้ในที่สุด!
โดยนอกจากที่งานวิจัยชิ้นนี้จะได้ให้คำตอบกับเราว่าอะไรคือตัวแปรสำคัญที่สามารถช่วยอธิบายถึงลักษณะผลตอบแทนและราคาหุ้นของบัฟเฟตต์ได้แล้วนั้น มันยังช่วยให้เราได้ทราบอย่างชัดเจนว่าเขามีเคล็ดลับอย่างไรในการเร่งการเติบโตของกลยุทธ์การลงทุน (ที่ดีอยู่แล้ว) ให้เติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็วขึ้นไปอีก นอกจากนั้นแล้ว มันก็ยังได้ทำการพิสูจน์เปรียบเทียบออกมาอีกด้วยว่าอะไรคือความสามารถหลักที่ทำให้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ สามารถสร้างผลตอบแทนที่เป็นตำนานเช่นนี้ออกมาได้อย่างยั่งยืนและยาวนานอีกด้วย
และสิ่งที่ทุกคนกำลังจะได้อ่านกันต่อไปนี้ก็คือเนื้อหาที่ผมได้พยายามสรุปออกมาให้กระชับและได้ใจความที่สุด จากงานวิจัยที่ชื่อว่า Buffett’s Alpha ครับ ส่วนใครอยากอ่านงานวิจัยชิ้นนี้เต็มๆ สามารถเลื่อนลงไปดู PDF ฉบับเต็มได้ที่เนื้อหาด้านล่างสุดของบทความเลยครับ!
Andrea Frazzini
ภาพ : แอนเดีย ฟราซซินี่ (Andrea Frazzini) นักลงทุนเชิง Quant จากกองทุน AQR Capital Management ผู้ร่วมเขียนงานวิจัย Buffett’s Alpha ที่เราจะได้อ่านกัน (ปล. ผมไม่ได้ตั้งใจตัดผมตามเฮียแกนะครับ ฮ่าๆ)

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับผลตอบแทนของบัฟเฟตต์ จากผลงานวิจัยชิ้นนี้

  • หากคุณลงทุนกับ บัฟเฟตต์ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1976 ด้วยเงิน 1 เหรียญ ในปี ค.ศ. 2011 คุณจะมีเงินถึง 1,500 เหรียญ เลยทีเดียว
  • ผลตอบแทนส่วนเกินจาก T-Bill โดยเฉลี่ย ของบัฟเฟตต์อยู่ที่ราว 19% ต่อปี
  • ผลตอบแทนส่วนเกินจากตลาดหุ้นโดยเฉลี่ย ของบัฟเฟตต์อยู่ที่ราว 6.1% ต่อปี
  • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงหรือ Sharpe Ratio ของบัฟเฟตต์อยู่ที่ 0.76 เท่า ซึ่งดีกว่าผลตอบแทนของตลาดหุ้นอเมริกาที่ 0.36 เกือบ 2 เท่า
  • เมื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนของหุ้น Berkshire ของบัฟเฟตต์ กับหุ้นทุกตัวในตลาด รวมไปถึงกองทุนรวมของอเมริกาที่มีอายุยาวนานกว่า 30 ขึ้นไปจะพบว่า หุ้น Berkshire ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด และถ้าย้อนเวลาได้มันก็คือหุ้นที่คุณควรกลับไปซื้อที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
  • บัฟเฟตต์เคยแพ้ตลาดเช่นกัน โดยมีส่วนต่างที่กว้างถึงกว่า 76% เมื่อหุ้นของเขาให้ผลตอบแทนติดลบราว 44% ในขณะที่ตลาดหุ้นวิ่งขึ้นไปกว่า 32% ในช่วงปี ค.ศ. 1998-2000 ดังนั้นคุณจึงไม่ใช่คนเดียวที่เคยแพ้ตลาดในระยะสั้นๆอย่างแน่นอน และนี่ก็เป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าทำไมคุณจึงควรยึดมั่นในกลยุทธ์การลงทุนของคุณให้ได้อย่างยาวนานมากที่สุดนั่นเองครับ

วอร์เรน บัฟเฟตต์ คือหนามยอกอกของทฤษฎีตลาดมีประสิทธิภาพ

สำหรับเนื้อหาหลักๆในงานวิจัยชิ้นนี้นั้น ประเด็นแรกเลยที่งานวิจัยชิ้นนี้ได้เน้นย้ำออกมาก็คือ “ตลาดนั้นไม่ได้มีประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา” และ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ก็ไม่ใช่นักลงทุนผู้โชคดีเพียงคนเดียว เพราะสิ่งที่เขาทำได้นั้นไม่ใช่เรื่องบัญเอิญที่เกิดขึ้นกับเขาคนเดียวเท่านั้น แต่มันเกิดขึ้นกับนักลงทุนเชิงคุณค่าอีกหลายคน (Value Investor) รวมไปถึงผลตอบแทนของระบบการลงทุนเชิงคุณค่าที่ได้ลอกเลียนแบบสไตล์การลงทุนของ บัฟเฟตต์ อีกด้วย! โดยที่งานวิจัยได้พยายามชี้ให้เห็นว่า
  • กลุ่มของนักลงทุนที่สามารถทำตามคำสอนและกลยุทธ์ของ เบนจามิน เกรแฮม และ เดวิด ดอดจ์ (อาจารย์ของ บัฟเฟตต์) ได้เป็นระยะเวลาที่ยาวนานเพียงพอนั้น ก็สามารถที่จะสร้างผลตอบแทนที่มีลักษณะคล้ายกับบัฟเฟตต์ออกมาได้เช่นเดียวกัน
  • หุ้นที่มีลักษณะ (Characteristic) ไปในทางเดียวกันกับหุ้นที่บัฟเฟตต์เลือกซื้อนั้น โดยเฉลี่ยแล้วก็มักจะให้ผลตอบแทนที่ดีเช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะเพียงแต่หุ้นที่ บัฟเฟตต์ เลือกซื้อเท่านั้น
  • ลักษณะของผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจากระบบการลงทุน (Quantitative Investing System) ที่ลอกเลียนแบบสไตล์การลงทุนของ บัฟเฟตต์ สามารถที่จะเอาชนะตลาดหุ้นได้เช่นกัน และยังให้ลักษณะของผลตอบแทนที่คล้ายกับบัฟเฟตต์ออกมาด้วย
  • ผลตอบแทนของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ คือหลักฐานเชิงประจักษ์ชั้นดีว่ากลยุทธ์ที่ เกรแฮม และ ดอดจ์ ได้เผยแพร่ออกมานั้น เป็นสิ่งที่ใช้ได้จริงเหนือกาลเวลา ไม่ใช่เพียงสิ่งที่ดูดีแค่ในกระดาษจากผลการค้นคว้าหรือทดสอบย้อนหลังในฐานข้อมูลเดิมๆของพวกเขาเท่านั้น (Out-of-Sample Result) ซึ่งตรงกับคำพูดของ บัฟเฟตต์ที่ว่า
เบน เกรแฮม ได้สอนผมมากว่า 45 ปีที่แล้วว่า ในการลงทุนนั้นคุณไม่จำเป็นที่จะต้องทำสิ่งที่พิเศษ เพื่อที่จะสร้างผลตอบที่สุดวิเศษออกมาเลย – วอร์เรน บัฟเฟตต์

ความปลอดภัย, ราคาที่ถูก และกิจการที่ดี คือตัวแปรหลักที่เป็นตัวขับเคลื่อนผลตอบแทนของ วอร์เรน บัฟเฟตต์

เป็นที่รู้กันดีว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์ นั้นสามารถที่จะสร้างผลตอบแทนที่ชนะตลาดมาได้อย่างยาวนาน ซึ่งมันช่างขัดแย้งกับทฤษฎีตลาดมีประสิทธิภาพ (EMH) เหลือเกิน! นอกจากนี้แล้วตัวแปรต่างๆที่บรรดานักวิชาการสาย EMH พยายามนำมาใช้อธิบายผลตอบแทนของหุ้นต่างๆในตลาดก็ไม่สามารถที่จะอธิบายลักษณะผลตอบแทนของ บัฟเฟตต์ ได้เช่นเดียวกันด้วย
ซึ่งจากข้อมูลในงานวิจัยนั้น พวกเขาได้พบว่าตัวแปรมาตรฐานต่างๆที่มักถูกนำมาใช้เพื่ออธิบายการเคลื่อนไหวและผลตอบแทนของราคาหุ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ขนาดกิจการ (Size), มูลค่า (Value) และแนวโน้ม (Momentum) ของหุ้นตัวนั้นๆ ก็ยังไม่สามารถที่จะอธิบายผลตอบแทนของบัฟเฟตต์ได้อย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติได้ดีสักเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาได้เก็บข้อมูลและวิเคราะห์ผลลัพธ์กับตัวแปรอื่นต่างๆเพิ่มเติมนั้น พวกเขาได้พบว่าตัวแปรสำคัญที่สามารถจะอธิบายถึงลักษณะผลตอบแทนของ บัฟเฟตต์ ออกมาก็คือ
  • Safe : ความปลอดภัย หรือความผันผวนของหุ้นที่ต่ำกว่าตลาด โดยพวกเขาได้พบว่า บัฟเฟตต์ มักเลือกซื้อหุ้นที่มีความผันผวนที่ต่ำกว่าตลาดอยู่เสมอ (เช่น Low Volatility or Low Beta)
  • Cheap : ราคาที่ถูก หรือ ส่วนต่างของราคากับมูลค่าของหุ้นในขณะนั้น โดยพวกเขาได้พบว่า มักเลือกซื้อหุ้นในราคาที่ถูกกว่ามูลค่าอยู่เสมอ (เช่น Low Value or Low Price-to-Book Ratio)
  • Quality : กิจการที่ดี หรือ ความสม่ำเสมอของผลกำไร อัตราการเติบโต และอัตราการจ่ายเงินปันผลที่สูง (Payout Ratio) โดยพวกเขาได้พบว่า บัฟเฟตต์ มักเลือกซื้อหุ้นที่มีคุณภาพของกิจการที่ดีอยู่เสมอ
นอกจากนี้แล้วสิ่งที่น่าสนใจก็คืองานวิจัยได้ชี้ให้เห็นว่า บัฟเฟตต์ มักซื้อหุ้นที่มีขนาดเล็กในอดีต แต่ซื้อหุ้นขนาดใหญ่ในปัจจุบัน ซึ่งเหตุผลก็น่าจะเกิดขึ้นจากเม็ดเงินในการลงทุนที่มากขึ้น (Portfolio Size) โดยมีผลทำให้ความสามารถในการทำกำไรของเขาลดลงตามลำดับ (พอร์ทใหญ่เกิน) และเมื่อดูที่ผลจากค่าสถิติจากตัวแปรเรื่อง Momentum แล้วเราจะพบว่า บัฟเฟตต์ นั้นซื้อหุ้นโดยไม่สนใจแนวโน้มของตลาดเลยจริงๆ และนั่นหมายความว่า ไม่ว่าหุ้นจะลงหรือแม้แต่กำลังวิ่งขึ้นไปมากสักเท่าไหร่ เขาก็ไม่สนใจหากว่าเขาคิดว่าราคาของมันยังต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนรายย่อยหลายๆคนอาจไม่สามารถทำอย่าง บัฟเฟตต์ ได้เลย เนื่องการกระทำเช่นนี้ได้นั้นมักจะขัดกับความรู้สึกจนเกินไปนั่นเอง

สูตรลับเร่งผลตอบแทนสไตล์ วอร์เรน บัฟเฟตต์

เมื่อพูดถึงสไตล์การลงทุนของ บัฟเฟตต์ นั้น ถึงแม้จะเป็นที่รู้กันดีว่ากลยุทธ์การทำกำไรของ บัฟเฟตต์ นั้นจะเอนเอียงไปในรูปแบบของการลงทุนเน้นคุณค่าที่เน้นความเสี่ยงต่ำ อย่างไรก็ตาม บัฟเฟตต์ ก็สามารถหาหนทางที่จะเพิ่มระดับของผลตอบแทนขึ้นมาได้ด้วยการใช้ Leverage หรือในภาษาชาวบ้านก็คือการกู้ยืมเงินมาลงทุนเพิ่มนั่นเอง โดยที่ผลงานวิจัยพบว่า บัฟเฟตต์ ใช้ Leverage โดยเฉลี่ยในการลงทุนของเขาเกือบ 40 ปีที่ผ่านมากว่า 1.6 เท่า ของเงินทุนเลยทีเดียว ซึ่งสาเหตุที่เขาสามารถทำมันได้ก็เนื่องมาจากการเข้าถือหุ้นของ Berkshire Hathaway และธุรกิจต่างๆนอกตลาดหุ้นของเขา!
โดยจากการเก็บข้อมูลย้อนหลังนั้นพบว่า บัฟเฟตต์ ใช้ประโยชน์จากสภาพคล่องหรือเงินกู้ยืมล่วงหน้าที่ได้จากธุรกิจประกันของ Berkshire Hathaway รวมถึงธุรกิจนอกตลาดอื่นๆมาใช้เป็น Leverage ในการลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจก็คือเมื่อมองย้อนกลับไปนั้น เขาได้ค่อยๆเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัทนอกตลาดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจากราว 20% ในช่วงปี ค.ศ. 1980 กลายเป็นกว่า 80% ในปี ค.ศ 2011 ซึ่งคิดเป็นค่าเฉลี่ยในการถือหุ้นนอกตลาดที่ราว 63% เลยทีเดียว นอกจากนี้แล้วสิ่งที่นักลงทุนหลายๆคนไม่รู้ก็คือ เขาสามารถสร้างรายได้จากการขายสัญญาอนุพันธ์ต่างๆที่เกียวข้องกับหุ้น Berkshire ได้อย่างสม่ำเสมออีกด้วย
สิ่งต่างๆเหล่านี้คือสูตรลับฉบับ บัฟเฟตต์ ในการเริ่งผลตอบแทนให้มากขึ้นอย่างที่ยากจะมีใครสามารถทำได้เหมือน เพราะน้อยคนนักที่จะมีขีดความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการกู้ยืมเพื่อมาลงทุนในตลาดเพิ่มเติมอย่างเขาได้ มิหนำซ้ำแล้วมันก็ยังไม่มีใครที่จะสามารถยืนหยัดอยู่ในตำแหน่งผู้จัดการกองทุน จากการแบกรับความเสี่ยงและความผันผวนขนาดนี้ได้อย่างยาวนานอีกด้วย (ส่วนใหญ่แล้วหากมูลค่ากองทุนลดลง หรือพอร์ทการลงทุนไม่เติบโตสักปีสองปีแล้วล่ะก็ พวกเขาก็มักที่จะโดนไล่ออกหรือเปลี่ยนตำแหน่งไปก่อนแล้ว)
ซึ่งด้วยชื่อเสี่ยงส่วนตัวของ บัฟเฟตต์ เอง, โครงสร้างทางธุรกิจ และโครงสร้างการบริหารการลงทุนในลักษณะนี้จึงทำให้ เขาสามารถที่จะดำเนินกลยุทธ์การลงทุนของเขาภายใต้การใช้ Leverage ที่สูงโดยเฉลี่ยถึงราวๆ 1.6 เท่า มาได้อย่างยาวนานถึงกว่า 40 ปี จนสามารถกลายเป็นมหาเศรษฐีของโลกได้นั่นเอง

วอร์เรน บัฟเฟตต์ คือนักวิเคราะห์หุ้นชั้นเซียน

สำหรับคำถามที่ว่าเขาคือนักวิเคราะห์หุ้นชั้นเซียนหรือนักธุรกิจขั้นเทพนั้น งานวิจัยได้ใช้วิธีการเปรียบเทียบผลตอบแทนระหว่าง พอร์ทหุ้นจำลองที่อยู่ในตลาด (Public Companies) ซึ่งเป็นตัวแทนของความสามารถในการเลือกหุ้น และพอร์ทหุ้นจำลองที่เป็นหุ้นนอกตลาด (Private Companies) ซึ่งเป็นตัวแทนของความสามารถในการบริหารของ บัฟเฟตต์ ออกมา
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็คือแม้ว่าพอร์ทจำลองทั้งสองจะสามารถเอาชนะตลาดได้เป็นอย่างดี แต่พอร์ทที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าก็คือพอร์ทจำลองของบรรดาหุ้นที่เขาถืออยู่ในตลาดนั่นเองครับ โดยข้อมูลที่เกิดขึ้นนี้ได้ช่วยให้พวกเราสรุปได้ประมาณหนึ่งว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์ นั้นถือได้ว่าเป็นนักวิเคราะห์หุ้นชั้นเซียนคนหนึ่งอย่างไม่ต้องเถียง และมันก็คือความสามารถหลักที่ช่วยให้เขาสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างมหาศาลเช่นในทุกวันนี้ออกมา

ความอัจฉริยะของ วอร์เรน บัฟเฟตต์

สำหรับประเด็นสำคัญสุดท้ายที่งานวิจัยชิ้นนี้ได้พยายามกล่าวถึงก็คือ ถึงแม้ว่าจากการเก็บสถิติและวิเคราะห์ผลลัพธ์ต่างๆย้อนหลังนั้น เราจะพบว่าปัจจัยที่เป็นตัวขับเคลื่อนผลตอบแทนของ บัฟเฟตต์ นั้นเป็นสิ่งที่เรียบง่ายและไม่ได้มีความซับซ้อนจนเกินมนุษย์แต่อย่างใด (อาทิเช่น ความผันผวนที่ต่ำ, ราคาที่ถูกกว่ามูลค่าที่แท้จริง และคุณภาพของกิจการ) แต่เราต้องไม่ลืมว่าหลักการเหล่านี้นั้นเป็นสิ่งที่ บัฟเฟตต์ ได้ค้นพบ, เรียนรู้ และมองออกได้อย่างทะลุปรุโปร่งว่ามันเป็นสิ่งที่จะใช้การได้ต่อไปอีกยาวนานตั้งแต่เมื่อ 40 ปีที่แล้ว และเขาก็ยังสามารถที่จะยึดมั่นอยู่ในหลักการลงทุนรวมไปถึงการที่จะสามารถรักษาวินัยในการลงทุนเหล่านี้ไว้ได้มาอย่างสม่ำเสมอตลอดมา นี่จึงเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นความ “อัจฉริยะ” อย่างแท้จริงของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่ยากจะหาใครเทียบได้นั่นเอง
และทั้งหมดนี้ก็คือ Buffett’s Alpha ฉบับพกพาย่อกระชับที่สุดที่ผมพยายามกลั่นออกมาให้พวกเราได้อ่านกันครับ สำหรับใครที่อยากศึกษางานวิจัยชิ้นนี้อย่างละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถที่จะนั่งอ่านต่อได้จากไฟล์ PDF ฉบับเต็มด้านล่างนี้ สำหรับวันนี้ก่อนจบผมก็ขอฝากภาพและตารางเปรียบเทียบผลตอบแทนของหุ้น Birkshire Hathaway (BRK-A) กับดัชนี Dow Jones (DJIA) ตั้งแต่ปี 1980 – ปัจจุบัน ให้ดูกันไว้แล้วกันนะครับว่า ลักษณะผลตอบแทนของ บัฟเฟตต์ เมื่อเปรียบเทียบกับ DJIA นั้นเป็นอย่างไร (ตัวเลขอาจต่างจากในบทวิจัยเพราะคำนวณคนละช่วงเวลากัน) แล้วพบกันใหม่บทความหน้า ถ้าชอบบทความแนวนี้ก็อย่าลืมกดไลค์กดแชร์ หรือคอมเมนท์บอกกันให้รู้ด้วยนะครับ ผมจะได้เก็บไว้เป็น Feedback ในการเขียนบทความต่อๆไปครับ :D
plot of chunk unnamed-chunk-4
BRKADJIA
Cumulative Profits70708.2849684.65
Annualized Return20.314.94
Annualized Standard Deviation23.3917.35
Annualized Sharpe (Rf=4%)0.670.05
Max.DD-51.47-89.19
Longest.DD (Months)-68.00-84.40
ภาพและตาราง : แสดงผลตอบแทนเปรียบเทียบระหว่างหุ้น BRK-A กับดัชนี Dow Jones Industrial Average (DJIA) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 – ปัจจุบัน โดยที่หุ้น BRK-A นั้นเติบโตกว่า 70,708% หรือราว 707 เท่า และมีผลตอบแทนทบต้นที่ราว 20.31% ต่อปี อย่างไรก็ตามหุ้น BRK-A ก็มี Maximum Drawdown หรือการลดลงของมูลค่าสูงสุดที่สูงราว -51.47% และเคยเจอกับช่วงเวลาที่พอร์ทไม่เติบโตกว่า 68 เดือน หรือ 5 ปีกว่าๆเลยทีเดียวในช่วงปี ค.ศ. 1998 – 2003 อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็ยังดีกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับดัชนี DJIA อยู่พอสมควรเลยทีเดียว

COMMENTS



ชื่อ

กองทุน,4,การวิเคราะห์พื้นฐาน,74,ความรู้ทั่วไป,65,ทฤษฎี Elliott Wave,12,แนวคิดการเทรด,64,บทวิเคราะห์พิเศษSpecial Post,78,บุคคลที่ประสบความสำเร็จ,21,ระบบเทรด,22,รูปแบบแท่งเทียน,34,ลงทุนทองคำ,15,เศรษฐกิจโลก,46,ไอเดียทำเงิน,14,Course Learn,1,Dow Theroy,1,E-Book,1,e-currency,1,exness,1,Expert Advisor,22,FBS Broker,3,Fibonacci,13,Fullerton Markets,6,Fundamental,39,FXClearing,6,FXPRIMUS,2,Indicators,49,Introducing Broker Forex,8,iqoption,2,option trade,6,Robo Forex,1,Sell Indicator,5,skrill,1,VDO TRADE,10,Weltrade,7,XM,2,
false
ltr
item
คนเล่น Forex: BUFFETT’S ALPHA : เผยความลับในการเอาชนะตลาดหุ้นของ วอร์เรน บัฟเฟตต์
BUFFETT’S ALPHA : เผยความลับในการเอาชนะตลาดหุ้นของ วอร์เรน บัฟเฟตต์
http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2015/08/warren-buffett-just-made-a-huge-bet-on-the-us-housing-market-759x500.jpg
คนเล่น Forex
http://www.konlenforex.com/2016/09/buffetts-alpha.html
http://www.konlenforex.com/
http://www.konlenforex.com/
http://www.konlenforex.com/2016/09/buffetts-alpha.html
true
899084929324579512
UTF-8
Not found any posts VIEW ALL Readmore Reply Cancel reply Delete By Home PAGES POSTS View All RECOMMENDED FOR YOU LABEL ARCHIVE SEARCH ALL POSTS Not found any post match with your request Back Home Sunday Monday Tuesday Wednesday Thursday Friday Saturday Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat January February March April May June July August September October November December Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec just now 1 minute ago $$1$$ minutes ago 1 hour ago $$1$$ hours ago Yesterday $$1$$ days ago $$1$$ weeks ago more than 5 weeks ago Followers Follow THIS CONTENT IS PREMIUM Please share to unlock Copy All Code Select All Code All codes were copied to your clipboard Can not copy the codes / texts, please press [CTRL]+[C] (or CMD+C with Mac) to copy