ลงทุนเปลี่ยนชีวิต

ปัจจุบัน ถ้ามองไปรอบๆจะเห็นว่าคนรุ่นใหม่มักจะสนใจในเรื่องการลงทุนเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหุ้น, อสังหาริมทรัพย์หรือธุรกิจส่วนตัว นั...

ปัจจุบัน ถ้ามองไปรอบๆจะเห็นว่าคนรุ่นใหม่มักจะสนใจในเรื่องการลงทุนเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหุ้น, อสังหาริมทรัพย์หรือธุรกิจส่วนตัว นักศึกษาหลายๆคนเรียนจบปริญญาแล้วแต่ไม่ไปทำงานเป็นลูกจ้าง แต่ออกมาเปิดธุรกิจของตนเองไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่หรืออื่นๆ เด็กรุ่นใหม่จำนวนมากอยากจะเดินทางตามรอยรุ่นพี่ที่ร่ำรวยจากการเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นจึงหันมาเล่นหุ้นหรือลงทุนแทนการทำงานประจำ คิดว่ามีแค่เครื่องคอมพิวเตอร์กับกาแฟสักแก้วก็หาเงินจากตลาดหุ้นได้แล้วโดย ไม่ต้องไปทำงาน จริงๆแล้วหลายๆคนที่ไม่ได้มีพ่อแม่ร่ำรวย หลังจากเรียนจบได้ออกมาหางานประจำทำ ขณะเดียวกันก็เริ่มต้นเก็บเงินและนำเงินเก็บนั้นมาลงทุนทั้งในตลาดหุ้นและใน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จนมีเงินมากพอที่จะไม่ต้องทำงาน หลายคนคิดว่า ถ้าอยากจะรวยต้องลาออกจากงานประจำเพื่อมาเป็นนักลงทุนเต็มตัว ซึ่งในความเป็นจริงนั้นเราควรจะลงทุนให้เงินงอกเงยมากเพียงพอที่จะเราจะลา ออกจากงานได้มากกว่าที่จะออกมาทำให้เงินงอกเงยทีหลัง ถ้าดูดีๆจะพบว่าคนรวยระดับโลกจำนวนมากยังทำงานอยู่ถึงแม้เขาจะมีเงินมากพอจน ไม่ต้องทำงานแล้วก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นวอร์เรน บัฟเฟตหรือริชาร์ด เบรนสันเป็นต้น ถ้าเรารวยมากพอวันหนึ่งเราอาจจะหยุดทำงาน ซึ่งนั่นหมายความว่าเราไม่ได้ทำงานที่เรารักหรือชอบอย่างแท้จริง
    มี หลายคนที่เริ่มต้นจากศูนย์โดยไม่ได้มีมรดกตกทอดและสร้างฐานะจนสามารถลาออก จากงานประจำได้ หลายคนใช้การลงทุนในตลาดหุ้นเป็นเครื่องมือในการไปให้ถึงจุดหมาย เรียกว่าเป็นการลงทุนเปลี่ยนชีวิต แต่กว่าที่เขาจะมาถึงจุดนี้ได้ต้องผ่านประสบการณ์ที่เรียกว่าท้าทายต่อความ เชื่อและทัศนคติที่แตกต่างจากคนรุ่นเดียวกันอย่างเข้มแข็งเลยทีเดียว จากนี้จะได้กล่าวถึงบุคคลที่สามารถสร้างอิสรภาพทางการเงินได้ด้วยตนเองจาก ตัวอย่างจริงที่เกิดขึ้น
    มีรุ่นน้องท่านหนึ่งเรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาตร์ ฐานะที่บ้านไม่ได้ร่ำรวยอะไรมาก พ่อแม่มีเงินส่งเรียนแค่จบปริญญาตรีเท่านั้น หลังจากเรียนจบเขาเข้าทำงานในบริษัทผลิตและขายวัสดุก่อสร้างและเคมีภัณท์ ระดับประเทศเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีฐานะมั่นคงจนเป็นที่ทำงานในฝันของนัก ศึกษาจบใหม่หลายๆคน เริ่มต้นจากตำแหน่งวิศวกรเงินเดือนหลักหมื่น การได้ทำงานประจำกับองค์กรใหญ่เช่นนี้ย่อมทำให้คนที่เป็นพ่อแม่รู้สึกภูมิใจ และยินดีกับความมั่นคงของบุตรหลานของตนเอง ในช่วงเวลาที่เขาทำงานประจำอยู่นั้น เขาได้ค้นพบกลุ่มการลงทุนแบบเน้นคุณค่าหรือวีไอโดยบังเอิญผ่านทางเวปไซค์ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นทำให้เขาเริ่มศึกษาเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหุ้นแบบ วีไอ
    ในช่วงเวลานั้น เพื่อนๆที่จบออกมาและทำงานในบริษัทเดียวกัน เริ่มมีรายได้มากขึ้นและมีสถานะทางสังคมสูงมากขึ้น เพื่อนที่ทำงานหลายคนนำเงินโบนัสไปออกรถใหม่เพื่อที่จะได้สะดวกสบายเวลาเดิน ทางมาทำงาน ส่วนใหญ่ก็จะวางเงินดาวน์และผ่อนเป็นรายเดือนไป เงินเดือนวิศวกรในบริษัทใหญ่เช่นนี้สามารถผ่อนรถคันเล็กๆได้อย่างสบายๆอยู่ แล้ว หลายคนเริ่มซื้อบ้านอาจจะเอาไว้เป็นเรือนหอหรือไม่ก็คิดว่าถ้าไม่รีบซื้อ ราคาบ้านจะขึ้นไปอีกจนซื้อไม่ได้ เช่นเดียวกับการซื้อรถ เพื่อนๆของเขามักจะกู้เงินแบงค์เพื่อซื้อบ้านโดยวางเงินดาวน์แค่เล็กน้อย หรือหลายโครงการสามารถผ่อนดาวน์ได้อีกด้วย เงินเดือนที่ได้รับก็ถูกใช้ไปเป็นค่าผ่อนบ้านผ่อนรถกันเป็นเวลาหลายปี นอกจากนั้นยังมีมือถือรุ่นใหม่ๆออกมาให้ผ่อนศูนย์เปอร์เซนต์อีกเป็นจำนวนมาก
    สำหรับ เขา เนื่องจากพ่อแม่อยู่ต่างจังหวัดดังนั้นจึงไม่มีบ้านในกรุงเทพ เขาจึงเช่าบ้านอยู่ใกล้ที่ทำงาน และเนื่องจากไม่มีรถไฟฟ้าผ่านที่ทำงาน เขาจึงอาศัยนั่งรถเมล์จากบ้านที่เช่าอยู่ไปกลับจากที่ทำงานทุกวัน  ขณะที่เพื่อนๆขับรถเก๋งไปทำงานและอยู่บ้านหลังใหม่เอี่ยม เขาอยู่บ้านเช่าและนั่งรถเมล์โดยเงินเดือนและโบนัสที่ได้รับ เขานำมาเก็บออมและลงทุนในตลาดหุ้นโดยหลักการการลงทุนแบบเน้นคุณค่า เพื่อนๆหลายคนดูถูกเขาว่าไม่ยอมซื้อรถหรือซื้อบ้าน ใช้มือถือรุ่นเก่า ไม่มีอะไรจะให้อวดได้เลย สาวๆไม่มีใครมาเหลียวมองทำให้เขาทำตัวเป็นโสดอยู่ในช่วงเวลาที่ทำงานอยู่
    ผ่าน ไปสิบปีนับจากวันที่เขาเรียนจบและเริ่มต้นทำงาน เพื่อนๆยังคงทำงานกินเงินเดือนอยู่และไม่มีเงินเก็บเพราะนำเงินไปจ่ายค่า ผ่อนบ้านค่าผ่อนรถจนเงินหมดเดือนชนเดือน ส่วนเขาตอนนี้ลาออกจากงานประจำแล้วเพราะเงินปันผลที่ได้จากหุ้นที่ถืออยู่ เป็นเงินหลายล้านบาทต่อปี นอกเหนือจากเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายของตนเองแล้วยังสามารถให้เงินกับพ่อแม่ที่เกษียณอายุแล้วอีกด้วย ด้วย ความอดทนเก็บหอมรอบริบและท้าทายต่อความเชื่อและทัศนคติที่แตกต่างจากคนรุ่น เดียวกันอย่างเข้มแข็งทำให้การลงทุนแบบวีไอเปลี่ยนชีวิตของเขาได้อย่างแท้ จริง

พนักงาน กินเงินเดือนอีกหนึ่งท่านที่ตั้งใจลงทุนจนสามารถเปลี่ยนชีวิตได้โดยไม่ต้อง ง้อมรดกจากใครๆ เขาไม่ได้ลงทุนในตลาดหุ้นแต่เขาร่ำรวยได้จากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบ ค่อยเป็นค่อยไปหลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรีและทำงานออฟฟิศมา สักระยะหนึ่งจนได้เข้าทำงานกับบริษัทน้ำมันต่างชาติที่ได้ชื่อว่ามีฐานะการ เงินมั่นคงและอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน จนวันหนึ่งประเทศไทยลอยตัวค่าเงินบาทในปี 2540 เศรษฐกิจของไทยและเอเชียได้รับผลกระทบอย่างมาก บริษัทที่เขาทำงานที่ครั้งหนึ่งเคยคิดกันว่ามั่นคงและมีนโยบายจ้างพนักงานจน เกษียณอายุเริ่มเปลี่ยนไป มีการปรับเปลี่ยนองค์กรและมีโครงการจ้างพนักงานออกโดยความสมัครใจซึ่งในความ เป็นจริงคนที่ถูกให้ออกมักจะไม่ค่อยสมัครใจเท่าไหร่นัก บริษัทเริ่มลดพนักงานโดยการยุบแผนกหรือตัดขายกิจการที่ไม่ทำกำไรออกไป
    จากความมั่นคงในการทำงานกลายเป็นความสั่นคลอนในชีวิต เพราะไม่รู้ว่าวันไหนที่บริษัทจะเชิญให้ออกจากการเป็นพนักงาน ทำให้เขาเริ่มรู้สึกว่าการพึ่งพิงแต่การหารายได้จากการทำงานประจำนั้นไม่ใช่ สิ่งที่น่าทำอีกต่อไป แต่การหารายได้จากทางอื่นนั้นจะมีวิธีการอย่างไรได้บ้าง ช่วงนั้น เขาได้อ่านหนังสือของโรเบิร์ต คิโยซากิเรื่อง”พ่อรวยสอนลูก”และ”เงินสี่ด้าน”ซึ่งมีผู้แปลเป็นภาษาไทย ทำให้เขาได้คำตอบจากสิ่งที่เขาค้นหามานาน นั่นคือการสร้าง”รายได้ที่ไม่ได้มาจากการทำงาน” หรือ Passive Income
    คิโยซากิบอกว่าพนักงานออฟฟิศและผู้ทำกิจการส่วนตัวนั้นต้องใช้แรงงานเข้าแลก ในการหาเงินหรือทำงานเพื่อเงิน แต่อีกด้านหนึ่งนั้นนักลงทุนและเจ้าของกิจการกลับใช้เงินทำงานแทน นี่คือความแตกต่างระหว่างคนรวยและคนจน นอกเหนือจากนั้นคิโยซากิยัง บอกอีกว่าคนชั้นกลางส่วนใหญ่ชอบคิดว่าบ้านหรือรถยนต์ที่มีนั้น เป็น”ทรัพย์สิน”ของตน แต่ในความเป็นจริงสิ่งเหล่านั้นเป็น”หนี้สิน”เพราะทำให้เราต้องจ่ายเงินออก ไปทุกเดือนในรูปของค่าผ่อนบ้านผ่อนรถหรือค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง ทรัพย์สินที่แท้จริงนั้นต้องทำเงินเข้ากระเป๋าของเราไม่ใช่ทำให้เงินไหลออก
    จากหนังสือเล่มนั้นทำให้เขาเข้าใจในความหมายของการมีทรัพย์สินที่ สร้าง”กระแสเงินสด”ให้กับเราตลอดเวลาแม้ขณะเรากำลังหลับหรือตื่น เขาเริ่มเข้าไปศึกษาอบรมเกี่ยวกับการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จากนั้นทุกครั้งที่ขับรถไปตามถนน เขามักจะสังเกตโครงการหรือห้างร้านต่างๆตามริมถนนว่ามีการประกาศซื้อ ขายอย่างไรบ้าง นอกเหนือจากนั้นเขายังไปชมโครงการขายคอนโดที่เปิดใหม่ต่างๆเพื่อดูลู่ทางใน การซื้อคอนโดเพื่อให้คนเช่า
    หลังจากขับรถดูทำเลตึกแถวและบ้านโครงการต่างๆอยู่เป็นร้อยๆแห่ง วัน หนึ่งเขาพบประกาศขายตึกแถวริมถนนบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เขาพบว่าเป็นทำเลที่ดีมากเพราะใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าแต่เนื่องด้วยเป็นตึกเก่า และค่อนข้างโทรมรวมทั้งประเทศไทยเพิ่งเกิดวิกฤติเศรษฐกิจทำให้ไม่ค่อยมีใคร สนใจมากนัก เขารีบโทรหาเจ้าของและพบว่าจะขายในราคา 10 ล้านบาท ถ้าเป็นคนอื่นที่ทำงานกินเงินเดือนทั่วไปอาจจะคิดว่าเงินตั้ง 10 ล้านจะหาเงินจากไหนมาซื้อและเลิกล้มความคิดที่จะซื้อไป สำหรับเขาตอนนั้นมีเงินสดในมือเพียงแค่ 5 แสนบาท แต่ด้วยความคิดว่าทำเลตรงนี้ดีมากและไม่ควรปล่อยให้โอกาสหลุดมือทำให้เขา ตัดสินใจวางเงินมัดจำกับเจ้าของที่ภายในวันนั้นเลยและขอเวลา 30 วันในการกู้เงิน เขาติดต่อธนาคารเพื่อขอกู้เงินแต่ธนาคารต้องการเงินดาวน์อย่างน้อย 10 เปอร์เซนต์หรือ 1 ล้านบาท เขาจึงยืมเงินจากญาติอีก 5 แสนบาทเพื่อนำมากู้ซื้อตึกแถวห้องนั้น หลังจากซื้อมาเขาปรับปรุงเล็กน้อยและให้ร้านสะดวกซื้อเช่าซึ่งค่าเช่าสามารถ จ่ายให้กับเงินที่ผ่อนธนาคารในแต่ละเดือนได้พอดี
    เวลา ผ่านไป 10 ปี เศรษฐกิจของประเทศไทยดีขึ้น คนเริ่มมาสนใจในอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น มีคนมาขอซื้อตึกแถวที่เขาเป็นเจ้าของอยู่นั้นในราคา 30 ล้านบาทซึ่งเขาก็ขายให้ด้วยความยินดีโดยได้รับกำไรมากกว่า 20 ล้านบาทจากเงินลงทุนเพียง 5 แสนบาทกับแนวคิดที่มุ่งมั่นในการสร้างทรัพย์สินโดยคิดเสมอว่าทุกอย่างเป็นไป ได้ นี่เป็นอีกตัวอย่างของการลงทุนเปลี่ยนชีวิตได้จริงๆ

จากชีวิตคนทำงานกินเงินเดือนธรรมดาจนสามารถมีอิสรภาพทางการเงินอยู่ได้โดยไม่ต้องทำงานอีกต่อไปนั้นมีตัวอย่างอีกมากที่เกิดขึ้นจริง ส่วนใหญ่จะมาจากการเก็บหอมรอมริบและนำเงินเก็บที่มีไปลงทุนในสิ่งที่มีความรู้ ครั้งนี้จะกล่าวถึงนักลงทุนสาวท่านหนึ่งที่เติบโตมาจากต่างจังหวัด เข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพในช่วงมัธยมขณะที่พ่อแม่ยังทำงานอยู่ต่างจังหวัด การเรียนในกรุงเทพนั้นเป็นสิ่งที่ต้องดิ้นรนขวนขวายด้วยตนเองเพราะไม่มีพี่น้องให้คำปรึกษาแต่อย่างใด หลังจากเรียนจบมัธยมด้วยความกตัญญูจึงไปสอบเป็นพยาบาลทั้งๆที่ในใจอยากเรียนด้านวิทยาศาตร์มากกว่า แต่ด้วยที่บ้านอยากให้ทำอาชีพพยาบาลเพราะจะได้ดูแลพ่อแม่ตอนแก่เฒ่าจึงยอมทนเรียนพยาบาลจนจบ
หลังจากเรียนจบได้เข้าทำงานในโรงพยาบาลของรัฐ เนื่องจากค่านิยมของคนต่างจังหวัดสมัยก่อนต้องการให้ลูกหลานเข้ารับราชการเพราะจะได้มีสวัสดิการรักษาพยาบาลให้กับพ่อแม่และคนในครอบครัวอีกด้วย เงินเดือนราชการเริ่มต้นไม่กี่พันบาทแต่ก็ยอมทนเพื่อบุพการี หลังจากเริ่มงานพยาบาลไปสักพักพบว่างานพยาบาลอาจจะไม่ใช่หนทางที่ตนเองต้องการเพราะในหน่วยงานที่ทำงานนั้นเต็มไปด้วยความฉ้อฉลและคอรัปชั่น จึงขอย้ายหน่วยงานไปทำงานในหน่วยราชการอื่นอย่างเทศบาลเมือง ระหว่างที่ทำงานไปนั้นเธอใช้ชีวิตอย่างสมถะ ไม่ได้หลงไหลไปกับความฟุ้งเฟ้ออย่างเพื่อนพนักงานคนอื่นๆ เงินเดือนส่วนใหญ่ก็ส่งให้พ่อแม่และเก็บหอมรอมริบไว้ทุกๆเดือนถึงแม้เงินเดือนจะไม่ได้มากมายอะไรนัก
หลังจากย้ายที่ทำงานไปทำงานในเทศบาลเมืองก็ยังหนีความฉ้อฉลในวงราชการไม่ได้เหมือนเดิม ทำให้ตัดสินใจยื่นใบลาออกจากราชการ แต่หัวหน้าทัดทานไว้และบอกว่าอีกไม่กี่ปีก็ได้อายุราชการที่จะได้สิทธิรับบำนาญแล้ว ทนต่อไปอีกหน่อย จึงขอย้ายไปทำงานในโรงพยาบาลสังกัดรัฐอีกแห่งหนึ่งแต่ทำด้านธุรการแทนโดยไม่ได้เข้าเวรประจำ ระหว่างนี้เงินเดือนที่ได้รับก็มากขึ้นตามอายุงาน แต่ถ้าเทียบกับเอกชนก็ถือว่าน้อยมากเพราะได้รับเงินเดือนเพียงไม่กี่หมื่นบาทต่อเดือนเมื่อเทียบกับอายุงานกว่าสิบปี
เมื่อเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งเพียงไม่กี่แสนบาทจึงมองหาหนทางในการลงทุน ช่วงนั้นเป็นช่วงหลังวิกฤติซัพไพร์ม ตลาดหุ้นตกต่ำไปทั่วโลก นักลงทุนต่างหนีหายจากตลาดหลักทรัพย์ มูลค่าการซื้อขายวันหนึ่งไม่กี่พันล้านบาท เธอได้เข้าไปในเวปไซค์ไทยวีไอและเริ่มศึกษาการลงทุนแบบเน้นคุณค่าซึ่งพบว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก จากนั้นจึงไปซื้อหนังสือเกี่ยวกับวีไอมาอ่านซึ่งขณะนั้นมีหนังสือแปลออกมาเป็นภาษาไทยจำนวนมาก และเริ่มนำเงินเก็บเข้ามาลงทุนตลาดหลักทรัพย์
ในช่วงแรกๆนั้น
ครอบครัวยังเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการลงทุนหุ้น แต่ด้วยทัศนคติที่ต่างกันในการลงทุน เพราะอีกฝ่ายมองว่าเวลาหุ้นราคาลดลงจะขาดทุนต้องรีบขายเพื่อออกจากตลาดไป ขณะที่เธอมองว่าเวลาราคาหุ้นลดลงกลับเป็นโอกาสในการลงทุน วันหนึ่งเธอตัดสินใจซื้อหุ้นธนาคารเพราะมีข่าวว่าจะมีปันผลและธุรกิจยังไปได้ดี แต่ปรากฏว่าดัชนีตลาดหุ้นตกลงอย่างมากทำให้หุ้นธนาคารนั้นลดลงจนขาดทุนไปเป็นเงินหลายแสนบาทรวมทั้งมีแรงกดดันจากคนรอบข้างให้รีบขายหุ้นนั้นออกไปเพื่อจะไม่ให้ขาดทุนมากยิ่งขึ้น แต่เธอกลับทำในสิ่งตรงกันข้ามคือซื้อหุ้นนั้นมากขึ้น พอเวลาผ่านไปตลาดหุ้นเริ่มกลับมาคึกคัก ราคาหุ้นธนาคารนั้นปรับตัวสูงขึ้นจนสามารถทำกำไรได้เป็นล้านบาท
ในช่วงเวลาที่ทำงานนั้น เธอได้ลงทุนไปด้วย ตลาดหุ้นเริ่มกลับมาขึ้นหลังจากวิกฤติซัพไพร์ม ดัชนีจาก 400 จุดปรับตัวมาเป็น 1,500-1,600 จุดในปัจจุบัน หุ้นที่เธอลงทุนมีราคาเพิ่มขึ้นมากรวมถึงปันผลที่ได้รับในแต่ละปีมากกว่าเงินเดือนที่ได้จากอาชีพราชการ จนวันหนึ่งเมื่อถึงอายุราชการที่สามารถมีบำนาญได้จึงตัดสินใจลาออกและเป็นนักลงทุนเต็มตัว
จะเห็นว่าถึงแม้จะมีอาชีพรับราชการเงินเดือนน้อยนิด แต่ด้วยความมุ่งมั่นและอดออมรวมถึงการแสวงหาความรู้ในการลงทุนก็สามารถลงทุนจนเปลี่ยนชีวิตได้เช่นกัน

ตัวอย่างที่ผ่านมาในบทความที่แล้วส่วนใหญ่มักเป็นชีวิตคนทำงานออฟฟิศกินเงิน เดือนและเก็บหอมรอมริบและนำเงินเก็บที่มีไปลงทุนในสิ่งที่มีความรู้เช่นหุ้น หรืออสังหาริมทรัพย์ ครั้งนี้จะกล่าวถึงกลุ่มคนใช้แรงงานที่สามารถเก็บเงินและสร้างการลงทุนจน พนักงานออฟฟิศยังต้องทึ่งและอิจฉาในความขยันและมุ่งมั่นเลยทีเดียว
พนักงานประจำกินเงินเดือนส่วนใหญ่ทำงานมานานหลายปี จำนวนมากไม่มีเงินเก็บหรือถึงมีก็มีแค่เล็กน้อยเพียงพอให้อยู่ไปได้แค่ไม่ กี่เดือนถ้าไม่มีงานทำ ถ้าตกงานก็ต้องดิ้นรนหางานใหม่ มิฉะนั้นก็อาจจะต้องอยู่อย่างกระเหม็ดกระแหม่เพื่อไม่ให้เงินเก็บที่มีต้อง หมดลง เรียกได้ว่าไม่สามารถหยุดทำงานได้ถึงแม้จะเป็นงานที่ตนเองไม่ได้ชอบหรือไม่ ได้รักที่จะทำ เหตุผลหลักๆที่ไม่สามารถเก็บเงินได้ก็คือเงินเดือนน้อยและค่าครองชีพสูง ซึ่งในความเป็นจริงมันอาจจะเป็นแค่ข้ออ้างของพนักงานออฟฟิศเท่านั้นก็เป็นไป ได้ ปัจจุบันเงินเดือนพนักงานที่ทำงานในออฟฟิศส่วนใหญ่น่าจะรายได้เกินหนึ่ง หมื่นบาทขึ้นไปจนถึงหลายหมื่นบาทขึ้นกับประสบการณ์ทำงานและบริษัทที่ทำ งานอยู่ นอกเหนือจากนั้นยังมีสวัสดิการพนักงานอื่นๆอีกพอสมควรอย่างกองทุนสำรอง เลี้ยงชีพหรือประกันสังคมเป็นต้น ถึงอย่างนั้นก็ตามหลายคนยังชักหน้าไม่ถึงหลังหรือใช้เงินเดือนชนเดือน สิ้นเดือนเหมือนจะสิ้นใจ รอว่าวันไหนจะถึงวันเงินเดือนออกสักที
อาจจะเป็นไปได้ว่าสังคมของคนทำงานออฟฟิศนั้นอาจต้องใช้ของที่มีความจำเป็น สูงเช่น สมาร์ตโฟนที่ต้องคอยติดต่อกับเพื่อนทางโซเชียลมีเดียหรือต้องไปกินกาแฟแก้ว ละร้อยกว่าบาทเป็นต้น ซึ่งถ้าเงินเดือนสูงๆคงไม่มีปัญหาอะไร แต่สำหรับพนักงานออฟฟิศทั่วไปรายจ่ายที่มากเกินความจำเป็นทำให้ไม่มีเงิน เหลือเก็บ สุดท้ายก็กลายเป็นข้ออ้างว่าเก็บเงินไม่ได้สักที
ครั้งนี้จะกล่าวถึงผู้ใช้แรงงานท่านหนึ่งชื่อพัลลภ เขาเป็นแรงงานต่างด้าวมาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาหางานใช้แรงงานในประเทศ ไทย งานแรกที่เขาทำคืองานที่โรงงานอาหารทะเลโดยได้รับค่าจ้างเป็นรายวันและไม่ ได้มีสวัสดิการอื่นๆแต่อย่างใด งานที่ทำเป็นงานที่หนักและคนไทยส่วนใหญ่ไม่อยากทำ หลังจากทำงานมาสักระยะหนึ่งเขาพบว่าไม่มีเงินเหลือเก็บ เพราะรายได้ที่ได้มาต้องไปจ่ายเป็นค่าเช่าบ้านรวมถึงค่าอาหารอีกวันละหลาย ร้อยบาท ยิ่งทำงานไป ยิ่งมองไม่เห็นอนาคต เขาจึงมองหางานใหม่ที่ทำให้เขาสามารถมีเงินเหลือเก็บได้
หลังจากลาออกจากโรงงานอาหารทะเลแล้ว พัลลภไปทำงานเป็นคนสวนของร้านขายต้นไม้ เขาตื่นแต่เช้ามารดน้ำต้นไม้ จัดสวน เก็บเศษใบใบหญ้า ดูแลต้นไม้ที่ชำไว้ หลังจากร้านเปิดก็ทำหน้าที่เฝ้าร้านและขายต้นไม้ไปด้วย เขาทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ไม่เคยโกงเจ้าของร้านเลยสักครั้งเดียว ทั้งๆที่มีโอกาสในการโกงสูงมาก เพราะต้องรับเงินสดจากการขายต้นไม้ทุกวัน นอกเหนือจากนั้นเขายังขยันขันแข็ง ทำงานโดยไม่เคยบ่น ไม่เคยขอค่าแรงเพิ่ม นอกเหนือจากนั้นเขายังไม่ติดอบายมุข ไม่เล่นการพนัน ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยวการคืน เขามุ่งมั่นทำงาน เงินเดือนที่ได้รับประจำเดือนละ 7 พันบาท เจ้าของร้านเห็นความตั้งใจและขยันซื่อสัตย์จึงให้ค่าคอมมิชชั่นจากการขาย ต้นไม้ให้อีกทุกเดือนเดือนละประมาณ 4-5 พันบาทรวมเป็นเงินที่ได้เดือนละหมื่นต้นๆ
ที่ร้านต้นไม้มีที่พักให้พนักงานที่เป็นแรงงานต่างด้าวรวมทั้งเลี้ยงอาหาร อีก 3 มื้อ เงินเดือนที่ได้พัลลภจึงเก็บเอาไว้โดยไม่ได้นำไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยแต่อย่างใด โทรศัพท์ก็ใช้เท่าที่จำเป็นและเป็นรุ่นเก่าๆราคาไม่กี่ร้อยบาท หลังจากทำงานที่ร้านขายต้นไม้ได้ 6-7 ปี เขาสามารถเก็บเงินได้ถึงหนึ่งล้านบาท มาถึงตอนนี้พนักงานออฟฟิศคงสงสัยว่าเขาทำได้อย่างไร ทำไมเราเงินเดือนหลายหมื่นบาททำงานมาจะเป็นสิบปีแล้วถึงยังเก็บเงินไม่ได้ สักที
พัลลภได้เงินเดือนเดือนละ 12,000 บาท เขาเก็บเงินทั้งหมด ดังนั้นในหนึ่งปีเขาจะเก็บเงินได้ 12,000X12=144,000 บาทต่อปี ถ้าเก็บเงินเช่นนี้เป็นเวลา 7 ปีจะสามารถเก็บเงินได้ 144,000X7= 1,008,000 หรือครบหนึ่งล้านบาทพอดี ไม่ยากเลยเพียงแค่มีวินัยและความประหยัดอดออม
จะเห็นว่าถึงแม้จะเป็นคนใช้แรงงานเงินเดือนน้อยก็สามารถสร้างฐานะขึ้นมาได้ ดังนั้นพนักงงานออฟฟิศเงินเดือนหลายหมื่นบาทนั้น การบอกว่าเก็บเงินไม่ได้เพราะเงินเดือนน้อยเป็นเพียงแค่ข้ออ้างเท่านั้นเอง
Credit:http://www.thaivi.org

COMMENTS



ชื่อ

กองทุน,4,การวิเคราะห์พื้นฐาน,77,ความรู้ทั่วไป,66,ทฤษฎี Elliott Wave,12,แนวคิดการเทรด,67,บทวิเคราะห์พิเศษSpecial Post,80,บุคคลที่ประสบความสำเร็จ,21,ระบบเทรด,22,รูปแบบแท่งเทียน,34,ลงทุนทองคำ,15,เศรษฐกิจโลก,46,ไอเดียทำเงิน,14,Course Learn,1,Dow Theroy,1,E-Book,1,e-currency,1,exness,1,Expert Advisor,22,FBS Broker,3,Fibonacci,13,Fullerton Markets,6,Fundamental,42,FXClearing,6,FXPRIMUS,2,Indicators,49,Introducing Broker Forex,8,iqoption,2,option trade,6,Robo Forex,1,Sell Indicator,5,skrill,1,VDO TRADE,10,Weltrade,7,XM,2,
false
ltr
item
คนเล่น Forex: ลงทุนเปลี่ยนชีวิต
ลงทุนเปลี่ยนชีวิต
http://www.thaivi.org/wp-content/uploads/2012/11/tvi_banner_03.jpg
คนเล่น Forex
http://www.konlenforex.com/2015/03/1.html
http://www.konlenforex.com/
http://www.konlenforex.com/
http://www.konlenforex.com/2015/03/1.html
true
899084929324579512
UTF-8
Not found any posts VIEW ALL Readmore Reply Cancel reply Delete By Home PAGES POSTS View All RECOMMENDED FOR YOU LABEL ARCHIVE SEARCH ALL POSTS Not found any post match with your request Back Home Sunday Monday Tuesday Wednesday Thursday Friday Saturday Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat January February March April May June July August September October November December Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec just now 1 minute ago $$1$$ minutes ago 1 hour ago $$1$$ hours ago Yesterday $$1$$ days ago $$1$$ weeks ago more than 5 weeks ago Followers Follow THIS CONTENT IS PREMIUM Please share to unlock Copy All Code Select All Code All codes were copied to your clipboard Can not copy the codes / texts, please press [CTRL]+[C] (or CMD+C with Mac) to copy